• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • เดอะ บลู สกาย รีสอร์ท @ เขาค้อ อีกหนึ่งบรรยากาศของการพักผ่อนในสไตล์ที่แตกต่าง

เดอะ บลู สกาย รีสอร์ท @ เขาค้อ อีกหนึ่งบรรยากาศของการพักผ่อนในสไตล์ที่แตกต่าง

จำได้ว่าเราสองคนไปเยือน เดอะ บลู สกาย เขาค้อ ก็เมื่อประมาณ 5-6 ปีเห็นจะได้ ที่นี่เราเคยมาพักและเขียนเรื่องรีวิวลงในเว็บไซต์ฯ กันแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ เราสองคนมีทริปที่จะเดินทางไปเที่ยวที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เราก็เลยนึกถึงที่พัก ซึ่งก็จะต้องเป็นสถานที่ที่สวยงาม หรูหรา และต้องมีความคลาสสิคอยู่ในตัว เพื่อที่เราจะได้พักผ่อนและเสพบรรยากาศไปด้วย แล้วเราก็เลือกที่นี่เดอะ บลู สกาย เขาค้อเป็นสถานที่พักของเราสองคนกับทริปท่องเที่ยวในครั้งนี้

เดินทางที่ที่พักในช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ ของวัน ก่อนจะเข้าไปยังที่พักเราสองคนได้แวะที่ปั๊มน้ำมันซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับที่พัก ตอนแรกพิกัดบอกให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าที่พัก แต่ปั๊มน้ำมันเลยจากเส้นทาง เราก็เลยต้องขับรถเลยไปที่ปั๊มน้ำมันก่อน หลังจากนั้นเราก็ขับออกจากปั๊มน้ำมันเพื่อไปกลับรถมาเข้าในเส้นทางที่พิกัดบอกในตอนแรก แต่พอขับเลยจากปั๊มมาได้ไม่กี่เมตร เราก็เจอกับป้ายทางเข้าของ เดอะบลู สกาย เราสองคนก็เลยตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไป ที่ไหนได้ ทางเข้าที่พักของเดอะ บลู สกาย สามารถเข้าได้ทั้งสองทาง แต่เส้นทางอันแรกคือด้านหลังของที่พัก ส่วนเส้นทางเส้นนี้คือทางด้านหน้าของที่พัก ก็เป็นอันว่าเรามาถูกทางแล้ว ใช่เลย

อากาศในช่วงบ่ายแก่ของวันยังคงร้อนอยู่มาก ท้องฟ้าโปร่งมีเมฆประปราย ท้องฟ้าสีเข้มสวย ขับรถผ่านประตูเข้าทางด้านหน้าแล้วไปจอดยังที่จอดรถ มีพนักงานมาคอยโบกรถอำนวยความสะดวกให้ จอดรถเสร็จก็พากันเดินเข้าไปทำการเช็คอินที่ภานในตัวอาคารทางด้านซ้ายมือ บรรยากาศของที่พักดูแล้วไม่เหมือนเมืองไทย คล้ายๆ ว่าเราว้าปไปอยู่ที่ฝั่งโซนยุโรป อะไรก็ประมาณนั้น

รูปแบบสถาปัตยกรรมของ เดอะบลู สกาย เขาค้อ เป็นแบบสไตล์ยุโรป ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารที่พัก หรือแม้กระทั่งการตกแต่งทั้งหมด ในส่วนของสวนก็จะจัดและตกแต่งในสไตล์สวนอังกฤษ ภาพรวมๆ มันช่วยสร้างบรรยากาศสร้างความแตกต่างไปจากที่พักธรรมดาหรือแบบทั่วๆ ไปที่เราเคยพบเจอมา ทำการเช็คอินเสร็จเรียบร้อยพร้อมกับรับกุญแจห้องก็เดินกลับออกมา  พนักงานช่วยขนกระเป๋าเดินทางพร้อมด้วยสัมภาระไปขึ้นรถกอล์ฟที่จอดรออยู่ ซึ่งอาคารที่เราสองคนจะพักก็อยู่ใกล้ๆ นี่เอง มองเฉียงขึ้นไปทางด้านซ้ายมือก็เจอเลย หรือถ้าหากว่าจะเดินขึ้นไปเองก็สามารถทำได้ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายเพื่อเรียกเหงื่อไปในตัว

รถกอล์ฟเคลื่อนตัวไปตามทางพร้อมกับขับขึ้นเนินที่ลาดชัน ไม่นานก็ไปจอดอยู่บริเวณทางด้านของตัวอาคาร ซึ่งชื่ออาคารก็คือ “Chateau de Bluesky” ตัวอาคารดูแข็งแรงมาก รูปแบบตัวอาคารเป็นแบบอังกฤษ ตัวอาคารทั้งหมดทาด้วยสีขาว หลังคาสีเขียวอมเทา รูปแบบของห้องพัก “Chateau de Bluesky” มีทั้งหมดด้วยกันกัน 5 รูปแบบ ได้แก่ Chateau Deluxe King, Chateau Deluxe Twin, Chateau Corner ชั้น 1-2, Chateau Junior King ชั้น 3 และ Chateau Corner ชั้น 3 โดยรูปแบบของห้องและการตกแต่งก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ก็คุมคอนเซ็ปท์โดยรวมทั้งหมดเอาไว้ในสไตล์ยุโรป

พากันเดินขึ้นไปยังห้องที่เราจะพักในค่ำคืนนี้ ซึ่งเราพักอยู่ที่ชั้นสอง คือ Chateua Corner ลูกค้าจะต้องเดินขึ้นไปห้องของตัวเองด้วยเดินขึ้นบันได ที่อาคารนี่จะมีลิฟท์สำหรับเอาไว้ขนกระเป๋าและสัมภาระของลูกค้าเท่านั้น หรือถ้าหากว่าจำเป็นจริงๆ ก็สามารถที่จะใช้บริการก็ได้ด้วยเหมือนกัน

เราสองคนพักอยู่ที่ห้องหมายเลข 8206 ใกล้ๆ กับบันไดทางขึ้นลงพอดี ก่อนเข้าไปในห้อง เราสองคนก็ขอสร้างภาพกันนิดนึง พนักงานขนกระเป๋าและสัมภาระมาส่งให้ถึงที่ห้อง เสร็จแล้วก็ขอตัวกลับออกไป เรารีบเข้าไปในห้องพร้องกับปิดประตู กวาดสายตามองดูรอบๆ บริเวณห้อง ร้องว้าวเลย สวย หรูหรา คลาสสิคตามสไตล์ แตกต่างจากที่พักที่อื่นอย่างสิ้นเชิง การจัดวางเตียง โต๊ะ และของตกแต่ง ถือว่าลงตัว การใช้โทนสีโดยรวมดูแล้วอบอุ่นและสะอาด ที่นอนเนียนนุ่ม ภาพเขียนด้านหัวนอนเป็นการใช้สีแบบดูโอโทน ดูแล้วคลาสสิคและอาร์ตดี 

ด้านปลายเตียงก็จะมีโต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ให้ เหนือต๊ะทำงานขึ้นไปก็จะมีทีวีแอลอีดีขนาด 32 นิ้ว พร้อมระบบการรับชมรายการทีวีผ่านอินเตอร์เน็ท ถัดไปทางด้านขวามมือของโต๊ะทำงาน ตรงนี้ก็จะมีโต๊ะวางอุปกรณ์ชงกาแฟ ใต้โต๊ะจะมีตู้เย็นขนาดเล็กให้พร้อมกับมีน้ำดื่มให้อีกสองขวด เหนือโต๊ะขึ้นไปจะเป็นชั้นวางของขนาดเล็ก มีรูปพร้อมกรอบวางอยู่หนึ่งอัน 

ในส่วนของห้องน้ำ พอเปิดประตูเข้าไปด้านใน ด้านขวามือก็จะเป็นอ่างล้างหน้าและอุปกรณ์อาบน้ำวางอยู่ ด้านในขวามือสุดจะเป็นชักโครก เหนือขึ้นไปที่ผนังด้านบน จะมีตะกร้าหวายใส่ดอกไม้สีสดใส่แขวนอยู่สองชุดซ้ายขวา ถัดไปทางด้านซ้ายมือก็จะเป็นในส่วนของห้องอาบน้ำพร้อมอุปกรณ์ทำน้ำอุ่น มีม่านกันไม่ให้น้ำกระเซ็นออกมาข้างนอกเวลาอาบน้ำ ก็ถือว่าออกแบบมาได้อย่างลงตัว ดูแล้วไม่อึดอัด ถัดมาทางด้านซ้ายใกล้ๆ กับประตูห้องน้ำ ตรงนี้จะมีตะขอเอาไว้สำหรับแขวนผ้าเช็ดตัวนั้นจะวางอยู่ในตะกร้าที่ห้องนอน ซึ่งอยู่บนโต็ะที่มีตู้เซฟเก็บของมีค่า ถัดไปทางด้านซ้ายมือจากโต๊ะทำงานจะติดตั้งกระจกเงาขนาดพอประมาณเอาไว้ มีภาพเขียนติดอยู่เหนือกระจกเงาซึ่งก็อยู่ในกรอบอันเดียวกันกับกระจก

สำรวจภายในห้องนอนเสร็จแล้วก็ออกไปยืนรับลมชมวิวที่ระเบียงด้านนอกห้องกัน ที่ระเบียงเราสามารถมอเห็นวิวทิวทัศน์ของเดอะบลูสกายได้ถึง 180 องศากันเลยทีเดียว มองไปไกลๆ สุดตาจะมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่ซ้อนสลับกันเป็นฉากหลังสวยงาม ทางด้านซ้ายจะมองเห็นตัวอาคารของเดอะบลูสกายรายล้อมอยู่ มองตรงไปทางด้านซ้ายมือจะเห็นสิ่งก่อสร้างสีส้มที่มีนาฬิกา ตรงนั้นจะเป็นสถานที่สำหรับรับประทานอาหาร บริเวณด้านขวาทางลาดลงไปตรงกลางจะเป็นสวนดอกไม้ คือ TheBlueSky Garden ซึ่งเป็นสวนอังกฤษที่มีขนาดกว่า 10 ไร่ สวนนี้สร้างขึ้นในปี 2016 เป็นสวนที่เชื่อมระหว่างร้านอาหารและคอนโดสไตล์ปราสาทยุโรป The Castell

 ส่วนทางบริเวณด้านขวามือก็จะมองเห็นปราสาท เขาวงกต (The Maze) เป็นทุ่งวงกตขนาดใหญ่ที่ลายล้อมไปด้วยผนังต้นไม้สีเขียว ออกแบบให้เราเดินเล่นกันว่าจะสามารถไปถึงในส่วนตรงกลางที่เป็นหอคอยได้หรือไม่ ถือว่าเป็นกิจกรรมสนุกๆ ระหว่างการพักผ่อนที่นี่ บริเวณใกล้ๆ กันทางด้านขวามือก็จะมีร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม ชื่อร้านเมนูบ้านกาแฟก็ประมาณว่าเดินถ่ายรูปชมวิวกันร้อนๆ และเหฯ้ดเหนื่อย เราก็สามารถแวะไปสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ นั่งพักเหนื่อยไปด้วย หายเหนื่อยก็ค่อยออกมาเดินเล่นสร้างภาพกันต่อ

บริเวณตรงนี้จะมีเนื้อที่กว้างขวางมาก พื้นหญ้าสีเขียวๆ ตัดกับดอกไม้และตัวอาคารสีขาว สร้างภาพออกมาแล้วสวยงามดี ครั้งนี้เราโชคดีที่ไปเจอกับการเปลี่ยนแปลงตกแต่งจัดสถานที่ใหม่ เพราะทาง เดอะ บลู สกาย เขาค้อ ได้สร้างปราสาทเจ้าหญิงขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ได้มาจากการ์ตูนของวอลท์ ดีสนี่ย์ โดยใกล้ๆ กันก็จะมีเจ้าหญิงกับคนแคระทั้งเจ็ด รอบๆ บริเวณปราสาทก็จะมีการตกแต่งไปด้วยดอกไม้แห้งเป็นสีๆ และรถม้า ใครที่ชอบสร้างภาพก็เพลินกันเลยทีเดียว ก็ต้องบอกเลยว่า มาพักที่ เดอะ บลู สกาย เขาค้อ  นอกจากจะได้พักผ่อนกับที่พักในรูปแบบสไตล์ยุโรปแล้ว เรายังจะได้ชื่นชมไปกับสวนดอกไม้ และได้สร้างภาพกับสถานที่สวยๆ ลูกค้าจะได้เพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูปสร้างภาพ แถมบรรยากาศโดยรวมก็ดีอีกด้วย 

รุ่งเช้าของอีกวัน เราสองคนตื่นขึ้นมาสูดอากาศอันสดชื่นกับบรยยากาศหลังฝนหยุดตก มองดูรอบๆ บริเวณที่พักของ เดอะ ลู สกาย มันช่างชุ่มฉ่ำสดชื่นดีจริง จากที่พักที่ “Chateau de Bluesky” การจะเดินทางไปรับประทานอาหารเช้า เราก็จะต้องเรียกรถกอล์ฟให้มารับ ระยะทางก็ไกลพอสมควร แต่ถ้าใครใคร่จะเดินออกกำลังหรือชมวิวทิวทัศน์ก็สามารถทำได้ แต่สำหรับเราสองคนขอนั่งรถไปดีกว่านะ เก็บแรงเอาไว้ไปเดินถ่ายรูปสร้างภาพหลังมื้อเช้ากันดีกว่า 

รถกอล์ฟขับไปส่งยังสถานที่รับประทานอาหารเช้าที่หอนาฬิกาสีส้มๆ หลังจากนั้นก็เดินขึ้นบันไดไปอีก แสงแดดเริ่มสาดส่องไปทั่วบริเวณ ไอความร้อนเริ่มแผ่กระจายให้ได้รู้สึก  เราสองคนเดินเข้าไปยังบริเวณด้านสุด เลือกโต๊ะสำหรับนั่งรับประทานอาหาร เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปเลือกตักอาหารมาเพื่อรับประทานกัน

หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้ากันเสร็จแล้ว เราสองคนก็ไม่พลาดที่จะไปเดินเล่นสร้างภาพกับสถานที่สวยๆ ของ เดอะ บลู สกาย ที่นี่มีมุมให้เราสร้างภาพเยอะแยะมากมาย ดีที่อากาศในวันนี้ไม่ค่อยร้อนมากเท่าไหร่ ท้องฟ้ามีเมฆปกคลุมประปราย แต่ก็เหนื่อยและเมื่อยขาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน 

เหนื่อยและกระหายน้ำก็แวะเข้าไปนั่งพักที่ร้าน “เมนูบ้านกาแฟ” สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มาดื่มให้ชื่นใจหายร้อนแล้วก็ออกไปเดินเล่นสร้างภาพกันต่อ ใช้เวลาเดินเล่นชมวิวและถ่ายรูปกันอยู่นานร่วมๆ ชั่วโมงก็ได้เวลาเดินทางกลับเข้าห้องพัก

ในช่วงที่เรามาพักก็ย่างเข้าต้นฤดูร้อน แต่ก็มีมวลอากาศของความเย็นหลงเหลืออยู่ให้ได้สัมผัส บางวันก็มีฝนตกลงมาสร้างความชุ่มฉ่ำ โดยรวมๆ แล้วที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่พักที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว ที่พักสวยงามคลาสสิคตามสไตล์ บรรยากาศดี มีมุมสวยๆ  เยอะแยะมากมาย มีสวนดอกไม้ให้เข้าไปชม โดยปกติกถ้าเป็นคนนอกจะต้องเสียค่าเข้าชม แต่ถ้าเราเป็นลูกค้ามาพักที่นี่ก็เข้าชมฟรี เฮ้ย! อันนี้ดีงาม 

 หรือถ้าใครต้องการจะเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆ ก็ได้เลย เพราะ เดอะ บลู สกาย เขาค้อ อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว, ชมทะเลหมอกที่อ่างเก็บน้ำรัตนัย, ทุ่งกังหันลมเขาค้อ, วัดอานันทคีรี, ไร่สตรอเอบรี่ก็มีอยู่เยอะ รวมไปถึงร้านอาหารและร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีๆ ก็มีให้เลือกอีกมากมาย

 กำลังมองหาที่พักดีๆ บรรยากาศโดนๆ พร้อมมุมถ่ายภาพมากมาย ที่นี่ เดอะ บลูสกาย เขาค้อ แนะนำเลยรับรองไม่ผิดหวัง ถ้าสนใจหรือต้องการจองห้องพักก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ เว็บไซต์ https://www.theblueskyresort.com/khaokho/ หรือติดต่อได้ที่เบอร์โทร +(66 2) 247-7310-11 (8:30-17:00 จันทร์เสาร์) อีเมล์ sales@theblueskyresort.com

Previous «
Next »

Recent Posts