• Homepage
  • >
  • Take a Photo
  • >
  • พก Huawei P10 Plus ไปเดินเล่นสร้างภาพ “ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ กำแพงแสน”

พก Huawei P10 Plus ไปเดินเล่นสร้างภาพ “ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ กำแพงแสน”

    ณ วันที่เขียนเรื่องก็ตรงกับวันที่ 19 เมษายน 2560 เป็นวันที่ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์กำลังบานสะพรั่งอยู่ที่ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อรอให้นักท่องเที่ยวได้แวะแวียนไปเยี่ยมชมและถ่ายรูปเล่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ก็ได้บานและร่วงโรยไปแล้วหนึ่งครั้ง พวกเราเองและนักท่องเที่ยวหลายๆ คนก็คงจะพลาดกันไปสำหรับในครั้งนั้น

    มาในครั้งนี้ทางเราก็เลยไม่ยอมให้พลาดอีกต่อไป ก็เลยนัดรวมตัวกันเพื่อไปเที่ยวถ่ายรูปกันในสถานที่แห่งนี้ แต่การไปสร้างภาพในครั้งนี้จะแตกต่างกว่าครั้งก่อนๆ ก็เพราะจะใช้โทรศัพท์มือถือของ Huawei รุ่น P10 Plus ขึ้นชื่อในด้านของการถ่ายภาพ โดยมีคุณมบัติและลูกเล่นคล้ายหรือเหมือนกับกล้องมาก อีกอย่างที่ทำให้ยี่ห้อนี้ติดหูสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพนั่นก็คือ โลโก้สีแดงของไลก้าที่ติดหราอยู่บนตัวเครื่อง และมันก็ไม่ได้เป็นแค่โลโก้ติดอยู่บนเคร่องเท่านั้น รุ่นนี้ยังได้ใช้เลนส์ของไลก้าทั้งกล้องหลังและกล้องหน้ากันเลยทีเดียว โดยที่สามารถ่ายภาพด้วยหน้ากล้องที่กว้างสุดถึง 1.8 กันด้วย ซึ่งสามารถถ่ายภาพให้หน้าชัดหลังเบลอได้เหมือนกับกล้องเลยทีเดียว โอ้ว!! พระเจ้า นี่มันโทรศัพท์หรือว่ากล้องถ่ายรูปกันแน่ เดี๋ยวเรามาดูกันว่ามันจะสามารถสร้างภาพให้สวยและละลายกันได้มากน้อยแค่ไหนกันแน่ ตามสิครับรออะไร

    พวกเราเดินทางไปถึงกำแพงแสนเวลาบ่ายโมงกว่า อากาศในวันนี้ร้อนอบอ้าวแดดเปรี้ยงมาก แต่ท้องฟ้าก็เป็นใจเอามากๆ มันจึงเหมาะกับการสร้างภาพเอามากๆ ลงจากรถเสร็จก็เดินข้ามสะพานเล็กๆ ไปยังฝั่งของถนนที่มีต้นของชมพูพันธุ์ทิพท์ยืนตระหง่านอยู่สองฟากถนน นักท่องเที่ยวในวันนี้ไม่มากเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะกำลังเดินทางมาก็เป็นได้ พวกเราไม่สนใจอะไรมากไปกว่าการมาที่นี่เพื่อสร้างภาพอย่างเดียวเท่านั้นเอง เหลือบไปมองคูน้ำข้างๆ มองเห็นดอกของชมพูพันทิพย์ร่วงหล่นไปอยู่บนผิวน้ำเต็มไปหมด ดูแล้วคล้ายๆ กับพรมผืนใหญ่สีชมพูอ่อนๆ มองสวยงามมากๆ

       

    พอเดินข้ามพ้นสะพานและไปหยุดยืนอยู่บนถนน ผมก็หยิบโทรศัพท์ Huawei P10 Plus ขึ้นมาพร้อมกับปรับโหมดไปที่กล้องถ่ายภาพ ภาพแรกก็เริ่มบันเลงกันเลยด้วยการถ่ายภาพแบบโหมดปกติ ต้องบอกก่อนนะครับว่า การถ่ายภาพจากโทรศัพท์เครื่องนี้มีให้เลือกตั้งค่ากันหลายแบบเอามากๆ ที่สำคัญและชอบมากก็คือ การถ่ายภาพด้วยโหมดโปร โหมดนี้จะให้ผู้ถ่ายตั้งค่าเอาเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกจุดโฟกัส เลือกความไวแสง ISO, สปีดชัตเตอร์, การชดเชยแสง/Under-Over, โฟกัสแบบ AFS และ AFC รวมไปถึงการตั้งค่า White Balance เฮ้ย!! มันสุดยอดมากๆ บอกเลย ที่สำคัญที่สุดสำหรับช่างภาพมือโปร เจ้า Huawei P10 Plus ยังสามารถถ่ายภาพเป็นแบบไฟล์ Raw ได้อีกด้วย สุดยอดจริงๆ

       

    หลังจากภาพแรกถูกบันทึกเก็บไปไว้ในตัวเครื่องเรียบร้อยแล้ว ภาพที่สองและที่สามก็เริ่มตามมาติดๆ คราวนี้มาลองถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอกันดีกว่า การถ่ายภาพแบบนี้ก็ยังคงใช้โหมดปกติอยู่ โดยที่ให้กล้องมันทำหน้าที่ปรับค่าต่างๆ ให้เองแบบอัตโนมัติ เมนูแถบด้านบนจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปหน้ากล้องหรือถ้าเป็นกล้องฟิล์มจะเรียกว่าใบเบลด ใช้นิ้วมือแตะให้เป็นสีส้ม จากนั้นให้ใช้นิ้วเลื่อนไปทางด้านขวามือของจอ จะพบกับสัญลักษณ์ที่เหมือนกัน ให้ใช้นิ้วไปแตะเพื่อเลือกค่าของหน้ากล้องว่าจะให้มันมีขนาดเท่าไหร่ เจ้า Huawi รุ่นนี้ตั้งค่าหน้ากล้องติดไว้ที่ 1.8 แต่เวลาใช้จริงเราสามารถตั้งค่าได้ถึง 0.95 เลยทีเดียว โอ้ว!! มันสุดยอดมากๆ บอกเลย

    เมื่อตั้งค่าหน้ากล้องโดยเลือกปรับไปที่กว้างเกือบสุดๆ โดยครั้งแรกเราเลือกที่ F 0.95 เลย ภาพที่ออกมาเบลอมากเกินไปและดูไม่เป็นธรรมชาติ ภาพต่อไปก็เลยเลือกปรับหน้ากล้องให้มีตัวเลขเพิ่มขึ้นมาอีก จาก 0.95 ก็ขยับมาเป็น 1.8, 2, 2.8, 3.5 และก็ F 4 ตามลำดับ แต่เท่าที่ลองถ่ายภาพและมาไล่ลำดับเปรียบเทียบดู ค่าของหน้ากล้องควรจะอยู่ที่ 2.8 จนถึง 4 ภาพที่ได้ถึงจะดูละลายเป็นธรรมชาติ ขอบภาพไม่เลอะดูเนียนตา แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ ไม่บังครับ แต่สำหรับผมแล้วค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ F 2.8 ถึง F 4 เป็นอย่างต่ำ

       

    คราวนี้มาถึงในเรื่องของการถ่ายภาพมุมกว้าง หรือภาพแบบอินฟินิตี้ การถ่ายก็จะต้องเลื่อนนิ้วมือไปแตะที่รูปของรูรับแสงเพื่อคืนค่า ก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายปกติ อ๋อ!! ลืมบอกไปว่า เราสามารถชดเชยแสงได้ด้วยการแตะที่ตรงกลางจอ แล้วจะมีวงกลมสีเหลืองเกิดขึ้น ข้างๆ วงกลมด้านขวาจะสังเกตุเห็นรูปสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์เกิดขึ้นมา ให้เอานิ้วือไปแตะที่รูปดวงอาทิตย์แล้วทำการลากขึ้นลง เป็นการปรับค่าความสว่างชดเชยแสงแบบ Under และ Over ผู้ถ่ายก็สามารถเลือกเอาว่าจะให้มันอยู่ที่ตรงไหน หลังจากนั้นก็ทำการกดชัตเตอร์ ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นการถ่ายภาพ

       

    พวกเราเดินไปก็ถ่ายภาพไปตามถนนที่มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ปลูกเรียงรายอยู่เป็นแถวเป็นแนว ซึ่งมีความยาวปะมาณเกือบๆ สองกิโลเมตร มีจำนวนต้นทั้งหมด 580 ต้น มองเห็นนักท่องเที่ยยวเริ่มพากันทะยอยเดินทางเข้ามาเรื่อยๆ จนในขณะนี้พื้นที่บนถนนเริ่มจะเต็มไปด้วยผู้ที่ชอบถ่ายภาพกัน บ้างก็ใช้กล้องบันทึกภาพ บ้างก็ใช้มือถือหรือสมาร์ทโฟนในการบันทึกภาพ สำหรับผมก็ยังคงใช้ Huawei P10 Plus สร้างภาพอยู่เหมือนเช่นเคย

       

    เวลาผ่านไปร่วมๆ ชั่วโมง แสงแดดและมวลอากาศที่ร้อนอบอ้าวก็ยังคงเหมือนเดิม แต่พวกชอบเที่ยวและชอบถ่ายภาพก็ยังคงไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหามุมเพื่อสร้างภาพกัน บ้างก็หยิบเอาดอกชมพูพันธุ์ทิพย์มาโปรยเพื่อให้ช่างภาพส่วนตัวได้กดชัตเตอร์ บ้างก็ถึงขั้นลงทุนลงแรงล้มตัวลงไปนอนกับพื้นหญ้าเพื่อสร้างภาพ พวกเราก็ไม่ได้แตกต่าง อย่ากระนั้นเลยก็เอากับเขาบ้าง นั่งมันลงบนถนนตรงกลางเพื่อสร้างภาพนี่แหละ

       

    การถ่ายภาพจาก Huawei P10 Plus ในครั้งนี้ ส่วนมากจะเน้นแบบหน้าชัดหลังเบลอเสียส่วนใหญ่ แต่การตั้งค่าหน้ากล้องก็จะต้องเผื่อไปที่ 3.5 ถึง 5.6 เพราะเราจะต้องทำการเผื่อในเรื่องมิติของภาพให้ครอบคลุมมากที่สุด

    ในการถ่ายภาพมุมต่ำมากๆ มักจะเป็นปัญหาสำหรับสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป ก็ต้องอาศัยความอดทนในการมองก่อนกดชัตเตอร์ทุกๆ ครั้งไป สำหรับชัตเตอร์ของเจ้า Huawei เราสามารถเข้าไปตั้งค่าว่าจะเลือกเอาแบบทัชสกรีนหรือว่ากดชัตเตอร์แบบปกติก็ได้ อันนี้เวิร์คมากๆ ชอบเลย

       

    แดดร้อนๆ อากาศก็ยังคงอบอ้าวเหมือนเดิม การถ่ายภาพก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ จนเป็นที่พอใจสำหรับการทดสอบเจ้า Huawei P10 Plus ร้อนก็ร้อน เพลียก็เพลีย แต่การที่สนุกกับการถ่ายภาพมันจึงข้ามพ้นผ่านในเรื่องเหล่านี้ไปได้อย่างง่ายดาย

       

    พวกเราใช้เวลาอยู่สร้างภาพที่นี่ประมาณสองชั่วโมงก็ได้เวลาเดินทางกลับ การบันทึกภาพพร้อมกับการทดสอบ Huawei P10 Plus ในครั้งนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับการบันทึกด้วยโหมดวีดิโอยังไม่ได้มีการทดสอบแต่อย่างใด เอาไว้เมื่อมีโอกาสจะมาทดสอบให้ชมกันใหม่อีกครั้งนะครับ

       

    สรุปว่า Huawei P10 Plus เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ในด้านการถ่ายภาพมากกว่าสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆ ในท้องตลาดอย่างเห็นได้ชัด จนบางครั้งก็เกือบลืมไปว่า เอ!! นี่มันคือโทรศัพท์มือถือหรือว่ากล้องถ่ายรูปกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ผมชอบและหลงรักมันเข้าไปแล้วด้วย ใช้ดีจริงๆ บอกเลย

    ปล. ภาพของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ชุดนี้ไม่ได้มีการปรับสีเพิ่มแต่อย่างใด เป็นสีที่ค่อนข้างใกล้เคียงสีจริงมากที่สุด เพียงเพราะจะให้ได้เห็นความจริงของสีชมพูอ่อนๆ ของต้นไม้ชนิดนี้เท่านั้น ต้องไปดูและสัมผัสด้วยตัวเองครับ แล้วจะรู้ว่าสีจริงๆ เป็นอย่างไร ไปสิครับจะรออะไร เดี๋ยวมันก็ร่วงหมดหรอก
.

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *