• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • Trip Tour Japan 2016 “พาไปชมปราสาทคุมะโมโตะ”

Trip Tour Japan 2016 “พาไปชมปราสาทคุมะโมโตะ”

 

    ก่อนจะที่จะเขียนเล่าเรื่องสร้างภาพในวันที่สองของทริป พวกเราทั้งหมดที่ร่วมเดินทางต้องกล่าวแสดงความเสียใจกับประเทศญี่ปุ่นด้วย ที่เกิดเหตุที่ไม่คาดคิดนั่นก็คือ แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี เป็นเหตุการณืที่ใครก็ไม่อยากให้เกิด รวมไปถึงเมือง Kumamoto 

ที่มีปราสาทอันสวยงามและเป็นมรดกของคนญี่ปุ่นอีกด้วย พวกเราถือว่าโชคดีเอามากๆ ที่ได้ไปเที่ยวเยี่ยมชมปราสาทที่นี่ก่อนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ณ วันนี้เราจึงขอแสดงความเสียใจและขอเป็นกำลังใจให้กับชาวญี่ปุ่น ได้ต่อสู้ ฟื้นฟู และมีกำลังใจในการที่จะพลิกฟื้นสิ่งต่างๆ ให้กลับคืนมาในเร็ววัน และพวกเราก็จะแวะไปเที่ยวและชื่นชมความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นอีกต่อไป

    ในการท่องเที่ยวในวันที่สองของทริป พวกเราต้องตื่นแต่เช้าเหมือนเช่นเคย ทานอาหารเช้ากันที่โรงแรมเสร็จก็พร้อมออกเดินทาง โดยการไปขึ้นรถไฟ Shinkansen ที่สถานี Hakata ที่อยู่ใกล้ๆ กับที่พัก เมื่อเวลา 6.30 . รถไฟ Shinkansen ก็พาพวกเราทั้งหมดออกเดินทางมุ่งสู่สถานี่ Kumamoto โดยใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง บอกได้เลยว่าเร็วมากๆ 

 

    ที่สถานี Kumamoto สัญลักษณ์ที่โดดเด่นและถือว่าสำคัญก็คงหนีไม่พ้นตุ๊กตาคุมะมงเป็นแน่แท้ ที่สถานีนี้จึงได้จัดให้มีตุ๊กตาหมีน่ารักตัวนี้ตั้งเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน สำหรับพวกเราอย่าได้ถามว่าจะเอาด้วยมั้ย ต้องตอบว่าเรื่องแบบนี้ไม่ยอมพลาดอยู่แล้ว นั่นปะไร (เสียงชัตเตอร์ดังติดกันแบบรัวๆๆๆๆ) 

  

    เจ้าตุ๊กตาคุมะมง ถือเป็นมาสคอตที่สำคัญของเมืองนี้เลยทีเดยว จัดทำขึ้นเพื่อเอาไว้เป็นสัญลักษณ์และใช้โปรโมทเมือง Kumamoto โดยเฉพาะ คำว่า คุมะมง” (มาจากคำว่าคุมะโมโตะมงที่หมายถึงชาวคุมะโมโตะ”) เปิดตัวครั้งแรกในปี ..2010

    ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารักน่าชังถูกใจคนญี่ปุ่น จึงทำให้เจ้าคุมะมงได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในการประกวด Yuru Kyara Grand Prix 2011 และเจ้าคุมะมงนี้ ยังมีท่าเต้นประจำตัวอันโดดเด่นที่เรียกว่า “คุมะมงไทโซ” หรือท่ากายบริหารคุมะมง เป็นท่าเต้นที่น่ารักมากๆ จึงทำให้กลายเป็นท่าเต้นที่สุดฮิตในญี่ปุ่นในตอนนี้เลยก็ว่าได้

  

    พวกเราเดินทออกจากสถานีด้วยการไปขึ้นรถราง Tram A เพื่อเดินทางต่อไปยังปราสาท Lumamotoโดยไปลงที่ป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle City Hall ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 10 นาทีก็ถึง หลังจากนั้นก็พากันเดินข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม เดินเลี้ยวขวาไปทางหัวมุมที่มีป้าย เสร็จแล้วก็เดินเลี้ยวไปทางซ้ายตามถนนที่เลียบคลอง ที่นี่จะมีตันซากุระที่กำลังออกดอกเบ่งบานไปทั่วทั้งต้นอย่างสวยงาม เดินไปก็สร้างภาพไปเป็นระยะๆ (ก็มันอดไม่ได้นี่นา ว่ามั้ย?)

  

    เพียงแค่ไม่กี่นาที พวกเราก็เดินมาทันกันที่บริเวณหัวมุมที่มีรูปปั้นพร้อมกับหยุดสร้างภาพอีกเช่นเคย เสร็จจากบริเวณนี้ก็เดินเลี้ยวขวาข้ามสะพานไปยังอีกฝั่งที่เป็นทางเข้าของปราสาท Kumamoto กลุ่มสมาชิกที่มีคุณโอ๋เดินนำหน้าเราไปก่อน ยังคงปล่อยให้เราสองคนเดินตามอยู่ร่ำไป พอเดินผ่านพ้นตีนสะพานเล็กน้อยก็ถึงบริเวณทางลงที่เป็นเนิน

  

ที่ตรงนี้จะเป็นลานกว้างๆ ดูๆ แล้วเหมือนกับเป็นที่เอาไว้สำหรับจอดรถ (เดาเอานะ) มองไปรอบๆ จะเห็นต้นซากุระที่กำลังออกดอกสีขาวอมชมพูบานสะพรั่งอยู่ทั่งทั่งต้น กลีบดอกบางๆ เบาๆ ปลิวร่วงลงสู่พื้นดินอย่างช้าๆ ดูแล้วสวยงามมาก สำหรับอุณหภูมิในเช้านี้กำลังเย็นสบายไม่ถึงกับหนาว อันนี้ชอบเลย
    คุณโอ๋พร้อมด้วยสมาชิกเดินล่วงหน้าทิ้งระยะห่างเราสองคนไปพอสมควร เราไม่รอช้า รีบย่างก้าวสืบเท้าตามไปอย่างติดๆ พอเดินไปอีกนิดก็จะเจอกับประตูทางเข้า ที่นี่นักท่องเที่ยวจะต้องทำการซื้อบัตรผ่านประตูเพื่อเข้าไปชมตัวปราสาท ค่าเข้าชมราคา 500 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 150 บาท แต่ถ้านำเอาตั๋ว One Day Pass  ไปทำการแลกซื้อ ก็จะได้ส่วนลดอีก 100 เยน เหลือจ่ายเพียงแค่ 400 เยน เงินไทยก็ 120 บาท ซึ่งถือว่าราคาไม่แพงเลย อันนี้ชอบ

  

    หลังจากซื้อตั๋วเสร็จ พวกเราก็เดินผ่านเข้าไปยังด้านใน บริเวณด้านซ้ายของประตูด้านใน จะมีตรายางที่ทำเป็นรูปของปราสาทคุมาโมโตะพร้อมกับหมึกสีน้ำเงิน เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ทำการประทับตราลงบนตั๋วหรือกระดาษ เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งเราได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่แล้ว ละสายตาจากจุดประทับตรยาง หันขวามองไปยังทางเดินด้านหน้า สองข้างทางจะมีต้นซากุระที่ปลูกเรียงรายคู่ขนานอยู่สองข้างทางเดิน ดอกสีชมพูอ่อนบานสะพรั่งอยู่ทั่วทั้งต้นสวงามมากๆ แทบจะมองไม่เห็นใบสีเขียวของมันเลยแม้แต่น้อย ในยามที่กิ่งก้านถูกลมพัดผ่านมาประทะ กลีบดอกบางๆ สีชมพูอ่อนๆ ก็พากันปลิวว่อนร่อนลงสู่พื้นดินอย่างงดงาม บริเวณตรงนี้เราจึงสร้างภาพกันเป็นที่เรียบร้อย ยังคงเหลือระยะทางอีกไกลพอสมควรกว่าจะถึงปราสาท เราสองคนรีบเดินทำเวลาในทันที

  

    ทางด้านซ้ายเมื่อมองขึ้นไปบนเนินที่สูง จะมองเห็นยอดของปราสาทโผล่มาให้เราได้เห็นว่า อืม! ใกล้แล้วนะ พอเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวา จะเจอกับบันไดที่ทำด้วยหินอยู่ทางด้านซ้าย เราสองคนเดินไปทันคุณโอ๋ที่ตรงนี้พอดี ถ้าาอย่างนั้นก็ต้องสร้างภาพซะหน่อยสิครับ เดินไปได้ซักพักก็มาฉุกคิดในใจว่า ถ้าขืนพวกเราเดินเล่นไปแล้วก็ถ่ายรูปไปแบบนี้คงจะไม่ถึงซะทีเป็นแน่แท้ เมื่อคิดได้อย่างนั้นเราทั้งสี่คนก็เลยกุลีกุจอรีบเร่งพากันเดินไปยังจุดหมายในทันที

  

    ระหว่างทางที่เดินไปยังปราสาทนั้น ก็จะมีพื้นที่เรียบๆ บ้าง สลับกับเมื่อเป็นทางลาดชันก็จะเป็นในส่วนของบันได้ทางขึ้น สำหรับสมาชิกอีกสี่คนนั้น ทั้งหมดได้พากันเดินล่วงหน้าไปนานแล้ว ส่วนเราสี่คนก็มัวแต่คงหยุดสร้างภาพกันเป็นระยะๆ เลยใช้เวลาในการเดินล่าช้ากว่า พวกเราเดินไปถึงบริเวณตัวปราสาทเมื่อเวลา 8.54 . นักท่องเที่ยววันนี้มีจำนวนน้อยมาก ถ่ายรูปสร้างภาพกันได้อย่างสบายๆ อากาศข้างบนก็เย็นๆ กำลังดี เสียดายที่ท้องฟ้าอึมครึมไปหน่อย รูปที่ถ่ายออกมาเลยดูหมองๆ อันนี้ไม่ค่อยชอบ

  

    ปราสาท Kumamoto ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี คศ. 1467 ถือว่าเป็นปราสาทที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในญี่ปุ่น ออกแบบโดยท่าน Kato Kiyomasa ผู้ที่ชำนาญในการรบเป็นอย่างดี โดยได้ออกแบบชั้นเชิงของอาคารที่ใช้ล่อลวงหรือป้องกันข้าศึกได้ ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 7 ปี ตัวปราสาทมีอาคาร 2 หลังที่มี 6 ชั้นและ 4 ชั้น และในปี 1857 เกิดเหตุการ์ณกบฏ Satsuma ปราสาทได้ถูกล้อมไว้ถึง 53 วัน และสุดท้ายก็ถูกเผาทำลายลงในที่สุด และได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี 1960 และได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น

  

    ยืนอยู่ตรงบริเวณด้านบน ทางด้านซ้ายก็จะเป็นทางลงไปชมวิวทิมทัศน์ ส่วนทางบริเวณด้านขวาจะมีร้านขายของที่ระลึก ไม่รอช้า เราสองคนรีบเดินไปยังบริเวณด้านหน้าของตัวปราสาททันที บริเวณนี้จะเป็นลานโล่งๆ เหมาะกับการสร้างภาพจริงๆ แล้วจะรออะไรครับ  อืม! แล้วจะเอากล้องอะไรมาถ่ายถึงจะเก็บภาพทั้งหมดได้ โกโปรสิครับ ได้มุมภาพแบบกว้างๆ แต่ถ้าขืนเอาเจ้ากล้องมิเรอเลสตัวคูณคงเสร็จแน่ๆ เวลาที่เหลือก็เป็นการสร้างภาพมุมโน้นที มุมนี้ทีจนเป็นที่พอใจ เสร็จจากการบันทึกภาพ เราสองคนก็เดินตรงไปยังร้านขายของที่ระลึก ในขณะนี้สมาชิกได้ไปยืนรวมตัวกันอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว 

  

    เราเดินเข้าไปทักทายสมาชิกร่วมทริปก่อนที่จะเดินเลยเข้าไปภายในร้าน ที่นี่เราได้ของติดไม้ติดมือเป็นรูปคุมะมงที่เป็นแม็กเน็ทสำหรับติดตู้เย็น เดินออกมารวมกลุ่มยืนพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ก็พากันเดินออกจากบริเวณหน้าร้านเพื่อไปเที่ยวยังบริเวณอื่นต่อไป เดินตามทางไปเรื่อยๆ เลี่ยวขวาลอดผ่านอุโมงค์ปราสาทอีกหลัง

  

พอถึงทางแยกเราก็เลี้ยวซ้ายผ่านออกไปยังด้านนอก ที่ตรงบริเวณนี้ก็จะเป็นทางด้านหลังของปราสาทคุมะโมโตะ  เราสองคนเดินแยกออกจากกลุ่มเพื่อไปสร้างภาพส่วนตัวทางด้านขวามือ ส่วนสมาชิกที่เหลือก็เดินแยกย้ายกันไปหามุมถ่ายรูปเช่นเดียวกัน ใช้เวลาอยู่สร้างภาพกันที่นี่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาเดินทางกลับ

  

      อากาศทั่วทั้งบริเวณก็ยังคงอึมครึมเหมือนเดิม แสงแดดไม่มีย่างกรายสาดแสงลงมาให้เราได้เห็นเลยแม้แต่น้อยนิด แต่ก็ดีที่ไม่ร้อน ชอบเลย ขาเดินกลับก็ยังคงหยุดสร้างภาพกับสถานที่อยู่เป็นระยะๆ ก็มาเที่ยวเราก็ต้องเก็บภาพเพื่อบันทึกเรื่องราวให้มากที่สุดว่ามั้ย?

  

    สมาชิกทั้งหกคนที่นำโดยคุณโอ๋และม้งเดินนำหน้าเราไปไกลอยู่ลิบๆ เราพยายามเร่งเดินตามให้ทัน แต่ก็ยังคงสาละวนและสนุกสนานอยู่กับการสร้างภาพอย่างต่อเนื่อง มองผ่านแนวก้อนหินและดอกหญ้าเลยออกไป มองเห็นคุณโอ๋และสมาชิกหยุดรอเราสองคนอยู่บริเวณเก้าอี้ม้านั่งทางด้านล่าง

    เดินลงเนินแล้วเลี้ยวขวาตรงทางด้านล่างที่เป็นพื้นราบ ทางเด้านขวาจะเห็นชาวญี่ปุ่นนั่งล้อมวงทานอาหารและดื่มเหล้าสาเกอยู่ใต้ต้นซาากุระ ต่างก็ส่งเสียงพูดคุยสนุกสนานเฮฮากันอย่างมีความสุข ซึ่งภาพแบบนี้จะไม่มีให้เห็นบ่อยนักยกเว้นวันหยุด ชาวญี่ปุ่นเลือกที่จะไปนั่งล้อมวงพักผ่อนกันอยู่เป็นประจำ ดูแล้วก็มีความสุขไปด้วยเหมือนกัน

  

    เราสองคนเดินไปทันกลุ่มของคุณโอ๋ที่บริเวณประตูทางออก หลังจากนั้นพวกเราก็เดินกลับออกจากบริเวณปราสาทคุมะโมโตะไปพร้อมๆ กัน คุณโอ๋เดินนำหน้าพาพวกเราลัดเลาะไปตามถนน ก้าวข้ามทางม้าลาย มุ่งหน้าพาพวกเราเดินตรงไปยังแล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อว่า Sun Road เป็นสถานที่ช้อปปิ้งที่มีหลังคาทรงสูงเหมือนกับอุโมงค์ยาวไปจนสุดถนน บริเวณสองข้างทางจะมีร้านค้าให้ช้อปมากมายหลายอย่าง เราก็ช้อปเสื้อยี่ห้อ GU ติดไม้ติดมือมาเล็กน้อย 

  

    หันไปดูเวลาที่สมาร์ทโฟนบ่งบอกว่าตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว คุณโอ๋เลยพาพวกเราเดินไปทางด้านในสุดของถนนที่เป็นร้านอาหาร มื้อนี้คุณโอ๋ได้แพลนเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ที่นี่จะมีร้านอาหารที่อร่อยที่สุด ชื่อร้าน “Katsuretsu Tei” เป็นร้านขายข้าวหน้าหมูทอดที่นักท่องเที่ยวได้มารีวิวกัน มื้อเที่ยงที่นี่เราจึงได้ลิ้มรสชาติของข้าวหน้าหมูทอดกันอย่างเอร็ดอร่อยก่อนเดินทางกลับที่พักด้วยเวลา 13.00 .

  

    ขากลับพวกเรายังคงใช้บริการของรถไฟความเร็วสูง Shinkansen อีกเหมือนเช่นเคย วันนี้ก็ถือเป็นอันสิ้นสุดการเที่ยวชมปราสาทคุมะโมโตะ ทุกๆ คนต่างก็ได้รับความสุข ความสนุกสนานไปกับการสร้างภาพเก็บเป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่ง พวกเราก็ได้เคยแวะมาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้แล้วนะคุมะโมโตะเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันเลื่องชื่อ เมืองที่มีมาสค็อตเป็นเจ้าหมีคุมะมงตัวสีดำแก้มสีแดง หมีที่มีท่าเต้นน่ารักๆ ลาก่อนคุมะโมโตะ แล้วพวกเราจะกลับมาเยี่ยมเยือนใหม่อีกครั้ง 

 

    

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *