• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • The Sixteenth Naiyang Beach Hotel พักผ่อนในแบบที่ใช่ ใกล้ๆ สนามบินภูเก็ต

The Sixteenth Naiyang Beach Hotel พักผ่อนในแบบที่ใช่ ใกล้ๆ สนามบินภูเก็ต

    หลังจากได้ไปตระเวนเที่ยวและพักผ่อนยังหลายๆ โรงแรมในจังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งในช่วงสองวันสุดท้ายของการเดินทางกลับ พวกเราจึงวางโปรแกรมเอาไว้ว่าควรจะต้องเลือกสถานที่พักใกล้ๆ กับสนามบิน และที่นี่ The Sixteenth Naiyang Beach Hotel จึงเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เป็นตัวเลือกให้กับเรา เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางไปขึ้นเครื่องยังสนามบิน นี่จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ The Sixteenth Naiyang Beach Hotel จึงมีกลุ่มลูกค้าหรือนักท่องเที่ยว รวมไปถึงพนักงานของสายการบินอย่างแอร์โฮสเตสและกัปตัน ที่ได้เลือกใช้บริการของโรงแรมแห่งนี้ด้วย

       

    ก้าวลงจากรถพร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางเดินเข้าไปสู่ยังบริเวณด้านในของโรงแรม อาคารของ The Sixteenth Naiyang Beach Hotel ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้า มองดูแล้วอาจจะแตกต่างจากโรงแรมทั่วๆ ไป ในใจก็ยังแอบลุ้นว่า เอ! แล้วด้านในมันจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ผลักประตูกระจกเข้าไปพอที่สายตากจะพอมองเห็นด้านใน เฮ้ย! เก๋ดีนี่ ดูดีมีดีไซน์ โอ่อ่า มีร้านกาแฟให้นั่งชิลๆ ด้วย ผมเดินแยกตัวไปนั่งรอที่ร้านกาแฟทางขวามือด้านในสุด ปล่อยให้คุณผู้หญิงเดินไปจัดการติดต่อกับพนักงานเพื่อทำการเช็คอิน

    กวาดสายตาสำรวจไปทั่วๆ บริเวณด้านล่างจะแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ทางด้านซ้ายจะเป็นในส่วนของการเช็คอิน มีเก้าอี้โซฟาเรียงรายให้ลูกค้าได้นั่งรอหรือพักผ่อน ผนังด้านซ้ายก็จะถูกตกแต่งด้วยกรอบรูปสีดำหลายขนาด ถูกจัดวางสลับเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ ขวามือด้านในสุดก็จะเป็นเค้าวน์เตอร์ของพนักงาน ส่วนผนังด้านหลังสุดก็จะมีโลโก้ของโรงแรม The Sixteenth ติดอยู่ เพดานด้านบนก็จะเป็นเป็นปูนเปลือยๆ เคลือบเงา มองเห็นแอร์คอนดิชั่นแขวนติดอยู่เพื่อสร้างความเย็นให้กับลูกค้า ใกล้ๆ กันก็จะมีโคมไฟสีดำเป็นพวงย้อยลงมาเล็กน้อยเพื่อใช้เปิดในยามค่ำคืน ดูแล้วบอกได้เลยว่าเก๋ไก๋มีดีไซน์ ส่วนบริเวณพื้นทั้งหมด จะถูกปูด้วยกระเบื้องที่เป็นลายออกแนววินเทจคลาสสิค มองดูแล้วคล้ายๆ จะออกไปทางแนวชิโนโปรตุกีส เป็นการตกแต่งที่ผสมผสานได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

       

    กำลังชื่นชมกับสถานที่อยู่เพลินๆ เสียงของพนักงานร้านกาแฟก็เอ่ยขึ้นทันที “รับเป็นกาแฟอะไรดีคะ” อเมริกาโน่เย็นหวานน้อยสิครับสำหรับของผม หลังจากนั้นพวกเราสามคนก็นั่งดื่มกาแฟแก้วโปรดของตัวเองไปพร้อมๆ กับขนมเค้กรสชาติอันแสนอร่อยๆ ก่อนที่จะพากันเดินไปยังห้องพักของตัวเองที่อยู่ยังชั้นบน เดินผ่านเข้าไปยังบริเวณด้านหลังที่เป็นลิฟท์ที่อยู่ทางซ้ายมือ ผนังที่บริเวณนี้จะถูกทำขึ้นมาจากอิฐแดงเปลือยๆ ที่ถูกเคลือบเงา พวกเราเดินลากกระเป๋าเข้าไปยังด้านในพร้อมกับกดปุ่มเลือกชั้นที่เราพักซึ่งอยู่ที่ชั้นสามซึ่งเป็นห้อง Business

       

    ก้าวออกจากลิฟท์แล้วเลี้ยวซ้ายเดนตรงไปยังห้องด้านในสุด มองสำรวจทั่วทั้งบริเวณ บนพื้นทางเดินก็จะถูกปูด้วยกระเบื้องลายคลาสสิคเหมือนกับชั้นล่างเช่นกัน ส่วนของผนังห้องทั้งหมดก็จะคล้ายๆ กับปูนเปลือยๆ ออกสีครีมๆ ด้านหน้าห้องพักจะมีป้ายสีฟ้าบอกตัวเลขของห้องติดอยู่ ห้องที่อยู่ใกล้ๆ กันที่มีคนเข้าพักอยู่แล้ว ที่ประตูจะมีถุงผ้าที่เขียนว่า “Please Do Not Disturb” กับ “Please Make Up Room” ติดอยู่ เป็นการบ่งบอกจากเจ้าของห้องให้พนักงานหรือบุคคลทั่วไปได้รับทราบ

       

    เปิดประตูเข้าไปยังบริเวณภายในห้อง ทางด้านซ้ายจะเป็นห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่พอสมควร มีแยกออกเป็นสัดส่วนทั้งแบบแห้งและแบบเปียก อุปกรณ์สำหรับการอาบน้ำก็มีให้เท่าที่จำเป็น ทางด้านขวามือก็จะเป็นตู้เสื้อผ้าที่อยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำ ถัดเลยไปอีกเล็กน้อยก็จะมีโต๊ะพร้อมเก้าอี้ที่มีพนักพิงให้ บนโต๊ะก็จะมีน้ำดื่ม, กาต้มน้ำร้อน, ชุดกาแฟพร้อมกับแก้วสองใบตั้งเอาไว้ให้ เดินอ้อมไปทางด้านซ้ายของห้อง ตรงกลางที่เป็นส่วนของผนังห้องน้ำ จะมีโซฟาสีม่วงขนาดนั่งได้สามถึงสี่คนวางอยู่กึ่งกลาง มีเอาไว้สำหรับให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อนพร้อมกับจิบกาแฟชมบรรยากาศทางด้านนอกหน้าต่างอีกด้วย ส่วนทางด้านขวาที่ตรงข้ามกับโซฟา จะมีกระจกบานใหญ่มากๆ ที่เมื่อเวลาเราเปิดผ้าม่านจนสุด จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของด้านนอกได้อย่างชัดเจน

       

    เดินเลยไปทางด้านซ้ายสุดจะมีเตียงขนาดใหญ่สำหรับสองคนถูกปูด้วยผ้าขาวสะอาดตาพร้อมหมอนสีน้ำเงินวางอยู่ด้วยส่วนตรงบริเวณหัวเตียงก็จะมีโคมไฟอยู่ข้างละหนุ่งชุดเพื่อเอาไว้เปิดไปในเวลาที่ต้องการส่วนผนังด้านหลังเตียงก็จะถูกทาด้วยสีเข้มๆ ตัดกับสีครีมของผนังห้องน้ำแหงนมองขึ้นไปด้านบนเพดานพื้นเพดานทั้งหมดก็จะถูกทำแบบปูนเปลือยที่ถูกเคลือบเงาส่วนพื้นด้านล่างก็จะปูด้วยกระเบื้องขนาดใหญ่สีครีมทั่วทั้งบริเวณห้องด้วยเช่นกัน

       

    จากหัวเตียงมองไปยังด้านปลายสุดของมุมห้องด้านซ้าย จะมีโต๊ะพร้อมเก้าอี้อีกหนึ่งชุดพร้อมกับโทรทัศน์จอแบนหนึ่งเครื่องวางอยู่ด้วย เดินสำรวจทั่วทั้งบริเวณห้องได้ซักพักใหญ่ๆ เวลาก็ปาเข้าไปเกือบๆ ห้าโมงเย็น ก็ได้เวลาที่จะต้องขึ้นไปเก็บภาพของสระน้ำด้านบนสุดของโรงแรม เดินออกจากห้องเพื่อเดินไปขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังชั้นบนสุด ก้าวออกจากลิฟท์แล้วเดินขึ้นไปไดไปอีกหนึ่งชั้น

       

    ด้านบนสุดก็เป็นที่กว้างๆ ที่พื้นถูกปูด้วยกระเบื้องลายเดียวกันทั่งทั้วบรืเวณ มีเก้าอี้โซฟาให้ลูกค้าได้นั่งรับลมเล่นแแบชิลๆ เราเดินเลี้ยวขวาแล้วขึ้นบันไดเพื่อไปยังสระน้ำ เพียงแค่รอเวลาที่จะบันทึกภาพในช่วงแสงสุดท้ายที่สวยงามเท่านั้น เมื่อมายืนอยู่บริเวณสระน้ำด้านบน เราสามารถที่จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบๆ อย่างชัดเจน มองไปทางด้านขวามือของสระน้ำ เราจะมองเห็นสนามบินภูเก็ตที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก เพียงแค่ 1 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

       

    ลมเย็นๆ พัดแผ่วๆ พาความร้อนให้ห่างหายไปจากร่างกาย แสงสุดท้ายเริ่มย่างกรายเข้ามาให้เราได้ชื่นชมและบันทึกภาพ แสงสีเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วินาที สร้างความสวยงามแตกต่างกันออกไป เป็นการรอเพื่อบันทึกภาพที่เพลิดเพลินที่สุด มีความสุขสุดๆ กับภาพที่ได้เห็น สีเขียวมรกตของสระน้ำในยามที่ต้องแสงไฟช่างสวยงามยิ่งนัก มองออกไปไกลๆ ยังสนามบินจะมองเห็นแสงสีเหลืองอมส้มส่องแสงเปล่งเป็นประกาย ภาพที่ปรากฏที่กล้องถ่ายรูป มันช่างสวยงามเหมือนกับภาพที่เราเห็นอยู่ตรงเบื้องหน้าเหมือนกัน บอกได้เลยว่า มันช่างสวยงามจริงๆ

    สำหรับที่ The Sixteenth Naiyang Beach Hotel เป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์ให้กับทางลูกค้าที่ต้องการจะมาพักผ่อน มีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่ต้องการ ความแตกต่างจากโรงแรมอื่นๆ ในสไตล์ที่แตกต่าง มีมุมกาแฟเก๋ๆ ให้ลูกค้าได้นั่งเล่นชิลๆ ที่สำคัญ The Sixteenth Naiyang Beach Hotel ยังอยู่ห่างจากหาดในยางและสนามบินเพียงแค่ 1 กิโลเมตรเท่านั้นเอง และสำหรับลูกค้าที่ต้องการเดินทางไปขึ้นเครื่องยังสนามบินภูเก็ต ทางโรงแรมยังมีรถไว้คอยบริการไปส่งยังสนามบินฟรีอีกด้วย

    สนใจติดต่อขอจองห้องพักได้ที่เบอร์โทร 076 205 200, 076 205 399 หรือเข้าเว็บไซต์ http://www.the16naiyanghotel.com/

[พิกัด : The Sixteenth Naiyang Beach Hotel]

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *