• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • เที่ยวข้ามประเทศกับนิสสัน จากไทยสู่เมียนมาร์ “Go Anywhere [NIDE] Myanmar”

เที่ยวข้ามประเทศกับนิสสัน จากไทยสู่เมียนมาร์ “Go Anywhere [NIDE] Myanmar”

H
กิจกรรมในครั้งได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Nissan Intelligent Driving Experience (NIDE) Go Anywhere” เต็มที่ไปกับการใช้สมรรถนะของเครื่องยนต์ทรงพลัง และความเหนือชั้นของระบบกันสะเทือนหลังแบบ 5 ลิงค์ (5-link)”
>> วันแรกของการเดินทาง <<

ช่วงเช้าตรู่ประมาณตีห้ากว่าๆ ของวันที่ 21 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา พวกเราทั้งหมดได้รวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมรับฟังรายละเอียดทั้งหมดของกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมีรถยนต์ที่จะให้สื่อมวลชนได้ทดสอบอยู่สามรุ่น อย่าง นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่, นิสสัน เอ็กซ์เทรล และ นิสสัน นาวาร่า ในแต่ละคันก็จะมีผู้เข้าร่วมทดสอบอยู่คันละ 3 คน เพื่อสลับสับเปลี่ยนกันขับระหว่างการเดินทาง เป็นการทดลองขับเพื่อทดสอบสมรรถนะของรถยนต์นิสสันกับการเดินทางยาวๆ ข้ามประเทศ ด้วยระยะทาง 1,029 กิโลเมตสำหรับกรุ๊ปแรก

หลังจากถ่ายภาพหมู่กันเป็นที่ระลึกกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งขบวนของรถนิสสันก็พร้อมออกเดินทาง ขับทดสอบแบบเบาๆ มุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อที่จะข้ามฝั่งไปยังประเทศพม่า ใช้เวลาเดินทางก็หลายชั่วโมงอยู่เหมือนกัน ระหว่างทางก็มีแวะเข้าปั๊มเพื่อเติมน้ำมันและเข้าห้องน้ำกัน อากาศวันนี้ร้อนเป็นพิเศษกว่าทุกๆ วัน คาดการณ์ว่าที่ฝั่งประเทศพม่า อุณหภูมิคงจะสูงกว่าประเทศไทยแน่ๆ เป็นเพราะว่าประเทศพม่าอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่าประเทศไทย เอาหละ! ไหนๆ ก็ไหนๆ เดี๋ยวก็จะได้รู้กันว่าผิวของเราจะดำเกรียมขนาดไหน 5555+

คันของเราได้หมายเลข 10 เป็นรถนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในดูหรูหรา และออกแบบได้ลงตัวมาก อุปกรณ์ภายในและสิ่งอำนวยความสะดวกมีมาให้พร้อมสรรพ เลือกใช้งานได้ตามใจชอบ ช่องแอร์แบบใหม่ที่หันได้รอบทิศทาง ตอบโจทย์การใช้งานได้ดั่งใจจริงๆ อันนี้ชอบมากๆ บอกเลย

ทั้งขบวนรถทดสอบของนิสสันเดินทางถึงด่านข้ามฝั่งเวลาประมาณใกล้ๆ เที่ยง เวลาที่ดวงอาทิตย์ใกล้ที่จะตั้งฉากมันช่างร้อนเสียเหลือเกิน ถึงบริเวณด่านก็ทำการถ่ายภาพหมู่กันเป็นที่ระลึกกันตามธรรมเนียม ในเรื่องของเอกสารนั้นทางทีมงานนิสสันก็ได้จัดการให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อพร้อมพวกเราทั้งหมดก็เดินข้ามฝั่งเพื่อไปตั้งขบวนอยู่ที่ฝั่งประเทศพม่า โดยที่เราจะต้องเปลี่ยนวิธีขับไปเป็นอีกแบบ ต้องบอกก่อนว่าทางประเทศพม่าจะใช้วิธีขับรถชิดด้านขวา เวลาจะแซงก็ต้องขับไปทางซ้าย ตรงข้ามกับประเทศไทยอย่างคนละขั้วคนละมุมกันเลย ก็ทำเอางงๆ มึนๆ เล็กน้อย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของพวกเรา ว่ามั้ย?

และที่ตรงนี้แหละคือจุดของเริ่มต้นของกิจกรรม Go Anywhere [NIDE] Myanmar เพื่อที่จะทำการทดสอบสมรรถของรถทั้งสามรุ่นมองเห็นถนนยาวจนสุดปลายตาถนนลูกรังที่บางช่วงเป็นหลุมเป็นแอ่งเวลาที่รถขับสวนกันฝุ่นสีขาวขุ่นอมส้มปลิวฟุ้งไปทั่วบริเวณกันเลยทีเดียวเมื่อตั้งขบวนเสร็จทั้งหมดก็พร้อมออกเดินทางไปยังจุดหมายโดยมีระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร

เส้นทางที่ว่านี้ถือว่าโหดสุดๆ เพราะว่าถนนนั้นเป็นลูกรังตลอดเส้นทาง แต่ก็ถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องของการทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ทั้งสามรุ่น รวมถึงคันของพวกเราที่เป็นรถนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ได้เป็นอย่างดี ด้วยระบบกันสะเทือนหลังแบบ 5 ลิงค์ (5 Link) ซึ่งถืออันเป็นเอกลักษณ์ในการทดสอบอย่างได้เต็มรูปแบบ

การขับขี่ในถนนที่ค่อนข้างเป็นอุปสรรแบบนี้ รถยนต์นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ถือว่าเอาอยู่ นอกเหนือไปจากระบบกันสะเทือนหลังแบบ 5 ลิงค์แล้วในเรื่องของระบบการเตือนรอบคันในขณะที่รถวิ่งสวนหรือรถคันอื่นเข้าใกล้ทำให้ผู้ขับสามารถที่จะรับรู้และระมัดระวังตัวได้อย่างทันท่วงทีการขับขี่บนถนนลูกรังที่มีฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วจนไม่สามารถมองเป็นรถคันหน้าผู้ขับก็จะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

บางช่วงของถนนจะมีลักษณะคดเคี้ยวไปตามแนวเขา ซึ่งทิวทัศน์สองข้างทางยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่อย่างสมบูรณ์ มีลำธารไหลผ่านอยู่ทางเบื้องล่างของเทือกเขาตะนาวศรี มีบางครั้งที่เรากำลังขับเพลินๆ เพื่อตามขบวน ถนนลูกรังที่บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ รถยนต์นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ก็สามารถขับผ่านไปได้อย่างสบายๆ เบาะนั่งที่กระชับกับลำตัว ทำให้รู้สึกมั่นใจและสร้างความมั่นคงในขณะที่นั่งได้เป็นอย่างดี ภาพถ่ายจากมุมสูง ทำให้เห็นขวนรถยนต์ทั้งหมดขับตามกันไปอย่างสวยงาม ละอองฝุ่นที่ปลิวคละคลุ้งอยู่บริเวณด้านหน้ารถ ทำให้การขับขี่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น บางครั้งถึงกับตกหลุมอย่างแรงๆ จนรถกระเด้งกระดอนทั้งสี่ล้อ แต่รถนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ก็สามารถที่จะทรงตัวและขับต่อไปได้อย่างปลอดภัย

ระหว่างการเดินทางก็มีจอดแวะรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกัน ลงจากรถแล้วหันไปมองรอบตัวรถ รถที่เคยเห็นว่าเป็นสี ตอนนี้นี้มีแต่ฝุ่นสีเทาอมส้มเกาะปกคลุมไปทั้งทั้งคัน ก็ต้องบอกว่าทริปนี้มันและสนุกแบบโหดจริงๆ ต้องขอเอ่ยปากชมทางทีมงานที่ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี กับการที่พาสื่อมวลชนมาขับทดสอบรถทั้งสามรุ่นในครั้งนี้ ไม่คิดว่าการจัดกิจกรรมการทดสอบรถเดี๋ยวนี้ มันต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคหรือทางลูกค้าได้เห็นถึงสมรรถนะกันแบบจริงๆ จรังๆ แบบไม่มีการปกปิดแต่อย่างใด

ขับผ่านลำธารที่ไหลผ่านแนวเขาตะนาวศรีชาวบ้านบางครอบครัวของที่นี่ที่นี่มีอาชีพร่อนทองถือเป็นภาพที่หาดูได้ยากเหมือนกันในปัจจุบันการร่อนทองถ้าโชคดีก็จะได้เม็ดเงินมากพอสมควรการเดินทางไปขายยังตัวเมืองถือว่ามีระยะทางที่ไกลมากเพราะฉะนั้นชาวบ้านก็จะต้องรวบรวมทองเอาไว้มากพอก่อนที่จะนำไปขายเพราะถนนหนทางที่เป็นลูกรังนั้นไม่สะดวกเอาเสียเลยสังเกตุว่าในช่วงเวลาประมาณบ่ายสี่โมงเย็นจะไม่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์วิ่งให้เห็นกันแล้วเป็นเพราะว่าชาวบ้านจะต้องคำนวณเวลาของการเดินทางถ้าเลยจากเวลาที่ว่าการเดินทางกลับบ้านก็จะลำบากเอามากๆ เพราะเจ้าสู่เวลาพลบค่ำพอดี

จากจุดรับประทานอาหารเที่ยง คณะทั้งหมดก็ออกเดินทางยาวๆ กันต่อ และด้วยถนนหนทางที่เป็นลูกรังเหมือนเช่นเคย แต่ด้วยสมรรถนะที่เต็มเปี่ยมและเพียบพร้อมทุกฟังค์ชั่นอย่าง นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ก็ต้องบอกว่าเอาอยู่ใช้เวลาเดินทางประมาณ​ 2 ชั่วโมงก็ถึงที่หมายคือโรงแรมที่เราจะพักกันในค่ำคืนนี้ ถือเป็นอันเสร็จสิ้นการเดินทางในวันแรกที่โหดและมันสุดๆ

……………….. Go Anywhere [NIDE] Myanmar ……………….

>> วันที่สองของการเดินทาง <<

เช้าของอีกวันฝั่งเมียนมาร์ คณะของพวกเราได้รวมตัวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทาง ช่วงเช้าๆ อากาศที่ฝั่งพม่ายังไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าที่โรงแรมมีต้นไม้ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เวลาเก้าโมงกว่าๆ ขบวนรถนิสสันทั้งหมดก็เคลื่อนตัวออกจากรงแรมที่พัก ในวันที่สองนี้เราเปลี่ยนมานั่ง นิสสัน เอ็กซ์เทรล ซึ่งเป็นรถเอสูวีอัจฉริยะสำหรับการขับขี่ในเมือง เส้นทางในวันนี้ถือว่าสบายๆ

ถนนหนทางในเมืองค่อนข้างดี ไม่หฤโหดเหมือนกับวันแรกของการเดินทางที่ถนนเป็นลูกรัง แต่การขับขี่ในเมืองที่มีผู้คนหนาแน่นและจราจรที่ขวักไขว่นั้นไม่ง่ายนัก บวกกับการที่เราต้องขับรถด้านขวาด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยสมรรถนะของรถนิสสัน เอ็กซ์เทรล ที่ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) สามารถรักษาระยะห่างที่ปรับตั้งไว้กับรถคันหน้าไว้ได้ ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ด้วยการไม่ต้องกำหนดความเร็วให้คงที่ แต่จะตรวจจับความเร็วในการเคลื่อนที่ของรถในขบวนโดยสามารถเร่งหรือลดความเร็วได้ตามสถานการณ์

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Warning หรือ BSW) และเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning หรือ LDW) ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและตรวจจับวัตถุกีดขวาง ขณะที่เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning หรือ FCW) ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking หรือ IEB) ตรวจจับการหยุดกะทันหันของรถคันหน้าที่อยู่ในเลนเดียวกันพร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่และสั่งการระบบเบรกเพื่อลดความเสี่ยงจากการชนที่อาจเกิดขึ้นที่มีระบบการเตือนแบบครอบคลุมรวมไปถึงการมีกล้องมองหลังเทคโนโลยีที่มีมาในนิสสันเอ็กซ์เทรล ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากจริงๆ

จากโรงแรมที่พักเพื่อขับไปไหว้พระประจำวันเกิดกันที่วัดชเวซองตา หรือวัดเจดีย์หลวง เป็นวัดที่มีเจดีย์ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทวาย วัดแห่งนี้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวทวายและนักท่องเที่ยว โดยในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวทวายและนักท่องเที่ยว หลั่งไหลมาที่วัดแห่งนี้จำนวนมาก และที่วัดนี้พวกเรายังได้นำดอกไม้ธุปเทียนไปกราบสักการะองค์พระประจำวันเกิดอีกด้วย งานนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางนิสสันด้วยนะครับ

เดินทางออกจากเจดีย์ชวัดชเวซองตาเวลาประมาณเที่ยงวัน ร้อนมากๆ บอกเลย ขับมุ่งหน้าผ่านเส้นทางและวิวทิวทัศน์ของประเทศพม่าโดยมีเป้าหมายและจุดประสงค์ก็เพื่อไปรอชมพระอาทิตย์ตกที่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ระหว่างการเดินทางก็ขับผ่านสถานที่ต่างๆ ทั้งย่านชุมชนที่มองเห็นผู้คนกำลังใช้ชีวิตตามวิถีของชาวพม่า บ้านเมืองของที่นี่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะ แต่แฝงไปด้วยความคลาสสิคแบบดั้งเดิม ตัวหนังสือของที่นี่ดูแล้วก็คลายๆ กับตัวหนังสือของประเทศอินเดียเหมือนกัน

การเดินทางในวันที่สองนี้ ถือได้ว่าสะดวกสบาย ถนหนทางที่ขับผ่านในเมืองนั้นค่อนข้างดี ขับง่าย พอออกนอกเมืองก็จะมีบ้างที่เจอถนนไม่ค่อยดี แต่ก็ถือว่าโอเคกว่าวันแรก ขับไปได้สักระยะก็มีจอดเพื่อเติมน้ำมัน หลังจากนั้นก็ขับกันแบบยาวๆ จนกระทั่งถึงด่าน ก็มีการตรวจสอบที่มาที่ไปของกลุ่มขบวนรถของพวกเราด้วย แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไปด้วยดีเพราะทางทีมงานได้ติดต่อเอาไว้ก่อนแล้ว เฮ่อ! โล่งอกไป 5555+ 

จากด่านตรวจก็พากันขับยาวๆ ไป หลังจากนั้นก็แวะรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกัน ในที่นี้ก็ขอไม่พูดถึงอาหารนะครับ แต่ก็ถือว่ารสชาติพอรับประทานกันได้ก็แล้วกัน อากาศในวันนี้ก็ค่อนข้างร้อนเอามากๆ ก็บอกแล้วว่าพม่าอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เพราะฉนั้นเรื่องร้อนจึงถือเป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่ปกติสำหรับพวกเรานี่อะสิ ก็ไม่ชอบจริงๆ นะ 5555+

ดวงอาทิตย์ที่มองเห็นลูกกลมๆ สีแดงๆ กำลังเคลื่อนตัวลาลับขอบฟ้าอย่างช้าๆ ในขณะที่สายลมเย็นๆ ที่พักฃดเข้ามามันทำให้ได้คลายร้อนได้ดีทีเดียว ที่บริเวณนี้พวกเราก็ได้ใช้เวลายืนชื่นชมพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปพร้อมๆ กับการสร้างภาพกันแบบชิลล์ๆ จวบจนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ทั้งคณะก็พร้อมออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก ก็เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการเดินทางของกิจกรรมในวันที่สองไปด้วยความสะดวกและราบรื่น

ดวงอาทิตย์ที่มองเห็นลูกกลมๆ สีแดงๆ กำลังเคลื่อนตัวลาลับขอบฟ้าอย่างช้าๆ ในขณะที่สายลมเย็นๆ ที่พักเข้ามามันทำให้ได้คลายร้อนได้ดีทีเดียวที่บริเวณนี้พวกเราก็ได้ใช้เวลายืนชื่นชมพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปพร้อมๆ กับการสร้างภาพกันแบบชิลล์ๆจวบจนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้วทั้งคณะก็พร้อมออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายซึ่งเป็นโรงแรมที่พักก็เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการเดินทางของกิจกรรมในวันที่สองไปด้วยความราบรื่น

……………….. Go Anywhere [NIDE] Myanmar ……………….

 

 

>> วันที่สามของกิจกรรม Go Anywhere [NIDE] myanmay ก่อนเดินทางกลับไทย <<

สำหรับวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของกิจกรรม Go Anywhere [NIDE] myanmay บรรยากาศโดยรวมของคณะก็เริ่มที่จะผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เพราะการเดินทางที่ผ่านศึกแบบโหดๆ กันมาแล้ว คงเหลือการขับทดสอบแบบเบาๆ ในเมืองเพื่อเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศพม่าอย่าง เจดีย์ชเวมอดอ และพระราชวังบุเรงนอง

เดินทางออกจากโรงแรที่พักเวลาประมาณแปดโมงกว่าๆ ขับตามรถที่นำขวนไปตามถนนในเมืองวันนี้เราเปลี่ยนมานั่งนิสสันเทอร์ร่าเหมือนวันแรก ระบบต่างๆ ก็ถือได้ว่าได้ทำความคุ้นเคยกันไปมากพอสมควร ด้วยความเป็นรถเอสยูวีที่เพียบพร้อมในเรื่องของสมรรถนะและเทคโนโลยี่ที่รอบด้าน จึงทำให้การขับขี่ในวันนี้เป็นไปอย่างสะดวกสบายแบบไม่ต้องกังวลอะไรมาก

วิวทิวทัศน์สองข้างทางหรือจุดที่ขับผ่านสวยงามตามธรรมชาติ นั่งรถไปก็ทำการบันทึกภาพไปเพลินๆ จริงๆ ก็ต้องบอกว่าบางสิ่งบางอย่างของที่นี่มันยังคงเอกลักษณ์และคงความคลาสสิคเอามากๆ  ถนนบางช่วงบางตอนก็มีลำบากบ้างแต่ก็ไม่เยอะมาก มีการก่อสร้างสะพานและถนนหนทางอยู่เป็นระยะๆ ในช่วงที่ขับรถข้ามสะพานได้เจอกับขบวนรถไฟพอดิบพอดี ภาพมันเหมือนกับในภาพยนตร์ยังไงยังงั้น ใันคลาสสิคมากๆ และในเวลาประมาณสองโมงเช้าแบบนี้ ทางทีมงานนิสสันก็เลยพาแวะไปนั่งจิบชาและรับประทานขนมสายลับซึ่งเป็นขนมที่ขึ้นชื่อและมีตำนานอันยาวนาน

ขนมสายลับ” รสชาติเหมือนกับขนมเทียนของบ้านเรา ใส้ทำด้วยมะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ มีรสหวาน ห่อหุ้มด้วยแป้งแล้วก็ห่อด้วยใบตองแล้วเอาไปนึ่งทำให้สุก เป็นขนมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการส่งรหัสลับผ่านการแทรกซึมเป็นคนขายขนมไปตามเผ่าต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนประเทศพม่าให้กลายเป็นประเทศสังคมนิยม

จากร้านที่พวกเราแวะรับประทานชากับขนมสายลับ คราวนี้ก็พากันออกเดินทางต่อไปเพื่อเยี่ยมชมพระราชวังบุเรงนอง ไปถึงสถานที่เวลาประมาณ บ่ายสองโมงกว่าๆ ร้อนมากจริงๆ อุณหภูมิที่วัดได้อยู่ที่ประมาณ 45 องศา โอ้ว! พระเจ้าช่วยด้วยยยยย

พระราชวังบุเรงนอง หรือพระราชวังกัมโพชธานี เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ก่อสร้างขึ้นในปี พ.. 2109 การก่อสร้างใช้แรงงานจากประเทศราชต่าง ๆ และพระองค์โปรดให้ใช้ชื่อประตูต่าง ๆ ทั้งหมด 20 ประตู ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ อีกทั้งยังมีพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา องค์ประกันที่ตกเป็นเชลยและกลายเป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระองค์ด้วย

พระราชวังบุเรงนองถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซากหลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยกบฏยะไข่พร้อม ๆ กับอาณษจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจเสื่อมลง จนกระทั่งในปี .. 2533 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมาเท่านั้น และได้มีการเร่งสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยlสีทองทั้งหลัง ทั้งที่พื้นดินบริเวณโดยรอบได้ขุดพบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย  ซึ่งเชื่อว่ายังมีอยู่อีกจำนวนมากที่ยังไม่ถูกขุดขึ้นมา แต่ได้ถูกทางการสร้างพระราชวังทับลงไปแล้ว แต่ซากไม้ที่ใช้สร้างพระราชวังแต่ครั้งอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ถูกจัดแสดง ซึ่งไม้แต่ละท่อนมีตัวอักษรจารึกอยู่ว่าเป็นผลงานของเมืองใด ภายในพระราชวัง มีพระราชบัลลังก์ที่มีชื่อว่าบัลลังก์ภุมรินทร์หรือบัลลังก์ผึ้งซึ่งสร้างขึ้นมาจากคติเรื่องจักรวาลตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ปัจจุบันพระราชวังบุเรงนอง หรือพระราชวังกัมโพชธานี ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของหงสาวดีและประเทศพม่า ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกัน

จากพระราชวังบุเรงนองก็ออกเดินทางต่อไปยังเจดีย์ชเวมอดอ ใช้เวลาในการเดินทางไม่นานมากก็ถึงที่หมาย อากาศในช่วงพระอาทิตย์อยู่เหนือศรีษะ ก็ต้องบอกว่ามันร้อนมากๆ เจดีย์ชเวมอดอถือเป็นเจดีย์สำคัญที่อยู่ในเมืองหงสาวดี สีทองเหลืองอร่ามงามตาในยามที่กระทบกับแสงแดด ดูแล้วสร้างมนต์ขลังในยามที่พบเห็น องค์เจดีย์มีความสูง 114 เมตร ถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่าก็ว่าได้ เชื่อกันว่าเจดีย์ชเวมอดอเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุและพระเขี้ยวแก้วของพระโคตมพุทธเจ้า ชื่นชมความงดงามของเจดีย์ชเวมอดอเสร็จด้วยเวลาประมาณบ่ายสามโมงเย็น คราวนี้ก็ได้เวลาที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกับทริปขับทดสอบรถข้ามประเทศกับทางนิสสัน กับกิจกรรม Go Anywhere [NIDE] Myanmar

งานนี้ก็ต้องขอขอบคุณบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ให้โอกาสพวกเราได้เข้าร่วมเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ดีๆ มันๆ โหดๆ ของกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

Previous «
Next »