• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • Blue Monkey Bed & Breakfast เรียบง่ายมีดีไซน์ในสไตล์ที่เหนือกว่า

Blue Monkey Bed & Breakfast เรียบง่ายมีดีไซน์ในสไตล์ที่เหนือกว่า

    นี่ก็เป็นอีกครั้งได้กลับไปพักที่ Blue Monkey Bed & Breakfast ภูเก็ต หลังจากจอดรถที่บริเวณด้านล่างของตัวที่พัก เราสองคนก็เดินลากกระเป๋าสัมภาระเดินขึ้นไปเช็คอินยังด้านบน บริเวณทางเข้าขวามือด้านหน้าจะมีป้ายของ Blue Monkey ตั้งตระหง่านให้เห็นเด่นชัดอยู่ใต้ต้นไม้ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงบันได้ทางขึ้นไปยังด้านใน หัวมุมก็จะมีจักรยานเก๋ๆ คันหนึ่งจอดเอาไว้ พอเปิดประตูเข้าไปยังไมทันปิด เสียงทักทายกล่าวสวัสดีของพนักงานดังขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน

       

    มองสำรวจรอบๆ บริเวณ ด้านบนจะถูกตกแต่งด้วยโคมไฟที่ทันสมัย ไล่สายตาไปเรื่อยๆ จะเห็นตุ๊กตาลิงสีฟ้าเกาะอยู่บนโคมไฟ ทางหัวมุมเค้าว์เตอร์จะมีกล้วยกับข้าวต้มมัดวางอยู่ เอาไว้ให้ลูกค้ารับประทานฟรี ทำไมถึงเป็นกล้วย คงเพราะว่ามีลิงจึงมีกล้วย ประมาณนั้น ส่วนด้านขวามือของเค้าว์เตอร์จะมีบอร์ดขนาดใหญ่ มีกระดาษโน๊ตใบเล็กๆ ที่ลูกค้าได้เขียนถึงความประทับใจเกี่ยวกับโรงแรมติดอยู่เป็นจำนวนมาก

       

    หลังจากทำการเช็คอินเสร็จ เราสองคก็ลากกระเป๋าเดินทางเดินตรงไปด้านในสุดที่เป็นลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังห้องพัก เพียงไม่กี่ก้าวเราก็มาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าของลิฟท์ที่มีรูปลิงสีน้ำเงินขนาดใหญ่ติดอยู่อย่างเด่นชัด คล้ายๆ กับคอยต้อนรับลูกค้าหรือแขกที่มาเยือน นอกจากจะเลือกใช้บริการด้วยลิฟท์แล้ว บันไดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ลูกค้าสามารถเดินทางไปสู้ยังห้องพักได้ด้วยเช่นกัน แต่สำหรับเราคงต้องขอเลือกทางที่อำนวยความสะดวกสบายดีกว่า

       

    เราเดินเข้าไปภายในลิฟท์แล้วกดเลือกชั้นที่เราพัก ประตูลิฟท์ปิดแล้วก็เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน เราก้าวออกจากลิฟท์พร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางตรงไปยังห้องทันที แสงแดดที่เล็ดลอดผ้านไม้ระแนงสาดส่องเป็นลำอยู่บนพื้นทางเดินสีขาวนวลของผนังที่เห็นในขณะที่ก้าวออกจากลิฟท์ มองดูแล้วให้ความรู้สึกว่ามันยังขาดอะไรไปอย่าง มันดูโล่งและเรียบเกินไป แต่ในขณะที่ก้าวเดินผ่านหัวมุมของห้องแล้วเดินไปทางด้านขวามือ ความคิดที่ว่าผนังนั้นเนียบง่ายก็ต้องจางหายไปในทันที เพราะด้านนี้จะมีรูปต้นไม้กราฟฟิคที่ตัดด้วยสติ้กเกอร์สีดำติดประดับอยู่ทั้งสองด้าน มันช่วยสร้างความเก๋ไก๋และมีเรื่องราวขึ้นมาในทันที อันนี้ชอบมากๆ

              

    เราเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องพัก หยิบกุญแจที่มีรูปหน้าลิงสีฟ้าเสียบเพื่อไขประตู หลังจากนั้นเราก็ก้าวเข้าไปสู่ยังบริเวณภายในห้อง ลากกระเป๋าเข้าไปเก็บไว้บริเวณมุมห้อง และสิ่งแรกที่จะต้องทำและจำเป็นสำหรับเรานั่นก็คือ การถ่ายรูปกับห้องนอนเพื่อทำการเช็คอินลงในเฟสบุ้ค นั่นปะไร

    ถ่ายรูปเช็คอินเสร็จก็ได้เวลาสำรวจบริเวณรอบๆ ห้องนอน โทนสีรวมๆ ของห้องจะออกไปในทางสีขาว มีสีดำตัดบ้างก็ในส่วนของหัวเตียง ครั้งแรกที่เปิดประตูห้องเข้าไป อาจจะคิดว่าห้องไม่มีอะไรเลย ขาวไปหมดทุกส่วน แต่เมื่อมองกวาดสายตาไปทีละจุดอย่างช้าๆ ก็จะพบกับการตกแต่งอย่างมีดีไซน์ การวางจังหวะของภาพกราฟฟิคที่เป็นลวดลายต่างๆ ถือว่าลงตัว ด้านหัวเตียงที่เป็นสีดำ ก็ยังมีรูปภาพประกอบอยู่ ดูแล้วสร้างความเก๋ไก๋และช่วยเพิ่มเรื่องราวของห้องขึ้นมาทันที

    ด้านปลายเตียงนอนจะมีโต๊ะทำงานพร้อมด้วยกระจกเงา รวมไปถึงทีวีจอแบนแขวนอยู่ มุมขวาของโต็ะทำงานจะมีผ้าขนหนูสีขาวสะอาดวางอยู่ติดกับไดร์เป่าผมเสียบเอาไว้ข้างๆ กัน อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่คิดว่าที่นี่จะนำมาตกแต่ง นั่นก็คือ การนำเอาคำของภาษาอังกฤษพร้อมกับแปลความหมาย อย่างเช่นคำว่าFriend, Relax นำมาตัดเป็นสติ้กเกอร์สีดำ แล้วนำมาติดตกแต่งอยู่บริเวณมุมของห้องนอน

       

    เดินไปทางด้านในสุดก็จะมีห้องน้ำ เข้าไปแล้วอาจจะคับแคบไปหน่อย แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ อุปกรณ์ภายในห้องน้ำก็มีมาให้เท่าที่จำเป็น ก็ถือว่าโอเคนะ ออกจากห้องน้ำก็เดินออกไปทางด้านหลังที่เป็นระเบียง ในส่วนนี้จะมีเนื้อที่กว้างขวางพอสมควร มีเอาไว้ให้ลูกค้าออกมายืนรับลมเล่นแบบเพลินๆ หรือไม่ก็เอาไว้มายืนสูบบุหรี่ปลดปล่อยอารมณ์เล่น แสงแดดที่ลอดไม้ระแนงพาดผ่านทะลุและตกกระทบกับผนังห้อง ดูแล้วคล้ายๆ กับงานศิลปะอันสวยงามชิ้นเอกเหมือนกัน ที่นี่เลยอดใจไม่ไหวที่จะต้องสร้างภาพให้กับตัวเองเหมือนกัน

       

    อีกอย่างที่ประทับใจและสร้างความสะดวกสบายสำหรับคอโซเชี่ยลทั้งหลายก็คือ สติ้กเกอร์สัญญลักษณ์ไวไฟฟรี ถูกแปะติดเอาไว้ที่กระจกด้านหลังที่จะเปิดออกไปสู่ระเบียง เป็น Wifi Password ที่ลูกค้าสามารถที่นำมาใช้เพื่อล็อกอินได้เลย

       

    สำรวจและสร้างภาพภายในห้องเสร็จคราวนี้ก็ได้เวลาออกไปสร้างภาพภายนอกกันบ้างเดินผ่านบริเวณผนังห้องที่มีภาพกราฟฟิคเป็นลายติดอยู่เดินเลยไปจนถึงบริเวณบันไดที่ตรงนี้ผนังบางด้านจะถูกทาด้วยสีเทาเข้มๆแล้วตกแต่งด้วยการติดสติ้กเกอร์สีเทาอ่อนเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษอย่างเช่นคำว่า Relax พร้อมคำบรรยายความหมายนอกจากคำว่า Lelax แล้วในบริเวณถัดไปก็จะมีคำอื่นๆ อีกหลายคำมันช่วยสร้างความเก๋ไก๋ได้อีกเช่นกัน

       

    ก้าวเดินลงจากบันได้แล้วเดินเลี้ยวซ้ายเข้าไปยังห้องอาหาร บริเวณนี้จะถูกตกแต่งเอาไว้ให้ลูกค้าได้มานั่งรับประทานอาหารกัน ลูกค้าสามารถที่จะสั่งอาหารที่นี่ทานก็ได้ หรือจะซื้ออาหารจากข้างนอกแล้วมานั่งรับประทานที่ตรงนี้ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกสบาย

    ก้าวเดินออกจากห้องรับประทานอาหารแล้วเดินตรงไปยังบริเวณด้านหน้า หยุดพักหายใจพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบกล้วยที่วางเอาไว้ตรงหัวมุมขึ้นมาสองลูก แล้วหันหลังเดินกลับขึ้นไปยังห้องนอนที่อยู่ยังชั้นบน เดินตรงไปยังลิฟท์ที่อยู่ใกล้ๆ กับห้องรับประทานอาหาร เดินเข้าไปภายในแล้วกดเบอร์ชั้นที่เราพักก่อนที่จะกดปิดประตู ลิฟท์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ยังชันด้านบน ก้าวออกจากลิฟท์แล้วเลี้ยวขวาเดินตรงไปแล้วเก็เลี้ยวขวาอีกที่ เดินไปอีกนีดก็ถึงห้องพัก เป็นอันว่าการเดินสำรวจทั่วทั้งบริเวณได้เสร็จสิ้นลง

       

    สำหรับที่ Blue Monkey Bed & Breakfast ถือว่าเป็นที่พักที่ดูแล้วอาจจะไม่เหมือนโรงแรมทั่วๆ ไปนัก เป็นคล้ายๆ กับService Apartment แต่ดีกว่า ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่ต้องการการพักผ่อบแบบง่ายๆ ตื่นเช้ามาก็ออกไปเที่ยว กลางคืนก็กลับมานอน มีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น เพียงแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอและสร้างความพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ Blue Monkey ยังได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจาก Thailand Boutique Awards 2014-2015 อีกด้วย ลองไปพักดูแล้วจะรู้ว่า ที่กล่าวไปมันใช่อย่างที่บอกเล่าหรือเปล่า?

    สนใจติดต่อขอจองห้องพักได้ที่เบอร์โทร +66 (0) 76 212 433 มือถือ 084 689 2755 หรือเข้าเว็บไซต์ http://www.blumonkeyphuket.com

พิกัดนำทาง : Blue Monkey Bed & Breakfast

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *