• Homepage
  • >
  • News
  • >
  • แอมะซอนและองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ ก่อตั้งสถาบันบลูคาร์บอนระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ

แอมะซอนและองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ ก่อตั้งสถาบันบลูคาร์บอนระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ

แอมะซอน (Amazon) และองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ (Conservation International) ประกาศในวันนี้ที่การประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (COP27) ปี 2565 เรื่องการจัดตั้งสถาบันสถาบันบลูคาร์บอนระหว่างประเทศ (International Blue Carbon) สถาบันบลูคาร์บอนจะช่วยบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปกป้องชุมชนชายฝั่ง โดยสนับสนุนการฟื้นฟูและปกป้องระบบนิเวศบลูคาร์บอนชายฝั่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ

บลูคาร์บอนคือคาร์บอนที่สะสมอยู่ในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ป่าชายเลน หญ้าทะเล และที่ราบลุ่มน้ำขึ้นถึง ระบบนิเวศเหล่านี้จะกักเก็บคาร์บอนในปริมาณมหาศาลทั้งในพืชและในตะกอน และด้วยเหตุนี้จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนสำคัญของการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

 

สถาบันบลูคาร์บอนระหว่างประเทศจะตั้งอยู่ในสิงคโปร์และจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะแปซิฟิกในการตระหนักถึงศักยภาพของบลูคาร์บอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพื้นที่ที่เป็นป่าชายเลนมากกว่าหนึ่งในสามของโลก อย่างไรก็ตาม การสูญเสียป่าชายเลนก็เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้มากที่สุดเช่นกัน[1] ในภูมิภาคเอเชียจนถึงหมู่เกาะแปซิฟิก ชุมชนชายฝั่งมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและพายุที่รุนแรง ระบบนิเวศของบลูคาร์บอนสามารถช่วยเสริมสร้างชุมชนจากผลกระทบของสภาพอากาศในขณะที่ให้น้ำจืด สนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และประโยชน์ทางธรรมชาติอื่น ๆ

 

สถาบันบลูคาร์บอนระหว่างประเทศได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (Singapore Economic Development Board) จะทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมความรู้เพื่อสร้างความสามารถ ความเชี่ยวชาญ มาตรฐาน และวิธีการ เพื่อพัฒนาและขยายโครงการบลูคาร์บอนซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างเร่งด่วน

 

สถาบันจะทำงานร่วมกับภาครัฐทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรวมบลูคาร์บอนในนโยบายในการยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ นอกจากนี้ องค์กรนี้จะสนับสนุนและเพิ่มการศึกษาให้กับผู้ปฏิบัติงาน ผู้กำหนดนโยบาย และชุมชนเพื่อเข้าถึงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาตรฐาน แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และทรัพยากรล่าสุดเกี่ยวกับโครงการบลูคาร์บอน นอกจากนี้ สถาบันจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษา องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร องค์กรภาคเอกชน และภาครัฐเพื่อพัฒนาเครื่องมือสำหรับการพัฒนาบลูคาร์บอน ซึ่งรวมถึงวิธีการและมาตรฐานคาร์บอนเครดิต กรอบนโยบาย และเทคนิคต่าง ๆ ในการนำไปใช้งานจริง

 

ในปีแรก โครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศของบลูคาร์บอน การพัฒนาแนวทางที่สำคัญเกี่ยวกับบลูคาร์บอนตามเป้าหมายของแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (Nationally Determined Contributions: NDCs) และการเพิ่มความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณค่าของหญ้าทะเลและระบบนิเวศของสาหร่ายทะเลที่มีต่อสภาพภูมิอากาศ

 

เอมิลี พิดเจียน รองประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลและนวัตกรรม องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ กล่าวว่า “ระบบนิเวศบลูคาร์บอนเป็นระบบนิเวศที่อุดมด้วยคาร์บอนมากที่สุดในโลก แต่ถูกคุกคามจากทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ระบบนิเวศบลูคาร์บอนจึงอยู่ในลำดับต้น ๆ ของการอนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดในโลก Conservation International รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Amazon ในการจัดตั้งสถาบันบลูคาร์บอนระหว่างประเทศ เพื่อตระหนักถึงศักยภาพในการบรรเทาสภาพภูมิอากาศและการปรับตัวของระบบนิเวศบลูคาร์บอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มที่ และบรรลุผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและยั่งยืนสําหรับความหลากหลายทางชีวภาพชายฝั่ง ความสามารถของชุมชนในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างยั่งยืน และสภาพภูมิอากาศ องค์กรของเราทุ่มเทเพื่อกระตุ้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูชายฝั่ง ผ่านโครงการบลูคาร์บอนคุณภาพสูงและการลงทุน และกำลังส่งมอบความรู้และเครื่องมือที่จําเป็น ซึ่งเป็นรากฐานสําหรับการรวมบลูคาร์บอนไว้ในนโยบายและวิธีสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ”

 

ในฐานะที่โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของ Amazon ที่มีมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโซลูชันการจัดการอย่างยั่งยืน Amazon จะมอบเงินช่วยเหลือสูงถึง 3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อจัดตั้งและให้ทุนสนับสนุนการดําเนินงานของสถาบันบลูคาร์บอนในช่วง 3 ปีแรก เพื่อช่วยในการสร้างและขยายโครงการบลูคาร์บอนที่สำคัญในภูมิภาคนี้

 

“ที่ Amazon เราลงทุนในโซลูชันการจัดการอย่างยั่งยืนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนนอกห่วงโซ่คุณค่าของเรา และเพิ่มความพยายามในการลดคาร์บอนที่จากการดำเนินงานทั้งหมด โครงการบลูคาร์บอนนี้มีศักยภาพสูงในการช่วยกักเก็บคาร์บอน บริการทางระบบนิเวศ และการดำรงชีพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ ในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ เราต้องการการลงมือทำทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ และ Amazon ยังคงมุ่งมั่นที่จะลงทุนกับทั้งสองด้าน” คาร่า เฮิร์สต์ รองประธานฝ่ายความยั่งยืนทั่วโลกของ Amazon กล่าว

 

โหย่ว แลม เคียง (Yeoh Lam Keong) ประธานองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ กองทุนอนุรักษ์สิงคโปร์ (Conservation International Singapore Conservation Trust) กล่าวว่า “องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติในสิงคโปร์เติบโตขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่ที่ได้จดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลและ Institution of Public Character เมื่อ 5 ปีที่แล้ว นอกจากโปรแกรมการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่กำลังเติบโตและกองทุนการเงินที่ยั่งยืนแห่งใหม่ สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคแล้ว สถาบันบลูคาร์บอนระหว่างประเทศของ Conservation International ยังเป็นเสาหลักที่สนับสนุนการทำงานวิจัยและวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับบลูคาร์บอนที่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ”

 

Conservation International เป็นผู้นําด้านวิทยาศาสตร์ระดับโลกและการดําเนินการเกี่ยวกับบลูคาร์บอน โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ สถาบันวิจัย องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร และชุมชนชายฝั่งทั่วโลก สถาบันได้ให้คำแนะนำแก่ภาครัฐในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ เอกวาดอร์ คอสตาริกา ฟิจิ และโคลอมเบีย เกี่ยวกับนโยบายบลูคาร์บอน การจัดการการอนุรักษ์ และกลยุทธ์การลดผลกระทบจากสภาพอากาศ Conservation International ได้ร่วมมือกันในโครงการบลูคาร์บอนโครงการแรกที่ได้รับการรับรองโดย Verra (Verified Carbon Standard) ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ป่าชายเลนในโคลัมเบีย นอกจากนี้ ในความร่วมมือกับสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และคณะกรรมการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาลของยูเนสโก Conservation International ได้จัดตั้ง International Blue Carbon Initiative ซึ่งให้คําแนะนําการบูรณาการระบบนิเวศบลูคาร์บอนในแนวทางของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในการบันทึกค่าก๊าซเรือนกระจกของประเทศต่าง ๆ การพัฒนาวิธีการเครดิตบลูคาร์บอน และการรวมบลูคาร์บอนเข้ากับแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

 

Amazon ได้จัดตั้งกองทุน Right Now Climate Fund ขึ้นในปี 2562 เพื่อสนับสนุนโซลูชันการจัดการอย่างยั่งยืน ที่มีมูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่สีเขียวทั่วโลก ในปี 2564 Amazon ยังได้ช่วยก่อตั้ง LEAF Coalition (Lowering Emissions by Accelerating Forest Finance) หรือการจัดหาเงินทุนให้กับประเทศที่ประสบความสำเร็จในการลดการปล่อยมลพิษจากการตัดไม้ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับโลกของภาครัฐและบริษัทชั้นนำที่ระดมเงินกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อการปกป้องป่าในประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อหยุดการตัดไม้ทําลายป่าในเขตร้อนทั่วโลกในทศวรรษหน้าผ่านข้อกำหนดทางกฎหมายในการลดการปล่อยมลพิษจากการตัดไม้ทําลายป่า นอกจากนี้ Amazon ยังร่วมกับ The Nature Conservancy ในปี 2564 พัฒนา Agroforestry and Restoration Accelerator ในบราซิล ซึ่งคาดว่าจะช่วยกําจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศได้ถึง 10 ล้านตันภายในปี 2593 และ Amazon ยังได้สนับสนุนการเสริมสร้างธรรมชาติในชุมชนที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ เช่น โครงการ Family Forest Carbon Program ในสหรัฐอเมริกา, โครงการ Urban Greening ในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี, Parco Italia tree planting ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี, และโครงการฟื้นธรรมชาติในสหราชอาณาจักร

[1] Global Mangrove Alliance 2022 Report

Previous «
Next »

Recent Posts