• Homepage
  • >
  • News
  • >
  • แคนนอนเปิดตัว Speedlite 470EX-AI แฟลชรุ่นแรกของโลกที่มีเทคโนโลยี ออโต้ อินเทลลิเจนท์ เบาซ์ (Auto-Intelligent (AI) Bounce)

แคนนอนเปิดตัว Speedlite 470EX-AI แฟลชรุ่นแรกของโลกที่มีเทคโนโลยี ออโต้ อินเทลลิเจนท์ เบาซ์ (Auto-Intelligent (AI) Bounce)

    แคนนอนเปิดตัว Speedlite 470EX-AI แฟลชรุ่นแรกของโลกที่มีเทคโนโลยี AI bounce* ช่วยควบคุมการกระจายแสงแฟลชอย่างอัตโนมัติเพื่อไม่ให้เกิดเงามืดในภาพถ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการถ่ายภาพบุคคล พร้อมตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักถ่ายภาพตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ

    ด้วยโหมดการทำงานที่มีให้เลือกทั้ง full-auto และ semi-auto ของ Speedlite 470EX-AI การถ่ายภาพโดยใช้แฟลชจึงเป็นเรื่องง่ายแม้แต่กับนักถ่ายภาพสมัครเล่น และได้ภาพถ่ายที่ดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติได้ไม่ยาก อีกทั้งแฟลชรุ่นนี้มีระดับความสว่างที่ guide number 47 จึงให้ความสว่างสูงและครอบคลุมบริเวณกว้าง

AI Bounce เพื่อความสะดวกในการให้แสง

    การถ่ายภาพโดยใช้การสะท้อนแสงแฟลช (bounce) เป็นเทคนิคการถ่ายภาพที่ใช้กันมากเพื่อให้แสงในภาพมีความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในการถ่ายภาพภายในอาคาร แฟลชจะถูกหันออกจากตัวแบบเพื่อให้แสงแฟลชพุ่งไปยังกำแพงหรือเพดาน ซึ่งจะทำให้แสงนุ่มลงก่อนสะท้อนกลับมาที่ตัวแบบ อีกทั้งเป็นการกระจายแสงเพื่อให้ได้ความสว่างที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น นักถ่ายภาพที่ไม่คุ้นเคยกับการถ่ายภาพโดยใช้แฟลชมักมีปัญหาในการหามุมที่เหมาะสมสำหรับการสะท้อนแสงแฟลช เทคโนโลยี AI bounce จึงช่วยกำหนดมุมสะท้อนแสงที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

    องค์ประกอบของ Speedlite 470EX-AI ยังรวมถึงมอเตอร์ เซ็นเซอร์วัดความเร่ง และเซ็นเซอร์วัดระยะห่างที่ช่วยในการทำงานของ AI bounce โดยผู้ใช้สามารถเลือกโหมดการทำงานของ AI bounce ได้ 2 แบบ คือ full-auto และ semi-auto

    ในโหมด full-auto แฟลชจะหามุมสะท้อนแสงที่เหมาะสมที่สุดเอง เหมาะสำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่ที่ต้องการวิธีง่ายๆ เพื่อให้ได้สภาพแสงที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ เทคโนโลยีในการวัดระยะห่างระหว่างแฟลชกับตัวแบบและเพดาน ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องคำนวณหามุมสะท้อนแสงที่เหมาะสมเพื่อให้ได้สภาพแสงที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะแฟลชจะทำการคำนวณและหัวแฟลชจะปรับเข้าสู่ตำแหน่งโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้เพียงแค่กดชัตเตอร์ก็จะได้ภาพอย่างที่ต้องการ

    ส่วนโหมด semi-auto เหมาะสำหรับผู้ใช้ระดับกลางและระดับก้าวหน้าที่ต้องการปรับตั้งค่ามุมสะท้อนแสงเองเพื่อเน้นองค์ประกอบในภาพ โดยแฟลชจะล็อคค่าที่ตั้งไว้และหัวแฟลชจะปรับเข้าสู่ตำแหน่งให้สอดคล้องกันไม่ว่าจะวางกล้องในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ตาม เพียงกดปุ่ม ANGLE SET ที่ด้านข้างของหัวแฟลชเพื่อล็อคมุมเท่านั้นก็เรียบร้อย 

ฟีเจอร์ใช้งานง่ายไม่มีสะดุด

    เมื่อใช้แฟลชร่วมกับเลนส์มุมกว้างพิเศษ บริเวณขอบภาพมักดูมืดเกินไป (vignette effect) แต่ Speedlite 470EX-AI แก้ปัญหานี้ได้ด้วยแผ่น wide panel ในตัวที่สามารถกระจายแสงได้กว้างเท่ากับเลนส์มุมกว้าง 14 มม. (ใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบฟูลเฟรม 35 มม.) จึงกระจายแสงได้เพียงพอและทั่วถึงทั้งภาพ

    อีกทั้งเมื่อใช้คู่กับเบาซ์อะแดปเตอร์ SBA-E4 ผู้ใช้จะสามารถถ่ายภาพในสภาพแสงที่นุ่มนวลโดยไม่เกิดเงามืดในภาพ โดยเบาซ์อะแดปเตอร์จะทำการกระจายแสงและทำให้แสงดูนุ่มลง พร้อมทั้งป้องกันการเกิดเงาดำรอบตัวแบบ จึงเหมาะมากสำหรับการถ่ายภาพบุคคล

    นอกจากนี้ หากตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ให้ไวกว่าความเร็วแฟลช ผู้ใช้จะสามารถถ่ายภาพโดยใช้รูรับแสงกว้างเพื่อให้ได้ภาพที่มีฉากหลังเบลออย่างสวยงามและโฟกัสตัวแบบด้านหน้าได้อย่างคมชัด โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ high-speed sync ที่จะช่วยในการถ่ายภาพย้อนแสงเพื่อไม่ให้ฉากหน้าของภาพมืด

    Speedlite 470EX-AI มีปุ่มสำหรับปรับค่าแสงแฟลชได้โดยตรงบนตัวแฟลช อีกทั้งรองรับการสั่งการแบบไร้สาย และการทำงานร่วมกับแฟลช Speedlite รุ่นอื่นๆ ที่มีฟังก์ชัน wireless master รวมถึงกล้องถ่ายภาพตระกูล EOS ที่มีฟีเจอร์ Integrated Speedlite Transmitter

    แฟลช Speedlite 470EX-AI จะวางจำหน่ายประมาณต้นเดือนมิถุนายน ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แคนนอนทั่วประเทศ ในราคา 16,590 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://snapshot.canon-asia.com/thailand/article/th/speedlite-470ex-ai-exploring-the-worlds-first-ai-bounce-function

Previous «
Next »