• Homepage
  • >
  • News
  • >
  • รู้หรือไม่ เลือกใช้ตู้เย็นเบอร์ 5 ติดดาว ประหยัดค่าไฟเพิ่มได้ถึง 27 %

รู้หรือไม่ เลือกใช้ตู้เย็นเบอร์ 5 ติดดาว ประหยัดค่าไฟเพิ่มได้ถึง 27 %

 ในปัจจุบันเทรนด์ด้านความยั่งยืนยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนยังคงมองหาวิธีการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวันของตนเอง อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา ยังมีการประกาศปรับราคาขึ้นค่าไฟฟ้าครั้งล่าสุด ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาตื่นตัวกับการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในบ้านให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่ผู้คนมักคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มาพร้อมฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 โดยเฉพาะในการเลือกซื้อตู้เย็น ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน แต่ใครหลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามาตรฐานการประหยัดพลังงานดังกล่าว ซึ่งถูกกำหนดขึ้นโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และในปัจจุบัน ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ล่าสุด สามารถบ่งบอกถึงค่าการประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและละเอียดยิ่งขึ้น แอลจี ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทย ตามสโลแกน “Life’s Good” จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ล่าสุด พร้อมเทคนิคในการเลือกซื้อตู้เย็นเพื่อการใช้งานอย่างคุ้มค่าและประหยัดไฟสูงสุดมาฝาก

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว

ในปี พ.ศ. 2562 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ยกระดับมาตรฐานการประหยัดพลังงาน จากฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 แบบเดิม ด้วยการปรับให้เป็น “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว”[1] โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าและให้ข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภค พร้อมแบ่งเกณฑ์ระดับประสิทธิภาพพลังงานออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ เบอร์ 5 เบอร์ 5 ระดับ 1 ดาว เบอร์ 5 ระดับ 2 ดาว และเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว ซึ่งยิ่งมีจำนวนดาวมากขึ้น ก็ยิ่งแสดงถึงการประหยัดไฟที่เพิ่มขึ้น โดยแอลจีมีตัวเลือกตู้เย็น LG New Smart InverterTM รุ่นล่าสุด โดดเด่นด้วยคุณสมบัติประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นถึง 27 เปอร์เซ็นต์[2]

 

เทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน

[1] บทความ “ฉลากเบอร์ 5 ติดดาว รูปแบบใหม่ ดาวยิ่งมาก ยิ่งประหยัดไฟ โดย ศูนย์ข่าวพลังงาน ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

[2] คำนวณจากอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยหน่วยละ 3.96 บาท โดยอ้างอิงข้อมูลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

เทคโนโลยี Door Cooling+TM ที่ช่วยทำความเย็นได้อย่างสม่ำเสมอและรวดเร็วขึ้น

นอกจากการเลือกใช้ตู้เย็นรุ่นที่มีความโดดเด่นด้านประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานแล้ว ในปัจจุบัน ยังมีการพัฒนานวัตกรรมในการรักษาความสดใหม่ของอาหารให้ยาวนานยิ่งขึ้น และช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นอีกมากมาย โดยตู้เย็น LG New Smart InverterTM ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Door Cooling+TM ที่ช่วยทำความเย็นได้อย่างสม่ำเสมอและรวดเร็วขึ้น และเทคโนโลยี Linear CoolingTM ที่ช่วยลดความผันผวนของอุณหภูมิและยังช่วยคงความสดใหม่ของอาหาร รวมถึงผักผลไม้ ไว้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี Linear CoolingTM ที่ช่วยลดความผันผวนของอุณหภูมิและยังช่วยคงความสดใหม่ของอาหารได้ยาวนานยิ่งขึ้น

เลือกตู้เย็นที่เหมาะกับการใช้งานในครอบครัว

อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถประหยัดไฟจากการใช้ตู้เย็นได้มากขึ้นคือการเลือกตู้เย็นที่เหมาะสมกับการใช้งาน ทั้งในด้านขนาดความจุที่เพียงพอสำหรับปริมาณสมาชิกภายในบ้าน รวมถึงการเลือกตู้เย็นที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ความถี่ในการหยิบใช้วัตถุดิบและการทำอาหาร เป็นต้น โดยตู้เย็นสองประตู LG New Smart InverterTM รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคนรักการทำอาหาร หรือเป็นคนที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมหรือพักผ่อนที่บ้านพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ช่วยดับกระหายคลายร้อน ด้วยระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ (Auto Ice Maker) พร้อมที่กดน้ำบนบานประตูตู้เย็น (Water Dispenser) ซึ่งทำให้ตู้เย็นรุ่นดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกในครอบครัวอย่างครอบคลุม ในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 02-057-5757 และดูข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมติดตามกิจกรรมต่างๆ จากแอลจีได้ทาง

Previous «
Next »