• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • มารดาดี เฮอริเทจ ริเวอร์ วิลเลจ “ประทับใจทุกๆ ครั้งที่ได้มาเยือน”

มารดาดี เฮอริเทจ ริเวอร์ วิลเลจ “ประทับใจทุกๆ ครั้งที่ได้มาเยือน”

    อีกครั้งหนึ่งสำหรับการที่ได้กลับไปเยี่ยมเยือนสถานที่พักอย่าง มารดาดี เฮอริเทจ ริเวอร์ วิลเลจ จังหวัดเชียงใหม่ นับเวลาก็เกือบๆ จะสองปี ก็ยังคงประทับใจและหลงไหลไปกับธรรมชาติที่รายล้อม ที่พักที่สร้างอยู่ท่ามกลางผืนนา และในครั้งนี้ที่มารดาดี ก็ได้ทำการสร้างที่พักเพิ่มจากเดิมอีกหนึ่งเฟส เราสองคนก็เลยถือโอกาสกลับไปรีวิวอีกครั้งหนึ่ง

    การเดินทางก็ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก ก็คงอาศัยการนำทางจาก Google Map เหมือนทุกๆ ครั้ง เมื่อก้าวลงจากรถและหันมองไปรอบๆ บริเวณ บรรยากาศเดิมที่รายล้อมไปด้วยความชุ่มชื้นของธรรมชาติก็ยังเหมือนเดิม พนักงานต้อนรับก็ยังคงเป็นคนเดิม ยิ้มแย้มทักทายด้วยความเป็นกันเองเหมือนเมื่อครั้งก่อน

       

    เช็คอินเสร็จ พนักงานก็พาเราสองคนนั่งรถกอล์ฟไปส่งยังบริเวณที่พักซึ่งอยู่ด้านในสุด ขับผ่านซุ้มประตูที่มีลวดลายสวยงามและคลาสสิค พอพ้นผ่านเข้าไปก็เจอกับต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขางดงาม มองผ่านกระจกด้านหน้าเลยออกไปก็เจอกับผืนนาข้าว ซึ่งตอนนี้กำลังชูใบเขียวขจีอยู่เต็มพื้นที่ สดชื่นซะเหลือเกิน

    ก้าวลงจากรถกอล์ฟพร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางตรงรี่เข้าไปยังห้องพัก ไขกุญแจแล้วก็เปิดประตูเข้าไป ลืมบอกไปว่าในช่วงที่พักอยู่สองคืนนี้ พวกเรายังคงได้พักในอาคารหลังเดิม แต่ห้องก็ยังคงจัดให้พวกเราอย่างสุดหรูหรา ภายในห้องถูกประดับตกแต่งไปด้วยภาพเขียนของศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นภาพลายเส้น (Drawing), สีน้ำมัน รวมไปถึงสีน้ำก็มีประดับเอาไว้ตามผนังห้อง

       

    ต้องขอบอกอีกครั้งว่า ทางเจ้าของคือคุณอู๋กับคุณต๋อยเจ้าของ เป็นคนที่รักและชื่นชอบงานศิลปะเอามากๆ เลยทำให้ที่พักแห่งนี้มีงานศิลปะอยู่ทุกๆ ห้องเลยก็ว่าได้ ในช่วงเวลาที่เราพักผ่อนอยู่ที่แห่งนี้ มันเลยทำให้เรามีความรู้สึกประหนึ่งว่าเดินชื่นชมงานศิลปะอยู่ในพิพธภัณฑ์ประมาณนั้น

       

    สำหรับที่พักของมารดาดี จังหวัดเชียงใหม่ จะสร้างเป็นตึกแบบลูกผสม ซึ่งเป็นการผสานของศิลปะระหว่างตะวันตกและจีน เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Sino Colonial ลักษณะเพดานจะสูงโปร่ง มีกำแพงหนา แต่ก็ยังมีความร่มรื่นไม่น้อยแม้จะอยู่ในเวลาที่แสงแดดสาดส่อง

    รุ่งเช้าของอีกวันหลังจากตื่นนอน ในขณะที่เดินไปรับประทานอาหารเช้า เดินผ่านทุ่งนาข้าวอันเขียวขจี กลิ่นของธรรมชาติได้ล่องลอยมาให้เรารู้สึกได้ถึงความสดชื่น ทานอาหารเสร็จก็ได้เวลาไปสำรวจอาคารที่สร้างขึ้นใหม่กัน

       

    เดินกลับไปยังห้องพักพร้อมกับหยิบกล้องถ่ายภาพ, เลนส์, สายลั่นชัตเตอร์และขาตั้งกล้อง ก้าวออกจากห้องก็เดินตรงปรี่ไปยังที่พักที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ หลังแรกถูสร้างขึ้นในรูปแบบยุ่งข้าว แต่ครั้งนี้กว้างขวางและดูโอ่อ่ากว่าแบบเดิมเมื่อครั้งก่อน ถ้ามองดูจากภายนอกก็อาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก ก่อนจะก้าวขึ้นบันได จะมองเป็นโอ่งน้ำขนาดพอประมาณวางอยู่ มองเลยออกไปบริเวณใต้ถุนอาคาร จะมองเห็นเก้าอี้ไม้สองตัว เอาไว้ในคนที่มาพักได้นอนเล่นชิลล์ๆ เพื่อชื่นชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสถานที่แห่งนี้

    สำหรับห้องพักแบบยุ้งข้าวนี้ ทางมารดาดีได้สร้างขึ้นมาทั้งหมดด้วยกัน 3 หลัง โดยมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าแบบเดิม เป็นแบบห้องนอนเดี่ยวที่เรียกว่า Presidential Rice Barn Villa มีขนาดพื้นที่ใช้สอยถึง 138 ตรม. จำนวน 2 ห้อง และแบบสองห้องนอน เรียกว่า Presidential 2Bedroom Rice Barn Villa กับพื้นที่รวม 265 ตรม. ของตกแต่งภายในห้องไม่ว่าจะเป็นชุดแก้วชา ชุดกาแฟสไตล์วินเทจ เป็นชุดที่คุณอู๋และคุณต๋อยได้หิ้วกลับมาจากประเทศอังกฤษ เอามาตกแต่งห้องแบบยุ้งข้าวนี้โดยเฉพาะ ห้องแบบยุ้งข้าวที่มีขนาดใหญ่นี้ จึงเหมาะมากๆ สำหรับผู้จะเข้าพักกันในรูปแบบของครอบครัว

       

    ภายในห้องแบบยุ้งข้าว จะถูกสร้างขึ้นมาให้กว้างกว่าแบบเดิม ที่นอนก็จะวางอยู่ตรงกลางระหว่างซ้ายขวา ด้านซ้ายก็จะมีโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกบานใหญ่วางอยู่ ส่วนทางด้านขวามือก็จะเป็นในส่วนของห้องน้ำขนาดใหญ่ ที่พอก้าวเข้าไปแล้วก็ถึงกับตกตะลึงในความอลังการ

       

    ในห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่วางอยู่ชิดผนังทางด้านขวามือ ตรงกลางก็เป็นอ่างล้างหน้า ส่วนทางด้านซ้ายสุดก็เป็นห้องชักโครกและห้องอาบน้ำ รอบๆ ห้องก็จะถูกตกแต่งไปด้วยโต๊ะแบบโบราณสไตล์วินเทจ แต่ที่ขาดไม่ได้ก็น่าจะเป็นภาพเขียนที่ต้องมี แหงนมองด้านบนเพดาน โคมไฟโบราณห้อยระย้าลงมาพร้อมกับแสงไฟส่องสว่าง ด้านบนก็จะมองเห็นเพดานสีแดงที่ถูกออกแบบเอาไว้อย่างลงตัว

       

    เดินออกมาจากห้องน้ำมองไปที่ปลายเตียง จะมีทีวีจอแบนวางตั้งอยู่บนโต๊ะ ส่วนทางด้านขวามือตรงบริเวณหน้าต่าง จะมีรูปเขียนสีน้ำของรัชกาลที่ 9 แขวนอยู่ ดูแล้วก็ทำให้อดคิดถึงพระองค์ท่านไม่ได้ และก่อนที่จะเดินออกจากห้อง บริเวณใกล้ๆ กับประตูทางออกก็จะมีโต๊ะสีฟ้าหนึ่งตัว ด้านบนก็จะมีชุดกาแฟและน้ำดื่มพร้อมแก้วน้ำ เอาไว้ให้ผู้ที่มาพักได้ใช้บริการกัน เหนือขึ้นไปก็จะมีภาพเขียนลายเส้นใส่กรอบแขวนอยู่ ดูแล้วเหมือนกับภาพนั้นมีชีวิตจริงๆ ศิลปินได้ถ่ายทอดงานชิ้นนี้ออกมาได้อารมณ์เอามากๆ

       

    จากที่พักที่เป็นยุ้งข้าว คราวนี้ก็ได้เวลาไปสำรวจยังอาคารอีกหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก เดินผ่านทางเดินลอดซุ้มเลยออกไป ก้าวเดินไปตามทางเดิน ผ่านรูปปั้นแล้วอ้อมไปทางด้านซ้ายเพื่อตรงไปยังอาคาร ทางด้านซ้ายมือจะมองเห็นห้องออกกำลังกายหรือฟิตเนส ในส่วนนี้จะมีเอาไว้คอยบริการสำหรับแขกผู้มาเข้าพัก ภายในห้องฟิตเนสจะมีเครื่องออกกำลังอยู่หลายชนิดด้วยกัน ผนังด้านในก็จะถูกตกแต่งไปด้วยภาพเขียนขนาดใหญ่ของศิลปิน ด้านบนเพดานก็จะมีการตกแต่งไปด้วยไฟสลับสีอย่างสวยงาม ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในยามที่ลูกค้าไก้ออกกำลังกายให้เพลิดเพลินกัน

    จากห้องออกกำลังกาย คราวนี้ก็จะได้ขึ้นไปสำรวจห้องพักที่อยู่ในตัวอาคารหลังใหม่ที่มีชือว่า Oriental Colonial เซึ่งมีห้องพักด้วยกันทั้งหมดจำนวน 10 ห้อง เป็นการออกแบบที่ผสมผสานความเป็นล้านนากับศิลปะตะวันตกเข้าด้วยกัน รูปทรงของอาคารถูกสร้างได้อย่างคลาสสิคและสวยงามเอามากๆ

       

    ก้าวขึ้นบันได้ขึ้นไปด้านบน ทางด้านขวามือจะมีกลองขนาดใหญ่แขวนอยู่ ดูแล้วสร้างความขลังได้เป็นอย่างดี ก้าวขึ้นไปทางด้านซ้ายมือแล้วเปิดประตูเข้าไปภายในห้อง เตียงนอนขนาดใหญ่วางตั้งอยู่กลางห้อง ที่นอนขาวสะอาดและเรียบ มันทำให้รู้สึกอยากที่จะนอนพักผ่อนขึ้นมาทันที

       

    ของทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดวางได้อย่างลงตัว ที่ขาดไม่ได้ก็น่าจะเป็นภาพเขียนที่ต้องมีนั่นก็คือภาพเขียนของรัชกาลที่ 9 ถูกแขวนประดับอยู่ที่ผนังทางด้านซ้ายมือ ทางด้านปลายเตียงนอนก็จะมีทีวีจอแบนตั้งอยู่บนโต๊ะสไตล์วินเทจสีโอ็ค บริเวณหัวเเตียงด้านบนก็จะมีภาพเขียนแขวนอยู่อีกหนึ่งชิ้น ทางด้านซ้ายของเตียงนอนก็จะมีระเบียง ให้ลูกค้าได้ไปนั่งเก้าอี้ หรือยืนชื่นชมมองวิวทิวทัศน์รอบๆ บริเวณของสถานที่ได้อย่างเพลินๆ

    ยืนมองวิวทิวทัศน์บริเวณระเบียง ทางด้านล่างขวามือจะมองเห็นห้องฟิตเนสสำหรับให้ลูกค้าได้มาออกกำลังกายกัน ตรงลานด้านหน้าจะมองเห็นสนามหญ้าสีเขียวสด มีต้นไม้ขนาดพอประมาณปลูกเว้นระยะกัน ข้างๆ ต้นไม้ก็จะมีเก้าอี้นั่งเล่นวางอยู่ มองออกไปไกลทั้งซ้ายและขวา จะมองเห็นที่พักปลูกเรียงรายอยู่ท่ามกลางแมกไม้ มีทางเดินเชื่อมถึงกันอยู่ตลอดแนวทางเดิน

       

    ใช้เวลาชื่นชมอยู่กับห้องนอนและยืนรับลมริมระเบียงได้ซักพักใหญ่ๆ ก็ได้เวลาเดินกลับลงไปทางด้านล่าง รอไม่นานมากนัก แสงไฟส่องสว่างก็ได้เริ่มทะยอยเปิดขึ้นตามจุดต่างๆ ท้องฟ้าเริ่มขยับเขยื้อนเปลี่ยนสีสัน การสร้างภาพในช่วงนี้จึงถือว่าสำคัญมากๆ สำหรับช่างภาพ เพราะเวลาค่อนข้างจำกัดและผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ช่างภาพอย่างเราก็สามารถที่จะถ่ายเพื่อบันทึกภาพได้อย่างทันท่วงที

    ความมืดมิดในเวลานี้คลืบคลานมาอย่างรวดเร็ว ลมเย็นๆ พร้อมกับกลิ่นอายของธรรมชาติโชยมาสัมผัสให้ได้ชื่นชม เสร็จสิ้นสำหรับการทำหน้าที่ในวันนี้ เวลานี้ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเดินกลับไปยังห้องพัก อาบน้ำอาบท่าแล้วออกไปหาอาหารอร่อยๆ รับประทานกัน นอนหลับพักผ่อนกับสถานที่พักอันเปี่ยมสุขอีกหนึ่งคืน

       

    รุ่งเช้าของอีกวันหลังจากรับประทานอาหารเช้า พวกเราก็ได้เวลาเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเอง ยังคงทิ้งเอาไว้แต่เพียงแค่ความทรงจำไปพร้อมๆ กับเก็บเอาความประทับใจ ที่เมื่อครั้งหนึ่งได้กลับมาเยี่ยมเยื่อนและพักผ่อน ยังสถานที่ ที่ให้ความรู้สึกที่เป็นเหมือนบ้านของตัวเอง อบอุ่นและสดชื่นท่ามกลางธรรมชาติแห่งผืนนาข้าวอันเขียวขจี ได้อยู่ท่ามกลางความสวยงามของงานศิลปะที่หลากหลายชนิด มันสร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้ลืมสำหรับสถานที่แห่งนี้ “มารดาดี เฮอริเทจ ริเวอร์ วิลเลจ” ที่พักที่สร้างความประทับใจให้กับเราเมื่อครั้งที่ได้มาเยือน

    ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 093 576 8887 หรือเว็บไซต์ http://www.marndadee.com

พิกัดการเดินทางไป “มารดาดี”

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *