• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • นั่ง “วี-ครอส 4×4 All-New Isuzu D-Max” ไปชมพระอาทิตย์ตก ที่ “ท่างอย เขื่อนลำตะคอง”

นั่ง “วี-ครอส 4×4 All-New Isuzu D-Max” ไปชมพระอาทิตย์ตก ที่ “ท่างอย เขื่อนลำตะคอง”

ในช่วงนี้ที่เกิดโรคระบาดโควิด19 มานานพอสมควร ทางการก็เริ่มควบคุมได้ และเริ่มมีมาตรการปลดล็อคให้ประชาชนได้ไปไหนมาไหนได้บ้าง แต่ก็ยังคงคุมเข้มในเรื่องมาตรการในการรักษาคงามปลอดภัยอยู่ ด้วยการใส่แมสก์ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และทิ้งระยะห่างระหว่างกัน แต่ก็ยังดีที่ทำให้ประชาชนได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ได้เพื่อเป็นการกระตุ้นในเรื่องของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศไม่ให้หยุดนิ่ง

ในครั้งนี้ ทางบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด ได้เล็งห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยว จึงได้จัดกิจกรรมขึ้นมา ภายใต้ชื่อเที่ยวไทย สไตล์ New Normal กับอีซูซุโดยสนับสนุนยานพาหนะที่เป็นรถยนต์อีซูซุ ด้วยการให้สื่อมวลชนได้ขับรถไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ แล้วแต่ว่าจะเลือกไปเที่ยวที่ไหนและจังหวัดอะไร เพื่อเป็นการทดสอบสมรรถนะของรถยนต์อีซูซุ และเพื่อเป็นการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งอีกด้วย

สำหรับเรา ทีมงานเว็บไซต์ joinalifethailand.com ได้เลือกสถานที่ใกล้ๆ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก นั่นก็คือ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา การขับรถไปที่นี่ ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง ระยะทางก็เพียงแค่ 175 กิโลเมตรเท่านั้นเอง และที่ใกล้ๆ กับปากช่อง ก็ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่เกิดขึ้นในช่วงน้ำในเขื่อนลำตะคองลดลง นั่นก็คือ จุดชมวิวท่างอย เขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมานั่นเอง ที่แห่งนี้จะสวยงามแค่ไหน มีเรื่องราวสนุกๆ อะไรบ้าง ตามอ่านและชมภาพไปเรื่อยๆ นะครับ

การเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ เราได้ยานพาหนะคู่การเดินทางเป็นรถกระบะ All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 เป็นการเหมาะมากสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวลุยๆ แบบนี้ เพราะที่ท่างอย เขื่อนลำคอง เส้นทางเท่าที่ดูจากข้อมูลคร่าวๆ จากกูเกิ้ล บอกได้เลยว่าถนนหนทางที่จะไปไม่ธรรมดา มันจึงเป็นการเหมาะที่จะใช้ยานพาหนะที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพแบบเจ้า All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 ขับไปตะลุยสมบุกสมบันได้อย่างมั่นอกมั่นใจ

เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ก็ช่วงสายๆ ของวัน เพราะก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนัก นักท่องเที่ยวสายชิลล์ๆ แบบเราก็อะนะ ขับกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็แวะพัก ไอ้ที่บอกว่าปากช่องใกล้ๆ ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สองชั่วโมงกว่าๆ สำหรับเราสองคนเกินเวลาอยู่แล้ว 5555+

รถกระบะ All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ทีมี่กำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600–2,600 รอบ/นาที ที่สุดแห่งพลัง แรงสะใจจากอีซูซุดีไซน์ใหม่หมด ด้วยแนวคิดการออกแบบ Bold but Emotional บึกบึน ปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตา เพื่อชีวิตลุย ไร้ขีดจำกัด ดีไซน์ห้องโดยสารแบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้มเล่นระดับ ให้มีมิติภายในที่กว้างขึ้น มอบรสนิยมด้วยวัสดุพรีเมี่ยม Piano Black และ Satin Chrome นวัตกรรมยานยนต์เพื่อดุลยภาพแห่งการขับขี่ ผสานการทำงานของโครงสร้างตัวถัง แชสซี เครื่องยนต์ และช่วงล่าง ให้ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่ง เพื่อสมดุลย์ภาพการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ

สำหรับห้องโดยสารภายใน ต้องบอกเลยว่าทำออกมาได้หรูหราเอาการทีเดียว มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากันแบบครบๆ เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว คมชัดระดับ HD ที่ใช้งานง่าย มาพร้อมกับฟังค์ชั่นมากมายหน้าจอ Smart MID ขนาดใหญ่ 4.2 นิ้ว จอข้อมูลอัจฉริยะ ที่แสดงข้อมูลำได้หลากหลายรูปแบบ สวยงาม โดดเด่น อ่านข้อมูลง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี่แบบ TFT [Thin-film Transistor Technology] เพียบพร้อมด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติใหม่ แบบ Dual Zone ที่ควบคุมอุณหภูมิอิสระซ้ายขวา พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ที่ชอบก็นี่เลย ช่องวางของเอนกประสงค์ รอบคัน อย่างตรงบริเวณคอนโซลด้านหน้า ซ้ายขวา เมื่อดึงลิ้นชักออกมา จะเป็นที่สำหรับให้วางแก้วกาแฟด้วย อันนี้ชอบมากและเวิร์คสุดๆ เวลาไม่ใช้ก็สามารถดันเข้าไปเก็บอย่างเรียบร้อย

การเดินทางสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คงหนีไม่พ้นกาแฟ ว่ามั้ย? ก็ขับรถเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันสิครับรออะไร ในเมื่อช่วงนี้เกิดโรคระาดโควิด การจะเข้าไปซื้อกาแฟก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยและทิ้งระยะห่าง หรือ Distzncing ได้กาแฟกันคนละแก้วพร้อมกับสร้างภาพเช็คอินกันอีกนิดหน่อยก็ออกเดินทางกันต่อ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ระหว่างการเดินทาง สิ่งที่สร้างความเพลิดเพลินได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องเสียงเพลง เจ้า All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 คันนี้ มาพร้อมระบบการเชื่อมต่อทั้งแบบ Apple Car Play และ Android Auto รวมไปถึงแจ็คขนาด 3.5 มิล. เพื่อให้เราสามารถเชื่อมต่อในการฟังเพลงทั้งแบบดิจิตอลและอนาล็อก ตรงนี้แหละชอบมากๆ เพราะผมได้พกพาเครื่องเล่นอนาล็อกที่เป็นซาวด์เบ้าท์ พร้อมกับม้วนเทปคาสเซ็ตไปฟังด้วย ทริปนี้ก็เลยเพลิดเพลินด้วยเสียงเะลงตลอดการเดินทาง

ในเรื่องของหน้าจอมอนิเตอร์ ต้องบอกเลยว่าอินเทอร์เฟสและกราฟฟิคสวยงามมาก ทัชลื่นได้ดั่งใจจริงๆ มีการออกแบบในสไตล์วินเทจย้อนยุคอีกด้วย เวลาจะเลือกฟังวิทยุ เราก็จะต้องใช้นิ้วไปสัมผัสกับรูปวิทยุ ซึ่งรูปแบบเป็นวิทยุโบราณยุคเก่าๆ โอ๊ย! คลาสสิคและร่วมสมัยจริง อีซูซุช่างเอาใจคนรุ่นเก่าที่ชื่นชอบเสพความคลาสสิคจริงๆ

ขับมาได้สักระยะ มองดูเส้นทางจากระบบนำทางไปยังปากช่อง ระยะทางก็เหลือไม่มากนัก ถนนหนทางเส้นมิตรภาพถือว่าโอเคมาก ขับกันอย่างสบายๆ คนละเลนกันไปเลย ค่ำคืนนี้เราสองคนจะพักค้างคืนกันที่ บ้านไม้วินเทจ อ.ปากช่อง เพราะที่นี่ถือว่าเป็นที่พักที่คลาสสิคเอมากๆ เพราะด้วยการตกแต่งทั้งตัวที่พักเอง หรือรอบๆบริเวณที่พัก เจ้าของจะนำเอาของเก่าๆ วินเทจย้อนยุคมาแต่งเติมเอาไว้ บางสิ่ง บางอย่าง ก็ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนเลย ถือเป็นการเข้าพักในสถานที่ที่ทำให้เราได้ย้อนอดีตของวันวานกันได้อีกด้วย

เดินทางถึงที่พักประมาณเกือบๆ บ่ายสามโมงใกล้แดดร่มลมตกพอดี วันนี้ก็ถือโอกาสยังไม่เดินทางไปเที่ยวกันก่อนเพราะพรุ่งนี้จะพากันขับรถไปเยี่ยมชมของเก่าๆ ย้อนอดีตวันวานกันที่ “บ้านไม้ชายน้ำ” ซึ่งเจ้าของเป็นคนๆคนเดียวกันกับบ้านไว้วินเทจ

ขับรถผ่านประตูทางเข้าแล้วเลี้ยวเข้าไปจอดในที่จอดรถทางด้านซ้ายมือ ดับเครื่องยนต์แล้วก็ลงมาเปิดประตูด้านหลังเพื่อขนกระเป๋าเดินทางและสัมภาระ ต้องบอกเลยว่า ที่นั่งด้านหลังกว้างขวางเอามากๆ สามารถที่จะใส่ของได้เยอะมากมายเลยทีเดียว

สำหรับห้องพักที่ บ้านไม้วินเทจ ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องกว้างขวาง ภายในห้องก็จะตกแต่งไปด้วยของเก่าย้อนยุค แม้กระทั่งเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า รวมไปถึงรูปภาพ เป็นของเก่าจริงๆ ที่เจ้าของตั้งใจนำเอามาตกแต่งไว้ ในขณะที่พักอยู่ในห้องเราก็จะได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าที่พักของที่นี่ ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เป็นลำธารและต้นไม้น้อยใหญ่อันร่มรื่น ค่ำคืนนี้ เราสองคนจะพักผ่อนเอาแรงเอาไว้สำหรับการเดินทางไปเที่ยวในวันรุ่งขึ้น

…………………………………………

[ วั ที่ ดิ ]

รุ่งเช้าของอีกวันหลังจากรับประทานอาหารเช้ากันแล้ว การเดินทางก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีจุดหมายอยู่ที่ “บ้านไม้ชายน้ำ” ซึ่งสถานที่ก็ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันกับที่พักนั่นเอง เพียงแต่คนละฟากฝั่งคลอง โดยที่ทั้งสองแห่งนี้ เจ้าของเป็นคนเดียวกัน นั่นก็คือ พี่ขวดและพี่แรม การเดินทางไปยังบ้านไม้ชายน้ำ เราจะต้องขับรถยนต์อ้อมไปอีกฝั่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ใช้เวลาเดินทางไม่นาน เพียงแค่ประมาณ 20 นาที่เท่านั้นเอง

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านไม้ชายน้ำ เราสองคนก็อดไม่ได้ที่จะต้องสร้างภาพคู่กับเจ้า All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 ที่ตรงเวณทางเข้าด้านหน้าของบ้านไม้ชายน้ำ แหม! ขอสัก 2-3 รูปเถอะนะ สร้างภาพเสร็จก็นำรถเข้าไปจอดทางด้านขวามือที่มีหลังคา

เวลาต่อจากนี้ก็เป็นช่วงสำหรับเดินสร้างภาพและเสพของเก่ากัน ด้านหน้าจะมีป้ายของบ้านไม้ชายน้ำตั้งเด่นเป็นสง่าให้เราได้หยุดสร้างภาพเพื่อเป็นที่ระลึกกัน เดินผ่านซุ้มประตูเข้าไปก็จะเจอกับจุดตรวจและวัดอุณหภูมิ เพราะช่วงนี้เกิดวิกฤษโรคโควิด19 ระบาด วัดอุณหภูมิและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เสร็จ เราสองคนก็เดินเข้าไปยังบริเวณด้านในเพื่อชื่นชมของเก่า ผู้คนในวันนี้ยังไม่มากเท่าไหร่ มันจึงเหมาะที่จะให้เราสองคนเดินชมของเก่าและสร้างภาพกันอย่างสบายๆ 

ของเก่าๆ ย้อนยุคที่บ้านไม้ชายน้ำล้วนแต่เป็นของเก่า บางสิ่งบางอย่างก็จะหาดูจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว บางอย่างเราอาจจะลืมไปแล้วด้วย แต่เมื่อมาเห็นที่นี่ ก็จะทำให้เราได้หวลระลึกถึงในช่วงที่เราได้พบเห็นและเคยสัมผัสในช่วงวันเด็กกันเลย มันเกิดความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับเราหรือใครหลายๆ คนได้ด้วย

สำหรับผมแล้วก็นี่เลย โต๊ะโก, เรือป๊อกแป็ก, ตัวตุ๊กกะตุ่น, รถสังกะสี, ปิ่นโตโบราณ และอีกมากมายหฃายอย่างจนขี้เกียจเขียน โดยเฉพาะโต๊ะโก สมัยที่อยู่ต่างจังหวัดในช่วงที่เรียนอยู่มัธยม ได้เล่นกันกับเพื่อนหลายๆ คน บอกเลยว่า มันมากๆ เล่นกันจนโต๊ะนี้เอียงและขยับออกจากที่ตั้งกันเลยเชียว มันส์โคตรๆ 5555+

ของเก่าๆ ย้อนยุคของที่นี่บอกได้เลยว่ามีจำนวนมากมายมหาศาล เพราะเจ้าของได้ใช้เวลาตามเก็บตามสะสมมานานมาก ของแต่ละชิ้นและแต่ละอย่างก็มาจากหลายๆ สถานที่ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ผมว่าไม่มีที่ไหนมากเท่าที่นี่ กล้าท้าเลย บางชิ้นก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น อันนี้ต้องยอมรับเจ้าของจริงๆ ช่างไปสรรหาเอามาไว้ที่นี่จนได้ เราสองคนใช้เวลาร่วมๆ ชั่วโมงก็ได้เวลาออกเดินทางกันต่อ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จุดชมวิวท่างอย เขื่อนลำตะคอง ซึ่งระยะทางก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านไม้ชายน้ำเท่าไรนัก

เดินทางออกจากบ้านไม้ชายน้ำเวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่า ด้วยสมรรถนะของ All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 สร้างความมั่นใจในทุกสภาพถนนและทุกเส้นทาง แอร์เย็นฉ่ำตลอดการเดินทาง นั่งรถไปก็ฟังเพลงเพลินๆ กันไป โดยตกลงกันว่าทริปนี้จะไปจบภารกิจกันที่ จุดชมวิวท่างอย เขื่อนลำตะคอง เพื่ออยู่ดูพระอาทิตย์ตก จะสวยแค่ไหน ตามอ่านและดูภาพประกอบกันไปเรื่อยๆ นะครับ

จากบ้านไม้ชายน้ำ รถเคลื่อนตัวออกไปยังถนนมิตรภาพ ขับเลี้ยวขวาไปตามถนนสายหลักทางที่จะไปเขื่อนลำตะคอง ระยะทางจากบ้านไม้ชายน้ำไปยังจุดชมวิวบ้านท่างอย ประมาณสิบกิโลเมตรเท่านั้นเอง รถขับเคลื่อนผ่านตัวเมืองปากช่อง ขับผ่านตลาดนัดขายของมุ่งหน้าสู่ท่างอย ลำตะคอง ความเร็วอยู่ที่ประมาณ 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียงไม่กี่นาทีก็มองเห็นป้ายทางเข้าบ้านท่างอย

จากปากทางเข้าบ้านท่างอย เราต้องขับรถเข้าไปยังจุดชมวิวกันต่ออีก โดยขับผ่านหมู่บ้านท่างอย ซึ่งสองข้างทางก็จะมองเห็นบ้านเรือนของชาวบ้าน ถนนหนทางที่จะไปยังจุดชมวิวยังเป็นถนนลูกรังอยู่ บางช่วงบางตอนก็จะมีหลุมมีบ่อ แต่ด้วยสมรรถนะของ All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4  ก็เอาอยู่ สองข้างทางที่จะไปยังเป้าหมายดูเขียวชอุ่มไปด้วยสีเขียว ทั้งจากต้นไม้น้อยใหญ่ และจากพืชผักที่ชาวบ้านได้ปลูกเอาไว้กินและจำหน่าย จนกระทั่งขับผ่านต้นไม้ไปโผล่ยังบริเวณโล่งๆ ก่อนที่จะถึงสะพานปูน แสงแดดในยามนี้ช่างเป็นใจสำหรับการถ่ายรูปจริงๆ อากาศร้อนนิดหน่อย ถนนหนทางในช่วงนี้จะเป็นถนนมิตรภาพสมัย GI ที่ประเทศอเมริกาเป็นคนช่วยในเรื่องงบประมาณในการก่อสร้าง

ถนนมิตรภาพ หรือทางหลวงมายเลข 2 หรือทางหลวงสายสระบุรีสะพานมิตรภาพที่หนองคายเป็นถนนที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในด้านงบประมาณในการก่อสร้างเป็นถนนหรือทางหลวงสายแรกของประเทศไทยที่มีผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลติคอนกรีตซึ่งแข็งแกร่งและทนทานมากๆ

ปีนี้น้ำในเขื่อนลำตะคองลดลงมาก จึงทำให้มองเห็นถนนมิตรภาพที่ทางรัฐบาลสหรัฐช่วยออกงบประมาณในการก่อสร้างให้ จนกระทั่งทางการนำที่บริเวณนี้มาทำเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำ จึงทำให้ถนนมิตรภาพสายนี้ไม่ได้ถูกใช้งาน ถนนมิตรภาพเส้นใหม่จึงได้เกิดขึ้นอีกเส้นหนึ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือเหนื่อขึ้นไปติดภูเขา บริเวณนี้เลยกลายเป็นที่สำหรับเก็บกักน้ำ นั่นก็คือ “เขื่อนลำตะคอง” นั่นเอง

ในปีนี้น้ำในเขื่อนแห้งลงมากกว่าทุกๆ ปี จึงทำให้มองเห็นถนนมิตรภาพเส้นเก่า ชาวบ้านต่างก็ได้โอกาสเดินทางไปทำการจับปลามากินและจำหน่าย เป็นสร้างรายได้อีกทางหนึ่งในการดำรงชีพ นอกจากนั้นก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย และในช่วงตอนเย็นก่อนโพล้เพล้ นักท่องเที่ยวและคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ก็จะแวะเวียนไปยังจุดชมวิวของทีนี่ ซึ่งเรียกันง่ายๆ ว่าจุดชมวิวท่างอย

เราเดินทางด้วย All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 มุ่งหน้าไปยังจุดชุมวิวที่ด้านในสุด ถนนหนนทางโดยรวมจะยังคงสภาพที่ดีและแข็งแรงอยู่ จะมีบางช่วงเท่านั้นเองที่เป็นหลุมเป็นบ่อ มีทั้งขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แต่ด้วยสมรรถนะของ All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 ก็สามรถขับผ่านไปได้อย่างสบายๆ บรรยากาศสองข้างทางจะมีต้นไม้ปกคลุมมองดูสดชื่นและเขียวไปทั่วทั้งบริเวณขับไปได้สักพัก เราสองคนก็เจอกับร้านขายของที่ชาวบ้านมีทั้งขายของกินเครื่องดื่มรวมไปถึงปลาที่ตกมาจากเขื่อนลำตะคองจอด สิครับรออะไร

ทำการจอด All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 ที่บริเวณด้านหน้าของร้านค้า เปิดประตูรถและก้าวลงไป ชาวบ้านกำลังย่างปลาอยู่บนเตาถ่าน ตัวใหญ่เอามากๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามว่าเป็นปลาอะไร และขายตัวเท่าไหร่ ชาวบ้านหันมาตอบพร้อมกับรอยยิ้มอันเป็นมิตร แกบอกว่าปลานี้ได้มาจากเขื่อนนี่แหละ เป็นปลานิล ขายตัวละสองร้อยบาทเท่านั้นเอง เฮ้ย! สองร้อย ถูกมากๆ อีกอย่าง เป็นปลาสดๆ ที่ชาวบ้านแกเพิ่งตกมาจากเขื่อน เนื้อมันคงจะหวานเอาแน่ๆ แหม! ถ้าเป็นวันที่จะเดินทางกลับบ้านวันนี้ สงสัยเป็นได้อุดหนุนกันแน่ๆ นี่เราสองคนต้องอยู่เที่ยวกันต่ออีก 2-3 วัน เฮ้อ! แอบเสียดายจริงๆ

จากจุดที่เราแวะดูชาวบ้านย่างปลา มอดูระยะทางที่จะไปยังจุดชมวิวก็เหลือไม่ไกลมากแล้ว แสงแดดเริ่มอ่อนกำลังความร้อนแรงลง ลมเย็นที่พัดพาเอาไอน้ำจากเขื่อนมาสัมผัส เย็นสดชื่นดีจัง พากันเดินขึ้นรถพร้อมกับสตาร์ทเครื่องยนต์ ขับมุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวทันที ขับไปได้ประมาณสิบกว่าเมตรก็จะเจอกับฝูงวัวควายที่ชาวบ้านพาออกมากินหญ้าที่เขื่อน ชาวบ้านกำลังต้อนฝูงควยเพื่อกลับบ้าน บางฝูงก็ยังสนุสนานอยู่กับการลงไปแช่ในแอ่งน้ำ พอเห็นและได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ทั้งวัวทั้งควยต่างก็พากันแตกตื่นและรีบก้าวเดินขึ้นไปจากแอ่งน้ำ นี่คือวิถีชีวิตของชาวบ้านจริงๆ ได้อยู่กับธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่งและแสแสร้ง ดูแล้วมีความสุขและแอบยิ้มไปด้วยเลย

แสงระยิบระยับของแสงแดดที่กระทบกับผิวน้ำทางด้านซ้ายมือ สวยงามจริงๆ ไกลๆ สุดตาก็จะมองเห็นนักท่องเที่ยวพากันไปนั่งปิคนิกและชื่นชมวิวทิวทัศน์กัน ส่วนทางด้านขวามือจะมองเห็นสะพานกที่ทอดยาวไปจนสุดติดกับเชิงเขา เราสองคนเดินทางด้วย All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 ขับมุ่งหน้าตรงไปยังด้านในสุด ซึ่งตอนนี้เรื่อมมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกันอยู่บ้างแล้ว  ถนนในช่วงนี้ก็ถือว่ายังดีอยู่ จะมีเป็นหลุมเป็นบ่ออยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับ All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 คันนี้ได้เลย

มองดูรอบๆบริเวณ ในยามนี้ความสวยงามเริ่มคลืบคลานมาให้เราได้เห็นและได้สัมผัส ทางด้านซ้ายมือก็เป็นมุมที่พระอาทิตย์ตก ส่วนทางด้านขวามือก็จะมีสะพานสีขาวทอดยาวไปจนสุดลูกตา เหนือสะพานขึ้นไปบริเวณสันเขาจะมีกังหันลมขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่เป็นระยะๆ

ขับมาได้ไม่ถึงห้านาทีก็ถึงช่วงด้านในสุดของจุดชมวิว รถเคลื่อนตัวเลี้ยวไปทางซ้ายมือ ตรงบริเณนี้ถนนค่อนข้างเละไปด้วยดินเลน แต่ก็ขับผ่านไปได้สบายๆ ขับเลยไปจนสุดมางที่ริมน้ำ เพราะเราสองคนต้องการหลีกหนีจากนักท่องเที่ยวรายอื่น การสร้างภาพจะได้สะดวกสบายไม่มีใครมาคอยรบกวน

ลมเย็นๆ พัดผ่านมาเป็นระยะๆ พอให้ชื่นใจ เวลาในช่วงนี้ถือว่าไม่ร้อนเลย จอดรถได้มุมแล้วก็เป็นเวลาที่เราสองคนจะได้สร้างภาพกัน วิวทิวทัศน์ของบริเวณจุดชมวิวที่นี่โอเคมาก รู้สึกอิสระอย่างบอกไม่ถูก อากาศช่างสดชื่นดีแท้ ได้หายใจและสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปได้อย่างเต็มปอดจริงๆ มันคือกำไรของชีวิตจริงๆ มองผ่านผิวน้ำของเขื่อนลำะคองไปทางด้านซ้าย เราจะเจอกับอีกฝั่งที่เป็นภูเขาและเส้นทางรถไฟ แต่บังเอิญช่วงที่เราไปกันไม่มีรถไฟวิ่งผ่าน ไม่อย่างนั้นคงได้ภาพที่สวยเป็นแน่แท้ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะมุมอื่นก็มีสวยๆ อีกเยอะแยะเลย

หันมามองทางด้านขวามือที่ใกล้ๆ กับทางเลี้ยวเมื่อสักครู่ ที่ถนนด้านในสุดจะมองเห็นรถของนักท่องเที่ยวจอดอยู่ นักท่องเที่ยวแต่ละคนก็กำลังสนุกสนานไปกับการชื่นชมธรรมชาติกัน บางคนก็นำเอาเจ็ตสกีมาทำการขี่เล่นกันด้วยเลย ต่างคนต่างก็มีความสุขกันไป

หันมาดูที่เราสองคนก็ไม่น้อยหน้าคนอื่น หลังจากจอด All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 การสร้างภาพก็ได้เริ่มตนขึ้น ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ครั้งนี้ได้นำเอาโดรนไปฝึกบินกันด้วย เพราะสถานที่ตรงบริเวณนี้มันกว้างขวางและไม่มีสิ่งกีดขวางอะไรเลย การฝึกบินโดรนจึงทำได้ง่ายและปลอดภัยอีกด้วย ได้บินเก่งกันก็งานนี้แหละ 5555+

การสร้างภาพด้วยโดรนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งถ่ายภาพเราสองคนคู่กับ All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 และภาพมุมสูงรอบๆ บริเวณจุดชมวิว คำนวณเวลาคร่าวๆ ที่เราอยู่ที่บริเวณก็เป็นชั่วโมงเห็นจะได้ แสงสีส้มอมเหลืองในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้ามันช่างสวยงามยิ่งนัก ลมย็นๆ พัดพาเอาความเย็นจากแม่น้ำพัดมาประทะให้ได้ชื่นใจ หันไปมองรอบๆ บริเวณ จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวยังคงชื่นชมและเก็บเกี่ยวเอาสุขให้ได้มากเท่าที่จะพอทำได้ อากาศอันแสนจะบริสุทธิ์เยี่ยงนี้ไม่ได้ให้เราได้พบเจอกันบ่อยนัก เพราะฉะนั้นการใช้เวลาอยู่เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งนัก ไม่เสียเวลาเลยที่เราสองคนได้เดินทางมาเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้

ทริปนี้ก็ต้องขอขอบคุณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ที่เอื้อเฟื้อยานพาหนะ All-New ISUZU D-Max V-Cross 4×4 สำหรับการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อเที่ยวไทย สไตล์ New Normal กับอีซูซุบอกได้เลยว่ารถคันนี้เหมาะสำหรับการเดินทางไปในทุกสถานที่ และทุกสภาพถนนจริงๆ เชื่อสิ

Previous «
Next »