• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • ลองขับ Ford Ranger 3.2 L Wildtrak 4×4 6AT ไปเที่ยวชม… “พระพิฆเนศองค์ยืน”

ลองขับ Ford Ranger 3.2 L Wildtrak 4×4 6AT ไปเที่ยวชม… “พระพิฆเนศองค์ยืน”

   ห่างหายไปจากเรื่องเที่ยวกันมาพอสมควรสำหรับคอลัมน์ Travel Trip ช่วงนี้ก็ว่างๆ จากงานที่หลากหลายพอได้นั่งจดปลายปากกา เอ้ย! จิ้มนิ้วเขียนเรื่องเที่ยวกัน การเดินทางในครั้งนี้เราได้ยานพาหนะที่เพียบพร้อมไปด้วยสมรรถนะที่เต็มเปี่ยมอย่าง Ford Ranger 3.2 L Wildtrak 4×4 6AT ซึ่งเป็นกระบะตัวท็อปที่ได้ทำการปรับปรุงมาจากรุ่นเดิม จะนั่งสนุกและขับเพลินกันอย่างไร ตามไปเรื่อยๆ ครับ

        
   ช่วงเวลาเที่ยงๆ ของวันที่แสงแดดสาดไอร้อนลงมา นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจในการไปเที่ยวชมพระพิฆเนศถดถอยลงไปได้ เมื่อรถพร้อม คนพร้อม อุปกรณ์สร้างภาพพร้อม พวกเราทั้งสามคนก็เริ่มพากันออกเดินทาง ด้วยเจ้า Ford Ranger 3.2 L Wildtrak  ขับมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางทันที่ ด้วยระยะทางจากที่พักลาดพร้าว 101 ไปยังที่หมาย ประมาณ 80 กิโลเมตร ระยะทางแค่นี้ถือว่าจิ้บๆ สำหรับพวกเราสายท่องเที่ยว

    รูปลักษณ์ภายนอกสำหรับเจ้า Ford Ranger คันนี้ ถือว่าสวยเท่เอามากๆ คันที่เรานั่งวันนี้เป็นสีขาวป้ายแดง ใหม่เอี่ยมๆ เลย ดูแล้วสะอาดสะอ้านหรูหรา แต่ก็แฝงไปด้วยความเท่และดุดันอยู่ในตัว มาพร้อมชุดแต่ง Wildtrak ทั้งกระจังด้านหน้าและกันชนหลัง ตกแต่งด้วยราวเสริมขอบกระบะท้าย สปอร์ตบาร์ และราวหลังคา มองยังไง มองอีกี่ครั้ง เจ้าฟอร์ดคันนี้ก็ยังคงความเท่แต่ก็แฝงไปด้วความดุดันทุกๆ ครั้งไป

       

       

    จากลาดพร้าวเราขับรถไปทางถนนรามคำแหงยาวไปเข้าเส้น 304 ถนนสุวินทวงศ์จนไปเชื่อมต่อที่ถนนสาย 3200 บางน้ำเปรี้ยว-ฉะเชิงเทรา หลังจากนั้นก็เล้ยวซ้ายวิ่งเลียบคลองชลประทาน ถนนเส้นนี้วิ่งเลียบคลองกันแบบยาวๆ ไปเลย ถือว่าเป็นถนนที่สวยและเป็นถนนที่ดีมากๆ วิ่งไปจนสุดทางก็เลี้ยวไปทางขวาก็จะเจอกับป้ายทางเข้าวัดบางตลาด-วัดคุ้งกร่าง ขับไปตามถนนตลาด-สวนปาล์ม ขับโค้งไปมาก็ไปเลี้ยวขาวอีกที่ที่ถนนคุ้มกร่าง ถนนเส้นนี้จะวิ่งอ้อมผ่านทุ่งนาข้าวของชาวบ้าน ซึ่งในขณะนี้ข้าวกำลังเขียวขจีใกล้จะออกรวง มองผ่านกระจกข้างดูแล้วสร้างความสดชื่นในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี

       

    ตลอดระยะเวลาของการเดินทาง สิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกๆ ครั้งก็คือ การต่อบลูทูธจากสมาร์ทโฟนไปยังตัวรถเพื่อฟังเพลง รูปลักษณ์ภายในของเจ้าฟอร์ดคันนี้ถือว่าทำออกมาได้หรูหราและโอ่อ่า อุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็น ระบบโซเชี่ยล ที่วางแก้วน้ำ อุปกรณ์ชาร์ตไฟที่มีให้เสียบทั้งแบบ USB และแบบไฟ 12 โวลท์ ก็มีมาให้อย่างครบครัน รวมไปถึงคอนโซลด้านหน้าตัวรถ ทำเป็นหนังสีเทาดำ พร้อมกับเดินตะเข็บด้ายสีส้ม มองดูแล้วหรูหราชอบเลย

    ขับอ้อมผ่านทุ่งนาได้ไม่นานนักก็มาถึงทางเข้าที่เป็นซุ้มประตู เวลาในขณะนี้ก็ปาเข้าไปบ่ายสองโมงกว่าๆ อากาศรอบๆ บริเวณกำลังร้อนได้ที่เลย จากซุ้มประตูก็ขับเข้าไปยังองค์พระพิฆเนศอีกเพียงไม่ไกลมากนัก ขับลัดเลาะตามทางไปเรื่อยๆ ก็ไปจอดอยู่ตรงบริเวณริมรั้วใกลๆ กับทางเข้าซึ่งอยู่ทางด้านซ้าย

       

    อากาศรอบๆ บริเวณในเวลานี้มันช่างร้อนอบอ้าวซะเหลือเกิน แสงแดดที่พาพัดไอร้อนลงมากระทบกับเสื้อสีเข้มๆ โอ้ย! มันได้อารมณ์เอามากๆ ร้อนสิครับรออะไร 5555+ และก่อนจะพากันเดินเข้าไปชมยังบริเวณด้านใน เรามารูประวัติของพระพิฆเนศองค์ยืนกันวักเล็กน้อยพอเป็นสังเขป

       

    พระพิฆเนศองค์ยืน ตั้งอยู่ที่อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายในบริเวณอุทยานประดิษฐานองค์พระพิฆเนศองค์ยืน ทั้องค์หล่อด้วยเนื่อสำริด มีความสูงจากฐานถึงด้านบนรวมกันเกือบ 40 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของความอุดทสมบูรณ์ มีสิ่งที่โดดเด่นอยู่ที่พระหัตถ์ทั้ง 4 ถือพืชพรรณธัญญาหาร มีกล้วย ยอดอ้อย มะม่วงและขนุน ที่พระบาทมีหนูกอกและลูกมะพร้าว ซึ่งหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินไทย

    ในการจัดสร้างจะต้องมีการหล่อในแต่ละชิ้นทั้งหมด 854 ชิ้น เพื่อนำเอามาประกอบกัน รอบๆ บิเวณรอบๆ องค์พระพิฆเนศจะมีซุ้มจัดให้ไหว้บูชาองค์พระพิฆเนศ และมีองค์พระพิฆเนศจัดจำหน่ายให้คนที่ศรัทธาได้เช่าเอากลับไปบูชากันอีกด้วย
การออกแบบพระพิฆเนศจะมีการเปลี่ยนแปลง จากเดิมถือศาสตรวุธ ก็เปลี่ยนมาถือผลไม้แทน ผู้ที่ออกแบบก็คือ อ.พิทักษ์  เฉลิมเล่า เป็นช่างประติมากรระดีบชำนาญการ สำนักช่างสิบหมู่ของกรมซิลปากร เป็นการนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์สมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ

    รู้ประวัติคร่าวๆ ขององค์พระพิฆเนศกันแล้ว คราวนี้ก็จะพากันไปเดินชมรอบๆ บริเวณกันต่อ พวกเราเดินเข้าไปยังด้านในท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว เดินผ่านซุ้มรับจ้างถ่ายรูปให้กับนักท่องเที่ยว เดินไปอีกหน่อยก็จะเจอกับซุ้มบูชาพระพิฆเนศ เราสามคนก็เลยถือโอกาสแวะซื้อเรื่องไหว้ที่เป็นดอกไม้ธูปเทียน และก่อนที่จะเดินเข้าไปยังหน้าองค์ท่าน เอ่อ! ไงๆ ก็ขอสร้างภาพตรงกลางสักรูปนะครับ 5555+

       

    ที่ตรงกลางบริเวณก่อนที่จะถึงในจุดที่สำหรับให้ไหว้องค์พระพิฆเนศ จะเจอกับรูปปั้นของหนูซึ่งเป็นบริวารอยู่ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เราก็เลยเดินไปกระซิบเบาๆ ข้างหูฝากไปถึงท่านซะด้วยเลย ส่วนเนื้อเรื่องขอไม่บอกนะครับว่าพูดบอกว่าอะไร แฮร่ๆ

       

       

    วันนี้นักท่องเที่ยวบางตาจนแทบจะเหลือแต่พวกเราสามคน อาจเป็นเพราะว่าเป็นวันธรรมดาก็เป็นได้ แต่ก็ดีเหมือนกัน ได้เดินชมและถ่ายรูปกันสะดวกดี เราสามคนเดินไปตรงบริเวณสำหรับจุดธูปเทียนบูชาพระพิฆเนศ ไหว้เสร็จก็เดินเข้าไปด้านในใกล้ๆ กับองค์ของท่าน แดดในช่วงเวลานี้ก็ช่างตั้งใจทำหน้าที่ซะเหลือเกิน เฮ่อ!! เพลียแล้วนะ

       

    แผ่นทองที่เราได้เขียนชื่อ, นามสกุล และวันเดือนปีเกิด ได้ถูกหย่อนลงไปในร่องเพื่อทำการฝากดวง แหงนหน้าเงยขึ้นไปมององค์พระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่อยู่ตรงเบื้องหน้า โอ้ว! แม่เจ้า มันช่างใหญ่อลังซะขนาดนี้ รูปร่างของท่านอ้วนท้วนจ้ำม้ำ มองเห็นพุงอ้วนๆ น่ารักดี ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นเอามากๆ งานปั้นถือว่าทำได้ดีและเหมือนจริงมากทีเดียว ให้ความรู้สึกเหมือนว่ามีชีวิตจริงๆ ขอบอก

       

    พวกเราเดินอ้อมไปทางด้านซ้ายมือเพื่อเดินชมรอบๆ บริเวณ บางช่วงบางเวลาก็มีเมฆมาบดบังให้เราได้ร่มเย็น เดินไป ถ่ายรูปไปท่ามกลางอากาศที่ก็ยังคงอบอ้าวอยู่เหมือนเช่นเคย เหงื่อเป็นเม็ดๆ โผล่จากผิวให้ได้เห็น เสื้อเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเช่นกัน แต่ความตั้งใจและแรงศรัทธาก็ขังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในใจของพวกเราทั้งสามคน จนกระทั่งไปยืนหยุดอยู่ทางด้านหลังองค์ท่าน เงยหน้าขึ้นไปมองอีกครั้ง องค์พระพิฆเนศยืนเด่นเป็นสง่าสีเทาดำตัดกับสีของท้องฟ้าที่มีเมฆบางๆ ดูแล่วสร้างมนต์ขลังได้เป็นอย่างดี

       

    เวลาปาเข้าไปบ่ายสามโมงกว่าๆ อากาศเริ่มคลายความร้อนลงมาบ้างแล้ว เราเดินอ้อมไปทางด้านซ้าย ซึ่งที่บริเวณรอบๆ ฐานจะมีตุ๊กตาหนูตัวเล็กๆ น่ารักๆ ตั้งเรียงรายอยู่เป็นแถวเป็นแนว  มีกระถางดอกเฟื่องฟ้าสีชมพูแทรกอยู่เป็นระยะๆ เราเดินผ่านเลยไปจนถึงรูปปั้นของหนูอีกตัว ในความเป็นจริงหนูที่เป็นบริวารจะเป็นหนูตัวเล็กๆ แต่ที่นี่อัตราส่วนก็ต้องขยายให้สมจริงตามองค์ของพระพิฆเนศ คือกลายเป็นว่ามันใหญ่กว่าตัวเราเสียอีก โอ้ว! น่ารักอะ พวกเราก๋เลยอดไม่ได้ที่จะต้องสร้างภาพกับหนูซะด้วยเลย

    รอบๆ บริเวณก็จะมีซุ้มที่ประดิษฐานองค์พระพิฆเนศ สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้แวะกราบไหว้บูชาเพื่อเสริมสิริมงคล พวกเราเดินเรียบลัดเลาะพร้อมกับแวะชมไปด้วย จนกระทั่งเดินก้าวลงบันไดไปสู่ยังพื้นลานกว้างๆ ด้านล่าง ตรงนี้ถือว่าเป็นตำแหน่งที่เหมาะกับการถ่ายรูปกับองค์พระพิฆเนศเอามากๆ พวกเราก็เลยจัดกันไปซะด้วยเลย

       

    เวลาในขณะนี้ก็บ่ายสามโมงกว่าๆ แดดก็ยังคงร้อนแรงอยู่เหมือนเดิม แต่ก็เริ่มมีสายลมพัดผ่านเข้ามาประทะพอให้ได้สดชื่นขึ้นมาบ้าง เราเดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เป็นซุ้มให้บริการรับจ้างถ่ายรูป จนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงถที่เรามาจอดในตอนแรก  อาการกระหายน้ำเกิดขึ้นมาทันทีที่เห็นร้านขายมะพร้าวน้ำหอม จัดสิครับออะไร เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว เราก็เลยเดินไปใช้บริการด้วยการซื้อมะพร้าวน้ำหอมกันคนละหนึ่งลูกเพื่อดับกระหาย อยากบอกว่ามันถูกเอามากๆ ครับ ราคาเพียงแค่ลูกละ 10 บาทเท่านั้นเอง เป็นมะพร้าวน้ำหอมสดๆ จากสวนของชาวบ้านจริงๆ ที่สำคัญแช่น้ำแข็งเย็นๆ ทั้งลูกก่อนส่งต่อให้ลูกค้าได้ดื่มเสียด้วย อันนี้ชอบมากๆ ชื่นจายยยยย

       

    ใช้เวลาดื่มน้ำมะพร้าวพร้อมกับกินเนื้อของมันได้เพียงชั่วครู่ เวลาเดินทางกลับก็ได้เริ่มต้นขึ้นในขณะที่แสงแดดเริ่มอ่อนกำลังลง คงเหลือทิ้งไว้แต่เพียงความทรงจำกับสิ่งดีๆ ที่เป็นมงคล ว่าครั้งหนึ่งที่พวกเราได้มาแวะเยี่ยมชมและมากราบไหว้สักการะองค์พระพิฆเนศองค์ยืน ความอิ่มเอิบเกิดขึ้นในขณะที่พวกเรากำลังเดินทางกลับ ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนแรงเพียงใดก็ตาม แต่นั่น มันก็ไม่ทำให้ความตั้งใจในการที่จะมาไหว้องค์ท่านได้ถดถอยลงไปได้ไม่ ใบหน้าของพวกเราทั้งสามคนต่างก็เปรอะเปื้อนร่องรอยของความสุข จากระยะทางที่ได้เดินทางมาในครั้งนี้ราวๆ 80 กิโลเมตร ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ

    การเดินทางท่องเที่ยวในทริปนี้ เราก็ต้องขอยกนิ้วให้กับรถกระบะ Ford Ranger 3.2 L Wildtrak 4×4 6AT ที่ทั้งตอบโจทย์ในเรื่องของการใช้งาน ด้วยสมรรถนะที่เต็มเปี่ยม แข็งแกร่ง แรง และดุดัน แต่ก็แฝงไปด้วยความเท่สวยงามอย่างที่เมื่อวิ่งอยู่บนถนน ทุกคนต้องหันมามอง ในทุกๆ เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบหรือถนนที่ขรุขระ เจ้า Ford Ranger 3.2 L Wildtrak 4×4 6AT คันนี้ก็สามารถลุยไปได้อย่างสบาย
Ford Ranger 3.2 L Wildtrak 4×4 6AT จึงเป็นรถกระบะที่ไม่จำเป็นต้องมีเอาไว้สำหรับการบรรทุกเพียงอย่างเดียว และด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในยุคปัจจุบัน หรูหรามาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ยิ่งเป็นรถ 4 ประตูด้วยแล้ว การเดินทางไปเที่ยวทั้งแบบครอบครัวและส่วนตัว เจ้า Ford Ranger 3.2 L Wildtrak 4×4 6AT คันนี้ มันได้ตอบโจทย์ในเรื่องของการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบจริงๆ

    “อย่างเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ลองสัมผัสด้วยตัวคุณเอง ว่ามั้ย?”



     ข อ ข อ บ คุ ณ  :

    บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จํากัด  ที่เอื้อเฟื้อรถกระบะ Ford Ranger 3.2 L Wildtrak 4×4 6AT สำหรับการเดินทางไปชมพระพิฆเนศองค์ยืนในครั้งนี้ สนใจทดลองขับได้ที่…โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ เว็บไซต์ https://www.ford.co.th
.
.
.

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *