• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • Blu Monkey Boutique Phuket Town อีกหนึ่งของการพักผ่อนในรูปแบบที่แตกต่าง

Blu Monkey Boutique Phuket Town อีกหนึ่งของการพักผ่อนในรูปแบบที่แตกต่าง

ทิ้งช่วงและห่างหายกันไปพักใหญ่ๆ กับการรีวิวแนะนำสถานที่พัก ครั้งนี้ก็เป็นช่วงที่ทางการได้ปลดล็อคของเหตุการณ์โควิด19 ที่เริ่มเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เดินทางไปท่องเที่ยวกันตามสถานที่ต่างๆ ทางโรงแรมหรือสถานที่พักต่างก็เริ่มทะยอยเปิดให้บริการกัน ราคาค่าห้องพักก็ลดกันแบบสุดๆ ชนิดที่ว่าแทบจะให้ไปพักกันฟรีๆ ว่างั้น แต่ถ้าใครกำลังมองหาที่พักดีๆ ชิคๆ ที่มีรูปแบบเหมือนอยู่บ้านของตัวเอง แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แบบครบครับ แนะนำที่นี่เลยครับ Blu Monkey Boutique Phuket Town

 

จริงๆ ก็ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ทางเรานั้นได้ไปทำการเข้าพักและรีวิวที่พักที่อยู่ในเครือของ Blu Monkey มาแล้วหลายแห่ง และในแต่ละที่ก็ต้องยอมรับเลยครับว่า ประทับใจสุดๆ ด้วยรูปแบบที่แตกต่างและมีคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างชัดเจน

พิกัดของ Blu Monkey Boutique Phuket Town ตั้งอยู่บริเวณท่ารถ บขส.เก่าของจังหวัดภูเก็ต อยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับ Blu Monkey Hub and Hotel Phuket สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าพักในรูปแบบส่วนตัว ด้วยราคาที่ไม่สูงมากนัก สะดวกสบายเพราะตั้งอยู่ในย่านของเมืองเก่าในตัวเมืองภูเก็ต โดยอยู่ห่างจากถนนคนเดินหลาดใหญ่ไม่ไกลมากนัก ถ้าเดินไปก็จะใช้เวลาประมาณเพียงแค่ 10 นาที่เอง อยู่ห่างจากบ้านชินประชาไม่ถึง 1 กิโลเมตร ถ้าเดินไปยังพิพิธภัณฑ์ไทยหัวก็ใช้เวลาเดินด้วยเท้าเพียงแค่ 11 นาที และห่างจากเมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town) ระยะทางแค่ 1.1 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

มองดูรอบๆ บริเวณของสถานที่ตั้งอาจะจะไม่รู้เลยว่าที่นี่จะมีที่พักดีๆ ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆการเดินทางไปถือว่าสะดวกสบาย เพราะอยู่ติดกับถนนพังงา อาคารของสถานที่จะเป็นแบบสองคูหา โดยที่ด้านหน้าของที่พักจะตกแต่งในรูปแบบวินเทจย้อนยุค ก็ต้องบอกว่าเมื่อเห็นครั้งแรกก็พาลทำให้ชอบและหลงไหลไปกับกลิ่นอายของความคลาสสิคจริงๆ

ทางเข้าที่พักจะอยู่ทางด้านซ้าย  มีต้นไม้เขียวชอุ่ม สร้างความสดชื่นให้กับผู้ที่มาเข้าพัก ประตูทางเข้าตรงกลางจะมีน้ำตาลอ่อนๆ ที่ทำฉลุเป็นลวดลายศิลปะสวยงาม ด้านซ้ายขวาจะเป็นกระจกใสที่สามารถมองทะลุได้ ซ่อนความไฮเทคผสมผสานไว้ด้วยการใช้กุญแจแบบดิจิตอล เวลาเข้าออกต้องกดรหัสให้ถูกถึงจะเข้าได้ อืมเข้าท่าและปลอดภัยดีแฮะ สุดจริงๆ

ผนังของตัวอาคารที่พักจะทาเป็นสีเขียวขี้ม้าหรือสีซาฟารี โอ้ยสีนี้ชอบ คลาสสิคมากๆ ถัดลงมาจากเพดานด้านบน บริเวณเหนือประตูะมีชื่อของ Blu Monkey Boutique Phuket Town ส่วนทางบริเวณทางด้านซ้ายมุมล่าง จะมีป้ายที่เขียนบอกเวลา Check In และ Check Out

พอเดินผ่านพ้นประตูเข้าไปก็จะเจอกับห้องที่จัดวางโต๊ะและเก้าอี้  มีเพื่อเอาไว้ต้อนรับลูกค้าที่จะนั่งพักดื่มเครื่องดื่มและขนมอร่อยๆ จากร้านกาแฟที่อยู่ติดกัน ซึ่งร้านกาแฟนี้เจ้าของก็คือคนเดียวกันกับที่พัก แถมใครที่มาเข้าพักที่นี่ยังมีส่วนลดให้อีกด้วย เฮ้ยดีงามเข้าไปอีกสิ ก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางออกไปกินกาแฟที่ร้านข้างนอกกันเลย จบมันซะที่เดียวกันนี่แหละนะ

ของตกแต่งที่ชั้นล่างนี้ ส่วนมากก็จะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมเอาไว้และนำเอามาตกแต่ง ที่เห็ฯชนเด่นชัดก็คือชึดถ้วยชามที่เป็นกระเบื้อง มองดูแล้วอายุของถ้วยชามที่ตกแต่งก็คงจะมากโขอยู่เหมือนกัน น้องไอรินพาเราสองคนเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังชั้นสองคือห้องที่เราจะพัก ตรงบริเวณมุมของบันไดจะมีภาพเขียนวางตกแต่งอยู่ ถัดขึ้นไปเล็กน้อยก็จะมีป้ายตะแกรง ซึ่งมีการประดับประตกแต่งไปด้วยของน่ารักๆ มีภาพถ่ายและแผ่นกระดาษที่บอกประวัติความเป็นมาของสถานที่ มีกระดาษและปากกาให้ลูกค้าได้ขีดๆ เขียนๆ เป็นข้อความสั้นๆ 

ผนังปูนของที่พักจะทาสีขาวสะอาดๆ เพื่อให้ตัดกันกับของที่นำมาตกแต่งจัดวาง เหมือนว่าจะคงโครงสร้างของอาคารเก่าๆ เอาไว้ มีการตกแต่งเพิ่มเติมในบางส่วนเข้าไปเพื่อให้สมบูรณ์ตามคอนเซ็ปต์ของทางที่พัก พอขึ้นไปและก้าวพ้นบันไดก็จะเจอกับห้องกว้างๆ ซึ่งที่ตรงนี้จะเป็นในส่วนของกินเอาไว้คอยบริการ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น  เครื่องปิ้งขนมปัง ชา กาแฟ โอวัลติน ผลไม้ เครื่องดื่มทั้งน้ำเปล่า น้ำผลไม้ จาน ชาม ช้อน มาม่าคัพ และขนมขบเคี้ยวแบบครบๆ เลย  และที่ขาดไม่ได้และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ นั่นก็คือ กล้วยหอม ก็มีเอาไว้บริการกันตลอดเวลากันเลยทีเดียว ใครที่อยากจะนำเอาไปรับประทานในห้องนอนก็สามารถทำได้ หรือจะสะดวกที่จะนั่งรับประทานตรงบริเวณนี้ก็ทำได้ เพราะบริเวณนี้จะมีโต๊ะและเก้าอี้ตั้งเอาไว้คอยบริการอีกด้วย

ทางด้านขวามือจะมีโต๊ะสำหรับเอาไว้นั่งพักและนั่งรับประทานอาหาร ถัดออกไปจะเป็นประตูนส่วนของระเบียง   ซึ่งก็จะมีเก้าอี้ตั้งเอาไว้ให้นั่งพักอยู่ด้วย มองผ่านะเบียงออกไปก็จะมองเห็นบริเณด้านนอกซึ่งเป็นท่ารถ บขสเก่า มองออกไปไกลๆ จนสุดตา เราจะมองเห็นเขารัง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นทัศนียภาพของเกาะภูเก็ตได้อย่างชัดเจน

เดินสำรวจบริเวณด้านอนกเสร็จก็ได้เวลาเข้าไปในห้องพัก ซึ่งเราได้ห้องที่เขียนว่า 21 Secret Garden เปิดประตูเข้าไปก็จะเจอกับห้องที่เป็นโทนขาวดำ การเล่นสีตัดกันได้จังหวะและลงตัวดี ทั้งสีดำและสีขาว เวลาตกแต่งวางของมันจะทำให้โดดเด่นขึ้นมาชัดเจนทีเดียว พื้นห้องปูกระเบื้องเป็นลายไม้สีออกน้ำตาลอ่อนๆ อมเทา สำออกด้านๆ ไม่เงา แลดูคลาสสิคดี เตียงนอนขนาดใหญ่วางอยู่ มองเห็นที่นอนนุ่มๆ ที่ปูผ้าได้ตึงจนอยากจะล้มตัวลงไปนอนซะก่อนเลย แหมก็ที่นอนในเครือของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องที่นอนนุ่มๆ ดูดวิญญาณกันอยู่แล้ว

ทางด้านจะมีโต๊ะวางของ มีน้ำดื่มแล้วแก้ววางเอาไว้ให้ เหนือขึ้นไปจะมีทีวีจอแบนแขวนอยู่บนผนัง หันกลับมาทางประตู จะมีที่ตากผ้าที่ทำเป็นขั้นบันได้วางพิงผนัง ที่บริเณผนังหลังประตูจะมีไม้แขวนเสื้อแขวนเอาไว้อยู่ 4-5 อัน

บริเวณปลายเตียงจะมีชุดโต๊ะกลมและเก้าอี้วางเอาไว้หนึ่งชุดบนโต๊ะจะมีผ้าเช็ดตัวสำหรับสองคนวางเอาไว้ที่บริเวณหัวเตียงทั้งซ้ายและขวาจะมีโคมไฟสำหรับเอาไว้ส่องเวลาอ่านหนังสือซึ่งโต๊ะที่วางก็เป็นการนำเอาของที่เจ้าของเก็บสะสมเอาไว้มาวางแทนด้านบนหัวเตียงจะประดับตกแต่งไปด้วยภาพเขียนเพื่อที่จะไม่ทำให้พื้นผนังโล่งจนเกินไป

จากหัวเตียงถัดไปทางขวามือจะเป็นห้องน้ำทั้งเปียกและแห้ง ในส่วนของห้องน้ำแห้งจะตกแต่งคลุมโทนขาวดำคลาสสิค พื้นกระเบื้องยังคงยึดรูปแบบย้อนยุคดั้งเดิมของภูเก็ตเอาไว้ บนผนังด้านบนจะต้องมีภาพเขียนงานศิลปะติดตั้งอยู่ ในส่วนของห้องน้ำเปียกก็จะเป็นที่อาบน้ำ โดยมีม่านกั้นกันกระเด็นเวลาที่เราอาบน้ำ

หน้าต่างและประตูจะมีผ้าม่านสีขาวสะอาดติดตั้งเอาไว้ มองเลยออกไปยังประตูเดินออกไปข้างด้านนอกจะเป็นในส่วนของระเบียงส่วนตัว เมื่อออกไปแล้ว เราจะพบว่ามีการตกแต่งไปด้วยต้นไม้ รูปภาพ ดูแล้วคล้ายๆ สวนย่อมๆ ประมาณนั้น ผนังก็ไม่ปล่อยให้ว่างจนเสียประโยชน์ มีการขีดเขียนตัวหนังสือแบบอาร์ตๆ ที่มีความหมายด้วยตัวหนังสีดำค่อนข้างอ่านยาก แต่ก็อ่านได้นะ แถมยังมีโต๊ะและเก้าอี้เอาไว้ให้เราได้นั่งชิลล์ๆ สูดอากาศกันเพลินๆ อีกด้วย

ที่พักที่นี่จะมีทั้งหมด 9 ห้อง ชั้นละสามห้องนอน ในแต่ละชั้นก็จะมีครัวส่วนตัวทุกชั้น ใครหิวอะไรก็ออกมาเอาของเข้าไปกินกันที่ห้องได้ หรือจะนั่งกินกันที่โต๊ะด้านนอกก็เพลินดี มีพัดลมและมีเครื่องเสียงเอาไว้เปิดฟังเพลงเพลินๆ ให้อีก ดีงามจริงๆ

ในแต่ละชั้นการตกแต่งก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความคลาสสิคอยู่  มีตู้ไม้เก่าๆ แบบคลาสสิคที่มีกระจกใสๆ ภายในตู้ก็จะมีถ้วยโถโอชามวางเอาไว้ให้คนได้ชื่นชม มาพักที่นี่บอกได้เลยว่า บรรยากาศนั้นแตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง มันบ่งบอกถึงความเป็นส่วนตัวเอามากๆ ไม่ต้องมาคอยเทคแคร์อะไรมากมาย เงียบสงบดี ต่างคนก็อยู่ในห้องของตัวเอง หิวน้ำหิวขนมก็ออกไปเอามากินในห้อง ของหมดพนักงานก็เอามาเติมอยู่ตอดเวลา

ในส่วนของอาหารเช้าที่นี่ก็มีมาให้ด้วยการเสิร์ฟกันมาในรูแบบย้อนยุค คือแบบผูกปิ่นโตกันมาเลย แต่เราจะต้องสั่งออเดอร์กันล่วงหน้าก่อน อาหารที่ทางโรงแรมจัดมาให้ก็จะเป็นอาหารของท้องถิ่น อย่างเราสองคนสั่งก็จะเป็นหมี่ผัดฮกเกี้ยนและขนมจีนภูเก็ต ตบท้ายด้วยขนมหวานที่เป็นตะโก้เผือก ก็ต้องบอกเลยว่ารสชาตินั้นโอเคเอามากๆ ไม่ผิดหวังและเสียชื่อจริงๆ

สำหรับการมาเข้าพักที่แห่งนี้ในเวลาสองคืน ต้องบอกเลยว่าประทับใจในเรื่องของรูปแบบและสไตล์การตกแต่ง ที่สำคัญ การใช้ชีวิตในขณะที่พักอาศัยอยู่ทีนี่ มันให้ความรู้สึกถึงความเป็นกันเองและความเป็นส่วนตัวจริงๆ ทีสำคัญ ราคาของห้องพักสบายเงินในกระเป๋าเงินเราจริงๆ บอกเลย “ไม่แพงแต่ดี” คำนี้ใช้ได้เลย เชื่อสิ

สนใจติดต่อขอจองห้องพักได้ที่เบอร์โทร 089 909 8882 หรือเข้าไปดูที่เว็บไซต์ http://www.blumonkeyhotels.com/boutiquephukettown/

พิกัด :  https://goo.gl/maps/syo5FA3qSAUAtK2Y7

Previous «
Next »