• Homepage
  • >
  • News
  • >
  • ‘ซีพีเอ็น’ เผยกลยุทธ์การตลาดระดับโลก “World Elite Tourism” ครั้งแรก ปั้นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ “เซ็นทรัล ภูเก็ต”

‘ซีพีเอ็น’ เผยกลยุทธ์การตลาดระดับโลก “World Elite Tourism” ครั้งแรก ปั้นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ “เซ็นทรัล ภูเก็ต”

    วันนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ประกาศกลยุทธ์ “World Elite Tourism” กลยุทธ์การตลาดดึง Quality Tourist ทั่วโลกครั้งแรก ปั้น “เซ็นทรัล ภูเก็ต” ศูนย์การค้าที่เป็นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ล่าสุด หนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ตโต คาดเงินสะพัดหมุนเวียนกว่า 30,000 ล้านบาท ลุยเจาะเซ็กเมนต์นักท่องเที่ยวโลกด้วยงบรวม 3,000 ล้านบาท รับกระแสเทรนด์ นักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชีย ‘Rich Asian Millennials’, นักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่ใช้จ่ายสูง ‘European High Spenders’ และ นักธุรกิจเดินทางประชุม ‘Bluxury’ สร้าง ‘Super Magnet’ ด้วยฟีเจอร์ระดับโลกที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมจัดทัพ ‘World Playlist’ งานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลก และเตรียมผลักดันภูเก็ตให้เป็น ‘WORLD-CLASS MICE CITY’ สร้างรายได้ให้ประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน พลิกโฉมใจกลางภูเก็ตเป็นย่านดาวน์ทาวน์และแลนด์มาร์คของโลกเทียบย่านราชประสงค์ ตั้งเป้าเพิ่มยอดใช้จ่ายนักท่องเที่ยวในศูนย์ฯ ให้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

    นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา เผยว่า “ซีพีเอ็นเล็งเห็นถึงความแข็งแกร่งของจังหวัดภูเก็ตในการเป็นเสมือนเมืองที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่คาดว่าใน 2-3 ปี จะมีนักท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านคน เราจึงปั้น ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ เป็นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ ‘World Elite Tourism’ เพื่อสอดรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้ชี้นำเทรนด์ท่องเที่ยวของโลกในปัจจุบัน ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ (Quality Tourists) โดยใช้งบ 3,000 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ 3 แกนหลัก ได้แก่ การสร้าง Super Magnet, สร้าง World Playlist งานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลก, และผลักดันภูเก็ตเป็น WORLD-CLASS MICE CITY”

    คุณวัลยา กล่าวเสริมว่า “สำหรับกลยุทธ์ที่ 1) การสร้าง Super Magnet นั้น เซ็นทรัล ภูเก็ต จะเป็นจุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์เมืองชายทะเลระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย (The Magnitude of Luxury & Leisure Resort Shopping Destination ) ที่รวบรวมทุกจุดแข็งที่จะสร้างความแตกต่างจากศูนย์การค้าอื่นๆ ในเมืองชายทะเลทั่วโลกซึ่งจะมีจุดเด่นเพียงบางอย่าง แต่ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต จะมีครบทุกแม่เหล็กดึงดูดไว้ในโครงการเดียว ทั้งโครงการศูนย์การค้า ลักชูรี่แบรนด์เพื่อตอบรับกำลังซื้อลูกค้าระดับบนเทียบเท่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี รวมถึงแอทแทรคชั่นหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นจิ๊กซอว์ที่จะช่วยเติมเต็มให้ภูเก็ตเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลที่ครบและสมบูรณ์ ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์การเดินทาง เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ที่มีเซนโตซา, มารีน่า เบย์ และ ธีมปาร์คต่างๆ”

    “ส่วนกลยุทธ์ที่ 2) การสร้าง World Playlist งานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สร้างแลนด์มาร์คของประเทศด้วยการจัดอีเวนท์ในระดับนานาชาติ อาทิ งาน Grand Opening ยิ่งใหญ่ระดับโลก เทศกาลดนตรีนานาชาติภูเก็ต (Phuket International Music Festival) และ เทศกาลเคาท์ดาวน์ระดับโลกประจำภูเก็ต (Phuket International Countdown 2019) ซึ่งจะทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ตเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดภูเก็ตเทียบชั้นย่านราชประสงค์ นอกจากนี้ เรายังได้รังสรรค์เมนูอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาทานได้เฉพาะที่เซ็นทรัล ภูเก็ตเท่านั้น หรือ Phuket Menu (Exclusive Menu Only At Central Phuket) โดยทางศูนย์ฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรร้านอาหารส่งเสริมชื่อเสียงของอาหารภูเก็ต และกลยุทธ์ที่ 3) การผลักดันภูเก็ตเป็น WORLD-CLASS MICE CITY ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งให้กับจังหวัดภูเก็ต ให้เป็น “The World’s #1 Preferable Choice for MICE Tourism” ด้วยแผนการสร้างศูนย์การประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตร.ม. และโรงแรมมาตรฐานสากล เพื่อหนุนตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ให้ภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์ระดับโลกที่คนทั่วโลกชื่นชอบที่สุดอย่างแท้จริง”

    “เราเชื่อว่า เซ็นทรัล ภูเก็ตจะเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างแท้จริง และจะช่วยเพิ่มปริมาณของนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพให้ใช้จ่ายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูเก็ต เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปทั่วจังหวัด สร้างเงินสะพัดในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ผ่านทางศูนย์การค้า คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม แอทแทร็คชั่น ระบบโลจิสติกส์ เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” คุณวัลยา กล่าว
“สำหรับกลุ่มเป้าหมายของศูนย์การค้าซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวของโลก ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่ม Rich Asian Millennials (ริช เอเชี่ยน มิลเลนเนียล) นักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชีย อาทิ ชาวจีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, ฮ่องกง, สิงค์โปร์, มาเลเซีย เป็นต้น โดยเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีแนวโน้มมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย โดย Asian Millennials มีจำนวนถึง 60% ของ มิลเลนเนียลทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกมีประชากรมิลเลนเนียลประมาณ 70 ล้านคน ซึ่งมีช่วงอายุตั้งแต่ 20-35 ปี พร้อมที่จะใช้จ่ายเงินกับการท่องเที่ยว เพื่อซื้อประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ชอบความหวือหวา ชื่นชอบ การช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม

    สำหรับกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่ม European High Spenders นักเดินทางชาวยุโรป ที่ใช้จ่ายสูง เช่น รัสเซีย เยอรมัน และ อังกฤษ ซึ่งเน้นการพักผ่อนในระยะยาว (Long Stay) ชื่นชอบในสินค้าไทย ของที่ระลึกของฝาก และ เรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ความเป็นโลคอล และ 3) กลุ่ม Bluxury (Business + Luxury) นักธุรกิจที่เดินทางไปในต่างประเทศเพื่อการประชุม สัมมนา หรือ Incentive Trip ซึ่งเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่มีรายได้สูง พักผ่อนแบบพรีเมี่ยม อาจเดินทางมาด้วยตนเองหรือพาครอบครัวมาด้วย และมีแนวโน้มในการขยายเวลา การเดินทางเพื่อพักผ่อนส่วนตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ ถือเป็นผู้ชี้นำเทรนด์ท่องเที่ยวของโลกในอีก 2-3 ปี ข้างหน้าที่จะมีส่วนผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลกให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด” คุณวัลยากล่าว

    นายปกรณ์ พรรธะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “สำหรับเซ็นทรัล ภูเก็ต เราโฟกัสที่ตลาดทัวริสต์อย่างชัดเจนที่สุดด้วยการแบ่งสัดส่วนลูกค้าต่างชาติและลูกค้าคนไทยถึง 50:50 ซึ่งเป็นศูนย์ฯ แรกที่โฟกัสนักท่องเที่ยวในสัดส่วนที่สูงมาก ทำให้เราแยกส่วนของแผนกการตลาดการท่องเที่ยวหรือทัวริสต์มาร์เก็ตติ้ง (Tourist Marketing) ให้เป็นแผนกใหม่ออกมาอย่างชัดเจน พร้อมสร้าง Tourist Big Data เชื่อมโยงกับฐานลูกค้า ‘สมาชิก The 1 Tourist’ ที่เข้าถึงลูกค้าต่างชาติทั่วโลกกว่า 700,000 คน และสร้าง CRM ให้เกิดการ cross selling ในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลกกับศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในเครือกลุ่มเซ็นทรัลที่มีอยู่ทั่วโลก”

    “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ตอบรับการท่องเที่ยวที่เน้นความหรูหราและการพักผ่อนหย่อนใจเข้าด้วยกัน (Luxury & Leisure) สมกับแนวคิด “Central Phuket – The World Comes to Play” จับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพในทุกทัชพอยท์ ตั้งแต่การจองตั๋ว การวางแผนการเดินทาง มาสู่การเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ในศูนย์การค้าผ่านทางฟีเจอร์ต่างๆ โดยงาน Grand Opening วันที่ 10 ก.ย. 2561 เราได้นำเอาโชว์สุดพิเศษ 360° Innovative Live Performance โดยคณะ Creativiva จากประเทศแคนาดา มาแสดงโชว์ชุด “Star Catcher” เป็นครั้งแรกของโลกที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ร่วมด้วยการสร้างความ Authentic Local Immersion ด้วย Tales of Thailand จำลองสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นไทยทั่วทุกภาคของประเทศที่ใหญ่ที่สุดไว้ในที่เดียวในศูนย์การค้า อีกทั้งยังมีไฮไลท์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างตรงจุดทั้งความชอบและ ความศรัทธา อาทิ Durian Pavilion (ศาลาทุเรียน) ซึ่งเป็นโซนพิเศษที่เปิดขึ้นมาที่แรกในโลก เพื่อมอบประสบการณ์การทานผลไม้เมืองร้อนอย่างทุเรียน, ศาลพระตรีมูรติ รูปหล่อปิดทองคำแท้ เช่นเดียวกับที่เซ็นทรัลเวิลด์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่สักการะบูชาแก่ทั้งชาวภูเก็ต นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมด้วยห้องรับรองพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีบริการส่วนตัว พิเศษยิ่งขึ้นด้วยการเลือกสรรผลิตภัณฑ์สกินแคร์และบอดี้แคร์จากแบรนด์หาญ (HARNN) และเครื่องหอมจากวุฒิ (Vuudh) กลิ่น Phuket ที่จะเติมเต็มบรรยากาศให้ยิ่งสุนทรีย รวมถึง ลิ้มลองชาสมุนไพรใบหม่อนออร์แกนิครสชาตินุ่มนวลจาก ธิชา (Tichaa) ให้ผู้ใช้บริการได้ผ่อนคลายอย่างไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยเราตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์และแอทแทรคชั่นให้กับเซ็นทรัล ภูเก็ต” คุณปกรณ์ กล่าว

    ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต มีมูลค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 111 ไร่ พื้นที่โครงการรวม 400,000 ตร.ม. เป็นเมกะโปรเจ็กต์ระดับโลกที่ประกอบด้วย ศูนย์การค้าและลักชูรี่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ร่วมด้วย แอทแทรคชั่นหนึ่งเดียวในโลก อาทิ Tales of Thailand (เทลส์ ออฟ ไทยแลนด์) จำลองบรรยากาศวิถีชีวิต ความเป็นไทยในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด, Tribhum (ไตรภูมิ) ประสบการณ์การผจญภัยเสมือนจริงแบบ 3D ในโลกแฟนตาซีวอล์คทรูแห่งแรกของโลก โดยจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2561, และ Aquaria (อควาเรีย) อควาเรียมรูปแบบใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมให้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ของมหาสมุทรและความลึกลับของแม่น้ำ และสัตว์กว่า 25,000 ตัว จะเปิดให้บริการไตรมาสแรก 2562 รวมไปถึงศูนย์การประชุมนานาชาติ และโรงแรมมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ ยังเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของธุรกิจหลักในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ทั้งห้างเซ็นทรัลที่ลักชูรี่เทียบเท่าเซ็นทรัล ชิดลม ที่มีถึง 4 ชั้น, ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, พาวเวอร์บาย, บีทูเอส, ออฟฟิตเมท, แฟมิลี่ มาร์ท, เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า พร้อมด้วย แบรนด์สินค้าตั้งแต่ระดับลักชูรี่แบรนด์ บริดจ์ไลน์แบรนด์ ไลฟ์สไตล์แบรนด์ และร้านอาหาร รวมทั้งสิ้นกว่า 400 ร้านค้า

Previous «
Next »