• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • นั่ง BTS ไปเดินสร้างภาพเก็บแสงที่ “สะพานช่องนนทรี”

นั่ง BTS ไปเดินสร้างภาพเก็บแสงที่ “สะพานช่องนนทรี”

 

 

    ครั้งนี้เราจะพาไปเดินเล่นชิลล์ๆ ถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนกันที่สะพานช่องนนทรี การเดินทางสมัยนี้ถือว่าสะดวกมากๆ ไม่ต้องขับรถเดินทางฝ่ารถติดกันให้เครียด เพียงแค่นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีช่องนนทรี แล้วก็เดินออกทางประตูที่ 5 เดินไปตาม Sky Walk นิดเดียวก็ถึงสถานที่ที่เราจะไปรอถ่ายแสงเก็บภาพกัน

    การเดินทางสมัยนี้ถือว่าสะดวกมากๆ ไม่ต้องขับรถเดินทางฝ่ารถติกกันให้เครียด เพียงแค่นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีช่องนนทรี แล้วก็เดินออกทางประตูที่ 5 เดินไปตาม Sky Walk นิดเดียวก็ถึง ถือว่าสะดวกเอามากๆ สำหรับการเดินทาง

       

    สำหรับทริปนี้ พวกเราไปด้วยกันทั้งหมด 5 คน โดยมีการนัดแนะเจอกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ เมื่อมาเจอกันตามเวลาที่นัดหมายพร้อมหน้าพร้อมตากัน ภารกิจในการเดินทางท่องเที่ยวก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 17.10 น.

       

       

    ผู้คนที่สถานีรถไฟฟ้าก็พลุกพล่านสับสนอลหม่านเหมือนเช่นทุกๆ วัน เดินผ่านเข้าไปด้านในและขึ้นบันไดเลื่อนมุ่งหน้าสู่ชานชลา ยืนรอได้ไม่นาน รถไฟฟ้า BTS ก็เคลื่อนตัวเข้าสู่ชานชลาและจอดตรงเบื้องหน้าของพวกเรา เดินก้าวเข้าไปยังด้านในตัวรถไฟฟ้าพร้อมกับหาที่ยืนเหมาะๆ ผู้โดยสารในขบวนรถก็มีจำนวนมากพอสมควร ผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อบันทึกเรื่องราวการเดินทาง

    สำหรับการเดินทางไปยังสะพานช่องนนทรีในคั้งนี้ เราจะต้องไปต่อรถกันที่สถานีสยามอีกต่อหนึ่งเพื่อมุ่งหน้าไปทางสถานีบางหว้า จากสถานีซอยอารีย์ก็ใช้เวลาไม่นานมากนัก รถไฟฟ้า BTS ก็แล่นเข้าไปจอกยังสถานีสยามด้วยเวลา 17.30 น.

       

    ก้าวเดินออกจากรถไฟฟ้าพร้อมกับเบียดเสียดผู้คน หลังจากนั้นก็เพียงแค่เดินข้ามไปยังฝั่งตรงกันข้ามที่เขียนว่า “ไปบางหว้า” เหลือบไปดูเวลาที่สมาร์ทโฟนขณะนี้ก็เป็นเวลา 17.32 น. นึกอยู่ในใจว่าคงจะไปทันเวลาถ่ายภาพช่วงแสงทไวไลท์พอดี ยืนพูดคุยกันได้ไม่ถึงสิบนาทีรถไฟฟ้าก็แล่นเข้าจอดยังชานชลาสถานีสยามเพื่อรับและส่งผู้โดยสาร พวกเราทั้งหมดเกินอย่างเร่งรีบเข้าไปด้านใน ก็หาที่ยืนเหมาะๆ เหมือนเช่นเคย ผู้โดยสารที่ขึ้นและลงที่ถานีนี้มีจำนวนมากเหมือนทุกๆ วัน รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวออกจากสถานีด้วยความเร็วเพื่อมุ่งหน้าไปทางบางหว้า เสียงผู้คนสนทนาพูดคุยดังระงมเซ็งแซ่ปะปนไปกับเสียงโฆษณาที่บนรถไฟฟ้า การถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยตลอดระยะเวลาของการเดินทาง

       

    ผมเงยหน้าขึ้นไปดูป้ายบอกสถานีที่ติดอยู่ที่ผนังของรถ ป้ายบ่งบอกว่าอีกไม่กี่สถานีก็จะถึงสถานีบางหว้าแล้ว หันกลับมาพูดคุยกับสมาชิกร่วมทริปกันต่อในขณะที่รถไฟเคลื่อนตัวไปสู่จุดหมาย ในขณะเเดียวกันสองหูก็ต้องคอยฟังเสียงตามสายที่พูดบอกอยู่เป็นระยะๆ ว่าถึงสถานีไหนแล้ว จนกระทั่งเสียงบอกว่า “สถานี้หน้าเป็นสถานีช่องนนทรี”เท่านั้นแหละ พวกเราทั้งห้าคนต่างก็เตรียมตัวและพร้อมสำหรับการที่จะลงสถานีช่องนนทรี

       

    พวกเราถึงสถานีช่องนนทรีเมื่อเวลา 17.15 น. ก็ห้าโมงเย็นหน่อยๆ หลังจากนั้นก็ได้ถ่ายภาพกับป้ายสถานีช่องนนทรีเพื่อเป็นที่ระลึก บ่งบอกว่าพวกเรามาถึงแล้วนะ น่านปะไร ก็กลัวเขาไม่รู้ว่ามาถึงแล้วจริงๆ

       

    เดินลงไปตามบันไดจนถึงพื้นด้านล่าง อันดับแรกเลยก็คือไปดูป้ายทางออกเพื่อไปยังสะพานช่องนนทรี ป้ายบอกว่าให้ออกทางช่องหมายเลข 5 พวกเราเดินรวมกลุ่มกันเดินผ่านช่องคืนตั๋วเพื่อเดินไปยังทางออกหมายเลข 5ทันที ผู้คนในวันนี้ก็มีจำนวนมากเพราะเป็นสถานีหลักและถือว่าที่นี่เป็นจุดที่สำคัญ และเป็นหนึ่งในเก้าแลนด์มาร์คที่สำคัญๆ ของกรุงเทพมหานครอีกด้วย เดินไปก็ถ่ายภาพบันทึกกันไปเรื่อยๆ  เพื่อนที่ไปด้วยก็ได้พกกล้องมิเรอเลสเพื่อไปสร้างภาพด้วยเหมือนกัน แต่สำหรับผม นี่เลย Huawei P10 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่ขึ้นชื่อว่าถ่ายภาพได้สวยที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน

       

    พวกเราเดินไปจนกระทั่งถึงประตูทางที่ออกสู่สะพาน หันไปดูเวลาที่สมาร์ทโฟน เวลาในขณะนี้ก็เป็นเวลา 17.54 น. ยังมีเวลาในการถ่ายภาพเยอะเลยสำหรับในวันนี้ ภาพแรกก็เริ่มเลยกับขั้นบันไดของสะพานด้วยกล้องจากสมาร์ทโฟน Huawei P10 Plus

    อากาศในเวลานี้ถือว่าไม่ร้อนมากเท่าไหร่นัก การถ่ายภาพในวันนี้จึงถือว่าสะดวกเอามากๆ หลังจากภาพแรกที่สะพานได้ถูกบันทึกไปแล้ว ภาพต่อๆ ไปก็ได้เริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อนที่มีกล้องก็ได้แยกย้ายไปหามุมในการสร้างภาพของตัวเอง ส่วนตัวผมเองได้เดินหามุมมองดีๆ ในการสร้างภาพ การถ่ายภาพทั้งหมดในครั้งนี้จะใช้สมาร์ทโฟน Huawei P10 Plus ในการสร้างภาพล้วนๆ

       

    ขาตั้งที่เตรี้ยมมาด้วยถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าสะพาย จัดแจงกางขาทั้งสามออกวางตั้งกับพื้น นำสมาร์ทโฟนเข้าไปยึดติดกับขาหนีบเพื่อตั้งบนขาตั้ง การเลือกโหมดถ่ายภาพจากสมาร์ทโฟน ผมเลือกใช้โหมดออโต้ในการสร้างภาพล้วนๆ ถ่ายภาพหมู่บ้าง ภาพเดี่ยวบ้าง สำหรับภาพที่ต้องการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ผมเลือกโหมดออโต้และตั้งค่าหน้ากล้อง เอฟ 4 เพื่อความเป็นธรรมชาติ ภาพที่ออกมาถือว่าเป็นที่พอใจเอามากๆ ดูเผินๆ แทบจะใกล้เคียงกับการถ่ายภาพจากกล้องใหญ่เลยทีเดียว งานนี้ถือว่าสมาร์ทโฟนยี่ห้อนี้ทำออกมาได้เหนือคู่แข่งจริงๆ

       

    สะพานช่องนนทรี ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนนราธิวาสราชนครินทร์ตัดกับถนนสาทร เขตสีลม กรุงเทพฯ สร้างขึ้นเพื่อให้คนเดินข้ามไปมาได้อย่างสะดวก นอกจากนั้น ยังเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อน เล่นกีฬา หรือไปเดินเล่นถ่ายรูปกันเล่นเพลินๆ เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญๆ อันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ถ้าเอ่ยสะพานช่องนนทรี ก็เป็นอันรู้กันว่าคือสถานที่แห่งนี้ โครงสร้างของสะพานทำด้วยโครงเหล็กที่แข็งแรง สวยงาม รอบๆ จะรายล้อมไปด้วยตึกระฟ้าสลับกันไปมา บรรยากาศในยามเย็นถือว่าเหมาะกับการไปเที่ยวและเดินเล่นถ่ายรูปกัน

       

    การสร้างภาพดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง บางรูปที่ต้องอาศัยมุมต่ำๆ การลงทุนนั่งลงกับพื้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการถ่ายภาพ ถ้าถามว่ามีข้อเสียหรือสิ่งที่สมาร์ทโฟนเทียบหรือสู้กล้องใหญ่ไม่ได้ ตอบได้ทันทีแบบไม่ลังเลเลยว่า มีครับ เพราะฉะนั้นในการใช้สมาร์ทโนในการถ่ายภาพ ช่างภาพเองจะต้องเข้าใจคุณสมบัติของมันพอสมควร

       

    เดินถ่ายภาพไปทั่วบริเวณสะพานจนกระทั่งได้เวลาของแสงยามเย็น เวลาในการบันทึกภาพในช่วงทไวไลท์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญวำหรับช่างภาพเลยทีเดียว ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดชัตเตอร์เช็คแสง แสงฟ้าๆ ที่ปรากฏที่หน้าจอหลังจากบันึกภาพเริ่มมีให้เห็น เดินหามุมที่คิดว่าเหมาะๆ ในการถ่ายภาพ ตั้งขาตั้งพร้อมกับกางขามันออก ปรับองศารับภาพให้ได้มุมที่ต้องการ ลองกดชัตเตอร์ทดสอบดูหนึ่งครั้งว่าแสงทไวไลท์ปรากฏชัดขึ้นหรือยัง

       

    ต้องบอกก่อนเลยครับว่า แสงทไวไลท์ที่ว่านี้มันจะมีอยู่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ช่างภาพเองจึงต้องอาศัยจังหวะและโอกาสในการฉกฉวยเพื่อบันทึกภาพ เวลาผ่านไปเพียงไม่กีวินาที แสงสีฟ้าเริ่มมีให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การเลือกใช้โหมดที่ถ่าย ผมเลือกใช้ “โหมดกลางคืน” เพราะกล้องจากสมาร์ทโฟนมันจะคำนวณเวลาที่ใช้ในการบันทึกว่าเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็ทำการใช้นิ้วแตะที่ปุ่มกลมๆ บนโทรศัพท์เพื่อกดชัตเตอร์

    กดชัตเตอร์เสร็จกล้องมันจะทำการเว้นระยะเวลาเพียงเล็กน้อยก่อนการทำงาน เพื่อที่จะไม่ให้ภาพที่ทำการบันทึกนั้นสั่นไหว อันนี้ถือว่าดีเอามากๆ ชอบเลย กดชัตเตอร์บันทึกภาพช่วงแสงทไวไลท์ได้ไปประมาณ 4-5 รูป ภาพที่ได้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าได้ดั่งใจ เกรนหยาบๆ มีให้เห็นบ้างเล็กน้อยพอรับได้

       

    เสร็จจากการถ่ายภาพแสงทไวไลท์ คราวนี้ก็มาลองบันทึกภาพในโหมด “ภาพวาดด้วยแสง” กันดูบ้าง ลุกขึ้นยื้นพร้อมหยิบขาตั้งกล้อง เดินตรงไปยังบริเวณขอบสะพานเพื่อถ่ายไฟที่เกิดจากรถวิ่ง เมื่อได้มุมที่ต้องการก็ทำการกดชัตเตอร์ โหมดที่ว่านี่ กล้องจะทำการเก็บแสงที่เกิดจากไฟของรถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสงสีขาว สีเหลืองและสีแดงวิ่งตามกันเป็นเส้นสายทับซ้อนอย่างสวยงาม จนกระทั่งเราคิดว่ามันพอดีแล้วก็กดที่ชัตเตอร์หนึ่งครั้งเพื่อหยุดการทำงาน การถ่ายภาพด้วยโหมดนี้ ผู้ถ่ายจะต้องลองเปลี่ยนหามุมไปเรื่อยๆ แต่ถ้าจะให้แสงที่ได้สวยงาม ควรจะต้องถ่ายไฟท้ายของรถที่วิ่ง เพราะเราจะได้ภาพของเส้นสายที่เป็นสีแดงที่เกิดจากไฟท้ายนั่นเอง

    การบันทึกภาพดำเนินไปจนกระทั่งรู้สึกว่าภาพที่ได้สวยงาม ภาพที่ได้เริ่มมีเกรนภาพที่หยาบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก่อนจะหยุดภารกิจการบันทึกภาพในวันนี้ การบันทึกภาพสุดท้ายจึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเรา ถึงแม้ว่าภาพที่ออกมาจะติดเกรนหยาบๆ อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของค่า ISO ก็ตาม แต่ภาพที่ได้ก็ถือว่าบ่งบอกและสื่อถึงอารมณ์ของภาพก็ว่าได้ จึงถือได้ว่าเป็นภาพที่พวกเราประทับใจกับภาพที่ได้เอามากเลยทีเดียว

       

    ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเวลา นี่ก็เกือบๆ จะสองทุ่มมแล้ว การเดินทางกลับบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการท่องเที่ยวสร้างภาพสำหรับทริปนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ต่างคนต่างก็ก็ได้สนุกและมีความสุขกันถ้วนหน้าไปกับการที่ได้มีภาพของตัวเองกับสะพานแห่งนี้ สะพานที่สวยงามและเป็นหนึ่งในเก้าแลนด์มาร์คของกรุงเทพมหานคร สะพานที่มีชื่อว่า “สะพานช่องนนทรี” นั่นเอง
.
.
.


“บันทึกภาพเบื้องหลังทีมงานด้วย Huawei P10 Plus ก่อนพากันเดินทางกลับ”
……………………..
[เบื้องหลัง-Behind the Sciene]
ภาพโดย นายแมก วิศวะไฟฟ้า 

 

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *