• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • Cafe de Oasis อีกหนึ่งบรรยากาศสุดฟินสำหรับคนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์

Cafe de Oasis อีกหนึ่งบรรยากาศสุดฟินสำหรับคนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์

    หลังจากที่ได้ตระเวนเที่ยวและทำงานตลอดทั้งวัน การได้นั่งเสพสุขกับสิ่งที่ชอบ จึงเป็นตัวเลือกที่สำคัญสำหรับชีวิตเป็นอย่างมาก และด้วยบรรยากาศที่ถูกตกแต่งได้อย่างลงตัวบวกกับกลิ่นอายของความคลาสสิค เลยมีลูกค้าไปแวะเวียนใช้บริการกันอยู่อย่างต่อเนื่อง และนี่ จึงเป็นอีกร้านที่อยากแนะนำ “Cafe de Oasis” จังหวัดเชียงใหม่

    ครั้งแรกที่เห็นร้าน โอ! สมองที่คิดกับภาพที่เห็นมันแตกต่างกันจริงๆ ความโดดเด่นเริ่มตั้งแต่ป้ายชื่อร้านทางเข้าที่เขียนว่า Cafe de Oasis ออกแบบได้เตะตามากๆ และดูคลาสสิค ซุ้มทางเข้าและกำแพงถูกปกคลุมไปด้วยต้นตีนตุ๊กแกสีเขียวไปทั่วทั้งผืน สร้างความสดชื่นตั้งแต่แรกเห็น ใกล้ๆ กัน มีจักรยานสีแดงรุ่นเก่าแนววินเทจจอดอยู่เพื่อให้ลูกค้าได้แอ็คชั่นถ่ายรูปกัน

       

    เดินผ่านซุ้มโค้งเข้าไปทางด้านในก็จะเจอกับจักรยานสีแดงจอดอยู่อีกหนึ่งคันอย่างโดดเด่น แสงแดดที่เล็ดลอดผ่านกิ่งไม้เป็นลำลงมากระทบกับพื้นทางเดิน มันสร้างบรรยากาศให้เรารีบที่อยากจะไปนั่งด้านในเพื่อจิบกาแฟเหลือเกิน ทางด้านขวามือจะมีโต๊ะพร้อมกับร่มสีน้ำเงินขนาดใหญ่กางเอาไว้ให้ลูกค้าได้นั่งกัน อาการที่เกิดจากการเสพกาแฟรสโปรดเกิดขึ้นทันทีที่สัมผัสกับบรรยากาศ ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมด้วยแมกไม้ที่เขียวขจี ละอองน้ำที่ถูกพ่นจากเครื่องทำงานอยู่ตลอดเวลา ลำแสงสีขาวพาดผ่านกิ่งไม้เกิดขึ้นตามมุมต่างๆ ของร้านอย่างสวยงาม

       

    พอเดินผ่านเข้าไปยังบริเวณด้านใน ทางด้านซ้ายจะมีชุดเก้าอี้โซฟาแนววินเทจวางอยู่ ที่ผนังเหนือศรีษะขึ้นไป จะถูกตกแต่งด้วยภาพเขียนศิลปะอันสวยงามที่ดูโดดเด่นและกลมกลืน เดินผ่านตรงไปสุดทางด้านใน ตรงหัวมุมด้านขวาจะเป็นมุมของทางร้านที่เอาไว้ให้ลูกค้าได้สั่งของรับประทาน เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก็จะเจอกับโคมไฟสีสันสดใสแขวนอยู่อย่างโดดเด่น เหลือบไปมองดูที่ตู้กระจกด้านซ้ายมือ จะมีขนมเค้กและเบเกอร์รี่วางเรียงรายเย้ายวนให้อยากลิ้มลอง

       

    เสียงของพนักงานทักทายในขณะที่เรายืนอยู่บริเวณด้านหน้าเค้าน์เตอร์ ณ เวลานี้การเสพกาแฟรสชาติที่โปรดปรานอย่างลาเต้ร้อน คงจะเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการเป็นแน่แท้ หลังจากสั่งกาแฟพร้อมกับขนมเค้กเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเข้าไปนั่งภายในห้องแอร์ที่อยู่ทางด้านขวามือ บริเวณภายในห้องจะถูกตกแต่งจัดวางเก้าอี้และโชฟาเอาไว้ตามมุม บ้างก็เป็นโต๊ะไม้เก่าๆ สไตล์วินเทจ ส่วนมุมที่ติดกับผนังด้านในจะเป็นโซฟาที่มีเบาะนุ่มๆ วางอยู่ เหนือศรีษะขึ้นไปเล็กน้อยจะถูกประดับตกแต่งไปด้วยแผ่นเสียงเก่าๆ สร้างความรู้สึกเก๋ไก๋ในสไตล์วินเทจได้ไม่น้อยทีเดียว

       

    รอไม่นานนัก พนักงานก็ยกกาแฟและเค้กมาเสิร์ฟยังบริเวณโต๊ะที่เรานั่งกันอยู่ โอ! ใช่เลย ความโดดเด่นของลาเต้อาร์ตช่างแลดูสวยงาม การเลือกใช้แก้วกาแฟปากบางๆ ของทางร้านแตกต่างจากร้านอื่นอย่างชัดเจน การใส่ใจในรายละเอียดถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งช้อนกาแฟเล็กๆ ทางร้านก็ใส่ใจในการที่จะสรรหามา มันช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับบรรยากาศของร้านจริงๆ

       

    ในทันทีที่ยกแก้วกาแฟลาเต้ร้อนขึ้นจิบ ความนุ่มของโฟมนมที่ละเอียดถูกส่งผ่านเข้าริมฝีปากให้เราได้สัมผัส ปากบางๆ ของแก้วกาแฟที่แตะอยู่บริเวณริมฝีปากล่าง มันช่างสร้างบรรยากาศในการลิ้มลองรสชาติของกาแฟแก้วโปรดได้อย่างยอดเยี่ยม

    นั่งทานกาแฟกับขนมเค้กได้ซักพักก็ได้เวลาออกไปสำรวจสถานที่ หลังจากเดินผ่านบริเวณส่วนกลางออกไป ทางด้านซ้ายมือ บริเวณด้านนอกจะมีโต๊ะพร้อมร่มขนาดใหญ่วางอยู่ เดินเลี้ยวไปทางขวามืออีกที จะเป็นทางเดินไปยังบริเวณที่เป็นห้องน้ำ ในส่วนนี้จะถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยพืชพรรณไม้เขียวขจี แต่ละช่วงของทางเดิน จะมีหินที่ถูกปกคลุมด้วยต้นมอสสีเขียวให้เราเดินข้ามผ่านไปยังห้องน้ำ

       

    เสียงของน้ำตกที่ไหลกระทบกับพื้นน้ำด้านลังผสมกับความชุ่มชื้นของละอองน้ำ มันช่วยเสริมสร้างบรรยากาศให้กับสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ภายในห้องน้ำถูกตกแต่งและจัดวางอุปกรณ์เอาไว้ได้อย่างลงตัว เดินชมทั่วทั่งบริเวณอย่างเพลินๆ ได้ซักสิบห้านาทีก็ได้เวลากลับไปนั่งจิบกาแฟที่เหลือต่อ

       

    ในช่วงเวลาเย็นๆ แบบนี้ การนั่งจิบกาแฟรสโปรดกับขนมเค้กที่ชอบมันเพลิดเพลินจริงๆ ลูกค้าสลับสับเปลี่ยนกันเข้ามาอยู่เป็นระยะๆ อย่างไม่ขาดสาย แต่สำหรับเราสองคนก็คงจะได้เวลาเดินทางกลับในขณะที่กาแฟในแก้วและขนมเค้กหมดลงไปพร้อมๆ กัน ในใจยังคิดว่าเวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินสำหรับการนั่งเสพบรรยากาศที่ดีๆ แบบนี้ บรรยากาศที่ทำให้เราได้ทานกาแฟที่ใช่กับขนมที่ชอบ แม้สถานี่จะอยู่ไกลเพียงใด มันก็ไม่เป็นอุปสรรคเลยสำหรับคนี่ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์แบบเราๆ และใครหลายๆ คน นี่จึงเป็นสเน่ห์ที่ดึงดูดให้ลูกค้าได้ค้นหาและติดตามจนพบเจอ ร้าน “Cafe de Oasis” จึงเป็นอีกหนึ่งร้านที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าที่ชอบนั่งเพลินๆ และใช้ชีวิตในแบบที่เรียกว่า “Slow Life” ได้อย่างแท้จริง

[พิกัด : Cafe de Oasis]

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *