Marina Express Fisherman @ Aonang Grabi

    “ฮัลโหล!! หวัดดีคะ ไม่ทราบพี่เรียนสายกับใครคะ” หลังจากลงจากเครื่องที่สนามบินกระบี่ เราก็ต่อสายตรงถึงโรงแรมทันที “นุ้ยกำลังเรียนสายอยู่คะ” พนักงานของโรงแรมพูดตอบกลับมา ระหว่างนั้นก็มีการสนทนาในเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าพักจนเป็นที่เข้าใจ เมื่อวางสายโทรศัพท์ เราสองคนก็เดินทางออกจากสนามบินเพื่อตรงไปยังที่โรงแรมในทันที เราขับรถออกจากสนามบินมุ่งหน้าสู่โรงแรมด้วยระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตรแค่นั้นเอง โรงแรมนี้อยู่บริเวณทางโค้งที่ไปทางอ่าวนาง โดยทางด้านขวามือจะมีสุเหร่าอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรม หลังจากก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง เราก็เดินขึ้นไปยังบริเวณของล็อบบี้ที่อยู่บริเวณใต้ต้นไม้ ถัดไปทางด้านขวามือ จะมองเห็นตัวอาคารของโรมแรมตั้งตระหง่านอยู่อย่างเด่นชัด

       

    เสียงของพนักงานทักทายทันทีที่เจอกับเราสองคน เราแจ้งรายละเอียดในการมาพักให้รับทราบพร้อมกับถามหาน้องนุ้ย หลังจากได้ทักทายทำความรู้จักกันได้เล็กน้อย น้องนุ้ยก็พาเราสองคนเดินผ่านล็อบบี้ไปทางด้านขวามือ เดินผ่านบริเวณที่เป็นซุ้มหลังคากันฝนเข้าไปยังตัวอาคาร ทางด้านขวามือก็จะมีสนามหญ้าสีเขียวปูไปจนสุดทางเดิน ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็นทางลาดชันขึ้นไปเล็กน้อย ซึ่งก็เป็นทางเดินอีกทางหนึ่ง ที่ให้ลูกค้าจะเดินไปยังบริเวณชั้นสองของอาคารเช่นเดียวกัน

    น้องนุ้ยพาเราเดินลัดเลาะจนไปถึงบันได ระหว่างทางที่เดินไปเราสองคนก็อดไม่ได้ที่จะต้องหยุดถ่ายรูปกันเป็นระยะๆ การตกแต่งของโรงแรมนี้ก็สมกับชื่อ Marina Express Fisherman คือจะมีรูปแบบในเชิงวิถีของชีวิตของชาวเลที่มีอาชีพหาปลา การตกแต่งประดับประดาตัวอาคาร จะมีสิ่งของเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาปลาติดตั้งอยู่เป็นระยะๆ ระหว่างที่เราเดินผ่าน

       

    เราสามคนเดินขึ้นบันไดขึ้นไปยังชั้นที่เราจะพัก ตรงผนังบริเวณบันไดด้านซ้ายจะมีรูปปลาชนิดต่างๆ ติดผนังเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ เหนือศรีษะก็จะมีโคมไฟที่มีรูปแบบเหมือนเครื่องมือหาปลาแขวนห้อยระย้าเหลื่อมล้ำลงมาอย่างสวยงาม ระหว่างทางเดินที่ตรงไปยังห้อง ผนังทั้งซ้ายและขวาก็จะถูกตกแต่งไปด้วยรูปภาพอย่างสวยงามเช่นเดียวกัน

       

    และก่อนที่น้องนุ้ยจะไขกุญเปิดประตูเข้าไปยังห้องนอน หน้าห้องจะมีป้ายที่ทำจากไม้เป็นรูปปลาซึ่งเขียนว่า “Do Not Disturb” กับคำว่า “Please Make Up Room” มองดูแล้วสร้างความเก๋เก๋อยู่ในตัวไม่น้อยเลย

    พอเดินผ่านพ้นประตูเข้าไปยังภายในห้อง ตรงกลางจะมีเตียงนอนขนาดใหญ่วางอยู่ มองไปรอบๆ ห้อง ที่หัวเตียงจะมีรูปภาพของวิถีชีวิตชาวประมงขนาดเล็กใหญ่แขวนอยู่ ส่วนอีกด้านจะมีโซฟาที่มีความยาวพอๆ กับด้านกว้างของเตียงนอนวางตั้งอยู่ เหนือที่นั่งโซฟาจะมีไม้พายเรือพร้อมกับเชือกและหมวกจักสานแขวนอยู่เช่นเดียวกัน เราเดินผ่านเตียงนอนออกไปยังระเบียงด้านนอก บริเวณนี้เมื่อหันหน้าออกไป จะมองเห็นภูเขาตั้งตระหง่านอยู่ ส่วนทางด้านซ้ายมือจะมีสุเหร่าหรือมัสยิดอยู่บริเวณใกล้ๆ กัน

       

    อากาศเย็นๆ ผัดผ่านให้เราได้สูดดมอย่างสดชื่น ใช้เวลสสนทนากันอยู่ได้ซักพักน้องนุ้ยก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ คงปล่อยให้เราสองคนได้อยู่กันเพียงลำพังภายในห้องเพื่อพักผ่อน อากาศอันสลัวๆ ในยามนี้ การที่ได้เอนตัวลงนอนบนเตียงที่นุ่มๆ หลังจากเดินทางมันคงปฏิเสธได้ยาก รอเพียงเมื่อตื่นมาแล้วท้องมันหิว ก็ค่อยออกจากห้องไปหาของกินหน้าโรงแรงรับประทานกัน

       

    Sugar Marina Express Fisherman เป็นโรงแรมที่ไม่ใญ่มากนัก มีทั้งหมดสี่ชั้น การตกแต่งทั้งหมด จะมีการนำเอาเครื่องไม้เครื่องมือของชาวเลหรือชาวประมงมาประดับตกแต่งเอาไว้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากกาศและกลมกลืนไปกับสถานที่

              

    ลูกค้าที่มาพักผ่อนยังสถานที่แห่งนี้ จะได้สัมผัสกับกลิ่นอายในวิถีชีวิตของชาวเล นอกจากได้มาพักแล้ว ยังได้เก็บเอาความรู้สึกไปพร้อมๆ กับความทรงจำว่า ครั้งหนึ่งที่ได้เคยมาพักผ่อนยังสถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่มีเอกลักษณ์กับโรงแรมที่มีชื่อว่า “Marina Express Fisherman”

    ต้องการสัมผัสกลิ่นอายของการพักผ่อนในแบบที่แตกต่าง ติดต่อเบอร์โทร 075-637-593 หรือ www.marinaexpress-fisherman.com

 

[พิกัดการเดินทางไปยัง Marina Express Fisherman@Krabi]

 

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *