• Homepage
  • >
  • Special Scoops
  • >
  • พาไปลุยสนามทดสอบ 4 Wheels ที่ Spirit of the 4×4 Driving School จ.นครนายก

พาไปลุยสนามทดสอบ 4 Wheels ที่ Spirit of the 4×4 Driving School จ.นครนายก

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสเดินทางไปลงสนามทดสอบรถ 4 Wheels ที่จังหวัดนครนายก สนามนี้มีชื่อว่า Spirit of the 4×4 Driving School เป็นสนามที่มีเอาไว้สำหรับการขับทดสอบรถระบบขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ที่นี่จัดตั้งขึ้นมาเป็นโรงเรียนที่สอนการขับรถและเรียนรู้การขับรถระบบขับเคลื่อน 4 Wheels โดยเฉพาะ เป็นโรงเรียนที่เปิดขึ้นมาเพื่อให้บุคคลที่สนใจการเรียนรู้ระบบดังกล่าว ได้เข้ามาทำการเรียนรู้ เพื่อที่จะนำไปใช้ในการขับรถในทุกๆ สภาพถนนและทุกๆ สิ่งแวดล้อม หลังจากทำการขับทดสอบผ่านแล้ว ทางโรงเรียน Spirit of the 4×4 Driving School ก็ได้มอบใบประกาศนียบัตร (Certificate) ให้กับผู้ที่ได้ทำกาผ่านการทดสอบ เป็นการยืนยันว่าผู้ที่เข้าอบรมได้ผ่านการทดสอบและเรียนรู้จากโรงเรียนแห่งนี้ และสามารถนำไปใช้ในการขับรถจริงๆ

ในครั้งนี้ เราสองคนก็มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมการเรียนรู้และการขับทดสอบจริง กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ การเดินทางไปในครั้งนี้เราได้ยานพาหนะอย่างเจ้า Ford Everest bi-turbo เป็นระบบขับเคลื่อสี่ล้อที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะ จึงมั่นใจว่าการเรียนรู้และขับทดสอบในสนามครั้งนี้ ต้องผ่านไปได้แบบสบายๆ อยู่แล้ว 

สำหรับการเดินทางไปที่สนาม Spirit of the 4×4 Driving School จังหวัดนครนายก ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถือว่าก็ไกลเอาเรื่องพอสมควร ก็ประมาณ​ ร้อยกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณสองชั่วโมงนิดๆ การจะเดินทางไปในวันที่ทำการทดสอบนั้นเป็นไปไม่ได้แน่ๆ เราสองคนเลยต้องเดินทางไปก่อนล่วงหน้าหนึ่งวัน โดยการไปหาที่พักที่ใกล้ๆ กับสนามทดสอบ หรือ Spirit of the 4×4 Driving School ก็เลือกเอาที่พักที่ใกล้ๆ กับสนามนั่นแหละ ตื่นเช้ามาก็ขับรถออกไปยังสนามทดสอบได้เลย

ขับรถออกจากที่พักไปถึงยังบริเวณ Spirit of the 4×4 Driving School ในช่วงเช้าๆ ของวัน ก่อนเข้าไปยังบริเวณด้านใน ทุกคนจะต้องทำการตรวจโควิด-19 ด้วยุดตรวจ ATK กันก่อน ก็เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย สำหรับสองคนก็ตรวจได้ขีดเดียว ผ่านสิครับ แหม! โล่งอกไป เกือบจะไม่ได้ทำการทดสอบกันเสียแล้ว

หลังจากนั้นก็ขับรถไปยังบริเวณด้านในของ Spirit of the 4×4 Driving School เช้านี้อากาศเป็นใจ ท้องฟ้าโปร่ง แต่ก็แฝงไปด้วยความชุ่มชื้น เพราะรอบๆ บริเวณมีต้นไม้เขียวชะอุ่ม สร้างความสดชื่นได้เป็นอย่างดีทีเดียว

Spirit of the 4×4 Driving School  หรือโรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ โดย สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการฯ เปิดอบรมคอร์สแรก Basic Part time รุ่นที่ 1/2021 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2021 Spirit of the 4×4 Driving School  จ. นครนายก ประกอบไปด้วยสนามฝึกและอาคาร Clubhouse รองรับผู้เข้าอบรมหลักสูตร Basic และ Advance ทั้งแบบ Part time และ SUV (Full time)

ก่อนจะทำการขับทดสอบจริง ทุกคนที่เข้าร่วมจะต้องผ่านการเรียนรู้ในภาคทฤษฎีกันก่อน หลังจากนั้นก็จะมีวิทยาการ หรือทีมงานผู้เชี่ยวชาญทำการสอนให้รู้จักโหมดการขับและการนั่งในท่าที่ถูกต้อง 

ก่อนจะทำการปล่อยให้ขับจริง ทางทีงานผู้เชี่ยวชาญก็จะทำการขับให้พวกเราดูก่อนหนึ่งรอบ หรือถ้าไม่เข้าใจก็สามารถให้ขับเพิ่มอีกครั้งเพื่อความชัวร์ หลังจากนั้นก็ทำการปล่อยให้ผู้ที่เข้าอบรมทำการขับทดสอบกันจริงๆ โดยที่สนามนี้จะมีด่านทดสอบกันมากถึง 16 ด่าน ทั้งแบบทางเรียบ ทางชัน และแบบลุยในน้ำ ก็เอาแบบชนิดที่ว่า ถ้าใครผ่านการทดสอบในครั้งนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ในด้านการขับขี่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อกันหละ

 ในแต่ละด่านของสนามแห่งนี้ ส่วนมากๆ ก็จะแบบว่า เราไม่เคยเจอมาก่อน และก็ไม่คิดที่จะลุยอะไรแบบนี้ด้วย แต่เราก็อยากที่จะเรียนรู้เหมือนกัน ด่านแรกก็แบบง่ายๆ คือวิ่งบนทางเรียบๆ ที่มีโคลนแบบแฉะๆ ดินเละๆ ผู้เข้าทดสอบก็จะต้องใช้โหมดในการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อตามที่ครูฝึกได้สอนมา ในแต่ละจุดก็จะมีทีมงานคอยอำนวยความสะดวกให้ 

 ด่านที่หวาดเสียวก็มีหลายด่าน อย่างการขับขึ้นที่ลาดชัน การขับก็ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อแบบสี่ล้อ Full Time ผู้ขับก็จะต้องค่อยเหยียบคันเร่งอย่างสม่ำเสมอ ให้รถมันทำหน้าที่ด้วยระบบของตัวมันเอง เราผู้ขับก็เพียงแต่เลี้ยงคันเร่งและประคองพวงมาลัย จนกระทั่งขับขึ้นไปสู่ยังบริเวณสูงสุดของเนิน ตรงนี้ค่อยโล่งออกกันหน่อย หลังจากนั้นก็มา้นตอนลงอีก แต่ด้วยรถที่มีระบบระบบช่วยลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC) ระบบ Hill Descent Control (HDC) หรือเรียกอีกอย่างว่า ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ซึ่งระบบนี้จะช่วยทำการหน่วงเกียร์ให้อยู่ในเกียร์ต่ำสุด และควบคุมการทำงานของระบบเบรกเป็นจังหวะๆ เพื่อให้ตัวรถได้ลงเนินได้อย่างนุ่มนวลและมีความเสถียรภาพมากที่สุด ระบบจะสั่งให้เบรกทำงานเพื่อควบคุมความเร็วของตัวรถ โดยตัวรถจะลงเนินอย่างช้าๆ ด้วยการหน่วง ซึ่งเราสามารถทำการปล่อยคันเร่งและเบรกได้เลย ผู้ขับขี่จะมีหน้าที่ก็คือ คอยควบคุมพวงมาลัยอย่างเดียวเท่านั้น ถือได้ว่าระบบนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี สุดท้ายด่านนี้ก็ผ่านไปด้วยดีด้วยความหวาดเสียว 

ในส่วนของด่านที่เหลือก็จะมีการขับขึ้นทางลาดเอียงแบบ 30 องศา และขับลุยน้ำ ก็ถือว่ายากเอาเรื่องกันเลยทีเดียว แต่เพราะเรามีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอย่างเจ้า Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium Plus 4×2 10 AT การเข้าร่วมขับทดสอบในครั้งนี้จึงผ่านไปด้วยดี 

เสร็จจากการขับทดสอบ ทาง Spirit of the 4×4 Driving School ก็จะทำการมอบใบประกาศนียบัตร (Certificate) ให้กับผู้ที่ผ่านการอบรมในครั้งนี้ เป็การการันตีและยืนยันว่า ผู้ที่มาฝึกอบรมในครั้งนี้ ได้ทำการผ่านการอบรมและทดสอบการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ และก็เป็นผู้ที่ถือว่าได้ทำการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการขับจริง ในทุกๆ ด่าน ทุกๆ สภาพถนน และก็สามารถนำไปใช้กับชีวิตจริงในการขับรถในแบบที่ถูกต้องจริงๆ อีกด้วย

งานนี้ก็ขอขอบคุณพี่ป้อมสุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการฯ ที่ได้เปิดโอกาสให้เราสองคนได้เข้าทำการฝึกอบรมและขับทดสอบกันในแบบอย่างที่ถูกต้อง และขอขอบคุณ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จํากัด  ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์ Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium Plus 4×2 10 AT รถที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและตอบโจทย์  ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งไกลและใกล้ในทุกสภาพถนน สุดจริงๆ บอกเลย

พี่ป้อม-สุกานดา ปภัสร์พงษ์
Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium Plus 4x2 10 AT

ผู้ที่สนใจที่จะเข้าร่วมอบรม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุกานดา ปภัสร์พงษ์ Spirit of the 4×4 Driving School (โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ) เบอร์โทร. 0-2055-8444

 

Previous «
Next »

Recent Posts