• Homepage
  • >
  • Take a Photo
  • >
  • เที่ยวถ่ายภาพที่สวนผึ่ง กับ Mitsubishi Attrage

เที่ยวถ่ายภาพที่สวนผึ่ง กับ Mitsubishi Attrage

    การเดินทางท่องเที่ยวถ่ายภาพ [Take a Photo] ในครั้งนี้ เราสองคนเลือกที่จะเดินทางไปยังสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี วันนี้ก็ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ :ซึ่งเป็นวันแห่งความรักพอดี เลยถือโอกาสอินเทรนด์ และสร้างบรรยากาศแห่งความรักให้เหมือนกับคนทั่วไปซะหน่อย รวมไปถึงการที่ได้เลือกใช้ยานพาหนะอย่างรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ สีแดงสด ซึ่งก็เป็นสีที่เข้ากันเป็นอย่างดีกับวันแห่งความรักนี้อีกด้วย

       

    ในระหว่างการเดินทางความเร็วส่วนจะอยู่ที่ 90-100 กม./ชม.มิตซูบิชิ แอททราจ จะมีระบบ ECO เพื่อแสดงอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดบนหน้าปัทม์ ทำให้เราควบคุมการขับเพื่อความประหยัดมากขึ้น โดยมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 22 กม./ลิตร

    บ่ายแก่ๆ ของวัน หลังจากที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางก็ประมาณชั่วโมงเศษๆ เราก็ขับเจ้ามิตซูบิชิ แอททราจ เลี้ยวเข้าไปจอดในบริเวณสนามหญ้าของรีแล็กซ์แค้มป์ ซึ่งเป็นจุดกางเต็นท์ของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว และเป็นที่พักค้างแรมของเราในค่ำคืนนี้ด้วย

    ท้ายรถถูกเปิดออกด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ ครั้งนี้เราได้นำรถจักรยานพับได้ติดไปด้วย สำหรับเนื้อที่บริเวณท้ายรถของเจ้าแอททราจคันนี้ จะมีเนื้อที่ภายในกว้างขวาง จึงสะดวกแหละเหมาะสำหรับการที่จะบรรจุข้าวของสัมภาระ เพื่อการเดินทางได้อย่างจุใจเลยทีเดียว

       

    หลังจากขนกระเป๋าสัมภาระพร้อมด้วยจักรยานลงจากรท้ายรถเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาที่จะขี่รถจักรยานเล่นรอบๆ บริเวณของรีแล็กซ์แค้มป์ ซึ่งโดยรอบจะถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา จึงทำให้อากาศของที่แห่งนี้ค่อนข้างจะเย็นสบายในเวลาตอนเย็น

    มุมสวยๆ ของที่นี่ช่างเชิญชวนให้ถ่ายรูปยิ่งนัก กล้องคู่ใจถูกนำมาใช้งานอีกครั้งสำหรับการบันทึกภาพ การถ่ายภาพในช่วงเวลาของแสงตอนเย็นอย่างนี้ ไม่ได้ยุ่งยากและซับซ้อนอะไรมาก

    นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ส่วนมาก จะเลือกที่จะกางเต็นท์นอน เพียงว่าจะได้ซึมซับกับบรรยากาศอันหนาวเย็นที่พึงสัมผัสได้ของที่แห่งนี้

       

    ดวงอาทิตย์เคลื่อนลับเหลี่ยมขุนเขาไปนานแล้ว ณ เวลานี้จึงไม่ค่อยเหมาะที่จะทำการบันทึกภาพเท่าไรนัก อากาศเย็นๆ ลอยเข้ามาประทะกับผิวกายให้ได้รู้สึก ในค่ำคืนนี้ พวกเราคงจะได้พักผ่อนกันท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและสดชื่นกันอย่างเต็มที่ เพราะเหตุว่าพรุ่งนี้เช้าของอีกวัน จะได้เริ่มต้นการเดินทางไปเที่ยวชมสถานที่ที่ได้มุ่งหวังเอาไว้ นั่นก็คือ “เดอะ บันยัน ลีฟ รีสอร์ท” ซึ่งเป็นสถานที่อันสวยงามซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก

       

    รุ่งเช้าของวันใหม่ที่รีแล็กซ์ แค้มป์ บรรยากาศโดยรอบบริเวณจะมีหมอกปกคลุมเล็กน้อย หลังจากที่ทำภาระกิจส่วนตัวพร้อมทั้งรับประทานอาหารกันเช้าเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะพาเจ้ามิตซูบิชิ แอททราจ ออกไปขับตระเวนเที่ยวชมสถานที่โดยรอบๆ ของสวนผึ้ง รวมไปถึงจุดหมายที่ได้วางเอาไว้เมื่อวาน

    โทรศัพท์สมาร์ทโฟนถูกหยิบขึ้นมาใช้งานเพื่อฟังเพลง การต่อสายของเครื่องผ่านไปยังจุดเชื่อมต่อยูเอสบีที่อยู่ในช่องคอนโซลด้านซ้าย ทำได้อย่างสะดวก และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้และสำคัญสำหรับการเดินทางก็คือ การตั้งพิกัดเป้าหมายที่เราจะไป ซึ่งรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจคันนี้ ก็จะมีระบบการนำทาง (Navigator) มาให้ด้วย จึงทำให้การเดินทางที่จะไปยังจุดหมายเป็นไปอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

    รถเคลื่อนตัวออกจากที่พักอย่างช้าๆ กระจกรถยังคงถูกเปิดเพื่อซึมซับกับมวลอากาศที่เย็นสดชื่นของที่นี่ โดยมีเสียงเพลงที่บรรเลงมาจากเครื่องเสียงของรถขับกล่อมตลอดระยะเวลาของการเดินทาง

    ขับรถมาได้ไม่นานนักก็ผ่านสามแยก พวกเราก็ตัดสินใจเลี้ยวรถไปทางด้านขวา ซึ่งเป็นทางที่จะเดินทางไปยังสถานที่ที่เราได้วางแผนกันไว้ ในขณะเดินทางไปยังจุดหมาย จะรู้สึกถึงความสบาย เบาะนั่งกว้างขวาง ไม่อึดอัดเหมือนกับรถอีโคคาร์ทั่วไปที่มีขนาดเล็ก ภายในตัวรถมีความโอ่อ่ากว้างขวาง โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว ไมว่าจะเป็นที่วางแก้วที่อยู่บริเวณคอนโซลทางด้านหน้าและตรงกลางระหว่างเบาะนั่งด้านหลัง ช่องใส่ของที่อยู่ด้านข้างของประตูรถ ก็มีให้เลือกใช้ได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน

       

    ระหว่างทางก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ตกแต่งให้มีสีสันสวยงามคล้ายๆ กัน แต่ที่ขาดไม่ได้และเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ก็คงจะหนีไม่พ้นสัตว์เลี้ยงอย่าง “แกะ” ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รวมไปถึงเด็กๆ ต่างก็ต้องการที่จะถ่ายรูปคู่กับเจ้าแกะเหล่านี้ด้วย

       

    เพียงแค่ 45 นาทีสำหรับการเดินทาง รถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ ก็เลี้ยวเข้าไปจอดยังบริเวณภายในของ “เดอะ บันยัน ลีฟ รีสอร์ท” ตามพิกัดที่เราได้ตั้งเอาไว้ก่อนออกเดินทาง พื้นที่ของที่กว้างาขวางมาก รีสอร์ทรูปวงรีถูกสร้างและวางตำแหน่งไว้อย่างลงตัว

       

    ต้นไม้ใหญ่น้อยถูกปลูกไว้เป็นระยะๆ ให้ร่มเงาและเพิ่มบรรยากาศให้สดชื่น บางจุดบางช่วงก็จะมีเก้าอี้พร้อมรูปปั้นของสัตว์ต่างๆ วางไว้ สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้แวะถ่ายรูปกัน

       

    เราสองคนเดินไปและถ่ายรูปไปอย่างเพลินๆ ภาพแล้วภาพเล่าถูกบันทึกด้วยกล้องคู่ใจอย่างมีความสุข เราเดินเลี้ยวไปทางด้านซ้ายที่เป็นเนิน ซึ่งตรงกลางจะมีทะเลสาบเล็กๆ และมีสะพานสีแดงพาดผ่านเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินข้ามไป ทางขวามือจะมีธารน้ำตกเล็กๆ ที่มีสายน้ำไหลผ่านซอกหินตกกระทบกับพื้นผิวน้ำทางด้านล่าง

    อากาศในห้วงเวลานี้ค่อนข้างเย็นสบาย จะมีแสงแดดสาดส่องบ้างเป็นบางเวลา จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวและหยุดถ่ายภาพกัน เดินจนกระทั่งสุดปลายสะพานของอีกด้าน ทางขวามือจะมีร้านกาแฟเอาไว้คอยบริการให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

       

    แสงแดดสาดส่องลงมายังเบื้องล่างให้ได้รู้สึกร้อน อาการกระหายบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นทันทีที่ได้ยินคำว่า “กาแฟสด” ขาดกันไม่ได้เลยสำหรับคอกาแฟอย่างเราๆ พวกเราเดินเข้าไปในร้าน เลี้ยวผ่านทางด้านขวาแล้วเดินอ้อมผ่านที่วางขายของที่ระลึก แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะที่เป็นเก้าอีหวายถักสีน้ำตาลที่ตั้งอยู่ริมๆ ระเบียง การพักผ่อนจากอาการเหนื่อยล้าจากการเดินเที่ยวชมที่แห่งนี่จึงเกิดขึ้นที่นี่

              

    บรรยากาศภายในร้านกาแฟของที่นี่จะกว้างขวาง มีการจัดวางตำแหน่งของโต๊ะและเก้าอี้อย่างเป็นจังหวะ ทางด้านซ้ายจะมีเปลที่ถักด้วยหวายให้ลูกค้าได้เลือกนั่งตามใจชอบ นั่งจิบกาแฟพร้อมกับนั่งชมทิวทัศน์ด้านนอกแบบเพลิดเพลินอารมณ์ จวบจนเวลาผ่านไปก็ได้เวลาที่จะเดินทางกลับ ตุ๊กตาแกะหน้าตาน่ารักที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นถูกเลือกหยิบขึ้นมาไว้ในมือ ความทรงจำกับสิ่งดีๆ ถูกบันทึกด้วยกล้องคู่ใจขึ้นอีกครั้ง

       

    หลังจากเดินออกมาจากร้านกาแฟ เราสองคนก็ต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิมอีกครั้งเพื่อกลับไปขึ้นรถ ขากลับก็แวะถ่ายภาพระหว่างทางเดินตลอดเวลา

       

    รีโมทกุญแจอัจฉริยะ KOS [Keyless Operation System] ทำงานขึ้นอีกครั้งในรัศมี 70 ซม. โดยที่เราไม่ต้องกดที่รีโมทก็สามารถเปิดประตูรถได้ หลังจากนั้นก็ได้เวลาสตาร์ทรถแบบง่ายๆ ด้วยการเหยียบเบรกแล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ก็ทำงานทันที รวมไปถึงการมีกล้องมองหลังเวลาที่ถอยรถ จึงถือว่าเป็นความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

       

    รถเคลื่อนตัวออกจาก “เดอะ บันยัน ลีฟ รีสอร์ท” ในช่วงเวลาที่ยังคงมีแสงแดดอ่อนๆ ให้เห็น ขับผ่านซุ้มประตูปากทางเข้า ก่อนที่จะเลี้ยวขวาออกสู่ถนนสายหลัก มุ่งหน้ากลับสู่ที่พักที่รีแล็กซ์ แค้มป์ เพื่อนอนพักอีกหนึ่งคืนก่อนที่เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ในตอนรุ่งเช้าของอีกวัน

       

    ที่สวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ยังมีสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะนั่นก็คือ Scenery Vintage Farm เป็นสถานที่แห่งแรกของสวนผึ้ง มีแหล่งช้อปปิ้งและร้านค้าขายของที่ระลึก มีหมู่บ้านชาวฟาร์มสไตล์วินเทจ ที่ถูกออกแบบในสไตล์ English Country รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้แวะเที่ยวและถ่ายรูปกัน เราก็ไม่พลาดเหมือนกันที่จะแวะเที่ยวและถ่ายรูปก่อนที่เดินทางกลับกรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน

    สำหรับทริปท่องเที่ยวถ่ายภาพในครั้งนี้ เราได้ Mitsubishi Attrage ที่มาพร้อมความโดดเด่นเหนือกว่าอีโคคาร์รุ่นอื่น ตัวถังถูกออกแบบตามอากาศพลศาสตร์ โครงสร้างเหล็กแบบใหม่ High Tensile Steel ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งกว่าเหล็กทั่วไป มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี MIEVC อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 22 กม./ลิตร มีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบสุด 4.8 เมตร การออกแบบภายในก็เน้นความกว้างขวางสะดวกสบาย มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน จึงมั่นใจได้ว่า การเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง มิตซูบิชิ แอททราจ ตอบสนองความต้องการของคุณได้ในทุกๆ ความสะดวกจริงๆ

ข อ ข อ บ คุ ณ : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

 

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *