บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในนาม “IGP Global” ผู้จัดงาน Motion Expo 2027 เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจ Mobility & Lifestyle จัดงานเสวนา “Thailand Mobility & Lifestyle Leadership Forum 2026” ภายใต้แนวคิด “Thailand 2035: ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ Mobility & Lifestyle แห่งอาเซียน” เปิดเวทีรวมพลังผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้ประกอบการ ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แนวคิด และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้ง Future Mobility, EV, AI, Smart City และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ พร้อมเชื่อมโยงมิติ Business, Technology, Investment และ Lifestyle เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศใหม่ของอุตสาหกรรม และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ASEAN Mobility & Lifestyle Hub” โดยมีนายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา, นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา และนายอาจิณเวท ยศวิริยะพาณิชย์ กรรมการบริหาร IGP Global ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน ณ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี รูปแบบการเดินทาง การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต อุตสาหกรรม Mobility & Lifestyle กำลังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ขณะเดียวกันประเทศไทยมีโอกาสต่อยอดจากจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค สู่การพัฒนาเป็นระบบนิเวศ Mobility ที่ครอบคลุมมากกว่า “ยานยนต์” แต่เชื่อมโยงเทคโนโลยี เมือง โครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจ การลงทุน และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน

ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นสำคัญ ตั้งแต่บทบาทของ AI, Smart City และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบเมือง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต ไปจนถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระดับโลก เพื่อร่วมกันพัฒนา Ecosystem ของ Mobility & Lifestyle ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับไฮไลต์ของงาน เริ่มด้วยปาฐกถาพิเศษจากภาครัฐ โดย ดร.ปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง) ในหัวข้อ “Connected Thailand: โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะเพื่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต” โดยกล่าวถึงทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “Connected Thailand” ซึ่งครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมคน การเชื่อมเศรษฐกิจ การเชื่อมข้อมูล และการเชื่อมอนาคต ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้พัฒนาระบบราง รถไฟฟ้า ระบบขนส่งรอง ระบบตั๋วร่วม ท่าเรือ สนามบิน และโครงข่ายทางถนน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีและรูปแบบการเดินทางแห่งอนาคต อาทิ EV Ecosystem, Autonomous Vehicles และ Mobility as a Service (MaaS) โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบคมนาคมได้อย่างสะดวก ปลอดภัย เท่าเทียม และยั่งยืน ทั้งนี้ การขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต

ตามด้วยปาฐกถาพิเศษโดย นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในหัวข้อ “Thailand’s Next Growth Engine: ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจ Mobility แห่งอนาคต”

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอวิสัยทัศน์ของ Motion Expo 2027 ภายใต้แนวคิด “Connecting Business, Technology, Investment, Lifestyle” ซึ่งมุ่งพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจแห่งใหม่ของอุตสาหกรรม Mobility & Lifestyle พร้อมเปิดโอกาสด้านธุรกิจและการลงทุนใน Future Mobility & Lifestyle Ecosystem และการเสวนาในหัวข้อ “Thailand 2035: ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบนิเวศแห่งการเดินทาง การใช้ชีวิต และเมืองอัจฉริยะ” โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, คุณสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT), ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณอนุพงศ์ ทะสดวก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเกล จำกัด โดยมี คุณธีรพล อำไพ ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีการตลาดและ AI และนักการตลาดดิจิทัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ทำหน้าที่ดำเนินรายการ
เวทีดังกล่าวร่วมกันเจาะลึกคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนผ่านจาก Automotive Hub สู่ Mobility Economy ได้อย่างไร AI, Smart City และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะจะเข้ามาสร้างเมืองแห่งอนาคตที่เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และคุณภาพชีวิตได้อย่างไร ตลอดจนแนวทางที่ภาคธุรกิจไทยควรเตรียมพร้อมเพื่อคว้าโอกาสจาก Future Mobility และบทบาทของภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระดับโลกในการร่วมสร้าง Ecosystem เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางของอาเซียน และยังสะท้อนความมุ่งมั่นของ IGP Global ในการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม และผลักดันให้ Mobility ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของการเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและรูปแบบการใช้ชีวิตแห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียน
สำหรับงาน “Motion Expo 2027” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2570 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Your Gateway to Smart Movement” หรือ “ประตูสู่การเคลื่อนที่อัจฉริยะ” งานที่จะเชื่อมโยงโลกของ Mobility, Technology และ Lifestyle เข้าด้วยกัน ครอบคลุม 3 โซนหลัก ได้แก่ Future Mobility นำเสนอยานยนต์แห่งอนาคต รถยนต์ไฟฟ้า ระบบการเดินทาง และเทคโนโลยีด้าน Mobility, Outdoor & Adventure Lifestyle ที่รวบรวมการเดินทาง ท่องเที่ยว กิจกรรม Outdoor อุปกรณ์ และไลฟ์สไตล์ รวมถึง Smart Living Technology ที่นำเสนอ AI, IoT, Smart Home และเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตแห่งอนาคต พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และผู้บริโภค สู่โอกาสทางธุรกิจทั้ง B2B และ B2C ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ของการเคลื่อนที่ การใช้ชีวิต และเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมสำรวจโอกาสใหม่ของ Mobility & Lifestyle Ecosystem ที่จะพาประเทศไทยก้าวสู่อนาคตไปด้วยกัน



