• Homepage
  • >
  • News
  • >
  • “อาลก โลเฮีย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 40 ผู้มีบทบาทสำคัญ ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก (Top 40 Power Players)

“อาลก โลเฮีย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 40 ผู้มีบทบาทสำคัญ ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก (Top 40 Power Players)

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ได้รับคัดเลือกเป็นอันดับที่ 12 ในรายชื่อ 40 บุคคลที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก (Top 40 Power Players) ประจำปี 2565 ซึ่งประกาศโดย Independent Commodity Intelligence Services (ICIS) ผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารชั้นนำในตลาดเคมีภัณฑ์ระดับโลก โดยการจัดอันดับดังกล่าวคัดเลือกประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทต่างๆ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกที่สำคัญต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์

การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนความโดดเด่นของ นายอาลก โลเฮีย ในการบริหารไอวีแอลให้มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นผู้วางรากฐานความมุ่งมั่นของไอวีแอลที่มีต่อเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้แข็งแกร่งและการดำเนินโครงการรีไซเคิล PET ต่างๆ โดยไอวีแอลได้กำหนดเงินลงทุนมูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อทำให้เป้าหมายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำเร็จตามที่กำหนดไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเพิ่มกำลังการรีไซเคิล PET ของไอวีแอลทั่วโลกเป็น 750,000 ต่อปี ภายในปี 2568

ในปี 2564 ไอวีแอลได้ประกาศสร้างโรงงานในเมือง Karawang ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อรีไซเคิลขวดพลาสติกเกือบ 2 พันล้านขวดต่อปี เป็นการสนับสนุนแผนงานของรัฐบาลอินโดนีเซียด้านการลดขยะในมหาสมุทร นอกจากนี้ ไอวีแอลได้เพิ่มฐานการผลิตสาร PNDA แห่งใหม่ในเมืองดีเคเตอร์ รัฐแอละบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตสารดังกล่าวรายใหญ่ที่สุดในโลก ล่าสุด ไอวีแอลได้ตกลงที่จะเข้าซื้อกิจการ Oxiteno ในประเทศบราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตสารลดแรงตึงผิวแบบบูรณาการชั้นนำ

Top 40 Power Players เป็นการจัดอันดับผู้บริหารที่มีความเป็นเลิศและวิสัยทัศน์ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) นวัตกรรม การควบรวมกิจการหรือการจัดการธุรกิจ การริเริ่มโครงการ และการทำกำไรหรือสร้างมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้น โดย ICIS ได้เปิดเผยว่า ESG และความยั่งยืนมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการจัดอันดับปีนี้ เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อการเติบโตในอนาคต

For more information, please visit https://bit.ly/3nxKSeU

Previous «
Next »

Recent Posts