• Homepage
  • >
  • Special Scoops
  • >
  • พช. ชวนสัมผัสดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณ เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ เลิศล้ำด้านกีฬา ณ เมืองเซราะกราว “บุรีรัมย์”

พช. ชวนสัมผัสดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณ เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ เลิศล้ำด้านกีฬา ณ เมืองเซราะกราว “บุรีรัมย์”

กรมการพัฒนาชุมชน ชวนเที่ยวเมืองรอง สัมผัสวิถีชีวิตชาวบุรีรัมย์ไปกับประเพณีวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พร้อมชู 4 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณ ณ บ้านโคกเมืองบ้านสายบัวบ้านกิจสมบูรณ์บ้านสนวนนอก ภายใต้แนวคิดม่วน คัก ฮัก ISAN” โดยหวังให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเป้าหมายใหม่สไตล์วิถีชุมชน 

"ปราสาทเมืองต่ำ" ศาสนสถานที่สร้างตามคติความเชื่อทางศาสนาฮินดู

นางสาวศันสนีย์ ทาสม  ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่โดดเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง แวดล้อมไปด้วยป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เงียบสงบ ผู้คนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มไปด้วยศูนย์รวมโบราณสถานสำคัญในสมัยอารยธรรมขอม ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่าง ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 350 เมตร, ปราสาทเมืองต่ำ ศาสนสถานที่สร้างตามคติความเชื่อทางศาสนาฮินดู, วนอุทยานเขากระโดง ตั้งอยู่บนเขากระโดง เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีปากปล่องทะลุเห็นได้ชัดเจน และยังล้ำสมัยไปด้วย สนามไอโมบาย บุรีรมย์ ยูไนเต็ด สนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปิดท้ายด้วยถนนคนเดินกลางเมืองเซราะกราวให้ได้เลือกซื้อสินค้ามากมาย

"ปราสาทเมืองต่ำ"
"ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง"
“กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีผลิตภัณฑ์ OTOP มากมายใน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโคกเมืองบ้านสายบัวบ้านกิจสมบูรณ์บ้านสนวนนอก จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนในหมู่บ้านดังกล่าว เชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ชุมชนจากเมืองหลักสู่เมืองรอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ภายใต้โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือม่วน คัก ฮัก ISAN” โดยมีพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดรวม 20 จังหวัด 84 หมู่บ้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของคนในชุมชน ทั้งยังเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้และท่องเที่ยวตามวิถีชุมชน เพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่น พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”
หมู่บ้านแรก “บ้านโคกเมือง” 

ที่หมู่บ้านนี้จะมีความโดดเด่นในเรื่องของงานหัตถกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมัดหมี่ขั้นตอนที่ทำให้ผ้าออกมามีลวดลายที่สวยงามการทอผ้าไหมลายบาราย สายธารน้ำใจ ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากปราสาทเมืองต่ำ ก่อนลองลิ้มชิมรส น้ำพริกฮ้อย สุดแซ่บ รับประทานเข้ากันกับข้าวสมุนไพรใส่ขมิ้น ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าข้าวทองคำรวมไปถึงกบยัดไส้เครื่องแน่นๆ กลมกล่อมสมุนไพรจากต้นตำรับชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีของดีของเด่นข้าวดินภูเขาไฟอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมาย อีกหนึ่งไฮไลท์คือ ไอศกรีมโฮมเมดข้าวฮางงอกมีเฉพาะที่นี่เท่านั้น

"การทอผ้าไหมของชาวบ้าน @ บ้านโคกเมือง"
หมู่บ้านที่สอง “บ้านสายบัว

ที่ชุมชน “บ้านสายบัว.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จะมีเรื่องราวของการทอผ้าฝ้ายที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าอีกมากมายไว้จำหน่ายนักท่องเที่ยว รวมทั้งยังมีกิจกรรมทำพวงกุญแจจากเศษผ้าเหลือใช้ นำกลับไปเป็นของที่ระลึกของฝากได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการทำลูกประคบสมุนไพร รวบรวมสมุนไพรหลากหลายชนิดไว้ด้วยกัน เรียกได้ว่าเอาใจคนชอบนวดได้เป็นอย่างดี ลิ้มชิมรสอาหารพื้นถิ่น อาทิ ดอกดินชุบแป้งทอด,แกงดอกดินใส่ไก่,แกงเปรอะเห็ดป่ารวม 

ผ้าเช็ดหน้าที่ย้อมจากดินภูเขาไฟ สวยงามแตกต่างกันไป
นางสาวศันสนีย์ ทาสม ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนและคณะนักท่องเที่ยว ร่วมถ่ายภาพหมู่กันที่บริเวณทางขึ้น “วัดเขาพระอังคาร”

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้หมู่บ้านอย่างวัดเขาพระอังคารนักท่องเที่ยวสามารถชมสถานโบราณอันงดงาม และกราบไหว้ขอพรพระศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองอีกด้วย

……………………………………………

 

หมู่บ้านที่สาม “บ้านกิจสมบูรณ์

ชาวบ้าน “บ้านกิจสมบูรณ์” ทำพิธีต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวด้วยการรำบายศรีจากชาวบ้าน สวยงาม อ่อนช้อย ตามแบบฉบับของภาคอีสาน สัมผัสอาชีพที่อยู่คู่อีสานมาอย่างยาวนาน การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไปจนถึงการย้อมไหมจากสีธรรมชาติ ชวนชิมกล้วยเบรคแตก กล้วยทอดใหม่ๆ กลิ่นหอมอบอวล อิ่มหนำสำราญกับอาหารพื้นถิ่น แกงหยวกกล้วยวุ้นเส้นไก่บ้าน และยังมีโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว ราคาย่อมเยาว์พร้อมอาหาร 3 มื้อ นอนหลับกินอิ่มสุดแสนจะสบายเลยทีเดียว  

คณะนักท่องเที่ยวร่วมถ่ายภาพหมู่
พิธีบายศรีสู่ขวัญ
เรียนรู้วิธีการการทำขนม "อันซองตรึม"
ผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านที่นำมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว

 

……………………………………………

หมู่บ้านสุดท้าย “บ้านสนวนนอก

ที่นี่ นักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เลี้ยงหนอนไหมตั้งแต่แรกเกิด ไปจนถึงมีใยไหม พาชมผ้าโบราณ ลายเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน อีกทั้งยังมีบ้านกระดิ่ง กระดิ่งไม้วัว กระดิ่งควาย หลากหลายแบบ และมีโซนหมู่บ้านโบราณ ชมยุ้งฉางโบราณในหมู่บ้าน พาชิมอาหารพื้นถิ่น ตบท้ายด้วยของหวาน ขนมตดหมา ที่นำรากสมุนไพร “ตดหมา” มาทำเป็นขนมหวานหอมอร่อย พบกับแชมป์รำตร๊ด ร้องตร๊ด ประพันธ์ตร๊ด ประเพณีวัฒนธรรมประจำหมู่บ้านให้นักท่องเที่ยวฟัง  

นางสาวศันสนีย์ ทาสม ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กำลังสนใจผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการการทอผ้าไหมที่บ้านสนวนนอก
นางสาวศันสนีย์ ทาสม ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ณ ฐานบ้านกระดิ่ง ชุมชนบ้านสนวนนอก
วิธีสาวไหมของชาวบ้าน @ บ้านสวนนอก
รถกระสวยอวกาศ หนึ่งเดียวและคันเดียวในโลก ของชุมชนบ้านสนวนนอก
"สะพานยายชุน" ชุมชนบ้านสนวนนอก

“สะพานยายชุน” สร้างขึ้นครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. ๒๔๒๘ โดยเงินบริจาคของยายชุน เศรษฐีนีในยุคสมัยนั้น ลักษณะของสะพานเป็นกระดานไม้แผ่นเดียววางทอดกัน โดยมีระยะทางประมาณ 50 เมตร เพื่อข้ามลำห้วยจากฝั่งหมู่บ้านสนวนนอกไปยังทุ่งนา เพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมา

……………………………………………

งาน D-Hope ท่องเที่ยวบุรีรัมย์ วิถีเซาะกราว

ทั้งนี้ นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวแล้ว ยังสามารถร่วมทำกิจกรรมชุมชนด้วยตนเอง (Hand – On Program Exhibition) ผ่านการใช้แนวทาง D – HOPE ในการสร้างกิจกรรมที่มีผู้สนใจให้ได้ลองเรียนรู้ ลงมือทำ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากชุมชน สร้างรอยยิ้มและประสบการณ์การท่องเที่ยวแนวใหม่ สามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ร่วมทำกับชุมชนกลับไปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย  

Previous «
Next »