• Homepage
  • >
  • Special Scoops
  • >
  • พช. ชวนมาออนซอนอีสาน ถิ่นเมืองเกินร้อย สัมผัสเสน่ห์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ใต้แนวคิด “ม่วนคัก ฮัก ISAN”

พช. ชวนมาออนซอนอีสาน ถิ่นเมืองเกินร้อย สัมผัสเสน่ห์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ใต้แนวคิด “ม่วนคัก ฮัก ISAN”

เว็บไซต์ joinalifethailand.com ได้รับเชิญจากกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเดินทางไปร่วมทริปเพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์ ภายใต้ชื่อ ชวนมาออนซอนอีสาน ณ เมืองเกินร้อยจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อที่จะได้สัมผัสกับเสน่ห์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรม และชื่นชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิดม่วน คัก ฮัก ISAN” เพื่อมุ่งหวังที่จะให้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเป้าหมายใหม่ในสไตล์วิถีชุมชนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดหนึ่งใน 20 จังหวัด 84 หมู่บ้านเป้าหมาย เป็นโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือม่วน คัก ฮัก ISAN” โดยมีหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ บ้านดงเย็นบ้านหนองบัวดอนต้อนบ้านป่ากุงบ้านโนนใหญ่บ้านป่าน ซึ่งแต่ละหมู่บ้านต่างสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ ชวนหลงใหล และชวนให้มาสัมผัสเยี่ยมชม ซึ่งหากพูดถึงจังหวัดร้อยเอ็ด อาจไม่ใช่เมืองที่จะคิดถึงในอันดับต้น ๆ เพราะจังหวัดนี้ไม่ได้มีสถานท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามที่ติดอันดับ แต่หากเอ่ยถึงความสวยงามแปลกตาของวัดวาอารามนั้น ต้องเรียกว่า ติดอันดับ Unseen ของประเทศหลายวัดเลยทีเดียว อย่างวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม อำเภอหนอกพอก ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชัยมงคล มหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี พระพุทธรูปที่สูงที่สุดอันดับที่สองของประเทศไทย ตั้งอยู่ในวัดบูรพาพิราม อำเภอเมือง และมีเจดีย์มหามงคลบัว ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานหลวงตามหาบัว ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์ และที่นั่งสมาธิ นอกจากนี้ ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยังมีหมู่บ้านโอทอป เพื่อการท่องเที่ยว ที่มีเสน่ห์ดึงดูด น่ามาเยี่ยมชม

” วั น เ เ ร ก ข อ ง ท ริ ป “

ลงจากเครื่องของสายการบินแอร์เอเซียก็นั่งรถตู้ไปรับประทานอาหารเช้ากันที่ร้านแอ๋วไข่กระทะหลังจากนั้นก็เดินทางไปสักการะหลวงพ่อยืนกันที่วัดใหญ่บูรพา ไหว้พระกันเสร็จก็นั่งรถตู้เดินทางไปไหว้ศาลหลักเมืองและเดินชมรอบๆ บริเวณของบึงพลาญชัย” 

จาก “บึงพลาญชัย” ก็พากันเดินทางต่อไปร่วมทำกิจกรรมกันที่ชุมชนบ้านป่าน หมู่ 6 .ดงสิงห์ อ.จังหาร ลงจากรถตู้ก็มีชาวบ้านป่านมาตั้งแถวยืนต้อนรับคณะสื่อมวลชน พร้อมกับโชว์การแสดงด้วยการรำ ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านป่าน เป็นการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นมิตรไมตรีจากชาวบ้าน

ที่บ้านป่าน ทางคณะสื่อมวลชนก็ได้เข้าร่วมและชมการทำกิจกรรมต่างๆ ของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมถั่วคั่วทราย, ทอเสื่อ รวมไปถึงกิจกรรมลงเรือไล่ปลาในแม่น้ำชี เสร็จแล้วก็ได้ร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงแบบบ้านๆ เมนูเด็ดๆ ก็มี น้ำพริกกับผักปลอดสารพิษ ปลานึ่ง ส้มตำ แกงไก่บ้าน และไข่เจียว หลังจากนั้นก็ได้เวลาช้อปปิ้งด้วยการอุดหนุนสินค้าจากชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสื่อลายพระศุกร์ที่มีสีสันลวดลายสวยงาม รวมไปถึงกระเป๋า ที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบหลากหลาย มีผ้าซิ่น ผ้าไหม ผ้าขาวม้า ที่นำมาดัดแปลงเป็นหมวกสวยงามน่ารักๆ  และน่าสวมใส่นอกจากนั้นก็ยังมีผลิตภัณฑ์จากหมอนรองคอลายสก๊อตสวยงามที่บ่งบอกความเป็นอีสานได้เป็นอย่างดี

ก่อนเดินทางกลับ ทั้งคณะสื่อมวลชนยังได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปถั่วลิสง ด้วยวิธีการและขั้นตอนต่างๆ ซึ่งกว่าจะกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อและสร้างชื่อให้กับบ้านป่าน ก็ต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจจากชาวบ้านป่านกันทุกๆ คน รสชาติของถั่วป่านทองนั้น ถ้าใครได้ลิ้มลองกันแล้วก็บอกว่าอร่อยจริงๆ เป็นถั่วเม็ดเล็กๆ ที่ให้รสชาติหวาน กรอบ และเค็มกำลังดี ผู้เขียนเองก็เลยซื้อติดมือกลับบ้านไปจำนวนหลายสิบถุงกันเลยทีเดียว ถือเป็นการอุดหนุนและช่วยส่งเสริมให้กับชุมชุนบ้านป่านได้เป็นอย่างดี

” วั น ที่ ส อ ง ข อ ง ท ริ ป “

หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันที่โรงแรมเสร็จแล้ว ทั้งคณะก็พากันนั่งรถเพื่อเดินทางไปยังบ้านศรีสมเด็จป่ากุง ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่จะได้ไปสัมผัสเสน่ห์ของอีสานแท้ ๆ ได้ไปชมแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา เจดีย์หินทราย ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า สวยงาม และแฝงไว้ด้วยแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา

ที่วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุงโดยองค์เจดีย์ทำจากหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย จำลองแบบการก่อสร้างมาจากบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 90 ปีของหลวงปู่ศรีมหาวีโรอดีตเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ผู้ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานชื่อดังแห่งภาคอีสาน

นอกจากพุทธสถานที่สวยงามแห่งนี้ ที่นี่ยังมีเสน่ห์ชวนหลงใหล ทั้งรอยยิ้มพร้อมต้อนรับแขกที่มาเยือน อาหารคาวหวานเลิศรส โดยเฉพาะน้ำพริกปลาร้าบองรสเด็ด ที่ใช้ปลาท้องถิ่น มาทำปลาร้าหมักข้ามปี ตำเข้ากับพืชผักสมุนไพร ให้รสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใคร กล้วยชูชก กล้วยน้ำว้าอบสอดไส้ไส้เผือก และใส้มัน แล้วราดด้วยน้ำเชื่อมกะทิอันหวานหอม อิ่มสบายท้อง

อีกทั้งยังมีผ้าทอมือลายน้ำไหล ลายเอกลักษณ์ไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ซึ่งมีความหมาย ให้มีความสุข เจริญรุ่งเรือง หากเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ที่นี่มีบริการนวดตัว นวดฝ่าเท้า และสปาสุ่มไก่ ช่วยให้เลือดสูบฉีดไหลเวียนดี คลายความเมื่อยล้า รวมถึงยังมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างลูกประคบ และยาดมสมุนไพร หอมชื่นใจ หากสนใจมาเยี่ยมชมหรือลองทำกิจกรรม ที่นี่โปรแกรมการท่องเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน ราคา 890 บาท และแบบ 3 วัน 2 คืน ในราคา 1,700 บาท

การมาท่องเที่ยวในหมู่บ้านโอทอปในครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ชุมชนจากเมืองหลักสู่เมืองรอง เป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ช่วยให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของคนในชุมชน ให้เกิดความรัก และที่สำคัญ ทำให้ทุกคนได้มีจิตสำนึกและได้เกิดความหวงแหนบ้านเกิดเมืองนอนของตังเองอีกด้วย

ทริปนี้ทางเว็บไซต์ joinalifethailand.com ก็ต้องขอขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชน ขอบคุณทางทีมงานทุกๆ คน ที่ได้ให้ทางเราในนามของสื่อมวลชน ได้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ได้มาร่วมสัมผัสกับความเป็นกันเองของชาวบ้าน และได้เข้าร่วมทำกิจกรรมดีๆ มากมายหลายอย่าง ได้ค้นพบและรับรู้ถึงความรู้สึกกับความสุขที่แท้จริง ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนแขนงหนึ่ง ก็จะเป็นกระบอกเสียงเพื่อช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยว หรือคนที่สนใจที่จะมาสัมผัสและอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากชาวบ้าน เป็นการช่วยกันส่งเสริมและกระจายรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง เพื่อที่จะให้ชาวบ้านได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน

"ปรางค์กู่" สร้างด้วยศิลาแลง วางซ้อนกันจากฐานถึงยอด ภายในบรรจุพระพุทธรูปดินเผา เชื่อกันว่าเป็นอโรยาศาล (โรงพยาบาล) ในสมัยก่อน
สตรีทอาร์ตของ จ.ร้อยเอ็ด มีความยาวทั้งหมด 200 เมตร จากฝีมือคนวาดทั้งหมด 50 คน
Previous «
Next »