• Homepage
  • >
  • Special Scoops
  • >
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงานแสดงรถยนต์ประจำปี “Mercedes-Benz StarFest 2019” ยกทัพคาราวานรถหรูบุกหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ในเส้นทาง เชียงใหม่ – กรุงเทพฯ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงานแสดงรถยนต์ประจำปี “Mercedes-Benz StarFest 2019” ยกทัพคาราวานรถหรูบุกหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ในเส้นทาง เชียงใหม่ – กรุงเทพฯ

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “Mercedes-Benz StarFest 2019” ยกทัพคาราวานยนตรกรรมหรูบุกหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ จัดแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นต่างๆ จำนวนรวม 12 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, และ SUV ให้สาวกค่ายดาวสามแฉกได้สัมผัสกับยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมอย่างใกล้ชิด ชูไฮไลท์รถยนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดในกลุ่มคอมแพ็คคาร์สำหรับยังก์เจเนอเรชันอย่าง Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic และรถยนต์เอนกประสงค์ ขนาด 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ที่สุดแห่งยนตรกรรมจากตระกูลเอสยูวี

พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ภายใต้แบรนด์เทคโนโลยี EQ จำนวน 3 รุ่นได้แก่ E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ในเส้นทางเชียงใหม่ – กรุงเทพฯ

มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์หรูในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ที่จะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้า ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ รวมถึงการจัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่มซึ่งงาน “Mercedes-Benz StarFest” ถือเป็นงานแสดงรถยนต์ประจำปีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ที่จะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอยนตรกรรมที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และยังถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดให้ลูกค้าที่รักและชื่นชอบยนตรกรรมจากค่าย ดาวสามแฉกได้สัมผัสกับที่สุดแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมที่เพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อย่างใกล้ชิด”

“ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ ได้จัดงานแสดงรถยนต์ “Mercedes-Benz StarFest” ขึ้นอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปท์ “The All Star Experiences” ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ที่เราได้ยกขบวนรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หลากหลายรุ่นไปจัดแสดงยังที่ต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศเพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมประจำปีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ลูกค้าให้ความสนใจและได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมมาโดยตลอด”

มร.บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน Mercedes-Benz StarFest 2019 ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ยกทัพยนตรกรรมหรูกว่า 12 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์มาให้ลูกค้าดาวสามแฉกทุกท่านได้ชมกันอย่างใกล้ชิด ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, และ SUV ซึ่งรวมถึงรถยนต์ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ที่ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง ระบบมัลติมีเดียแบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว ผ่านระบบการสั่งการด้วยเสียงที่สามารถจดจำข้อมูล และเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานต่างๆ ของผู้ขับขี่ เพื่อแจ้งเตือนหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้ง่ายและเหมาะสมที่สุด รวมถึงบริการ ‘Mercedes me connect’ ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมกันนี้ เราได้เชิญตัวแทนสื่อมวลชนมาร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จำนวน 3 รุ่นได้แก่ E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ในเส้นทางเชียงใหม่ – กรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมชมงานในครั้งนี้อีกด้วย”

งานจัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz StarFest 2019 ได้เริ่มจัดไปแล้ว 10 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรสินค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก ซึ่งสำหรับจุดหมายต่อไป คือ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลภูเก็ตในวันที่ 8–14 ตุลาคม และปิดท้ายการจัดแสดงคาราวาน ยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ในวันที่ 17–23 ตุลาคมนี้

ข้อมูลรถยนต์ Mercedes-Benz E 350 e รุ่นประกอบในประเทศ

ดีไซน์ภายนอก Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED High Performance ในขณะที่ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และ Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED, ระบบส่องสว่างอัจฉริยะ (ILS – Intelligent Light System), ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus) โดย Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะเพิ่มเติมความพิเศษด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า

ดีไซน์ภายใน เบาะที่นั่งตอนหลังสามารถพับลงแบบ 1/3 และ 2/3 เพื่อความสะดวกในการบรรจุสัมภาระ ซึ่งรุ่น Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde และ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive ภายในได้รับการตกแต่งสไตล์หรูหรา มาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง nappa ในขณะที่รุ่น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง nappa, นอกจากนี้ สำหรับรุ่น Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และMercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ widescreen cockpit เพิ่มความพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display)

ในส่วนของระบบมัลติมีเดียนั้น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® นอกจากนี้ ทั้ง 3 รุ่นยังมาพร้อมกับ ระบบ COMAND Online พร้อม Controller, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad, ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™) และ Android (Android Auto) รวมถึงการติดตั้งระบบแผนที่นำทาง พร้อมเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สีอีกด้วย

ความปลอดภัยและเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging for mobile phone) โดย Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ ในขณะที่ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และ Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง รวมถึงระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ที่ติดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นนี้อีกด้วย

Mercedes-Benz E 350 e ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,200-4,000 ต่อนาที และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 440 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC PLUS) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

  • Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde ราคา 3,540,000 บาท

  • Mercedes-Benz E 350 e Exclusive ราคา 3,790,000 บาท

  • Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic ราคา 4,190,000 บาท

Previous «
Next »