บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ปลุกอารมณ์ความสปอร์ตที่ต้องลองสัมผัสด้วยตัวเองกับ Honda Civic e:HEV ใหม่ ยกระดับการขับขี่แบบสปอร์ตเร้าใจไปอีกขั้น มาพร้อม 4 ไฮไลต์สำคัญ

- ครั้งแรก! ในประเทศไทยกับ Honda S+ Shift เทคโนโลยีการขับขี่ใหม่ล่าสุดของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความสนุกและความตื่นเต้นในการขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV เพื่อ shift ทุกจังหวะให้สปอร์ต ทรงพลัง และเร้าใจกว่าที่เคย (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
- ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl และ สีเทา Urban Gray Pearl สะท้อนตัวตนที่โดดเด่นเพิ่มความสปอร์ตพรีเมียมให้สะกดทุกสายตา(เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
- เพิ่ม! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) และเพิ่ม! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่(เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+)
- พิเศษ! เติมเต็มความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้นจากจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งกับชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Honda HRC นำโดย HRC Aero Sporty Package ราคา 29,900 บาท*
- ชุดตกแต่ง Red Concept จำนวนจำกัดเพียง 90 คัน อัปลุคดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมให้โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ด้วยชุดตกแต่งโลโก้ H Mark สีดำ ชุดตกแต่งคิ้วบันได LED/RS เรืองแสง และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่แบบก้านสี Matte Black ขนาด 18 นิ้ว จำหน่ายราคาเดียวกันกับรุ่น e:HEV RS* (เฉพาะรุ่น e:HEV RS สีแดง Blazing Red Pearl)
Honda Civic e:HEV ใหม่ มาพร้อมข้อเสนอสุดคุ้มสั่นสะเทือนกลางปีกับ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL
โปรสนั่น ดีลสะเทือน” เมื่อจองตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2569*
- สำหรับรุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL+ รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%* ฟรี Honda Exclusive Care 5 ปี**
- สำหรับรุ่น e:HEV EL รับดอกเบี้ย 1.89%* ฟรี Honda Exclusive Care 3 ปี**
พิเศษ! จองตั้งแต่ 23 – 31 กรกฎาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 รับบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
โดย Honda Civic e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้
- รุ่นย่อย e:HEV EL ราคา 949,000 บาท
ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน
- รุ่นย่อย e:HEV EL+ ราคา 1,109,000 บาท
ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์
- รุ่นย่อย e:HEV RS ราคา 1,259,000 บาท
ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และครั้งแรกกับเทคโนโลยี Honda S+ Shift
สัมผัสความมันส์ครั้งใหม่กับเทคโนโลยี Honda S+ Shift (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) ที่ปลุกอารมณ์สปอร์ตในทุกจังหวะการขับขี่ ช่วยยกระดับความสนุกและเร้าใจของระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid มอบอารมณ์เสมือนขับรถสปอร์ตเกียร์แมนนวลเพิ่มความรู้สึกในการควบคุมรถได้ดั่งใจ โดยผสานประสบการณ์การรับรู้ของผู้ขับขี่ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
- ประสบการณ์ในการขับขี่ (Driving Experience) ความรู้สึกในการควบคุมรถที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว
- ประสบการณ์รับรู้ผ่านเสียง (Sound Experience) จำลองเสียงเครื่องยนต์ที่ปลุกอารมณ์สปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้น
- การรับรู้ผ่านการมองเห็น (Visual Experience) การแสดงผลบนหน้าจอที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกร่วมระหว่างผู้ขับขี่และรถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
Honda S+ Shift ถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่ที่สมจริง สปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คำว่า “S+” ไม่ได้หมายถึงความสปอร์ตเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในทุกมิติ โดยหลอมรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อมอบความสนุก ความตื่นเต้นและความมั่นใจในการขับขี่
ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic เชิญร่วมพิสูจน์ประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้า หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
- เว็บไซต์: www.honda.co.th
- Facebook Official Account: Honda Thailand
- LINE Official Account: @honda-thailand
# # # # #
หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
**แพ็กเกจ ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
ข้อมูลเกี่ยวกับ “Honda Civic e:HEV ใหม่”
Honda Civic e:HEV ใหม่ ไอคอนยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานของฮอนด้า ที่ได้รับการพัฒนา ภายใต้สปอร์ต
ดีเอ็นเอที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ตลอด 11 เจเนอเรชัน ด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่เฉียบคม ภายใน
ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ให้ความรู้สึกเท่ สปอร์ต และทันสมัย ผสานการออกแบบด้วยสีดำและแดง มั่นใจด้วย Honda Civic e:HEV ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Soukai Civic Evo Design” ที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง สะท้อนถึงความเพลิดเพลินในการขับขี่ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านสมรรถนะการขับขี่
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร การใช้งานที่ตอบโจทย์ตามแบบชีวิตที่หลากหลาย และต้องคำนึงถึงความเป็นมิตรที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง
‣ ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ผสานการขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว กับเครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึงถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร* มอบความแรงเกินคาด ประหยัดเกินใครให้คุณใช้ชีวิตได้อิสระ
โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งจะเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับระดับของแบตเตอรี่ สภาพถนน และพฤติกรรมในการขับขี่ระหว่างโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่แบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)
‣ ใหม่! Honda S+ Shift (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ 8 จังหวะนำมาไว้ในระบบ
ฟูลไฮบริด e:HEV โดยจำลองจังหวะเกียร์เพื่อควบคุมรอบเครื่องยนต์ผ่านการทำงานของสองเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Step Shift Control ถ่ายทอดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่คมชัด ทั้งในช่วงเร่งและชะลอความเร็ว และ Sports Adaptive Control ควบคุมการส่งกำลังและกำหนดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับการสั่งการของผู้ขับขี่และสภาพถนน
มอบจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและแม่นยำ ผสานกับระบบ Active Sound Control มอบพลังเสียงตามการเร่งและความเร็ว เพื่อยกระดับศักยภาพของระบบไฮบริด e:HEV อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าไปสู่อีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
‣ ปลอดภัย มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย อาทิ
- เพิ่ม! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI)(เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+)
- เพิ่ม! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+)
‣ อุ่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ดังนี้
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและการขับขี่อื่น ๆ อาทิ
- ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
- ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
‣ พร้อมเชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย
Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว อย่าง Google Assistant, Google Maps และ
แอปอื่น ๆ อีกมากมายจาก Google Play ในรถยนต์ของคุณ เพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบมีผู้ช่วยที่ราบรื่นและปรับเปลี่ยนได้ในแบบของคุณ ประกอบด้วย
- Google Assistant เมื่อมี Google Assistant คุณก็ทำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนนหรือละมือจากพวงมาลัย โทรหรือส่งข้อความหาเพื่อน ตั้งการช่วยเตือน หรือแม้แต่เปลี่ยนอุณหภูมิในรถได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังนำทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป หรือสำรวจละแวกใกล้เคียงได้ จะข้ามไปที่เพลงถัดไปหรือย้อนฟังพอดแคสต์ก็สบายด้วยแอปสื่อที่คุณชื่นชอบ เพียงแค่พูดว่า “Ok Google” หรือกดปุ่มเสียงบนพวงมาลัยเพื่อเริ่มต้นใช้งาน
- Google Maps ช่วยให้คุณเดินทางสู่จุดหมายต่อไปได้เร็วขึ้นด้วยข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ การเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติและคำแนะนำช่องทาง ขณะที่ฟังเพลงโปรดไปด้วยได้ ให้ Google Assistant ช่วยนำทางคุณกลับบ้าน ค้นหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด หรือบอกเวลาทำการของร้านค้า เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขับขี่โดยไม่ต้องละสายตาจากท้องถนนหรือปล่อยมือจากพวงมาลัย เพียงพูดว่า “Ok Google” หรือกดปุ่มเรียกใช้งานบนพวงมาลัยเพื่อเริ่มต้นใช้งาน
- Google Play ช่วยให้คุณดาวน์โหลดแอปโปรดไว้ในรถได้ง่าย ๆ เหมือนเวลาดาวน์โหลดในโทรศัพท์ จะฟังเพลงโปรด พอดแคสต์ หนังสือเสียง และอื่น ๆ ก็ทำจากรถโดยตรงได้สบาย ๆ หากต้องการดาวน์โหลดแอปสื่อ ให้ตรวจสอบว่ารถจอดอยู่กับที่ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ และลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google แล้วเริ่มต้นใช้งานด้วยแอปที่เราชื่นชอบ เช่น
YouTube Music – สร้างสุดยอดเพลย์ลิสต์สำหรับฟังระหว่างขับรถ
Spotify – เข้าถึงเพลงนับล้านสำหรับทุกอารมณ์
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- ลำโพง 8 ตำแหน่ง (รุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV EL)
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
- ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา (รุ่น e:HEV RS)
- พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
- ช่องเชื่อมต่อ USB Type C จำนวน 4 ช่อง ช่องหน้า 2 ช่องและด้านหลัง 2 ช่อง
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) (รุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL+)
- ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC)
- ยกระดับชีวิตให้สมาร์ตขึ้นไปอีกขั้นกับ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ในทุกรุ่น เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงาน โดยมี 8 ฟังก์ชันการใช้งานหลัก ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง ได้แก่
- My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป
- Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบด้วยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน
รายเดือน หรือรายปี และ บันทึกการเดินทาง ที่สามารถเลือกทริปโปรด และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และเอกซ์ เป็นต้น - Wi-Fi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่ 40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง
* ลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย (เอไอเอส) โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- Airbag Deployment เมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทำงาน กล่องอุปกรณ์ TCU จะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทำการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินที่ลูกค้าผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น
- Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และแจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่น การเปิดประตู กระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ
- Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับเครื่องยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปิดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย และแตร โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน
- Geo Fence & Speed Alert สามารถกำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่
ที่กำหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนดได้อีกด้วย - Find My Car สามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุด แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน
‣ สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่
- ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
- ใหม่! สีเทา Urban Gray Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
- สีน้ำเงิน Canyon River Blue Metallic (เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV EL)
- สีเทา Meteoroid Gray Metallic
- สีดำ Crystal Black Pearl
- สีขาว Platinum White Pearl
ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Honda HRC
เติมเต็มความสปอร์ต โดดเด่น ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งภายใต้คอนเซปต์ Honda HRC มีให้เลือก 2 แพ็กเกจได้แก่
- HRC Aero Sporty Package ราคา 29,900 บาท**: สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก
- HRC Aero Package ราคา 21,500 บาท**: สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง
ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง HRC สามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะสามารถเริ่มจัดส่งได้ปลายเดือนสิงหาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ชุดไฟตัดหมอก ราคา 10,500 บาท** ม่านบังแดดผู้โดยสารตอนหลัง ราคา 2,600 บาท** อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ราคา 6,000 บาท** คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้าสีดำ ราคา 1,950 บาท** ฟิล์มกันรอยบริเวณที่เปิดประตู ราคา 600 บาท** ชุดโลโก้ H-Mark สีดำ ราคา 1,200 บาท** เป็นต้น



