• Homepage
  • >
  • Special Scoops
  • >
  • “เที่ยวไทยรับพร 12 ราศี” กับ ททท. และอาจารย์คฑา ชินบัญชร

“เที่ยวไทยรับพร 12 ราศี” กับ ททท. และอาจารย์คฑา ชินบัญชร

    เมื่อวันพุธที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดโครงการ “เที่ยวทั่วไทยรับพร 12 ราศี” ขึ้น โดยงานนี้ก็มีอาจารคฑา ชินบัญชร เป็นผู้นำสำหรับการทำบุญไหว้พระในครั้งนี้ จุดหมายปลายทางของโครงการนี้ก็อยู่ที่วัดบางกะพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม

    ช่วงเช้าของวันพุธที่ 30 พฤษภาคม ทั้งคณะที่มีสื่อมวลชนหลากหลายรวมทั้งทีมงาน ก็ได้เดินทางมาร่วมตัวกันที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน เพื่อออกเดินทางด้วยรถตู้ มุ่งหน้าสู่วัดบางกะพ้อม จังหวัดสมุทรสคราม โดยมีระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่งก็ถึงที่หมาย

       

    เวลาเที่ยงวันหลังจากลงจากรถตู้ อาจารย์คฑา ชินบัญชร ก็ได้พาคณะเข้าไปในศาลาเพื่อร่วมกันทำบุญและพิธีถวายสังฆทาน โดยมีคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมด้วยความปิติยินดีที่ได้ทำบุญร่วมกัน ถวายสังฑทานเสร็จก็ได้รับมอบพระเครื่องจากหลวงพ่อเอาไว้บูชากันคนละหนึ่งองค์

       

    หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปจุดธูปเทียนปิดทององค์พระกันต่อ ก็มีถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเล็กน้อย หลังจากนั้นอาจารย์คฑาก็พาพวกเราทั้งคณะเดินไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าแก่ที่มีอายุมากถึง 25o ปี โดยที่รูปทรงและงานปูนปั้นที่อยู่ภายในถือว่างดงามปราณีตเอามากๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวหับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าล้วนๆ มีรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางโบสถ์ ซึ่งเมื่อเห็นก็ถึงกับทำเอาพวกเราตะลึงไปกับความงดงามของงานวิจิตรศิลป์ บอกได้คำเดียวเลยว่า “มันช่างสุดยอกเอามากๆ” ในระหว่างที่อยู่ภายในพระอุโบสถ อาจาร์คฑาก็ได้ทำหน้าที่เป็นคนบอกเล่าเรื่องราวและประวัติอย่างคร่าวๆ ไปด้วยในตัว สำหรับพวกเราก็ฟังไปและถ่ายรูปไป พร้อมกับชื่นชมความงดงามกับสิ่งที่ได้พบเห็นอย่างน่าอัศจรรย์

       

       

    ใช้เวลานานพอที่เหงื่อในกายของพวกเราทุกคนนั้นไหลออกมา แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เรานั้นร้อนแต่อย่างใด มันเย็นและปลาบปลื้มกับสิ่งที่พบเห็นอยู่ตรงเบื้องหน้าเสียมากกว่า หลังจากเดินออกมาจากอุโบสถ อาจารย์คฑาก็พาพวกเราเดินอ้อมไปอีกฝั่งหนึ่งของวัดเพื่อที่จะได้ไปร่วมกันสวดมนต์ ที่บริเวณตรงนี้จะมีศาลาขนาดใหญ่โตมาก ด้านบนของศาลาจะประดิษฐานองค์ของหลวงปู่ทวดสีดำขนาดใหญ่ ภายในศาลานี้ก็จะมีมุมประดิษฐานองค์พระประจำวันเกิดสีเหลืองอร่าม บางมุมก็จะเป็นที่ประดิษฐานขององค์สเด็จพ่อ ร.5 มีมุมให้ได้ทำบุญถวายสังฆทานและตู้รับบริจาคด้วย พวกเราก็เลยถือโอกาสทำบุญเพื่อเสริมเป็นสิริมงคลเสียด้วยเลย

       

    จากนั้นอาจาย์คฑาก็พาเดินขึ้นไปยังชั้นที่สองเพื่อทำการสวดมนต์ร่วมกัน ที่ตรงนี้ก็ถือเป็นไฮไลท์ของกิจจกรรมในครั้งนี้ เสียงสวดมนต์ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงด้วยความไพเราะและมีมนต์ขลัง ใช้เวลาในการสวดมนต์ก็ถือว่านานพอสมควร การสวดมนต์ครั้งนี้จก็ทำให้จิตใจของพวกเราสงบและปลาบปลื้มอิ่มบุญกันอย่างถ้วนหน้ากันเลย

       

    สำหรับประวัติของวัดบางกะพ้อมนี้สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2312 สมัยกรุงศรีอยุธยา ตำนานเล่าขานกันมาว่า มีตระกุลคหบดีมีฐานะดีตระกูลหนึ่ง ได้ลงเรือพาครอบครัวพร้อมทั้งทรัพย์สินหนีข้าศึก เดินทางรอนแรมจนถึงแหลมบางกะพ้อมแห่งนี้ ก็เห็นเป็นที่เหมาะสมร่มรื่น จึงได้พักแรมสร้างท่ีอย่อูาศัยอยู่ด้วยการสานกระบุงและตระกร้า เสื่อลำแพน รวมไปถึงกะพ้อมใส่ข้าว ทำเป็นสินค้าเพื่อนำไปขายสำหรับยังชีพ ต่อมามีคนมาบอกว่ากองทัพของข้าศึกกำลังจะยกมาทางนี้ กำลังทำการสู้รบกันอยู่ที่ค่ายบางกุ้งให้รีบหนีไปเสีย แต่คหบดีผู้นี้เห็นว่าคงจะหลบหนีไม่ทันเป็นแน่แท้ ก็จึงได้หลบเข้าไปแอบอยู่ในกะพ้อม หลังจากนั้นก็ได้ตั้งจิตธิษฐานต่อพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่า “ขออย่าให้ทหารข้าศึกพบเลย ถ้าหากรอดพ้นไปได้จะจัดการสร้างวัดและวิหารขึ้นที่ตรงนี้” ซึ่งพอทหารข้าศึกผ่านไปโดยมิได้พบเห็น ต่อมาคหบดีผู้นี้จึงได้จัดสร้างวิหารวัดบางกะพ้อมขึ้นมาตามที่ตั้งจิตธิษฐานเอาไว้ โดยตั้งชื่อวัดว่า “วัดบังกับพ้อม” ต่อมาก็เลยเพี้ยนเป็น “วัดบางกะพ้อม” ที่เรียกขานกันมาถึงปัจจุบันนั่นเอง

       

    จากวัดบางกระพ้อม ทั้งคณะก็ได้ขึ้นรถตู้เดินทางไปยัง “บ้านปิ่นสุวรรณเบญจรงค์” ซึ่งแหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์โบราณที่อยู่คู่กับอัมพวามานานหลายปี ที่นี่ถือเป็นแหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์ที่เลีบนแบบลวดลายศิลปะสมัยรัชกาลที่ 2 พร้อมทั้งใช้ศิลปะชั้นสูงในการออกแบบ รูปแบบของลวดลายถือว่างดงามอ่อนช้อยและละเอียดเอามากๆ จนทำให้บ้านปิ่นสุวรรณเบญจรงค์นี้มีชื่อในหมู่เจ้านายชั้นสูง คหบดี บริษัทห้างร้าน รวมไปถึงชาวต่างชาติอีกด้วย

       

    เวลาประมาณบ่ายสองโมงก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางทางทีมงานก็ได้พาไปแวะนั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ กันที่ The Buffalo Amphawa (เดอะ บัฟฟาโล อัมพวา) เดินทางไปถึงก็แดดร่มลมตกอากาศกำลังเย็นสบายพอดี ที่ร้านนี้บรรยากาศโดยรวมก็จะออกชิลล์ๆ และฟินๆ ร้านนี้จะอยู่ติดกับแม่น้ำ บรรยากาศดูร่มรื่น มีต้นลำพูขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเงา มีการจัดวางที่นั่งเอาไว้ตามมุมสำหรับให้นั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ ภายในบริเวณดูโอ่อ่าเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับแวะไปนั่งพักผ่อนในช่วงเวลาเย็นเอามากๆ มีบริการทั้งกาแฟ เครื่องดื่ม รวมไปถึงขนมเค้กหลากหลายเมนู ครั้งนี้พวกเราก็เลยจัดกันซะอิ่มแปล้ไปเลย 5555+

       

    เมื่อได้ดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟและขนมเค้กอร่อยๆ พร้อมกับชื่นชมธรรมชาติริมแม่น้ำกันเรียบร้อย ทั้งคณะก็พากันออกจากร้านกาแฟเพื่อที่จะนั่งรถตู้มุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพฯ​ กันต่อ กิจกรรมครั้งนี้ก็ถือเป็นสิ้นสุดและสำเร็จไปด้วยดี ต่างคนต่างก็อิ่มเอิบไปกับกุศลและผลบุญที่ได้ทำร่วมกันในครั้งนี้

    โครงการดีๆ แบบนี้ก็ต้องขอขอบคุณอาจรย์คฑา  ชินบัญชร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ได้จัดกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมา นอกจากจะได้ทำบุญกันแล้ว พวกเรายังได้ไปเยี่ยมชมและรู้จักกับแหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงประวัติศาสตร์ของวัดบางกะพ้อม และแหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์โบราณที่อยู่คู่กับอัมพวามานานหลายปี ถือเป็นการช่วยกันประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของไทย ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

Previous «
Next »