• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • Trip Tour Japan 2016 “พาเที่ยวศาลเจ้า Dazaifu”

Trip Tour Japan 2016 “พาเที่ยวศาลเจ้า Dazaifu”

    หลังจากเข้าไปทำการเช็คอินกันที่โรงแรม Toyoko Inn เมื่อเวลา 8.30น. เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็พากันเดินทางไปหาอะไรรับประทานกันที่สถานีรถไฟ JR Hakata ซึ่งที่นี่จะมีห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารอยู่มากมาย เช้านี้เรายังไม่มีอะไรตกถึงท้องกันเลย วันนี้เราจึงได้จัดอาหารประเภทราเมงกันซะจนอิ่มแปล้เลย

  

    เสร็จจากการทานราเมง พวกเราก็ได้เวลาที่จะต้องเดินทางไปเที่ยวกันที่ศาลเจ้าดาไซฟุ โดยการนั่งรถไฟไปเที่ยวกัน และที่สถานี JR Hakata คุณโอ๋ได้นำตั๋วรถไฟ Northern Kyushu Area Pass 3 Days (8,500 เยน) ไปทำการแลกเป็นตั๋วจริง เพื่อเอาไว้ใช้นั่งรถไฟเที่ยวกัน หรือที่พวกเราเรียกว่า “บัตรเบ่ง” คือเวลาผ่านประตูก็แค่โชว์บัตรใบนี้ให้เจ้าหน้าเห็นก็พอ

  

    เราใช้เวลาอยู่ที่สถานีจนกระทั่งถึงเวลา 13.27 น. ก็พากันขึ้นรถรถไฟเพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองดาไซฟุ ใช้เวลาในการเดินทางเกือบๆ ชั่วโมงได้ เพราะว่าการเดินทางด้วยรถไฟ เราจะต้องไปเปลี่ยนขบวนรถอีกขบวนจึงจะไปถึง

  

พวกเราถึงสถานีที่เมืองดาไซฟุ เวลา 14.15 น. โดยประมาณ อากาศที่นี่กำลังเย็นสบายๆ นักท่องเที่ยวมีจำนวนไม่มากอย่างที่คิด เวลาเดินออกจากขานชลา พวกเราได้โชว์บัตรเบ่งอีกเช่นเคย อืม!! ดูดีอย่างบอกไม่ถูกอะนะ

   ที่บริเวณด้นหน้าของสถานี พวกเราไปยืนรวมตัวกันเพื่อรอสมาชิกบางคนี่เดินตามมาทีหลัง หลังจากนั้นก็มีการถ่ายภาพกันอีกซักหน่อยเพื่อเป็นที่ระลึก ทางด้านขวามือถัดออกไปเล็กน้อย จะเป็นทางเข้าศาลเจ้าดาไซฟุ ซึ่งเป็นเป้าหมายในการท่องเที่ยวของเราในวันนี้ 

    สำหรับเมืองดาไซฟุแห่งนี้ เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองทางการเมืองของเกาะคิวชู ศาลเจ้าและวัดสำคัญต่างๆ จึงได้สร้างอยู่ใกล้ๆ กับเมือง จุดท่องเที่ยวสำคัญหลักๆ มีด้วยกันทั้งหมด 3 จุด คือ 1. Dazaifu Tenmangu, 2. Kyushu National Musium และสุดท้ายคือ Komyosenji Temple

  

    พวกเราพากันเดินมาหยุดอยู่ตรงบริเวณทางเข้าเพื่อทำการนัดแนะเวลากันเจอกัน หลังจากนั้นก็ต่างคน ต่างเดิน เราสองคนก็ได้แยกตัวจากสมาชิกเดินไปต่างหาก โดยที่มีคุณโอ๋เดินอยู่ใกล้ๆ ไล่เลี่ยกัน มองออกไปตามแนวถนน จะเห็นทางเข้าศาลเจ้าอยู่ไกลลิบๆ บริเวณสองข้างทางมีร้านรวงที่ขายของอยู่ตลอดแนวถนน เดินชมไปพร้อมๆ กับสร้างภาพเป็นระยะๆ นักท่องเที่ยวเริ่มพากันทะยอยเดินเข้ามาสู่ภายในบริเวณอย่างต่อเนื่อง ส่วนมากก็จะเป็นชาวญี่ปุ่น นานๆ จะได้ยินเสียงที่คุ้นๆ หูอย่างคนไทย ก็เพียงได้แต่ยิ้มทักทายกันเป็นพอ

 

  

    จนกระทั่งไปสะดุดตาอยู่ร้านๆ หนึ่งที่คุ้นๆ ตา คุ้นๆ กลิ่น “ร้านกาแฟสตาร์บัคส์” ไงหละครับ ร้านนี้แหละที่คุณโอ๋เล่าให้ฟังว่ามันแปลกและมีดีไซน์ที่แตกต่างจากร้านทั่วไป แวะสิครับ รออะไร อยากกาแฟอยู่พอดี 

  

    สำหรับร้านสตาร์บัคส์สาขาดาไซฟุแห่งนี้ ถูกออกแบบโดย Kengo Kuma เป็นสถาปนิคที่เลื่องชื่อในเรื่องการดีไซน์ที่แปลกและสวยล้ำจริงๆ เป็นร้านที่ตกแต่งด้วยไม้เป็นแท่งๆ นำไปขัดกันอย่างมีจังหวะทั่วทั้งร้าน 

  

    หลังจากได้จิบกาแฟรสโปรดพร้อมกับยืนแอ็คชั่นสร้างภาพกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็พากันเดินมุ่งหน้าต่อไปยังศาลเจ้าที่อยู่อีกไกลเหมือนกัน ที่ตรงนี้ เราสองคนได้เดินแยกจากคุณโอ๋และม้ง เดินไปพลางๆ ก็ช้อปปิ้งไปด้วย สลับกับการหยุดสร้างภาพเป็นระยะๆ ใจยังแอบคิดว่า เอ!! แล้วมันจะถึงจุดหมายเมื่อไหร่กันแน่ ซะงั้น

   

    ในขณะที่เดินมาถึงบริเวณทางโค้งที่จะเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานไปบังศาลเจ้า สายตาก็เหลือบไปเห็นครอบครัวพ่อแม่ลูก กำลังยืนถ่ายรูปอยู่ใกล้กับรูปปั้นวัวกระทิง ก็เลยแอบกดชัตเตอร์ไปหนึ่งรูป ทางด้ายซ้ายที่จะเดินไปจะมีสะพานปูนพาดผ่านสระน้ำ มีต้นไม้ต้นใหญ่ปกคลุมดป็นร่มเงา มีกิ่งไม้พาดผ่านอยู่เหนือศรีษะ เดินลงจากสะพานก็เป็นพื้นระนาบก่อนที่จะเดินข้ามสะพานอีกครั้งหนึ่ง นักท่องเที่ยวมีอยู่บ้างอย่างประปราย การหยุดเพื่อถ่ายรูปจึงทำได้ง่ายขึ้น

  

    อากาศทั่วทั้งบริเวณนี้เย็นสบายๆ ด้ายซ้ายสองข้างจะเป็นสระน้ำที่ดูแล้วสะอาดตา มองเห็นเป็ดยืนอยู่บนโขดหินกำลังไซร้ขนปีกตัวเองอย่างเพลิดเพลิน ผมละสายตาจากเจ้าเป็ดน้อยแล้วมุ่งหน้าเดินตรงไปทางศาลเจ้า เดินหลบหลักนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินย้อนกลับมา ผ่านต้นไม้ผ่านศาลาและซุ้มโค้งแล้วเดินตรงไป จนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงบริเวณศาลาที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ เห็นนักท่องเที่ยวทั้งจีน ญี่ปุ่น และคนไทย ต่างก็หยิบภาชนะขึ้นมาตักน้ำ แล้วนำมาล้างหน้าล้างตาเพื่อเป็นศิริมงคล เราสองคนก็ทำเหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน

  

    เสร็จจากบริเวณศาลาก็เดินผ่านเข้าไปยังบริเวณภายใน บริเวณตรงนี้แหละคือส่วนที่สำคัญนั่นก็คือ ศาลเจ้าดาไซฟุ เราสองคนเดินตรงเข้าไปยังบริเวณลานกว้างๆ เดินข้ามทางที่เป็นโค้งเล็กๆ แล้วเข้าไปหยุดอยู่ตรงกลาง หันซ้ายแลขวาแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงทางขึ้นศาลเข้า ยกมือขึ้นมาพนมพร้อมกับอฐิษฐานขอพร เสร็จแล้วก็ไหว้หนึ่งครั้งก่อนที่จะยกมือสองข้างขึ้นไปลูบหัวสองหน

  

    ทางด้านซ้ายจะมีร้านขายของอยู่ เราสองคนเดินปรี่เข้าไปทันที เดินไล่ดูของไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ก็เลยใช้เวลาตรงบริเวณสร้างภาพกันอีกเล็กน้อย เดินหันหลังกลับไปยังบริเวณถนนที่อยู่ตรงกลาง มองเลยออกไปจะเห็นต้นซากุระที่กำลังออกดอกสีชมพูเต็มต้น สวยดีนะ ผมอุทานเบาๆ พอได้ยิน ถ้าอย่างนั้นจะมัวรออะไร สร้างภาพสิครับ เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นติดๆ กันสามสี่ครั้งก่อนที่จะผละเดินจากไป

  

    เราสองคนใช้เวลาชื่นชมอยู่บริเวณศาลเจ้าเพียงแค่ 20 นาทีก็ได้เวลาเดินทางกลับออกไป เพราะนี่ก็เกือบจะถึงเวลานัดหมายแล้ว ขากลับก็เลยใช้เวลาในการเดินเร็วหน่อย เดินไปก็ยังหยุดสร้างภาพไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ ช้อปปิ้งบ้าง ถ่ายรูปบ้างเพลิดเพลินดี มองออกไปไกลๆ ตาที่บริเวณตรงกลางจากปากทางเข้ามา นักท่องเที่ยวเริ่มพากันทะยอยมาอย่างเนืองแน่น ผมยกกล้องขึ้นมาพร้อมเปลี่ยนเป็นเลนส์เทเล ถ่ายรูปสิตอนนี้มัวรออะไร หลังจากกดชัตเตอร์เรียบร้อยก็วางกล้องลงพร้อมกับก้าวเดินต่อไปยังจุดนัดหมายในทันที

  

    เราเดินมาถึงบริเวณทางเข้าที่มีป้ายสัญญลักษณ์แม่จูงลูก ด้านใต้รูปถูกเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น อ้านว่าอะไร แปลว่าอะไรไม่รู้ เห็นมันสวยเก๋ไก๋ดีก็เลยขอสร้างภาพซะเลย เหลือบมองนาฬิกาที่สมาร์ทโฟน เวลานี้ก็เป็นเวลา 15.35 น. แล้ว เอ!!แล้วสมาชิกคนอื่นยังไม่มากันอีก ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปถ่ายรูปสร้างภาพไปพลางๆ รอไปก่อน

  

    จวบจนกระทั่งเวลา 15.50 น. สามาชิกที่เหลือทั้งหมดก็ได้มารวมตัวกันที่บริเวณหน้าสถานี หยุดถามไถ่และพูดคุยกันอีกเล็กน้อยก็ได้เวลาเดินทางกลับที่พักกัน เป็นการสิ้นสุดการพาเที่ยวศาลเจ้าดาไซฟุสำหรับวันแรกเมื่อไปถึง

    สำหรับศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu แห่งนี้ ถือว่าเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากๆ โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถือเป็นศาลเจ้าที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวญี่ปุ่นเลื่อมใสและศรัทธา ศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu นี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับท่าน Sugawara Michizane ผู้ที่มีอัจฉริยภาพทางการเรียนรู้และมีความสามารถตั้งแต่วัยเยาว์จึงเป็นที่เลืองลือและโด่งดังมากๆ 

  

    ก่อนเดินทางกลับที่พัก พวกเรายังได้ใช้เวลาที่เหลือไปกับการช้อปปิ้งที่ Maniroa City อีก ด้วยการนั่งรถไฟจากสถานี Dazaifu ไปลงที่สถานี Nishi Tetsufutsukaishi แล้วก็ต่อรถไปที่ Tenjin K08 เพื่อไปยัง Maniroa Outlet เพื่อช้อปปิ้งกันอีกเล็กน้อยก่อนที่จะพากันเดินทางกลับที่พักที่ Toyoko Inn Hakata ด้วยเวลา 20.05 น. 

  

    เวลา 21.00 น. ถึงที่พักและเข้าไปทำการเช็คอิน จ่ายเงินค่าที่พักเรียบร้อยก็ขนกระเป๋าเดินทางพร้อมด้วยสัมภาระ เดินขึ้นลิฟท์ไปยังห้องพักของตัวเอง วันนี้เหนื่อยกับการเดินทางและท่องเที่ยวเหลือเกิน คืนนี้คงต้องนอนแต่หัวค่ำเพราะง่วงและเหนื่อยเหลือเกิน นอนเพื่อเก็บเอาเรี่ยวแรงไว้ใช้สำหรับเดินทางท่องเที่ยวในเช้าวันรุ่งขึ้นต่อไป ไปหละ บ๊าย บาย

    >>โปรดติดตามการท่องเที่ยวในวันต่อไป <<

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *