Tuesday, March 24, 2026
spot_img
HomeNewsอโกด้าประกาศเปิดตัวโปรแกรม Eco Deals ครั้งที่ 3 ที่การประชุมด้านการท่องเที่ยวอาเซียน: ขยายความร่วมมือกับ WWF ด้วยการบริจาคเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ สนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่า

อโกด้าประกาศเปิดตัวโปรแกรม Eco Deals ครั้งที่ 3 ที่การประชุมด้านการท่องเที่ยวอาเซียน: ขยายความร่วมมือกับ WWF ด้วยการบริจาคเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ สนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่า

เมื่อไม่นานมานี้ อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว ประกาศขยายความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ด้วยการขยายโปรแกรม Eco Deals ของอโกด้าเพื่อสนับสนุน 8 โครงการอนุรักษ์ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการประชุมด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (ATF) ทั้งนี้อโกด้าได้จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน  โดยมีคุณออมรี มอร์เกนสเติร์น, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร, อโกด้า และคุณเอลิซาเบธ  คลาร์ก, ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์, องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสิงคโปร์ (WWF-สิงคโปร์) กล่าวสรุปวิสัยทัศน์ และเป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้ให้ผู้แทนจากองค์การท่องเที่ยวแห่งอาเซียน สํานักงานเลขาธิการอาเซียน และประเทศคู่เจรจาของอาเซียน โปรแกรม Eco Deals ของอโกด้าเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนธีมของ ATF: “การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างมีความรับผิดชอบ – อนาคตของอาเซียนที่ยั่งยืน”

สำหรับโปรแกรม Eco Deals ในปี 2024 นี้ อโกด้าจะเพิ่มเงินสนับสนุนให้ WWF สิงคโปร์ 4 เท่า เป็น 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (จาก 250,000 เหรียญสหรัฐ ในปี 2023) เพื่อสนับสนุนความพยายามในการอนุรักษ์ของสำนักงาน WWF 8 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยสำนักงานในประเทศลาว (เจ้าภาพ ATF ปีนี้) กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เช่นเดียวกับโปรแกรม Eco Deals ในปี 2023 อโกด้าจะบริจาคเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการจองห้องพักของโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการแต่ละครั้ง กองทุนนี้จะถูกแบ่งไปสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ต่าง ๆ ของ WWF เช่น โครงการอนุรักษ์สัตว์ทะเล ป่าไม้ และสัตว์ป่า โครงการคุ้มครองเสือโคร่งในมาเลเซีย โครงการคุ้มครองฉลามวาฬในฟิลิปปินส์ และโครงการคุ้มครองช้างในประเทศไทย รวมไปถึงโครงการอื่น ๆ เช่น โครงการอนุรักษ์ซาวลาในเวียดนาม โครงการฟื้นฟูระบบนิเวศในอินโดนีเซีย โครงการสนับสนุนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในกัมพูชา และโครงการปรับปรุงพื้นที่ชุ่มน้ำในเขตเมืองในลาว ขณะนี้โปรแกรม Eco Deals กำลังเปิดรับสมัครพาร์ทเนอร์ที่พักของอโกด้าเข้าร่วมโปรแกรม และจะเปิดให้บุคคลทั่วไปจองห้องพักได้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567 จนถึงวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567

จากซ้าย: ดร.กาญจนา วานิชกร, Director of Sectoral Development, ASEAN Secretariat; Ms Juliana Kwa, Assistant Chief Executive, Singapore Tourism Board; Dr. Nguyen Trung Khanh, Chairman of Vietnam National Authority of Tourism; Dato’ Roslan Tan Sri Abdul Rahman, Secretary-General of Ministry of Tourism, Arts and Culture, Malaysia; นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา; คุณออมรี มอร์เกนสเติร์น, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร, อโกด้า; ฯพณฯ นางสวนสวรรค์ วิยะเกต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว; H.E. So Mara, Secretary of State, Ministry of Tourism, Cambodia; Mrs. Martini Paham, Deputy Minister of Tourism and Creative Economy, Indonesia; Hajah Tutiaty binti Haji Abdul Wahab, Permanent Secretary, Ministry of Primary Resources and Tourism, Brunei Darussalam; Ms. Verna Buensuceso, Undersecretary of Department of Tourism, the Philippines

คุณออมรี มอร์เกนสเติร์น, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร, อโกด้า กล่าวที่ ATF เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมาว่า “อโกด้า ในฐานะบริษัทที่มุ่งมั่นตั้งใจทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้คนมากขึ้น ตระหนักดีว่าเรามีหน้าที่ช่วยอนุรักษ์จุดหมายปลายทางต่าง ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ จากการร่วมมือกับ WWF ภายใต้โปรแกรม Eco Deals และจากการส่งเสริมของพาร์ทเนอร์โรงแรมของเราที่ผ่านมา เรายังคงตั้งใจจะสนับสนุนโครงการริเริ่มเชิงรุกต่าง ๆ ที่จะช่วยอนุรักษ์ และปกป้องโลกต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าโลกนี้จะยังคงมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการท่องเที่ยวการสำรวจสำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไปในอนาคต”

ฯพณฯ นางสวนสวรรค์ วิยะเกต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฐานะประธานการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน กล่าวว่า “เรายินดีต้อนรับภาคเอกชน และภาครัฐที่มีส่วนร่วมส่งเสริม และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับทรัพยากรการท่องเที่ยวในอาเซียน ตามกรอบอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในยุคหลัง COVID-19 ยกตัวอย่างเช่น การร่วมมือกันของอโกด้าและ WWF ซึ่งช่วยเพิ่มการตระหนักรู้เกี่ยวกับการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบ และอาเซียนในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวชั้นดี”

คุณวิเวก กุมาร์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, WWF สิงคโปร์ กล่าวว่า “รายงาน Living Planet ล่าสุดของ WWF แสดงให้เห็นว่าจำนวนสัตว์ป่าลดลงอย่างน่าตกใจถึง 69% โดยเฉลี่ย ในเวลาไม่ถึงหนึ่งช่วงชีวิต ในฐานะศูนย์กลางระหว่างประเทศ WWF สิงคโปร์อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป โครงการอนุรักษ์ที่เราดำเนินการในช่วงสองปีที่ผ่านมา สร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน และในปีนี้ที่เราร่วมมือกับอโกด้าเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน เราก็ตั้งใจจะขยายโครงการอนุรักษ์สัตว์ทะเล ป่าไม้ และสัตว์ป่า เพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้ได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา”

โครงการอนุรักษ์ต่าง ๆ ของ WWF ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากโปรแกรม Eco Deals ครั้งที่ 2 ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง:

  • ในสิงคโปร์ มีการจัดฝึกอบรมอาสาสมัคร 5 ครั้ง สำหรับโปรแกรม Cyber Spotters เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทั้ง 156 คน มีทักษะในการระบุรายชื่อการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายกว่า 6,000 รายการ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ และโซเชียล
  • ในกัมพูชา เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของรัฐบาล 41 คน และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากชุมชน 42 คน ได้รับการฝึกอบรม และปฏิบัติการลาดตระเวน 299 ครั้ง ครอบคลุมระยะทางกว่า 17,000 กิโลเมตร ในพื้นที่คุ้มครองของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเซรย์ปกและพนมพริช ซึ่งนำไปสู่การค้นพบแหล่งตัดไม้ และลักลอบล่าสัตว์ที่ผิดกฎหมาย 13 แห่ง
  • ในอินโดนีเซีย พื้นที่ทั้งหมด 1.42 ตารางกิโลเมตร ได้รับการฟื้นฟูด้วยกิจกรรมปลูกป่าที่คนในชุมชนร่วมทำกับบุคลากรของ WWF มีการใช้กล้องดักถ่าย 28 ตัว เพื่อติดตามกิจกรรมของสัตว์ป่า จับภาพเสือโคร่งสุมาตรา และลูก 2 ตัว ที่หายากได้
  • ในมาเลเซีย มีผู้เข้าร่วม 116 คน แบ่งเป็น 20 ทีม ออกลาดตระเวนพื้นที่ป่าเบลุม-เตเมงกอร์เป็นเวลากว่า 2,849 วัน และเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ไม่พบบ่วงดักสัตว์ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งกล้องดักถ่าย 282 ตัว ใน 141 จุด ในพื้นที่เพื่อติดตามกิจกรรมของสัตว์ป่า
  • ในเวียดนาม มีการวางแผนจัดซื้อ GPS และสมาร์ทโฟน โดยใช้ SMART Connect และ SMART Mobile สำหรับการลาดตระเวน มีการกำหนดหลักสูตรฝึกอบรมวิธีการใช้เทคโนโลยี SMART ในระหว่างการลาดตระเวน เพื่อการจัดการ และปกป้องสัตว์ป่า รวมไปถึงถิ่นที่อยู่ของสัตว์ที่ดีขึ้น ให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคจำนวน 90 คน ที่อุทยานแห่งชาติยกดอน และศูนย์อนุรักษ์ช้างดั๊กลัก

ข้อมูลเพิ่มเติม: สำหรับโปรแกรม Eco Deals ครั้งที่ 3 นี้ อโกด้าจะบริจาคเงินขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยตั้งเป้าบริจาคเงินสูงสุด 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ อโกด้าจะให้เงินสนับสนุนแก่โครงการอนุรักษ์ของ WWF 8 โครงการ ใน 8 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เข้าร่วมโปรแกรม Eco Deals ครั้งที่ 3

สิงคโปร์ – เสริมสร้างการอนุรักษ์ทางทะเลในหมู่เกาะทางใต้

หมู่เกาะทางใต้ของสิงคโปร์เป็นบ้านของแนวปะการัง และสิ่งมีชีวิตในทะเลที่หลากหลาย โครงการนี้เป็นการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ สนับสนุนการติดตั้งระบบกล้องถ่ายวิดีโอใต้น้ำใน 5 พื้นที่ และการวิเคราะห์ภาพถ่ายใต้น้ำเพื่อบันทึกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประชากรของสัตว์ทะเลในท้องถิ่นให้ได้มากขึ้น ข้อมูลที่รวบรวมได้จะถูกนำไปเผยแพร่ ช่วยปรับปรุงงานอนุรักษ์ในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์ทะเลเหล่านั้นได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดี

มาเลเซีย – เสริมสร้างการอนุรักษ์เสือโคร่งในเบลุม-เตเมงกอร์

ป่าเบลุม-เตเมงกอร์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,400 ตารางกิโลเมตร เป็นหนึ่งในสามพื้นที่สำคัญสำหรับเสือโคร่งในมาเลเซีย ภายใต้แผนปฏิบัติการอนุรักษ์เสือแห่งชาติ ประชากรเสือโคร่งลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือไม่ถึง 150 ตัว จากประชากรเสือทั้งหมดประมาณ 3,000 ตัว ในช่วงทศวรรษ 1950 สาเหตุหลักคือการสูญเสียถิ่นที่อยู่ และการลักลอบล่าสัตว์ โครงการนี้มีเป้าหมายคือรักษาแหล่งที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของเสือโคร่ง เพื่อเพิ่มพร้อมปกป้องประชากรเสือโคร่ง ด้วยการจัดการกับการลักลอบล่าสัตว์

ฟิลิปปินส์ – ปกป้องฉลามวาฬในดอนซอล

ดอนซอลเป็นหนึ่งในจุดชุมนุมของฉลามวาฬที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฉลามวาฬ หรือที่คนในท้องถิ่นเรียกว่า “บูทันดิง” มีบทบาทสำคัญในด้านสภาพ และความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล โครงการนี้ติดตามการเคลื่อนไหวของฉลามวาฬ รวมไปถึงการอพยพ โดยใช้รูปแบบของจุดที่เป็นเอกลักษณ์บนตัวฉลามวาฬ อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ปฏิสัมพันธ์บูทันดิง และผู้ควบคุมเรือ ข้อมูลที่รวบรวมได้จะถูกนำไปใช้ปรับปรุงกลยุทธ์การอนุรักษ์ฉลามวาฬให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อินโดนีเซีย – ฟื้นฟูระบบนิเวศในเตอร์ตี้ ฮิลส์

ภูมิประเทศเตอร์ตี้ ฮิลส์ หรือ Bukit Tigapuluh เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมากกว่า 8,000 คน และสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ อย่าง เสือดาวลายเมฆ อุรังอุตัง และสมเสร็จ อีกทั้ง 5% ของประชากรเสือโคร่งสุมาตรา และ 20% ของประชากรช้างสุมาตราที่เหลือ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาก ก็อาศัยอยู่ในเตอร์ตี้ ฮิลส์ โครงการนี้คุ้มครองสัตว์ป่าเหล่านี้โดยการติดตาม ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ และร่วมมือกับคนในชุมชน และบุคลากรของ WWF สร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยไม่ลืมคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ไทย – อนุรักษ์ช้างในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

ระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเป็นบ้านของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด รวมถึงช้างป่ามากกว่า 200 ตัว โครงการนี้อนุรักษ์ช้างเหล่านี้ด้วยการปรับปรุงที่อยู่อาศัย เช่น การเพิ่มพื้นที่ทุ่งหญ้าที่เป็นอาหารช้าง และบำรุงรักษาโป่งแร่ และบ่อน้ำเพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับช้างในฤดูแล้ง นอกจากนี้ก็มีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในชุมชน สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ช้างในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์ และสัตว์ป่าที่อาจเกิดขึ้น

เวียดนาม – อนุรักษ์ซาวลาในแอนนาไมต์ตอนกลาง

ภูมิทัศน์แอนนาไมต์ตอนกลางของเวียดนาม ขนาด 2.3 หมื่นตารางกิโลเมตร เป็นจุดรวมความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก มีสัตว์คุ้มครองนานาชนิดอาศัยอยู่ รวมไปถึงซาวลา หรือ “ยูนิคอร์นแห่งเอเชีย” ที่พบเห็นได้ยาก จึงเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากเพราะถูกรุกล้ำถิ่นที่อยู่ และล่าอย่างผิดกฎหมาย โครงการนี้อนุรักษ์ซาวลา และแหล่งที่อยู่อาศัยด้วยการจัดตั้งโครงการฟื้นฟู ขยายขอบเขตการตรวจจับซาวลาใน 15 ลุ่มน้ำ และปรับปรุงศูนย์ช่วยเหลือและเพาะพันธุ์ นอกจากนี้ก็จะมีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่กันชนของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อร่วมมือกับคนในชุมชนสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่

ลาว – อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำหนองคำแสน

หนองคำแสนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการอนุรักษ์ ซึ่งมากไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น นกมากกว่า 175 สายพันธุ์ ที่ถูกบันทึกไว้ หนองคำแสนยังบทบาทสำคัญในการส่งเสริมชุมชนใกล้เคียงในด้านอาหารและการเกษตร ด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม ความหลากหลายทางชีวภาพในน้ำจืด และศักยภาพในการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ที่นี่เป็นภูมิทัศน์ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชนท้องถิ่น โครงการนี้สร้าง และติดตั้งสื่อการเรียนรู้และคำแนะนำ รวมไปถึงสร้างที่ดูนกเพื่อให้คนในชุมชน และนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่

กัมพูชา – ส่งเสริมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่ราบภาคตะวันออก

พื้นที่ราบภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ 6 พันตารางกิโลเมตร ถือเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก โดยเป็นที่อยู่ของกลุ่มประชากรวัวแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกลุ่มช้างเอเชียที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเพียง 99 นาย ที่ออกลาดตระเวนพื้นที่อันกว้างใหญ่ การลักลอบล่าสัตว์ และการตัดไม้อย่างผิดกฎหมายจึงเป็นความท้าทายที่ส่งผลให้ประชากรสัตว์ป่า เช่น เสือ ลดลงอย่างมาก จนปัจจุบันถือได้ว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว โครงการนี้ให้เงินสนับสนุน และจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และทีมลาดตระเวนเสริม เพื่อดำเนินการลาดตระเวนต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์ให้บ่อยขึ้น

RELATED ARTICLES

LATEST UPDATE

TRAVEL UPDATE