• Homepage
  • >
  • Take a Photo
  • >
  • พาไปลุยดงประทัดถ่ายภาพกับ…”เทศกาลถือศิลกินผัก จ.ภูเก็ต”

พาไปลุยดงประทัดถ่ายภาพกับ…”เทศกาลถือศิลกินผัก จ.ภูเก็ต”

    ผ่านมาสดๆ ร้อนกับเทศกาลถือศิลกินผักหรือเทศกาลกินเจของจังหวัดภูเก็ต ประเพณีที่สืบสานกันมารุ่นต่อรุ่นหลายร้อยปี เมื่อถึงเทศกาลสำคัญและสนุกสนานแบบนี้ ในฐานะที่เป็นช่างภาพและนักท่องเที่ยวอย่างเรา ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเข้าร่วมงานเพื่อบันทึกเรื่องราวสำคัญที่ว่านี้ งั้นก็ตามไปด้วยกันเลย

    กล้องคู่กายฟูลเฟรมที่ไว้ใจได้อย่าง Nikon D750 พร้อมติดเลนส์ 24-120/4G Nano เลยถูกเตรียมพร้อมสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ การบันทึกภาพจะมีอยูสองช่วงในตอนกลางวันคือ “วันแห่พระ” และตอนกลางคืนคือ “วันส่งพระ” ตอนแรกๆ ก็คิดว่าจะใช้กล้องมิเรอเลส Olympus OM-D EM10 แต่มาคิดๆ ดูแล้วมิเรอเลสคงไม่ไหวแน่ๆ

       

    การบันทึกภาพในตอนกลางวันสำหรับวันแห่พระ เราได้ไปดักรอในจุดที่ขบวนจะเดินผ่านเพื่อบันทึกภาพ ในช่วงกลางวันที่มีแสงเพียงพอสำหรับการถ่ายรูป เลยไม่ยุ่งยากและเป็นอุปสรรคเท่าไหร่ เลือกถ่ายทั้งขบวนบ้าง ถ่ายรูปพระเข้าทรงที่มีอุปกณ์ต่างๆ เสียบอยู่ตามร่างกายหรือทิ่มแทงทะลุปากบ้าง บันทึกภาพไปก็แอบหวาดเสียวไปบ้าง กล้องคู่กายอย่าง Nikon D750 ก็สามารถทำงานได้อย่างดีเยี่ยม โฟกัสเร็วมากๆ มั่นใจทุกๆ ในขณะที่กดชัตเตอร์บันทึกภาพ

       

    การตั้งค่าสำหรับการถ่ายภาพ ผมตั้งโหมด M/Manual ตั้งค่า ISO ไว้ที่ 100-200 หรือบางครั้งก็ตั้ง Auto ISO บ้าง สำหรับสปีดชัตเตอร์ก็แล้วแต่บางภาพ บ้างก็ 400 บ้างก็ 200 แล้วแต่ ส่วนหน้ากล้องหรือ F-Stop Number ถ้าต้องการให้ฉากหลังละลาย ก็ตั้งค่าไว้ที่ F 4 ต้องขอชื่นชมกล้องฟูลเฟรมเลยครับว่า แค่เราตั้งค่าที่ F4 มันก็สามารถทำให้ฉากหลังละลายได้มากจนพอใจกับภาพที่ได้ อันนี้ชอบมากๆ

              

    เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ เศษกระดาษสีแดงของประทัดปลิวว่อน ควันขาวๆ พวยพุ่งไปทั่วบริเวณ บางครั้งการบันทึกภาพก็ต้องอาศัยจังหวะที่รวดเร็ว บันทึกภาพเสร็จก็กระโดดหลบออกมาสูดอากาศเพื่อหายใจ ถ้าเกิดว่าได้สูดดมกลิ่นแลควันของประทัดเต็มๆ มันไม่สนุกเลย หายใจแทบไม่ออก เกิดอาการแสบตาได้ เพราะฉนั้นช่างภาพหลายๆ คนก็เลยต้องระมัดระวังเป็นอย่างสูง

       

    ในช่วงการบันทึกภาพในวันแห่พระวันนั้น ผมกดชัตเตอร์ไปก็เกือบสองร้อยภาพจนพอใจ ภาพที่ได้จากการบันทึกจากกล้อง Nikon D750 Full Frame ตัวนี้ ถือว่าเป็นที่พอใจเป็นอย่างมาก รู้สึกว่ากล้องดีๆ การบันทึกภาพมันเป็นเรื่องทำได้ง่ายดายจริงๆ

       

    คราวนี้ก็มาถึงวันสำคัญของเทศกาลถือศิลกินผัก นั่นก็คือ “วันส่งพระ” ขบวนพระแต่ละอ๊ามแต่ละที่ก็จะต้องแห่กันเป็นขบวน เพื่อที่จะไปส่งพระกลับขึ้นสู่สรวงสวรรค์ โดยจะต้องเดินผ่านจุดที่สำคัญๆ ที่ได้กำหนดเส้นทาเอาไว้ เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวรวมไปถึงช่างภาพหล่ยร้อยคน ก็ต้องไปหาจุดหรือสถานที่ที่จะทำการบันทึกภาพ ผู้คนจำนวนมากต่างก็ได้เตรียมประทัดและพลุเอาไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อจุดและโยนใส่ขบวนพระที่แห่ผ่านกันอย่างสนุกสนาน

       

    ร้านค้าที่อยู่ริมถนนต่างก็ตั้งโต๊ะบูชาเอาไว่อย่างเตรียมพร้อม บางร้านก็มีไม้ไผ่ที่แขวนประทัดเป็นพันนัดเอาไว้จุด พอพระเดินผ่านต่างก็จุดประทัดที่เตรียมไว้แล้วโยนใส่ เสียงั่นหวั่นไหวพร้อมประกายไฟและเศษกระดาษสีแดงปลิวว่อน กลิ่นของดินปืนและควันลอยมาประทะกับจมูก ต่างก็แสบตาและหายใจไม่ออกไปตามๆ กัน แต่มันก็แฝงไปด้วยความศรัทธาและสนุกสนานไปกับพิธีอันการศักดิ์สิทธิ์นี้

       

    การบันทึกภาพในช่วงวันส่งพระนี้ จึงเป็นสิ่งที่ช่างภาพหลายคนล้วนต่างต้องเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เห็นหลายๆ คนใช้พลาสติกห่อหุ้มกล้องอย่างมิดชิด เหลือโผล่ก็เพียงหน้าเลนส์เท่านั้น ส่วนตัวช่างภาพเองก็ใส่เสื้อผ้าปกคลุมร่างกายกันอย่างมิดชิด มองเห็นแค่เพียงลูกตาเท่านั้นเอง สำหรับผมก็เช่นเดียวกัน เตรียมผ้าโพกหัวโผล่เพียงลูกตา ส่วนกล้องก็ไม่ได้คลุมอะไรมากเพราะไม่ได้เตรียมตัวมา อาศัยเพียงว่าถ่ายภาพเสร็จก็กระโดดหลบเข้าที่กำบัง พอจะถ่ายภาพก็กระโดดออกไปบันทึกภาพอีกครั้ง หลบเม็ดฝนบ้าง หลบประทัดบ้าง แต่ก็สนุกและเพลิดเพลินดี

       

    สำหรับการตั้งค่าของกล้องในการบันทึกภาพ ผมเลือกใช้โหมด M/Manual ในการบันทึกภาพ เพราะเราสามารถควบคุมกล้องได้ด้วยตัวของเราเอง การตั้งค่า ISO ผมตั้งไว้ที่ Auto ส่วนหน้ากล้องก็แล้วแต่ว่าจะบันทึกอะไร การบันทึกภาพในขณะที่มีควันประทัดพวยพุ่งไปทั่วบริเวณจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ภาพที่ได้คอนทรัสต์ค่อนข้างน้อยมาก แต่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปจบด้วยโปรแกรม Lightroom และ Photoshop อีกครั้งก็แล้วกัน

    คืนวันส่งพระวันนั้น ฝนตกโปรยปรายตลอดช่วงของพิธี ทั้งเนื้อทั้งตัวเปียกปอนไปด้วยเม็ดฝน ผ้าที่เตรียมเอาไว้ถูกหยิบขึ้นมาเช็ดกล้องอยู่ตลอดเวลา บางครั้งอยากได้ภาพเด็ดๆ ก็ต้องเสี่ยงวิ่งออกไปกดชัตเตอร์กันกลางถนน ถ่ายภาพเสร็จก็รีบกระโดดเข้าไปหลบฝนอยู่ใต้ชายคาของร้านค้า เป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไปเพื่อให้ได้ภาพที่เราต้องการ

       

    ใช้เวลาร่วมๆ สองชั่วโมงในการบันทึกภาพจนเป็นพอใจ กดเช็คจำนวนภาพที่ตัวกล้องดู ตัวเลขที่บันทึกไปอยู่ที่เกือบๆ สามร้อยภาพ มีเสียบ้าง หลุดโฟกัสบ้างเนื่องจากสถานการณ์ แต่ก็ถือว่าเป็นที่พอใจสำหรับการบันทึกภาพในค่ำคืนนั้น

       

    เสียงประทัดยังคงดังสนั่นหวั่นไหว ควันขาวๆ พวยพุงปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างหนาแน่น การเดินทางกลับไปยังที่นัดพบจึงทำได้ลำบากพอสมควร ต้องเดินแหวกควันขาวๆ ฝ่าดงประทัดและผู้คนจำนวมากจึงเป็นเรื่องลำบากพอสมควร ไหนจะฝนตกลงมาปะพรมร่างกายเข้าไปอีก กล้องคู่กายในมือก็ต้องยิ่งระมัดระวังเป็นอย่างมาก แต่ก็ถือว่าสนุกสนานแบบสุดๆ เลยก็ว่าได้

       

    ประเพณีถือศิลกินผักของจังหวัดภูเก็ต นอกจากจะเป็นประเพณีที่สำคัณแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ทำให้ช่างภาพหลายๆ คน ต้องการที่จะเข้าร่วมเพื่อฝึกปรือฝีมือในการถ้ายภาพกันอีกด้วย เป็นการบันทึกเรื่องราวของประเพณีที่มีค่าและมีความสำคัญ บันทึกภาพเสร็จก็นำไปเผยแพร่ให้ผู้คนได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้หล่ยคนที่เห็น อยากที่จะมาร่วมพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ถือศิลกินผักกันอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย

 

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *