• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • Brown House Hotel @ อุดรธานี “ที่นอน หมอน ผ้าห่อม เนียนนุ่ม”…เฮ้ย! มันใช่เลย

Brown House Hotel @ อุดรธานี “ที่นอน หมอน ผ้าห่อม เนียนนุ่ม”…เฮ้ย! มันใช่เลย

เรื่องที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ การจะหาที่พักที่ตอบโจทย์ให้แบบครบๆ นั้นก็ยิ่งยากกว่า โดยเฉพาะที่นอน หมอน ผ้าห่ม ห้องน้ำ ไวไฟ และการออกแบบตกแต่ง รวมไปถึงทำเลที่ตั้ง สิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยหลักในการคัดเลือกกันเลยทีเดียว และที่นี่ Brow House Hotel จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์และอยากแนะนำ

Brown House Hotel จังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 600 กว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง ตัวโรงแรมตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใกล้ๆ กันก็จะมีที่พักตั้งอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมบีทู อินทารา รีสอร์ท, บ้านบัวนอนเล่น, Karnmanee Place, Belle Grand และอีกหลายโรงแรม แต่ในการเดินทางไปเที่ยวที่อุดร เราเลือกที่จะพักกันที่นี่ Brown House Hotel

Brown House Hotel ห่างจากถนนสายหลักไม่มากนัก ถ้าเดินทางไปจากกรุงเทพฯ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปยังถนนร่มเย็นพัฒนา ขับไปตามทางเรื่อยๆ ขับผ่านบ่อตกปลาโตโน่ที่อยู่บริเวณด้านซ้ายมือ ขับตรงไปอีกไม่มากนักก็จะเจอกับโรงแรมที่อยู่บริเวณทางด้านขวามือ สีของตัวโรงแรมจะแตกต่างกับที่อื่นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะสีจะตามชื่อของโรงแรม นั่นก็คือ สีน้ำตาลอ่อนๆ อมเขียว เจอครั้งแรกเราสองคนนี่ร้องว้าวเลย

จอดรถพร้อมกับยกกระเป๋าสัมภาระเดินเข้าไปยังบริเวณด้านใน ตรงบริเวณทางเข้าด้านหน้าฝั่งขวามือ จะมีรถสามล้อสีน้ำตาลจอดเด่นเป็นสง่า มีเอาไว้สำหรับคอยรับส่งลูกค้าที่เดินทางไปเที่ยวยังยังศูนย์การค้ายูดีทาวน์และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี 

อันดับแรกก็เช็คอินกันก่อนเลย ครั้งนี้เราสองคนได้นอนกันที่บริเวณ ชั้น 4 ที่นี่ก็จะมีลิฟท์และบันไดให้เลือกใช้ ใครใคร่ถนัดแบบไหนก็ตามแต่สะดวก แต่ว่าเราสองคนขอใช้ลิฟท์ก็แล้วกันนะ ก่อนที่จะขึ้นไปยังห้องพัก เราสองคนก็ขอเดินสำรวจและสร้างภาพกันที่บริเวณชั้นล่างกันก่อนเลย อันนี้ไม่พลาดดด

การตกแต่งโดยรวมถือว่าโอเคมาก โทนสีโดยรวมจะออกอุ่นๆ สีส้มๆ อมน้ำตาล การตกแต่งด้วยสิ่งของและไฟถูกจัดวางได้อย่างลงตัว บริเวณทางด้านขวามือที่ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์เช็คอิน ตรงนี้จะมีมุมกาแฟและโต๊ะเอาไว้ให้ลูกค้าได้นั่งเล่นชิลล์ๆ และนั่งจิบกาแฟไปด้วยแบบเพลินๆ บริเวณเหนือโต๊ะจะมีชุดโคมไปส่องสว่างที่ห้อยเป็นพวง ด้านฝาผนังเหนือชุดกาแฟจะมีชื่อของโรงแรมติดตั้งอยู่อย่างชัดเจน อันนี้แหละสำคัญ เพราะเมื่อเราทำการถ่ายรูป ก็จะมีชื่อของโรงแรมติดเข้าไปในภาพถ่ายองเรา ถือเป็นการโฆษณาไปในตัว 

เดินผ่านเข้าไปยังบริเวณด้านใน ทางด้านซ้ายมือจะมีห้องรับประทานอาหาร เดี๋ยวเราสองคนค่อยมาสำรวจกันใหม่ ขึ้นไปยังห้องพักท่ีชั้นสี่กันก่อน เราสองคนเดินลากกระเป๋าสัมภาระเดินไปขึ้นลิฟท์ที่อยู่ทางด้านขวามือ ตรงทางเดินจะมีเก้าอี้และตุ๊กตาเป็ดวางเอาไว้ให้ลูกค้าได้นั่งเล่นและสร้างภาพกับเป็ดน้อยกัน เหนือเก้าอี้ขึ้นไปก็จะมีรูปเขียนสีน้ำติดอยู่ 4 รูป ดูแล้วเป็นภาพที่ศิลปินเขียนได้สวยงามจริงๆ 

เดินออกจากลิฟท์ก็เดินลากกระเป๋ามุ่งตรงไปยังห้องพัก ก่อนที่จะถึงห้องพัก ตรงกลางทางด้านขวามือที่เป็นกระจก มองลงไปด้านล่าง เราจะมองเห็นพื้นหญ้าที่มีโต๊ะตั้งเอาไว้ให้ลูกค้าได้นั่งรับประทานอาหารในตอนเย็นของมื้อค่ำกัน ในค่ำคืนนี้เราได้พักที่ห้องหมายเลข 415 ได้เลขสวยเสียด้วยสิ

หยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแตะที่ประตูเพื่อทำการเปิด ผลักประตูเข้าไปยังบริเวณภายใน ห้องกว้างขวางดี ฝั่งซ้ายมือที่ติดกับประตูจะมีราวแขวนเสื้อผ้า มีชุดคลุมสีน้ำตาลให้สองชุด ถัดไปก็จะเป็นเคาน์เตอ์วางของ เหนือขึ้นไปจะมีทีวีจอแบนแขวนอยู่ที่ผนัง ตรงนี้จะมีผ้าเช็ดตัวและผ้าขนหนูใส่เอาไว้ให้ในชั้นของเคาน์เตอร์ เคาน์เตอร์ตรงนี้ก็จะทำเป็นโต๊ะทำงาน มีเก้าอี้ให้หนึ่งตัวให้เราได้นั่งทำงาน สุดมุมทางด้านในสุดจะมีโต๊ะวางกาต้มน้ำร้อน แก้วกาแฟ ทิชชู่ และกระติ๊บข้าวเหนียว ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของคนอุดรธานีที่เป็นชาวอีสาน 

หันไปมองทางด้านขวามือกันบ้าง ทางด้านซ้ายที่ติดกับหน้าจะมีเตียงไม้ขนาดใหญ่วางเอาไว้ ตรงนี้สามารถที่จะวางกระเป๋าเดินทางที่กางแล้วได้สองใบ แล้วก็มีหมอนสามเหลี่ยมให้หนึ่งใบ เอาไว้ให้เราได้นั่งเอนหลังพักผ่อนแบบชิลล์ๆ ตรงกลางห้องจะมีเตียงนอนขนาดแปดฟุตวางอยู่ ปูด้วยผ้าขาวที่เรียบสะอาด ยามที่เอามือไปลูบไล้ จะสัมผัสได้ถึงความเนียน นุ่ม น่ากระโดดลงไปนอนซะเหลือเกิน หัวนอนก็จะมีหมอนให้ถึงหกใบ ใบใหญ่สี่ใบ และมีหมอนของชาวอีสานสีน้ำตาลให้อีกสอง สะใจกันไปเลยสำหรับหมอน 

ผนังด้านหัวนอนจะทาด้วยสีน้ำตาลเหมือนตัวอาคารโรงแรม ส่วนพื้นจะปูด้วยกระเบื้องลายไม้สีน้ำตาล ตรงบริเวณผนังด้านหัวนอนจะมีตัวหนังสือสีขาวที่เขียนคำว่าตกฤดูเดือนอ้าย สายลมมาหนาวหน่วงเฮามาพากันค้ำ ทำบุญตักบาตรเดือนนี้ตกหว่างช่วง สังโฆเจ้าเพิ่นเข้ากรรม ปริวาสซ่อยยู้ ซูค้ำศาสนาเป็นที่เขียนขึ้นมาเป็นภาษาอีสาน แฝงปริศนาและความหมายเอาไว้ โดยที่แต่ละห้องจะเขียนคำไม่เหมือนกัน เป็นโรงแรมที่สร้างความแตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะโรงแรมอื่นๆ ส่วนมากก็จะแขวนรูปภาพเพื่อประดับประดาตกแต่งกันไป

ในส่วนของห้องน้ำก็ถือว่ามีเนื้อที่กว้างขวาง มีแยกห้องน้ำแห้งและเปียกที่เหมาะกับการใช้งาน ภายในห้องน้ำก็จะมีไดร์เป่าผมพร้อมอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำเอาไว้ให้แบบครบๆ

ด้านนอกที่เป็นระเบียง มีเอาไว้ให้ลูกค้าได้ไปยืนรับลมเย็นๆ หรือนั่งเล่นเพลินๆ กันได้ เพราะที่ระเบียงจะมีโต๊ะและเก้าอี้วางเอาไว้ให้หนึ่งชุด และเมื่อก้มมองลงไปเทางด้านล่าง เราจะเห็นโต๊ะพร้อมเก้าอี้ที่ทำด้วยไม้ไผ่ มีเอาไว้ให้ลูกค้าได้นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำกัน มองตรงๆ ก็จะเจอกับหนองน้ำขนาดใหญ่พอสมควร

ทำการสำรวจห้องกันเสร็จแล้ว เราสองคนก็ได้เวลาออกไปรับประทานอาหารมื้อค่ำกัน ตอนแรกก็คิดว่าจะขับรถออกไปรับประทานอาหารกันที่ข้างนอก แต่ทางพนักงานบอกว่า ทางโรงแรมมีอาหารที่เป็นจิ้มจุ่มเอาไว้บริการลูกค้าด้วย ดีงามสิครับ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปให้เหนื่อย กินมื้อค่ำกันที่โรงแรมนี่แหละสะดวกดี 

อีกอย่างเราสองคนก็อยากกินจิ้มจุ่อยู่พอดี แหม! มันช่างบังเอิญอะไรปานนี้นะ มื้อนี้เลยจัดกันแบบอิ่มๆ จุกๆ กันไปสื กินอิ่มแล้วเราก็จะได้ขึ้นห้องพักกันเลย สะดวกดีจริงๆ แถมอาหารก็มีรสชาติดีทีเดียว ดีงามเข้าไปอี๊กกกก

ตื่นเช้าก็พากันไปรับประทานอาหารมื้อเช้า ที่โรงแรมจะมีห้องอาหารที่มีชื่อว่า Tiffin Mama ซึ่งแปลว่า ปิ่นโตของแม่ ความหมายรวมๆ ก็จะแปลว่า อาหารของแม่นั้นอร่อยที่สุดสำหรับลูกๆ ซึ่งอาหารของที่นี่ก็จะประมาณว่า ทุกเมนูจะถูกเชฟรังสรรปั้นแต่งรสชาติให้ได้รสชาติเหมือนอาหารของแม่ 

ภายในห้องอาหาร Tiffin Mama ค่อนข้างกว้างขวางพอสมควร สามารถรองรับลูกค้าได้มากทีเดียว โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดวางเอาไว้อย่างลงตัว ที่ห้องนี้จะมีอาหารหลากหลาย ทั้งกับข้าว กับปลา ชา กาแฟ และขนมปัง มีหมูปิ้งข้าวเหนียว พร้อมด้วยผลไม้ก็มีพร้อมเสิร์ฟ และที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุดรก็ต้องนี่เลย ขนมปังญวน เราสองคนก็เลยไม่พลาดที่จะให้พนักงานอบร้อนๆ ยกมาเสิร์ฟ รับประทานคู่กับกาแฟร้อนคนละแก้ว เข้ากั๊น เข้ากัน

และที่บริเวณด้านล่างติดกับห้องอาหารก็จะมีร้าน Good Morning Espresso & Bakery ที่มีทั้งกาแฟ เครื่องดื่มหลากหลายชนิด และขนมเบเกอรี่รสชาติดีๆ เอาไว้บริการให้กับลูกค้ากันอีกด้วย

ในครั้งนี้ เราสองคนได้พักที่โรงแรมถึงสองคืน  ก็ต้องบอกว่าเป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์ในด้านของการพักผ่อนจริงๆ ที่นอน หมอน ผ้าห่ม เนียนนุ่มดีจริงๆ นอนหลับสบายจนไม่อยากที่จะลุกขึ้นจากที่นอน มันเหมือนว่าที่นอนมันดูดวิญาณเรายังไงยังงั้น ก็ต้องบอกว่าที่นี่ที่นอนดูดวิญาณที่แท้ทรูจริงๆ

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทะเลบัวแดง, คำชะโนด, พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเชียง, วัดป่าบ้านตาด(วัดเกษรศีลคุณ) หลวงตามหาบัว, อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท, วัดป่าภูก้อน, วัดสันติวนาราม, หมู่บ้านคีรีวงกต, เขื่อนห้วยหลวง, อ่างน้ำพาน, พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี, ภูฝอยลม, สวนสาธารณะหนองประจักษณ์, วัดภูตะเภาทอง รวมไปถึงน้ำตกก็มีมากมายหลายแห่ง เช่น น้ำตกยูงทอง, น้ำตกธารงาม และน้ำตกคอยนาง ฯลฯ 

ครั้งนี้เราสองคนเลยเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวยัง วัดป่าบ้านตาด หรือ วัดหลวงตามหาบัว ก็ต้องบอกว่าสวยและงดงามจริงๆ ใครที่มาเที่ยวจังหวัดอุดรธานีไม่ควรพลาด เชื่อผม

สำหรับใครที่เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานี กำลังมองหาที่พักที่ตอบโจทย์ ทั้งในด้านการพักผ่อนและด้านอาหารการกิน ผมว่าที่นี่แหละที่อยากแนะนำ ไม่เชื่อก็ลองไปพักและสัมผัสกันดู แล้วจะรู้ว่าที่ผมกล่าวมานั้น มันไม่ได้เกินเลยจริงๆ

สนใจหรือต้องการจองห้องพักก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ เว็บไซต์ http://www.brownhousehotel.com/ หรือติดต่อได้ที่เบอร์โทร 042 222 668

Previous «
Next »

Recent Posts