• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • มารดาดี เฮอริเทจ ริเวอร์ วิลเลจ @ เชียงใหม่

มารดาดี เฮอริเทจ ริเวอร์ วิลเลจ @ เชียงใหม่

    ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อของมารดาดีรีสอร์ท ทำให้เราอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า ทีมาของรีสอร์ทที่มีชื่อว่า “มารดาดี” นั้น ก่อกำเนิดและมีความเป็นมาอย่างไร คงได้แต่ทำความเข้าใจแบบคร่าวๆ ในความหมายของเราเท่านั้นเอง

    จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาสเข้าไปพักยังสถานที่แห่งนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของถึงที่มาและความหมายของคำว่า “มารดาดี” ถึงเข้าใจ ทันทีที่ก้าวลงจากรถและเงยหน้ามองไปยังที่พักซึ่งอยู่ทางด้านขวา สิ่งแรกที่เห็นคือสัญลักษณ์ของ “มารดาดี” ที่ติดอยู่ทางดานบนของตัวรีสอร์ท เห็นเด่นเป็นสง่าทีเดียว เป็นการออกแบบได้อย่างลงตัว โลโก้ของมารดาดีมีที่มาจากประตูโบราณที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษซึ่งเดิมอยู่ในวังเก่าใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งประตูโบราณเหล่านี้ต่างมีลวดลายฉลุที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น อันก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของโลโก้ “มารดาดี”

    หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็ได้พาเราสองคนนั่งรถกอล์ฟเพื่อไปยังที่พักที่อยู่ทางด้านใน รถกอล์ฟเคลื่อนตัวผ่านทางเดินที่เป็นทางลาดแล้วเลี้ยวซ้ายเล็กน้อยก่อนที่จะผ่านซุ้มโค้งที่ด้านบมีสัญลักษณ์ของมารดาดีสีขาวติดอยู่เหนือซุ้มทางเข้า พอรถกอล์ฟผ่านเข้าไปเล็กน้อย เราสองคนถึงกับทึ่งและประหลาดใจในสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า สิ่งแรกที่เห็นอยู่ตรงหน้านั่นคือ ต้นโพธิ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมระหว่างทางเดินเป็นพุ่มอย่างสวยงาม เหมือนงานประติมากรรมชิ้นหนึ่ง

       

    “ต้นไม้สวยมาก” เราสองคนอุทานขึ้นมาเบาๆ พร้อมๆ กัน หลังจากนั้นรถกอล์ฟก็เคลื่อนตัวเลี้ยวอ้อมไปทางด้านขวาของต้นโพธิ์ ขับตรงไปยังที่พักซึ่งเป็นที่ที่เราสองคนจะได้พักผ่อนในค่ำคืนนี้ และก่อนจะถึงที่พักทางด้านซ้ายติดกับทางเดิน ทั่วทั้งบริเวณจะเป็นแปลงนาที่ปลูกข้าวทอดยาวคู่ขนานไปกับที่พักทั้งซ้ายและขวา มีหุ่นไล่กายืนยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางแปลงนาสีเขียวชะอุ่ม สร้างอารมณ์ของความสดชื่นได้เป็นอย่างดีเมื่อยามพบเห็น

    สำหรับที่พักของมารดาดี จะสร้างเป็นตึกแบบลูกผสม ซึ่งเป็นการผสานของศิลปะระหว่างตะวันตกและจีน ในช่วงปลายศตวรรษที่ช่วงเวลาที่ชาวจีนอพยพมาตั้งรกรากอยู่ในเมืองเชียงใหม่ เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Sino Colonial ลักษณะเพดานจะสูงโปร่ง มีกำแพงหนา แต่ก็ยังมีความร่มรื่นไม่น้อยแม้จะอยู่ในเวลาที่แสงแดดสาดส่อง

       

    ทางด้านขวามือจะมีที่พักที่ตั้งเรียงรายอยู่เป็นระยะๆ ที่สร้างอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น บางช่วงจะมีการปลูกดอกไม้สลับไปมาอย่างสวยงาม นั่งรถกอล์ฟเพลินๆ ไม่กี่อึดใจพนักงานก็เอ่ยบอกว่า “ถึงแล้วครับ ที่พักของพี่จะเป็นแบบยุ้งข้าว” เมื่อได้ยินคำว่า “ยุ้งข้าว”เราต่างมองหน้ากันกับคำพูดของพนักงาน แต่หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายแล้ว ความสงสัยที่มีก็หายไปในทันที

       

    ทันทีที่เดินผ่านเข้าไปยังที่พักซึ่งเป็นใต้ถุนสูง ด้านขวาจะมีเปลผูกเอาไว้กับเสาของที่พักเอาไว้ให้นอนพักผ่อน และก่อนจะก้าวขึ้นบันได ทางด้านขวาจะมีชุดเก้าอี้วางเอาไว้ให้นั่งเล่น เราสองคนเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังด้านบน และก่อนจะเลี้ยวขวาเข้าไปยังห้องนอน ทางด้านซ้ายจะมีซุ้มหลังคาที่ตรงกลางมีโอ่งใส่น้ำพร้อมที่ตะบวยวางเอาไว้ ให้แขกผู้มาพักได้ดื่มกินยามเมื่อกระหาย

              

    เมื่อเปิดประตูเข้าไปยังด้านในห้อง ทางด้านซ้ายจะมีเตียงนอนขนาดใหญ่วางอยู่บนเตียงไม้เตี้ยๆ วางอยู่ โดยมีภาพเขียนขนาดแขวนติดผนังอยู่ทางด้านหัวนอน ส่วนทางด้านขวามือก็จะเป็นตู้เก็บของวางถัดกันไปจนถึงทางเดินที่จะเลี้ยวขวาไปยังห้องน้ำ ห้องนี้เดิมเป็นยุ้งข้าวของชาวบ้าน ทางเจ้าของได้ทำการดัดแปลงเอามาทำเป็นที่พัก โดยการผสมผสานและเติมแต่งบางส่วนเข้าไป เพื่อให้เป็นที่พักที่มีกลิ่นอายของวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน มีการผสมผสานระหว่างที่พักและงานศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

    ภายในห้องน้ำ จะมีการแยกประโยชน์ของการใช้งานได้อย่างชัดเจนและเป็นสัดส่วน ด้านซ้ายจะเป็นห้องอาบน้ำ ถัดไปทางด้านขวาก็จะเป็นส่วนของห้องน้ำแห้ง และทางด้านขวามือสุดของห้อง จะมีอ่างอาบน้ำแบบโบราณสไตล์วินเทจสีขาวตั้งอยู่ แสงไฟที่ส่องสว่างภายในห้อง ทำให้เราได้มองเห็นภาพเขียนที่เป็นงานของศิลปินแขวนอยู่บนผนัง แต่ละภาพมันบอกเล่าเรื่องราวและสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ที่พบเห็นได้เป็นอย่างดีทีเดียว

       

    เราสองคนใช้เวลาในการพักผ่อนอยู่ที่แห่งนี้สองคืน ดูแล้วมันยังไม่เพียงพอกับการที่จะซึมซับเอาบรรยากาศทั้งหมดของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ นอกเหนือไปจากที่พักที่สุดแสนจะคลาสสิคแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังมีบรรยากาศของชีวิตที่เป็นวิถีของชาวบ้านที่มีทำนาปลูกข้าวด้วย แขกที่มาพักสามารถที่จะลองทำนากันได้ เพราะที่นี่จะมีแปลงสาธิตขนาดย่อมๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ทำการทดลองทำนากันดู ที่สำคัญเมื่อได้มาพักในสถานที่แห่งนี้ เราจะรูสึกเหมือนว่าเราพักอยู่ท่ามกลางงานศิลปะ คล้ายๆ กับว่าเรากำลังยืนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นที่สำหรับแสดงงานศิลปะแบบไม่รู้ตัวเลย

              

    การพักผ่อนที่นี่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากที่อื่นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ไม่ว่าคุณจะย่างก้าวไปยังส่วนไหนมุมไหนของสถานที่ เราจะพบเห็นงานศิลปะที่เป็นทั้งภาพเขียน ,งานปั้น, ภาพพิมพ์ และอีกหลากหลายเทคนิกที่ศิลปินได้สรรสร้าง ถูกคัดเลือกโดยเจ้าของที่รักงานศิลปะ นำไปประดับตกแต่งอยู่ทั่วทั้งบริเวณ จนทำให้คุณรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ท่ามกลางงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ แต่แท้ที่จริงแล้ว คุณกำลังพักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแห่งวิถีไปพร้อมๆ กับเสพงานศิลปะที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่มีชื่อว่า “มารดาดี รีสอร์ท” นั่นเอง

    ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 093 576 8887 หรือเว็บไซต์ http://www.marndadee.com

[พิกัด : มารดาดี เฮอริเทจ ริเวอร์ วิลเลจ]

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *