Tuesday, April 16, 2024
spot_img
HomeReviews“Blue Monkey” Boutique Phuket Town อีกหนึ่งของการพักผ่อนในรูปแบบที่แตกต่าง

“Blue Monkey” Boutique Phuket Town อีกหนึ่งของการพักผ่อนในรูปแบบที่แตกต่าง

Blue Monkey Boutique Phuket Town ตั้งอยู่บริเวณท่ารถ บขส.เก่าของจังหวัดภูเก็ต อยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับ Blu Monkey Hub and Hotel Phuket สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าพักในรูปแบบส่วนตัว ด้วยราคาที่ไม่สูงมากนัก สะดวกสบายเพราะตั้งอยู่ในย่านของเมืองเก่าในตัวเมืองภูเก็ต โดยอยู่ห่างจากถนนคนเดินหลาดใหญ่ไม่ไกลมากนัก ถ้าเดินไปก็จะใช้เวลาประมาณเพียงแค่ 10 นาที่เอง อยู่ห่างจากบ้านชินประชาไม่ถึง 1 กิโลเมตร ถ้าเดินไปยังพิพิธภัณฑ์ไทยหัวก็ใช้เวลาเดินด้วยเท้าเพียงแค่ 11 นาที และห่างจากเมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town) ระยะทางแค่ 1.1 กิโลเมตรเท่านั้นเอง 

มองดูรอบๆ บริเวณของสถานที่ตั้ง อาจะจะไม่รู้เลยว่าที่นี่จะมีที่พักดีๆ ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ การเดินทางไปถือว่าสะดวกสบาย เพราะอยู่ติดกับถนนพังงา อาคารของสถานที่จะเป็นแบบสองคูหา โดยที่ด้านหน้าของที่พักจะตกแต่งในรูปแบบวินเทจย้อนยุค ก็ต้องบอกว่า เมื่อเห็นครั้งแรกก็พาลทำให้ชอบและหลงไหลไปกับกลิ่นอายของความคลาสสิคจริงๆ 

ทางเข้าที่พักจะอยู่ทางด้านซ้าย มีต้นไม้เขียวชอุ่มตกแต่งสร้างความสดชื่น ให้กับผู้ที่มาเข้าพัก ประตูทางเข้าตรงกลางจะมีน้ำตาลอ่อนๆ ที่ทำฉลุเป็นลวดลายศิลปะสวยงาม ด้านซ้ายขวาจะเป็นกระจกใสที่สามารถมองทะลุได้ ซ่อนความไฮเทคผสมผสานไว้ด้วยการใช้กุญแจแบบดิจิตอล เวลาเข้าออกต้องกดรหัสให้ถูกถึงจะเข้าได้ อืม! เข้าท่าและปลอดภัยดีแฮะ สุดจริงๆ 

ผนังของตัวอาคารที่พักจะทาเป็นสีเขียวขี้ม้าหรือสีซาฟารี โอ้ย! สีนี้ชอบ โดนเลย คลาสสิคมากๆ ถัดลงมาจากเพดานด้านบน บริเวณเหนือประตูะมีชื่อของ Blue Monkey Boutique Phuket Town ส่วนทางบริเวณทางด้านซ้ายมุมล่าง จะมีป้ายสแตนด์ที่เขียนบอกเวลา Check In และ Check Out

พอเดินผ่านพ้นประตูเข้าไปก็จะเจอกับห้องที่จัดวางโต๊ะและเก้าอี้ มีเพื่อเอาไว้ต้อนรับลูกค้าที่จะนั่งพักดื่มเครื่องดื่มและขนมอร่อยๆ จากร้านกาแฟที่อยู่ติดกัน ซึ่งร้านกาแฟนี้เจ้าของก็คือคนเดียวกันกับที่พัก แถมใครที่มาเข้าพักที่นี่ยังมีส่วนลดให้อีกด้วย เฮ้ย! ดีงามเข้าไปอีกสิ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางออกไปกินกาแฟที่ร้านข้างนอกกันเลย จบมันซะที่เดียวกันนี่แหละ

ของตกแต่งที่ชั้นล่างนี้ ส่วนมากก็จะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมเอาไว้และนำเอามาตกแต่ง ที่เห็ฯเด่นชัดก็คือชึดถ้วยชามที่เป็นกระเบื้อง มองดูแล้วอายุของถ้วยชามที่ตกแต่งก็คงจะมากโขอยู่เหมือนกัน น้องไอรินพาเราสองคนเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังชั้นสองคือห้องที่เราจะพัก ตรงบริเวณมุมของบันไดจะมีภาพเขียนวางตกแต่งอยู่ ถัดขึ้นไปเล็กน้อยก็จะมีป้ายตะแกรง ซึ่งมีการประดับประตกแต่งไปด้วยของน่ารักๆ มีภาพถ่ายและแผ่นกระดาษที่บอกประวัติความเป็นมาของสถานที่ มีกระดาษและปากกาให้ลูกค้าได้ขีดๆ เขียนๆ เป็นข้อความสั้นๆ แล้วแต่ว่าใครจะเขียนบอกอะไร

ผนังปูนของที่พักจะทาสีขาวสะอาดๆ เพื่อให้ตัดกันกับของที่นำมาตกแต่งจัดวาง เหมือนว่าจะคงโครงสร้างของอาคารเก่าๆ เอาไว้ มีการตกแต่งเพิ่มเติมในบางส่วนเข้าไปเพื่อให้สมบูรณ์ตามคอนเซ็ปต์ของทางที่พัก พอขึ้นไปและก้าวพ้นบันไดก็จะเจอกับห้องกว้างๆ ซึ่งที่ตรงนี้จะเป็นในส่วนของกินเอาไว้คอยบริการ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น  เครื่องปิ้งขนทปัง ชา กาแฟ โอวัลติน ผลไม้ เครื่องดื่มทั้งน้ำเปล่า น้ำผลไม้ จาน ชาม ช้อน มาม่าคัพ และขนมขบเคั้ยวแบบครบๆ เลย  และที่ขาดไม่ได้และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ นั่นก็คือ กล้วยหอม ก็มีเอาไว้บริการกันตลอดเวลากันเลยทีเดียว ใครที่อยากจะนำเอาไปรับประทานในห้องนอนก็สามารถทำได้ หรือจะสะดวกที่จะนั่งรับประทานตรงบริเวณนี้ก็ทำได้ เพราะบริเวณนี้จะมีโต๊ะและเก้าอี้ตั้งเอาไว้คอยบริการอีกด้วย

ทางด้านขวามือจะมีโต๊ะสำหรับเอาไว้นั่งพักและนั่งรับประทานอาหาร ถัดออกไปจะเป็นประตูนส่วนของระเบียง   ซึ่งก็จะมีเก้าอี้ตั้งเอาไว้ให้นั่งพักอยู่ด้วย มองผ่านะเบียงออกไปก็จะมองเห็นบริเณด้านนอกซึ่งเป็นท่ารถ บขส. เก่า มองออกไปไกลๆ จนสุดตา เราจะมองเห็นเขารัง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นทัศนียภาพของเกาะภูเก็ตได้อย่างชัดเจน

เดินสำรวจบริเวณด้านอนเสร็จก็ได้เวลาเข้าไปในห้องพัก ซึ่งเราได้ห้องที่เขียนว่า 21 Secret Garden เปิดประตูเข้าไปก็จะเจอกับห้องที่เป็นโทนขาวดำ การเล่นสีตัดกันได้จังหวะและลงตัวดี ทั้งสีดำและสีขาว เวลาตกแต่งวางของมันจะทำให้โดดเด่นขึ้นมาชัดเจนทีเดียว พื้นห้องปูกระเบื้องเป็นลายไม้สีออกน้ำตาลอ่อนๆ อมเทา สีออกด้านๆ ไม่เงา แลดูคลาสสิคดี เตียงนอนขนาดใหญ่วางอยู่ มองเห็นที่นอนนุ่มๆ ที่ปูผ้าได้ตึงจนอยากจะล้มตัวลงไปนอนซะก่อนเลย แหม! ก็ที่นอนในเครือของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องที่นอนนุ่มๆ ดูดวิญญาณกันอยู่แล้ว

ทางด้านจะมีโต๊ะวางของ มีน้ำดื่มแล้วแก้ววางเอาไว้ให้ เหนือขึ้นไปจะมีทีวีจอแบนแขวนอยู่บนผนัง หันกลับมาทางประตู จะมีที่ตากผ้าที่ทำเป็นขั้นบันได้วางพิงผนัง ที่บริเณผนังหลังประตูจะมีไม้แขวนเสื้อแขวนเอาไว้อยู่ 4-5 อัน

บริเวณปลายเตียงจะมีชุดโต๊ะกลมและเก้าอี้วางเอาไว้หนึ่งชุด บนโต๊ะจะมีผ้าเช็ดตัวสำหรับสองคนวางเอาไว้ ที่บริเวณหัวเตียงทั้งซ้ายและขวาจะมีโคมไฟสำหรับเอาไว้ส่องเวลาอ่านหนังสือ ซึ่งโต๊ะที่วางก็เป็นการนำเอาของที่เจ้าของเก็บสะสมเอาไว้มาวางแทน ด้านบนหัวเตียงจะประดับตกแต่งไปด้วยภาพเขียน เพื่อที่จะไม่ทำให้พื้นผนังโล่งจนเกินไป 

จากหัวเตียงถัดไปทางขวามือจะเป็นห้องน้ำทั้งเปียกและแห้ง ในส่วนของห้องน้ำแห้งจะตกแต่งคลุมโทนขาวดำคลาสสิค พื้นกระเบื้องยังคงยึดรูปแบบย้อนยุคดั้งเดิมของภูเก็ตเอาไว้ บนผนังด้านบนจะต้องมีภาพเขียนงานศิลปะติดตั้งอยู่ ในส่วนของห้องน้ำเปียกก็จะเป็นที่อาบน้ำ โดยมีม่านกั้นกันกระเด็นเวลาที่เราอาบน้ำ

หน้าต่างและประตูจะมีผ้าม่านสีขาวสะอาดติดตั้งเอาไว้ มองเลยออกไปยังประตู เดินออกไปข้างด้านนอกจะเป็นในส่วนของระเบียงส่วนตัว เมื่อออกไปแล้วเราจะพบว่ามีการตกแต่งไปด้วยต้นไม้ รูปภาพ ดูแล้วคล้ายๆ ส่วนย่อมๆ ประมาณนั้น ผนังก็ไม่ปล่อยให้ว่างจนเสียประโยชน์ มีการขีดเขียนตัวหนังสือแบบอาร์ตๆ ทีมีความหมาย ด้วยตัวหนังสีดำ ค่อนข้างอ่านยากแต่ก็อ่านได้นะ แถมยังมีโต๊ะและเก้าอี้เอาไว้ให้เราได้นั่งชิลล์ๆ สูดอากาศกันเพลินๆ อีกด้วย 

ที่พักที่นี่จะมีทั้งหมด 9 ห้อง ชั้นละสามห้องนอน ในแต่ละชั้นก็จะมีครัวส่วนตัวทุกชั้น ใครหิวอะไรก็ออกมาเอาของเข้าไปกินกันที่ห้องได้ หรือจะนั้งกินกันที่โต๊ะด้านนอกก็เพลินดี มีพัดลมและมีเครื่องเสียงเอาไว้เปิดฟังเพลงเพลินๆ ให้อีก ดีงามจริงๆ 

ในแต่ละชั้นการตกแต่งก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความคลาสสิคอยู่ มีตู้ไม้เก่าๆ แบบคลาสสิคที่มีกระจกใสๆ ภายในตู้ก็จะมีถ้วยโถโอชามวางเอาไว้ให้คนได้ชื่นชม มาพักที่นี่บอกได้เลยว่า บรรยากาศนั้นแตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง มันบ่งบอกถึงความเป็นส่วนตัวเอามากๆ ไม่ต้องมาคอยเทคแคร์อะไรมากมาย เงียบสงบดี ต่างคนก็อยู่ในห้องของตัวเองไป หิวน้ำหิวขนมก็ออกไปเอามากินในห้อง ของหมดพนักงานก็เอามาเติมอยู่ตอดเวลา อืม! ดีงามไปอีก

ในส่วนของอาหารเช้าที่นี่ก็มีมาให้ ด้วยการเสิร์ฟกันมาในรูแบบย้อนยุค คือแบบผูกปิ่นโตกันมาเลย แต่เราจะต้องสั่งออเดอร์กันล่วงหน้าก่อน อาหารที่ทางโรงแรมจัดมาให้ก็จะเป็นอาหารของท้องที่ อย่างเราสองคนสั่งก็จะเป็น หมี่ผัดฮกเกี้ยน และขนมจีนภูเก็ต ตบท้ายด้วยขนมหวานที่เป็นตะโก้เผือก ก็ต้องบอกเลยว่ารสชาตินั้น โอเคเอามากๆ ไม่ผิดหวังและเสียชื่อจริงๆ 

สำหรับการมาเข้าพักที่แห่งนี้ในเวลาสองคืน ต้องบอกเลยว่าประทับใจในเรื่องของรูปแบบและสไตล์การตกแต่ง ที่สำคัญ การใช้ชีวิตในขณะที่พักอาศัยอยู่ทีนี่ มันให้ความรู้สึกถึงความเป็นกันเองและความเป็นส่วนตัวจริงๆ ทีสำคัญ ราคาของห้องพักสบายเงินในกระเป๋าเงินเราจริงๆ บอกเลย “ไม่แพงแต่ดี” คำนี้ใช้ได้เลย เชื่อสิ

สนใจติดต่อขอจองห้องพักได้ ที่ เบอร์โทร 0899098882 

หรือเข้าไปในเว็บไซต์ http://www.blumonkeyhotels.com/boutiquephukettown/

พิกัด :  https://goo.gl/maps/syo5FA3qSAUAtK2Y7

RELATED ARTICLES
spot_img
spot_img
spot_img

Most Popular