• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • นั่ง All-New Honda CR-V พาไปชมแสงสุดท้ายที่…“ถนนอุทยาน” จ.นครปฐม”

นั่ง All-New Honda CR-V พาไปชมแสงสุดท้ายที่…“ถนนอุทยาน” จ.นครปฐม”

   เมื่อเอ่ยถึงพุทธมณฑลคนส่วนมากก็คงจะรู้จักกัน แต่ถ้าพูดถึงถนนอักษะหรือถนนอุทยาน ก็อาจจะมีอีกหลายๆ คนไม่รู้จักก็เป็นได้ แต่ถ้าพูดถึงถนนที่สวยที่สุดของประเทศไทยแล้วหละก็ หลายๆ คนก็คงจะร้องอ๋อขึ้นมาทันที เพราะถนนอักษะหรือถนนอุทยานนี้ เป็นถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นถนนที่สร้างนานที่สุด และเป็นถนนที่ใช้งบก่อสร้างสูงที่สุดในประเทศไทยเช่นเดียวกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ถนนอุทยานหรือถนนอักษะ เป็นถนนที่สวยที่สุดจริงๆ ยิ่งเมื่อตอนสิ้นแสงสุดท้ายด้วยแล้ว ถนนเส้นนี้จะเปิดไฟส่องสว่างอยู่สองข้างทางตลอดแนว มันสวยงามจริงๆ ขอบอก

       

    การไปเที่ยวชมแสงสุดท้ายที่ถนนอุทยานหรือถนนอักษะในทริปนี้ พวกเราได้ยานพาหนะจากค่ายฮอนด้า เป็นรถยนต์ Honda CR-V เป็นเพื่อนคู่การเดินทาง การวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรมาก พูดคุยกันสองสามประโยคก็ตอบตกลงกันได้แล้ว

    รถยนต์ Honda CR-V ตัวล่าสุด มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ขนาด 1.6 ลิตร i-Dtec Diesel Turbo ถือเป็นหนึ่งในนวัตรกรรมการขับเคลื่อนจากทางค่ายฮอนด้า ให้กำลังสูงสุดที่ 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร อัตรการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ มาพร้อมกับความเงียบที่ยกระดับสู่คลาสใหม่ของเครื่องยนต์ดีเซล

       

    เมื่อได้ยานพาหนะที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่เต็มเปี่ยมอย่าง All-New Honda CR-V การเดินทางจากที่พักย่านลาดพร้าวก็ได้เริ่มต้นขึ้น ในทริปนี้การขับรถไปชมแสงสุดท้ายที่ถนนอุทยานมันก็ไม่ต้องเร่งรีบเดินทางกันนัก วางแผนกันไว้ว่าจะไปถึงที่ถนนกันซักเวลาสี่ห้าโมงเย็นก็น่าจะได้ ดังนั้นพวกเราก็เลยหาร้านกาแฟชิลล์ๆ ที่ไร่ขิงแวะนั่งหลบลมร้อนรอเวลากัน

      

    ระยะทางจากลาดพร้าวมุ่งหน้าสู่ร้านกาแฟที่ไร่ขิงประมาณ 41 กิโลเมตร ร้านที่จะไปแวะหลบลมร้อนนั่งจิบกาแฟชื่อร้าน Moai Cafe ซึ่งเป็นร้านที่แนวและชิคที่สุดในย่านนั้นเลยก็ว่าได้ รูปทรงภายนอกของ Honda CR-V ตัวล่าสุดนี้ ต้องบอกได้เลยว่า หรูหรา คลาสิค ลงตัว ในความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่าสวยกว่ารุ่นก่อนมากทีเดียว คันที่ได้เป็นสีดำดูแล้วสุขุมนุ่มลึกคลาสสิค ดูแล้วภูมิฐานเอามากๆ และก่อออกเดินทางทุกๆ ครั้ง อันดับแรกที่ต้องทำก็คือ การตั้งระบบนำทางไปยังจุดหมายและการเปิดเพลงฟังถือว่าเป็นหัวใจหลักของการท่องเที่ยว เจ้า Honda CR-V คันนี้ทำมาได้ดีไม่มีที่ติ อินเทอร์เฟสออกแบบได้สวยงาม ที่สำคัญใช้ง่ายมากๆ อันนี้ต้องขอชมว่าฮอนด้าทำการบ้านมาดี

       

    เสียงเพลงที่เปิดจากตัวเครื่องดังขับกล่อมตลอดการเดินทาง และแนวเพลงที่เปิดแล้วมันเข้ากับบรรยากาศของการเดินทางมันก็ต้องเป็นเพลงแนวคันทรี่สิครับ อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัวนะ 5555+ หันไปรอบๆ ห้องโดยสาร สิ่งอำนวยความสะดวกที่ติดตั้งมาก็ถือว่ามีครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นที่วางแก้วน้ำ จุดเชื่อมต่อยูเอสบี อันนี้พวกเราๆ ที่เสพพวกโซเชี่ยลชอบมากๆ เอาไว้เพื่อต่อสายชาร์ตเข้ากับสมาร์ทโฟนในขณะเดินทางได้ด้วย

       

    พวกเราเดินทางถึงร้านกาแฟ Moai Cafe เวลา 15.23 น. ท้องฟ้าวันนี้มันช่างเป็นใจซะเหลือเกิน ไม่มีเมฆมาบดบังดวงอาทิตย์กันเลย ร้อนสิครับ จอดรถเสร็จก็พากันรีบเดินเข้าไปภายในร้านกาแฟเพื่อซึมซับเอาความเย็นจากแอร์ ร้านนี้บรรยากาศโดยรวมถือว่าโอเคและโดดเด่น การตกแต่งและจัดวางเก้าอี้ให้ลูกค้าได้เลือกนั่งก็พอได้ พอหย่อนก้นลงนั่งเสร็จสั่งกาแฟเย็นมาดื่มดับกระหายกัน ตามาติดๆ ด้วยขนมปังราดด้วยนมข้น รสชาติเมื่อได้ลองชิมดูแล้วก็ยังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ กาแฟเย็นก็พอไหว แต่ขนมปังนี่นะสิ ต้องบอกว่าไม่ผ่านเอาเสียเลย อันนี้ขอวิจารณ์ตรงๆ นะ

       

    พวกเราใช้เวลาอยู่ภายในร้านกาแฟเกือบสองชั่วโมงเห็นจะได้ ก็นั่งรอเวลาที่จะขับรถ Honda CR-V ไปเที่ยวชมแสงสุดท้ายกันที่ถนนอุทยานกัน เดินออกจากร้านกาแฟเพื่อไปขึ้นรถที่จอดอยู่ ไอร้อนจากแสงแดดเริ่มอ่อนกำลังลง จากร้านกาแฟเพื่อเดินทางไปยังถนอุทยานระยะทางไม่ถึงยี่สิบกิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางก็ไม่นานมากนัก ระหว่างการเดินทางก็ยังคงเปิดเพลงฟังอยู่เหมืนเช่นเคย เครื่องเสียงที่ติดตั้งมากับตัวรถถือว่าโอเคมากๆ เสียงของนักร้องฟังชัดเจน รายละเอียดของเสียงดนตรีก็ทำได้ดี เสียงเบสอาจจะไม่กระแทกกระทั้นมาก แต่ก็ถือว่าให้มาแบบว่าฟังแล้วมีน้ำหนัก

       

    ในส่วนของการออกแบบหน้าปัทม์ที่มาพร้อมกับไฟแอลอีดี ต้องยอมรับว่าออกแบบได้สวยงามและหรูหราเอามากๆ จนบางครั้งแอบคิดไปว่าเป็นหน้าปัทม์ของเครื่องบิน น่านปะไร ยิ่งเป็นตัวเลขที่ใชบอกความเร็วด้วยแล้ว มันใหญ่โตชัดเจนจนไม่ต้องเพ่งให้ปวดตา อันนี้เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ในเรื่องการใช้งานได้ดีจริงๆ

    รถยนต์ Honda CR-V ขับเคลื่อนพาพวกเราทั้งสี่คนไปถึงปากทางเข้าถนนอุทยานฝั่งพุทธมณฑลสาย 4 เมื่อเวลา 5.41 น. แสงแดดเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด การจราจรในวันนี้ไม่ค่อนหนาแน่านเท่าไหร่นัก วันนี้มันเลยง่ายสำหรับพวกเราที่จะขับรถเที่ยวชมรอบๆ ถนนอุทยานกัน

    สำหรับถนนสายที่สวยที่สุดแห่งนี้ เดิมทีชื่อว่า “ถนนอักษะ” เป็นถนนที่สร้างมุ่งหน้าไปพุทธมณฑล เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2498 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี สร้างขึ้นสำหรับเชื่อมระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 3 ในเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ถึงถนนพุทธมณฑลสาย 4 อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีระยะทาง 3.98 กิโลเมตร มีความกว้าง 90 เมตร รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพอันสวยงาม มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นก็คือ เสาโคมไฟรูปหงส์ที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง โดยมีเสาไฟทั้งหมด 979 ต้น ตรงกลางได้ทำเป็คูน้ำที่มีความกว้างถึง 30 เมตร มีน้ำพุเล่นระดับถึง 3 แห่ง จนกลายเป็นถนนที่ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย

    ที่กล่าวว่าเป็นถนนที่สร้างยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ก็เนื่องมาจากถนนแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม หลังจากนั้นก็ต้องหยุดชะงักลงเนื่องจาก จอมพล ป. ถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัช ก่อรัฐประหารยึดอำนาจไป

    ต่อมาในสมัยพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้เริ่มรื้อฟื้นโครงการขึ้นมาอีกเนื่องจากใกล้กับการเฉลิมฉลองโอกาสที่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปีในปี พ.ศ. 2525 และถนนแห่งนี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนถนนอักษะก็ได้รับอนุมัติให้ลงมือก่อสร้างในสมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี

    ถนนอักษะมาจากภาษาอังกฤษว่า “Axis” ซึ่งแปลว่า “แกนกลาง” เป็นคำที่หมายถึงประเทศที่อยู่ฝ่ายอักษะ ซึ่งมี เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสามประเทศนี้ทำสงครามกับฝ่ายพันธมิตรที่มี สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศษ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
หลังจากสร้างถนนอักษะเสร็จแล้วก็ยังคงใช้ชื่อนี้เรียกกันต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งในเวลาต่อมา กรุงเทพมหานครร่วมกับกรมศิลปากรขอพระราชทานชื่อถนนจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าชื่อถนเป็น “ถนนอุทยาน” ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นสอดคล้องและสัมพันธ์กับพุทธมณฑลนั่นเอง

    รับรู้ประวัติของชื่อถนนกันแล้วก็มาขับรถวนดูวิวทิวทัศน์กันต่อ กับขับรถเล่นที่ถนนแห่งนี้ก็ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร เพราะต้องคอยดูรถในขณะที่เราจะทำการยูเทิร์นหรือกลับรถ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคอะไรมากนัก เพราะเจ้า Honda CR-V คันนี้มาพร้อมกับระบบการเตือนในมุมอับ โดยจะมีภาพขึ้นที่จอมอนิเตอร์ทุกๆ ครั้ง ขับไปยาวๆ จนถึงช่วงขึ้นสะพาน รถในตอนนี้มีจำนวนหนาแน่นมากขึ้น รถคันของเราจอดอยู่บนทางลาดชันพอดี ชันๆ แบบนี้ก็ไม่เป็นอุปสรรคอยู่แล้ว เจ้า Honda CR-V คันนี้ก็มีระบบช่วยออกตัว Hill Start Assist (HSS)ในขณะที่อยู่บนทางลาดชันอีกด้วย อันนี้ถือว่ามีประโยชน์เอามากๆ ในยุคสมัยนี้ที่ต้องการความสะดวกสบาย

       

    ความเร็วของรถที่พวกเราขับวนชมวิวทิวทัศน์ก็ไม่มาก แค่ 40-60 กม./ชม. มีบางครั้งที่ขับๆ อยู่อยากจะแวะข้างทางเพื่อจอดชมวิวและถ่ายรูป รถก็ค่อยๆ ชะลอตัวอย่างช้าเพื่อเลี้ยวเข้าไปจอดข้างทางในที่ปลอกภัย เดินออกจากตัวรถเพื่อลงมาถ่ายรูปชมวิวกัน พอเดินมาได้ซักระยะก็ได้ยินเสียงรถมันทำการล็อคเอง ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าลืมล็อครถกัน ดีนะที่เจ้า Honda CR-V มีระบบช่วยล็อคอัตโนมัติในขณะที่กุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ ระบบนี้ถือว่าอัจฉริยะและช่วยเตือนคนขับได้ดีเอามากๆ

    แสงแดดเริ่มเบาบางและไม่มีให้เห็นอีกต่อไป พวกเราตัดสินใจกันว่าจะหาที่จอดเพื่อจะได้เดินไปถ่ายรูปและชมวิวทิวทัศน์ของถนนอุทยานกัน จอดรถเสร็จก็ทำการถ่ายรูปกับรถกันหน่อยเพื่อเป็นที่ระลึก ใช้เวลาสาละวนถ่ายรูปกันได้ซักระยะ ผมก็หยิบกล้องคู่ใจที่ติดไว้กับขาตั้งกล้องเดินไปามุมสวยๆ ถ่ายรูปของถนนอุทยาน

       

       

    สำหรับถนนอุทยานหรือถนนอักษะ จะมีที่สำหรับให้ประชาชนได้เดินข้ามไปอยู่ตรงกึ่งกลางที่เป็นสะพาน โดยจะมีทางม้าลายให้ข้ามไป หลังจากนั้นก็จะต้องเดินข้ามไปอีกเพื่อไปอยู่ตรงกลางที่เป็นสะพาน ในขณะที่เดินข้ามก็ต้องเหลียวซ้ายมองขวาเพื่อดูรถที่วิ่งผ่านไปมา ผมเดินข้ามไปหยุดและตั้งกล้องรออยู่ตรงกลางสะพานเพื่อถ่ายรูป ก็คิดว่าอีกไม่กี่อึดใจแสงสีน้ำเงินที่ฉาบไปทั่วท้องฟ้า หรือที่เรียกว่าแสงทไวไลท์จะปรากฏขึ้น สายลมเย็นๆ เริ่มพัดผ่านเข้ามาประทะกับร่างกาย ความมืดเริ่มคลืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ ในขณะที่รอแสงสวยๆ ของทไวไลท์ ชัตเตอร์ก็ถูกกดไปแล้วหลายครั้งเพื่อถ่ายภาพมุมอื่นเอาไว้

       

    เวลา 18.45 น. ภาพที่ปรากฎอยู่ที่กล้องมันช่างสวยงามสมกับที่รอคอยจริง แสงสีน้ำเงินหรือแสงของทไวไลท์ปรากฏให้เห็นจริงๆ ด้วย สวยงามจริงๆ สมกับที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยภาพแห่งความประทับใจที่ถนนเส้นนี้ เงาสะท้อนที่เกิดจากแสงไฟที่เปิดขึ้นเป็นสีส้มๆ มันตัเกับสีน้ำเงินของแสงทไวไลท์ มันสวยสุดยอดสมค่ำเอื้อนเอ่ยจริงๆ สวยมากครับ เป็นถนนที่สวยที่สุดในประเทศไทยจริงๆ เสียดายที่แสงจากหลอดไฟของเสาไฟหลายๆ ต้นดับไป ถึงกระนั้นก็ยังสามารถทำให้ถนนอุทยานแห่งนี้ก็ยังสวยงามอยู่เหมือนเดิม

       

    ใช้เวลาถ่ายรูปแสงทไวไลท์และเก็บภาพบางมุมอยู่ที่ตรงกลางสะพานก็ร่วมๆ ชั่วโมงก็เดินกลับไปที่รถ ที่ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกที่มาด้วยนั่งรออยู่ แสงไฟจากรถยนต์ที่แล่นผ่านไปมาส่องสว่างขึ้นอยู่เป็นระยะๆ และก่อนเดินทางกลับ พวกเราก็เลยขอสร้างภาพกับรถคันโปรดที่เป็นเพื่อนคู่การเดินทางในครั้งนี้ด้วยเลย ความืดมิดเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาปกตคลุมไปทั่วบริเวณถนนสายนี้

    เสร็จสิ้นภารกินขับรถชมวิวกันเรียบร้อยแล้ว การเดินทางกลับก็ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยรถยนต์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอย่าง Honda CR-V สมาชิกทั้งหมดที่ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ ต่างก็ประทับใจกับภารกิจขับรถเที่ยวกันในวันนี้ ที่สำคัญ ความประทับใจยังได้เกิดกับยานพาหนะอย่าง Honda CR-V ที่ได้พาพวกเราขับเคลื่อนมาชมวิวทิวทัศน์กันถึงถนนอุทยานหรือถนนอักษะ ถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่ทำการก่อสร้างยาวนานที่สุด ถนนที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดถึง 1,068,987,571 บาท และที่สำคัญ ถนนแห่งนี้ถือได้ชื่อว่า เป็นถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย

.
     ข อ ข อ บ คุ ณ

    – บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์ Honda CR-V ที่เพียบพร้อมไปด้วยสรรถนะ สำหรับการเดินทางไปเที่ยวชมถนนอุทยานในครั้งนี้

.
.
.
 
Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *