• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • เข้าหน้าหนาว พาขึ้นเขาเที่ยว “ม่อนแจ่ม”

เข้าหน้าหนาว พาขึ้นเขาเที่ยว “ม่อนแจ่ม”

   ลมหนาวพัดหวนมาอีกครั้ง สำหรับในปีนี้ หน้าหนาวอาจจะมาช้ากว่าทุกๆ ปี และพอใกล้หน้าหนาว นักท่องเที่ยวหลายๆ คนก็คงไม่พลาดที่จะหาที่เที่ยวเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของหน้าหนาวกัน แต่ถ้าใครไปเที่ยวเชียงใหม่ ถ้าไม่ได้ขึ้นไปยังม่อนแจ่ม ก็อาจจะพูดได้ว่าไปไม่ถึงเชียงใหม่

 เพราะสถานที่แห่งนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติที่สวยงามอยู่ และสำหรับกการเดินทางไปเที่ยวที่ม่อนแจ่มนั้นถือได้ว่าสะดวกกว่าสมัยก่อนมาก ถนนหนทางลาดยางอย่างดี รถสามารถวิ่งสวนกันได้เพราะมีเพียงแค่สองเลนเท่านั้น คนขับอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร เพราะทางที่จะขึ้นไปเที่ยวยังม่อนแจ่มจะค่อนข้างคดเคี้ยวเลี้ยวไปเลี้ยวมา 
ที่ม่อนแจ่มนี้ บรรยากาศของความเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนค่อนข้างสมบูรณ์ ที่เปลี่ยนไปก็น่าจะเป็นเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ในเรื่องระบบการจัดการค่อนข้างทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการจอดรถ นักท่องเที่ยวจะต้องเสียเงินค่าจอดคันละยี่สิบบาท ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย และเงินที่ได้จากค่าจอดรถ ทางม่อนแจ่มจะเอาไปใช้ในการบำรุงและพัฒนาสถานที่ของม่อนแจ่มต่อไป

  

    ทางที่จะขึ้นไปเที่ยวยังสถานที่ด้านบน นักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นไปตามทางที่ลาดชันเล็กน้อย ด่านบนจะห่างจากจุดที่จอดรถน่าจะประมาณซัก 300 เมตร เดินผ่านร้านขายพืชผักผลไม้ของชาวเขาที่อยู่ตรงทางแยกด้านขวามือ ส่วนมากจะเป็นของที่สดใหม่จากไร่ของที่นี่เลย หลังจากนั้นก็จะถึงจุดที่สำคัญที่เป็นป้ายคำว่า “ม่อนแจ่ม” ที่ตัวหนังสือจะทำแบบง่ายด้วยไม้ นักท่องเที่ยวส่วนมาก จึงไม่พลาดที่จะต้องถ่ายรูปกับป้ายชื่อเพพื่อเป็นที่ระลึกกัน

  

    ที่ใกล้ๆ กับป้าย มีเครื่องเล่นที่เรียกว่า “รถเลื่อน” ซึ่งเ็นเครื่องเล่นของที่นี่ นักท่องเที่ยวที่ต้องการความท้าทายจึงไม่พลาดรายการนี้ สำหรับราคานั้น ถ้านั่งสองคนก็ 80 บาท แต่ถ้าต้องการฉายเดี่ยวราคาก็ถูกลงมานิดนึง แค่ 50 บาทเท่านั้น วีธีการเล่นก็คือ ทางเจ้าหน้าที่ของที่นี่ จะทำการลากจูงรถเลื่อนและให้นักท่องเที่ยวนั่งไปกับรถกระบะ แล้วก็ลากขึ้นไปยังด้านบนประมาณสี่ร้อยเมตร หลังจากนั้นก็ให้นักท่องเที่ยวนั่งเจ้ารถเลื่อน แล้วทำการขับบังคับห้เคลื่อนตัวลงมาตามทางลาดชัน เพื่อผ่านลงไปยังด้านล่างที่เป็นจุดเริ่มต้น จึงเป็นความสนุกและท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความโลดโผนได้อย่างสะใจกันเลยทีเดียว

    หลังจากได้ลิ้มลองความมันกับรถเลื่อนแล้ว ก็ได้เวลาที่จะลงไปชื่นชมธรรมชาติยังด้านทางด้านซ้ายของป้ายม่อนแจ่ม อากาศเวลานี้กำลังสบายๆ เราเดินผ่านที่โล่งตรงกลางที่ด้านซ้ายเป็นร้านขายของกินประเภทข้าวโพดย่าง และมันเทศเผา กลิ่นมันช่างหอมยั่วยวนความหิวได้มากจนต้องหยุดแวะซื้อมารับประทานกัน ถัดไปทางด้านขวาจะเป็นทางที่จะเดินลงไปชมทิวทัศน์ของหุบเขา ริมทางที่เป็นเนินเขาจะมีสิ่งปลูกสร้างเป็นหลังๆ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะนั่งชื่นชมความงามของธรรมชาติไปพร้อมๆ กับได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารที่สั่งจากร้านที่มีไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว


    เดินขึ้นบันไดทางด้านซ้ายแล้วเลาะเลี้ยวผ่านร้านอาหาร ก็ไปเจอลานกว้างๆ ด้านนอก แปลงดอกไม้หลากสีสันมีให้เห็นอยู่เต็มพื้นที่  สายลมอ่อนๆ พัดผ่านช่อดอกไม้ให้ไหวเอนล้อเล่นลม มองเห็นบรรดาเหล่าแมลงบินโฉบเฉี่ยวแวะเวียนหยุดชื่นชมดอกไม้อยู่ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวหลายๆ คน หลายๆ กลุ่ม หยุดแวะชื่นชมและถ่ายรูปกันเป็นช่วงๆ เด็กๆ ที่แต่งตัวเป็นแบบชาวเขายืนปะปนกับนักท่องเที่ยวไปทั่วบริเวณ บ้างก็วิ่งเล่นหยอกล้อกัน บ้างก็หยุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพกันโดยที่ไม่เรียกร้องเงินทอง 

  

    สถานที่แห่งนี้มีจุดถ่ายภาพอยู่มากมายหลายจุด ที่เห็นเป็นเอกลักษณ์ก็คงหนีไม่พ้นซากรถกระบะเก่าๆ ที่ผุพัง จอดเอาหัวทิ่มลงมาทางด้านล่าง ใกล้ๆ กันก็จะมีแปลงดอกไม้สีม่วง ปลูกเป็นแปลงสลับกับทางเดินมีให้เห็นอยู่เป็นช่วงๆ ถัดขึ้นไปทางด้านบนซ้ายก็จะเป็นเนินเขา มีสิ่งปลูกสร้างที่มุงหลังคาด้วยหญ้า มองผ่านไปทางด้านล่างจะเจอกับหุบเขาที่เขียงชะอุ่ม เยื้องไปทางด้านขวาจะเห็นภูเขาอยู่ตรงด้านหน้า จะมองเห็นเต๊นท์ของนักท่องเที่ยวกางอยู่เป็นระยะๆ อย่างสวยงามและเป็นระเบียบ 

  

    จากอากาศที่เย็นๆ เมื่อตอนเข้ามา เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนให้ได้รู้สึก บางครั้งก็มีเมฆบดบังอยู่บ้างสลับกันไปมา มองเห็นนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มๆ ได้เดินหามุมถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน จวบจนเมื่อเวลาผ่านไปได้ซักสี่สิบห้านาที ก็ได้เวลาที่พวกเราจะต้องเดินทางต่อไปเที่ยวยังสถานที่อื่นกันต่อไป การมาเที่ยวที่ม่อนแจ่มในครั้งนี้ เราได้จึงสัมผัสกับอากาศที่เย็นพอสมควร

  

ความอิ่มเอิมจากการได้ชมธรรมชาติและวิถีของชาวเขา มันสร้างความประทับให้กับพวกเราได้เป็นย่างดี จนมีความรู้สึกว่า อีกไม่นานนัก สถานที่แห่งนี้อาจจะบอบช้ำและแปรเปลี่ยนไปตามกระแสของความเจริญ ที่ย่างกรายเข้ามาเบียดบังความเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิตอันงดงามเป็นแน่แท้ ทีเดียว ไม่อยากให้ป็นอย่างนั้นเลยจริงๆ แต่ที่แน่ๆ วันนี้ นักท่องเที่ยวหลายๆ คน ได้มีความสุขเกิดขึ้นในใจกันอย่างถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของพื้นที่เฉกเช่นเดียวกัน

  

    “ม่อนแจ่ม”  ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย อ.แม่ริม ม่อนแจ่มมีอากาศเย็นสบายตลอดปี และบริเวณใกล้ ๆ ม่อนแจ่ม จะมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยภายในมีแปลงผักและงานวิจัยผักเมืองหนาว
    การเดินทางไปยังม่อนแจ่ม ถ้าเป็นโดยรถยนต์ส่วนตัว ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ตรงไปถึงอำเภอแม่ริมบริเวณ กม. 17 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 1096 สายแม่ริม-สะเมิง เส้นเดียวกับปางช้างแม่สา ขับเลยปางช้างแม่สา น้ำตกแม่สา สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ถึง กม. 15 ให้เลี้ยวขวาที่บ้านโป่งแยงไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงสันเขาม่อนแจ่ม
    ประวัติความเป็นมาของม่อนแจ่ม คุณแจ่มจรัส สุชีวะ หรือคุณแจ่ม สถาปนิกที่มีแนวการออกแบบเป็นเอกลักษณ์และดีไซเนอร์แบรนด์ JAM หลานตาของหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ผู้บุกเบิกม่อนแจ่มแห่งนี้


[พิกัดการเดินทางไปยังม่อนแจ่ม]

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *