The Sunset Park Resort and Spa @ Pattaya

    แสงไฟด้านหน้ารถถูกเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อส่องแสงสว่างในการนำทาง พอแสงไฟสาดเข้าไปยังบริเวณทางเข้าของ The Sunset Park Resort and Spa มันทำให้พวกเราถึงกับร้องอุทานเบาๆ ขึ้นมาพร้อมๆ กัน เฮ้ย! แค่ป้ายทางเข้ามันก็ดูยิ่งใหญ่อลังการแล้ว เป็นซุ้มขนาดใหญ่ที่ด้านบนมีป้ายชื่อโรงแรมของ The Sunset Park ติดตั้งอยู่ ตัวหนังสือดูแล้วขลังเอามากๆ ยิ่งเมื่อเจอแสงไฟส่องมายังป้ายชื่อด้วยแล้ว มันสร้างความโดดเด่นได้เป็นอย่างมาก 

    นอกจากซุ้มทางเข้าที่ดูอลังการแล้ว พอขับรถเข้าไปยังบริเวณภายในก็ยิ่งแปลกตามากยิ่งขึ้น พลันก็ทำให้ได้นึกถึงป่าไม้ที่เขาใหญ่ขึ้นมาทันที มันช่างดูร่มรื่นและเขียวชอุ่ม ดูแล้วช่างสงบและเป็นส่วนตัวเอามากๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีที่พักที่ถูกโอบล้อมไปด้วยแมกไม้อันเขียวขจีได้แบบนี้ อันนี้ประทับใจและชอบเอามากๆ บอกเลย

    รถเคลื่อนผ่านไปตามทางเพื่อมุ่งตรงไปยังที่พักที่อยู่ทางด้านใน ไม่นานก็เลี้ยวเข้าไปจอดอยู่บริเวณทางเข้า จอดรถเสร็จก็พากันเดินเข้าไปทำการเช็คอิน แสงไฟเริ่มเปิดเพื่อส่องสว่างในยามที่ความมืดมิดเริ่มย่างกรายเข้ามาเยือน มองเห็นจักรยานที่จอดเรียงรายอยู่ข้างทางเดิน มีเอาไว้สำหรับให้ลูกค้าได้ขี่เล่นภายในบริเวณที่พักกัน

       

    เดินผ่านซุ้มหลังคาที่ทำเป็นสะพานทางข้ามเพื่อเข้าไปยังด้านใน ด้านล่างจะเห็นคลองขนาดเล็กที่คดเคี้ยวไปตามที่พักที่สร้างอยู่รอมน้ำ ทำเอาไว้สำหรับให้ลูกค้าได้นั่งพายเรือเล่นเพื่อชมวิวทิวทัศน์รอบๆ ที่พัก ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดเอาไว้คอยบริการสำหรับแขกผู้มาเข้าพัก อันนี้ก็ชอบอีกเหมือนกัน

       

    เช็คอินเสร็จก็เดินย้อนออกมาทางเดิมที่เราจอดรถเอาไว้ มองเห็นพนักงานเตรียมรถรับส่งเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว เป็นรถกอล์ฟที่จะพาพวกเราไปยังห้องที่จะพักในค่ำคืนนี้ รถกอล์ฟเคลื่อนตัวเลี้ยวไปทางขวามือของลานจอด จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายลงเนินอีกที อากาศเย็นๆ ในยามพลบค่ำมันทำให้เราสัมผัสได้ ความเงียบสงบแต่ก็ไม่ถึงกับสงัดมากของสถานที่ มันทำให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวอย่างบอกไม่ถูก

    พนักงานขับรถกอล์ฟพาเรามุ่งหน้าตรงไปยังห้องที่เราจะพัก สองข้างทางจะมองเห็นที่พักเป็นหลังๆ ที่ปลูกเรียงรายอยู่ห่างๆ กันท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นปกคลุม  ไม่นานก็ไปจอดอยู่ทางเข้าของที่พักที่เราจะนอนในค่ำคืนนี้ ที่พักจะมีลักษณะเป็นหลังแบบชั้นเดียว บริเวณทางขึ้นก็จะทำเป็นบันไดที่มีโอ่งน้ำใบเล็กๆ ใส่น้ำพร้อมที่ตักวางเอาไว้ให้ลูกค้าเอาไว้ล้างเท้า เข้าไปในห้องเสร็จเรียบร้อยก็พากันเดินสำรวจภายในห้องนอทั้งหมดเพื่อทำการเช็คอิน

    ภายในห้องทางด้านซ้ายเจอกับเตียงนอนขนาดแปดฟุต เป็นเตียงเดี่ยวที่นอนได้สองคน ทั้งห้องโครงสร้างทั้งหมดจะทำด้วยไม้สีโอ๊ค ให้บรรยากาศอันอบอุ่นเวลาพักผ่อนได้ดีทีเดียว ผ้าม่านก็จะเป็นมู่ลี่ไม้ที่เป็นเส้นเล็กๆ มีทั้งแนวขวางและแนวตั้ง เวลาจะเปิดจะปิดก็มีทั้งมือรูดและใช้เชือกดึง เพดานด้านบนก็จะมีพัดลมเพดาน มีเอาไว้ให้เปิดระบายอากาศและกระจายความเย็นของแอร์คอนดิชั่น

       

    ทางด้านซ้ายที่ติดกับประตูจะมีโต๊ะพร้อมกับเก้าอี้สองตัว วางเอาไว้ให้นั่งเล่นชิลล์ๆ หรือเอาไว้นั่งทำงานก็ได้อีกด้วย มีหงส์สองตัวที่ทำจากผ้าเช็ดตัววางเอาไว้อยู่บนเตียงนอน ข้างๆ กันก็โปรยด้วยดอกกล้วยไม้สีม่วงอยู่รายล้อมตัวหงส์อีกทีหนึ่ง ดูแล้วช่วยเสริมสร้างบรรยากาศแห่งมาเยือนได้ดีทีเดียว บนหัวนอนจะมีผ้าขาวบางคล้ายๆ กับมุ้งคลุมเอาไว้ประมาณครึ่งๆ ของเตียงนอน โคมไฟที่เป็นรูปช้างถูกวางเอาไว้ด้านซ้ายขวาของตียงนอน แยกสวิทช์ให้อิสระสำหรับคนสองคนเวลาเปิดหรือปิด

       

    จากห้องนอนด้านในสุดขวามือ จะมีประตูทะลุไปยังห้องนั่งทำงานและห้องอาบน้ำ ห้องน้ำขนาดใหญ่จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนห้องทำงานจะอยู่ทางด้านขวา ซึ่งจะมีตูเสื้อผ้าที่มีตู้เซฟอยู่ด้านในเอาไว้เก็บของมีค่า ถัดจากตู้เสื่อผ้าที่อยู่ติดกัน จะเป็นเค้าว์เตอร์วางเตาอบไมโครเวฟ เหนือขึ้นไปด้านบนจะมีเหล้าและบรั่นดีวางเอาไว้บริการลูกค้า ส่วนทางด้านล่างของเค้าว์เตอร์ เมื่อเปิดฝาที่เป็นไม้จะมีตู้เย็นขนาดเล็กซ่อนอยู่ ในตู้เย็นก็จะมีของกินและเบียร์แช่เอาไว้ คืนนั้นผมเลยใช้บริการไปหนึ่งขวดในขณะที่นั่งทำงานซะเพลินเลย

       

    รุ่งเช้าของอีกวันหลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อย เราสองคนเลยเดินสำรวจไปทั่วๆ บริเวณที่พัก สำหรับที่ The Sunset Park Resort and Spa จะมีอยู่สองบรรยากาศ มีทั้งแบบป่าที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและแบบทะเล มาพักที่นี่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า มันมีที่ดีๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า ประหนึ่งเหมือนว่าเราไปอยู่ที่เขาใหญ่อะไรประมาณนั้น

       

     สำหรับที่พักก็จะแยกออกเป็นส่วนๆ ในแต่ละเฟส มีทั้งอยู่ติดชายทะเลและอยู่ในสวนที่ติดคลอง ลูกค้าสามารถที่จะเลือกดูว่าจะต้องการห้องในลักษณะแบบไหน มีทั้งเตียงนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน รวมไปถึงห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งภายในห้องจะมีอ่างอาบน้ำยากุชชี่น้ำวนให้ลูกค้าได้นอนแช่ ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและมีความเป็นส่วนตัวเอามากๆ อีกด้วย

       

    ในส่วนของห้องพักที่อยู่ติดลำคลองก็จะมีทั้งเตียงเดี่ยงและเตียงคู่ ถ้าเป็นเตียงเดี่ยว ลูกค้าก็จะสามารถที่จะนอนได้ถึงสองคน เพราะเตียงมีขนาดถึงแปดฟุตด้วยกัน นอกจากห้องนอนแล้ว ด้านนอกของห้องยังมีระเบียงที่จัดวางเก้าอี้เอาไว้ให้ได้นั่งพักผ่อน หรือยืนชมวิวทิวทัศน์อันร่มรื่นของธรรมชาติที่นี่ได้อย่างเพลิดเพลิน

       

    ที่นี่จะมีสปาให้ลูกค้าได้ไปแวะใช้บริการนวดเพื่อผ่อนคลายอีกด้วย ซึ่งจะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเลยทีเดียว ต้นไม้แต่ละต้นอายุก็มีร้อยกว่าปีขึ้นไป พนักงานเล่าว่ามีลิงมาอาหารอาหารกินให้เห็นอีกด้วย เฮ้ย! จริงดิ

       

    สำหรับลูกค้าที่จะมาพักที่นี่ สามารถที่จะเลือกห้องพักได้ตามใจชอบเลยว่าจะต้องการแบบไหน แบบติดชายทะเล ติดแม่น้ำลำคลอง หรืออยู่ในสวนที่มีต้นไม้ปกคลุม นอกจากที่พักที่มีให้เลือกหลายลักษณะแล้ว ที่นี่ยังมีสระน้ำล้นขนาดใหญ่ที่อยู่ติดริมทะเล ที่นี่พระอาทิตย์จะตกที่ทะเล เวลาอาบน้ำหรือนั่งเล่นชิลล์ๆ บริเวณนี้ในยามที่ท้องฟ้าไม่มีเมฆ ลูกค้าจะได้ชมดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไปอย่างช้าๆ อย่างสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศในยามสิ้นแสงสุดท้ายของวัน

       

    นั่งฟังเสียงคลื่นและได้สูดกลิ่นอายของธรรมชาติ ในยามที่เรานั่งปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับการพักผ่อน มันช่างสุขใจดีแท้ว่ามั้ย แต่สำหรับเราสองคนแล้ว ที่นี่ The Sunset Park Resort and Spa มันตอบสนองความต้องการหลายอย่างได้เป็นอย่างดี จนไม่คิดเลยว่าจะยังมีที่พักดีๆ ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่แห่งนี้ที่พัทยา ลองไปพักและสัมผัสดูซักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่ผมเขียนเล่าและบรรยายมา มันไม่ได้เกินเลยจริงๆ

     สนใจติดต่อขอจองห้องพักได้ที่เบอร์โทร. 038-235-565 หรือเว็บไซต์ www.sunsetpark.co.th
.
.
.

  
Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *