• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • นั่งมิตซูบิชิ Xpander พาไปเดินเล่นเพลินๆ ที่… “ สุ่ ม ป ล า ยั ก ษ์ ”

นั่งมิตซูบิชิ Xpander พาไปเดินเล่นเพลินๆ ที่… “ สุ่ ม ป ล า ยั ก ษ์ ”

Head

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสุพรรณบุรี จะมีใครไม่รู้จักบ้าง เพราะจังหวัดนี้ถือเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย และมีถนนหนทางที่ดีเอามากๆ ในยุคของนายกที่ชื่อนายบรรหาร ศิลอาชา จังหวัดสุพรรณบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ, วัดป่าเลไลยก์, ตลาดสามชุก, หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย, อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร, อุทยานแห่งชาติพุเตย และอีกหลายๆ สถานที่ที่เอ่ยถึงกันไม่หมด และครั้งนี้เราสองคนก็จะพาไปพบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน และก็ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คในขณะนี้ นั่นก็คือ “สุ่มปลายักษ์” จะยิ่งใหญ่หรือสวยงามขนาดไหน ติดตามกันไปเรื่อยๆ นะครับ

การเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ปฎิเสธไม่ได้และก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คงหนีไปไม่พ้นเรื่องยานพาหนะ และในครั้งนี้สำหรับการเดินทางไปเที่ยวที่สุ่มปลายักษ์จังหวัดุพรรณบุรี เราได้ยานพาหนะคู่การเดินทางที่ตอบโจทย์ครบทุกด้านอย่างเจ้า Mitsubishi All New Xpander ซึ่งเป็นรถยนต์เอนกประสงค์ 7 ที่นั้ง หรือเรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆ คือ เป็นรถแบบครอบครัว ที่สามารถจะพาเราไปได้ทุกที่ทั้งใกล้และไกล รถคันนี้มีที่ใส่ของด้านท้ายของตัวรถกว้างขวางเอามากๆ  สามารถที่จะใส่กระเป๋าเดินทางและสัมภาระได้กันอย่างจุใจ ในส่วนของห้องโดยสารภายในกว้างขวาง สามารถที่จะนั่งกันได้แบบสบายๆ แบบไม่อึดอัด รวมไปถึงที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ คนที่ขายาวๆ ไม่ต้องกังวล เพราะเจ้ามิตซูบิชิคันนี้มีที่ให้เหยียดแข้งเหยียดขาได้อย่างเหลือเฟือจริงๆ 

เราสองคนออกเดินทางในช่วงสายๆ ของวัน แหม! ก็แค่จังหวัดสุพรรณบุรีแค่นี้เอง จะรีบร้อนกันไปใยเล่า ว่ามั้ย? อีกอย่างพวกเราเป็นนักท่องเที่ยวสายชิลล์ๆ แบบไลฟ์สไตล์ด้วยแล้ว ก็แบบว่าไปขับไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเอือย 5555+ เจอที่ไหนสวยก็แวะ ยิ่งถ้าเจอกับร้านกาแฟนี่เป็นขาดไม่ได้เลยทีเดียว เมื่อเจอก็เลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันที่มีร้านกาแฟสิครับ รออะไร ครั้งนี้เราเลยเลือกใช้บริการของปั๊มน้ำมันพีที เพราะที่นี่มีร้านกาแฟพันธ์ุไทยอยู่ด้วย กาแฟรสชาติก็พอได้นะ พนักงานอัธยาศัยและบริการดี เอ่อ! ก็ไม่อยากสาธยายกันเยอะไปกว่านี้ เดี๋ยวจะหาว่าช่วยเขาโฆษณา 5555+

เลี้ยวเข้าปั๊มพีทีก็เลยถือโอกาสเติมน้ำมันให้กับเจ้า Xpander เสียด้วยเลย  ส่วนเราสองคนก็ต้องเติมคาเฟอีนจากกาแฟสิครับ แหม! ก็มันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางไปแล้วจริงๆ ที่ร้านกาแฟเราใช้เวลานั่งรับลมแอร์และฟังเพลงจากครื่องเล่นซาวด์เบ้าท์ได้ประมาณสักยี่สิบนาทีก็ออกเดินทางกันต่อ โดยขับมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางกันที่สุ่มปลายักษ์จังหวัดสุพรรณบุรี

ระหว่างการเดินทางก็ต้องหาสิ่งบันเทิงอารมณ์เสียหน่อย ไอ้ผมก็เป็นคนที่เกิดมาในยุคของอนาล็อกเสียด้วยสิ เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องพกเครื่องเล่นซาวด์เบ้าท์ที่เวลาจะฟังก็ต้องใส่ม้วนเทปคาสเซ็ทเข้าไป โชคดีที่รถยนต์มิตซูบิชิ Xpander คันนี้มีรูเสียบที่รองรับแจ็คขนาด 3.5 มิล. มาให้ อันนี้เจ๋งและชอบมากเลย หลังจากนั้นการเดินทางของเราสองคนก็เลยรื่นลมจากการเสพเพลงจากม้วนเทปในรูปแบบของอนาล็อกกันแบบเพลินๆ และฟินๆ กันไป

ในเรื่องของการเดินทาง รถยนต์มิตซูบิชิ Xpander สร้างความสะดวกสบายให้กับเราได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงโดยอาศัยเครื่องเสียงที่ติดตั้งมากับรถที่ให้ซุ่มให้เสียงที่ดีในระดับต้นๆ อินเทอร์เฟสของจอมอนิเตอร์ดูง่ายและชัดเจน การเชื่อมต่อบลูทูธก็ทำได้ง่ายและรวดเร็ว รวมไปถึงห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบายไม่อึดอัด อุปกรณ์และที่วางแก้วน้ำมีมาให้อย่างเหลือเฟือทั้งทางบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนด้านบนเพดานก็ยังมีช่องสำหรับกระจายความเย็นจากทางด้านหน้าไปสู่บริเวณด้านหลังได้อีก ทำให้ความเย็นสามารถกระจายไปได้อย่างทั่วถึง และที่บริเวณใต้เบาะนั่งด้านข้างคนขับยังมีที่เก็บของให้ด้วย ทำให้ไม่สูญเสียพื้นที่ไปแบบไร้ประโยชน์  อันนี้ชอบจริงๆ มากๆ อีกนั่นแหละ

ช่วงบ่ายๆ เราสองคนก็เดินทางถึงจังหวัดสุพรรณบุรี แต่ก็คุยกันว่าพรุ่งนี้ถึงค่อยออกเดินทางไปเที่ยวที่สุ่มปลายักษ์ คืนนี้ก็ขอนอนพักผ่อนเอาแรง โดยค่ำคืนนี้เราสองคนได้เข้าพักกันที่โรงแรมใกล้ๆ กันกับห้างโลตัสสุพรรณบุรี เพราะที่ข้างๆ ห้างมีตลาดนัดของเก่าวินเทจให้ได้ไปเดินช้อปปิ้งกันเพลินๆ อีกด้วย งานแบบนี้เราสองคนจะพลาดได้ไง ว่ามั้ย?

ช่วงสายๆ ของวันอาทิตย์

เราสองคนเดินทางออกจากที่พักเพื่อมุ่งหน้าไปเที่ยวกันที่สุ่มปลายักษ์ ระยะทางจากที่พักไปยังเป้าหมายก็ประมาณเกือบๆ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณสี่สิบกว่านาทีเท่านั้นเอง  การเดินทางก็สะดวกง่ายดายก็เพียงแค่ปักหมุดจาก Google Maps เท่านั้นเอง ง่ายและสะดวกสำหรับการเดินมางในยุคนี้ และระหว่างการเดินทางก็ยังคงเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงทั้งจากเครื่องเล่นซาวด์เบ้าท์ ในบางครั้งก็เชื่อมต่อบลูทูธเพื่อฟังเพลงจากสมาร์ทโฟนสลับสับเปลี่ยนกันไป ซึ่งรถยนต์คันนี้ก็สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสองแบบ ถือว่าเป็นทางเลือกให้กับการฟังเพลงได้เป็นอย่างดี

ในการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ยานพาหนะที่เราใช้ในการเดินเป็นสีเงิน (Silver) มันจึงเหมาะเอามากๆ กับสภาพของถนนในต่างจังหวัดที่มีฝุ่น ดูๆ มันเลยเหมือนว่ารถไม่ได้เลอะอะไร เป็นการดีไปเสียอีก และด้วยถนนหนทางที่ค่อนข้างดี การขับขี่เลยค่อนข้างง่าย สะดวกสบาย เราขับรถเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณภายในของวัดทองประดิษฐ์ ขับผ่านเลยทะลุไปทางด้านหลังเพื่อที่จะไปนั่งชิลล์ๆ จิบกาแฟสดกันก่อนที่จะไปเดินเล่นกันที่สุ่มปลายักษ์

ร้านกาแฟนี้มีชื่อว่า “Jedi Cafe” เป็นสถานที่ที่เราจะไปนั่งชิลล์ๆจิบกาแฟสดเพื่อรอเวลาให้แดดร่มลมตกกันก่อนที่จะพากันไปเดินเยี่ยมชมสุ่มปลายักษ์ ระหว่างร้านกาแฟและสุ่มปลายักษ์จะมีแม่ลำคลองที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาและหาผักหาปลาดำรงชีพกันมาอย่างยาวนาน ทางด้านขวามือของร้านกาแฟ เราจะมองเห็นสุ่มปลายักษ์กันแบบใกล้ๆ เลย

ที่ร้านกาแฟ  Jedi Cafe เราจะเห็นนักท่องเที่ยวบางส่วนได้ไต่ขึ้นไปยังบริเวณด้านบนสุดของสุ่ม ถัดไปทางด้านซ้ายมือก็จะมีเพิงหลังคามุงที่มุงด้วยจาก เป็นที่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามาออกร้านขายของกินและของใช้ รวมไปถึงอาหารสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อเอาไว้ให้ปลาที่อยุ่ในแม่น้ำได้กิน ใช้เวลานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟก็ร่วมๆ ชั่วโมงก็ได้เวลาที่จะไปเดินชมรอบๆ บริเวณของสุ่มปลายักษ์กัน

เราขับรถออกจากร้านกาแฟเพื่อมาจอดที่บริเวณใกล้ๆ กับสะพานไม้ที่จะข้ามไปยังสุ่มปลายักษ์ บริเวณนี้ก็จะมีจุดขายของจากชาวบ้านที่มาออกร้านรวงจำหน่ายสินค้ากันอีกด้วย นักท่องเที่ยวในวันนี้มีจำนวนไม่มากเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นรื่องเดีสำหรับเราที่จะได้เดินเล่นและถ่ายรูปกันแบบสบายๆ การที่จะเดินไปยังบริเวณสุ่มปลายักษ์ นักท่องเที่ยวก็จะต้องเดินข้ามสะพานโค้ง ซึ่งเป็นสะพานไม้เก่าแก่อายุประมาณ​ 100 ปี เป็นสะพานไม้สำหรับให้ชาวบ้านได้ใช้สัญจรไปมาหาสู่ระหว่างกัน

ยืนอยู่บนสะพานแล้วหันหน้าไปทางด้านขวามือ เราจะมองเห็นสสุ่มปลายักษ์อยู่ไกลๆ ได้อย่างชัดเจน ในลำคลองทางด้านซ้ายมือจะมีผักบุ้งที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้ โดยการใช้ไม้และเชือกกั้นเอาไว้เป็นส่วนๆ ที่บนฝั่งจากบริเวณเชิงสะพานไปจนถึงสุ่มปลายักษ์ จะทำเป็นร้านขายของจากชาวบ้าน ด้านบนหลังคาก็จะมุงด้วยใบจาก เดินลงไปจนถึงปลายสะพานจะมีเรือเอาไว้คอยบริการให้กับนักท่องเที่ยวได้ลงไปล่องเรือกันแบบเพลินๆ โดยนั่งจากจุดที่ลงเรือไปจนถึงบริเวณของสุ่มปลายักษ์ ถือเป็นการช่วยอุดหนุนให้ชาวบ้านมีรายได้อีกด้วย

จากจุดลงเรือไล่ยาวไปจนถึงบริเวณใกลๆ กับสุ่มปลายักษ์ สองข้างจะมีร้านขายของที่ชาวบ้านนำมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ก็มีทั้งพืชผักและผลไม้ที่ชาวบ้านปลูกกันเอง เป็นผักปลอดสารพิษ  บางร้านก็ขายของกิน บางร้านเห็นมีปลาสดๆ ที่ชาวบ้านเพิ่งจับเอามาจากแม่น้ำ ร้านและบริเวณทางเดินทั้งหมดก็จะทำขึ้นจากไม้ไผ่แทบทั้งสิ้น เวลาเดินก็ต้องคอยระมัดระวัง เพราะพื้นจะปูด้วยไม้ไผ่เป็นต้นๆ ลักษณะกลมๆเอามาวางต่อกันมันก็จะลื่นๆ ยิ่งถ้าเป็นฝนตกหรือมีน้ำด้วยแล้ว การเดินก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากๆ

เดินไปก็ทักทายกับพ่อค้าแม่ค้ากันด้วย ชาวบ้านที่นี่น่ารัก อัธยาศัยดีมากๆ ยิ้มทักทายกันดี ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองดี เดินเพลินๆ ก็จะไปเจอกับเครื่องมือจับสัตว์น้ำขนาดเล็กๆ ตั้งอยู่ประมาณครึ่งทาง มีช่องให้เราเดินลอดผ่านเข้าทะลุเพื่อไปยังสุ่มปลายักษ์ได้ ด้านซ้ายมือก็เป็นทางเดินอ้อมเพื่อไปหยุดชมวิวที่เป็นบึงขนาดใหญ่ที่ปลูกดอกบัวหลวง ซึ่งขณะนี้กำลังออกดอกเบ่งบานชูช่อกันอย่างสวยงาม วันนี้นักท่องเที่ยวบางตามากๆ อาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงใกล้ค่ำก็อาจจะเป็นได้ หรือไม่ก็พากันทะยอยกลับกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ดีที่ทำให้เราเดินเที่ยวและถ่ายรูปสะดวก เดินไปก็หยุดถ่ายภาพไปด้วยเป็นระยะๆ ก็เพลิดเพลินดี อากาศช่วงนี้ก็กำลังสบายๆ ไม่ร้อนมากนัก

จากจุดที่มีป้ายหัตถสานบ้านต้นตาลและลอบดักปลา ทางเดินที่จะไปยังสุ่มปลายักกษ์มีสองด้านด้วยกัน ผมเดินย้อนกลับมาทางเดิมในตอนแรกแล้วก็เดินตรงไปยังสุ่มปลายักษ์ ซึ่งทางด้านขวามือเป็นลำคลอง จนกระทั่งเดินไปหยุดอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าที่เป็นส่วนล่างของสุ่มปลายักษ์ แหงนหน้าเงยขึ้นไปยังด้านบนยอด เฮ้ย! สูงมากนะเนี่ย? มองผ่านทะลุช่องประตูทางเข้า จะมองเห็นนักท่องเที่ยวบางคนกำลังปีนไต่บันไดเพื่อขึ้นไปเที่ยวยังบริเวณด้านบนสุด

ที่ด้านล่างของสุ่มปลายักษ์จะมีเนื้อที่กว้างพอสมควร พื้นปูด้วยไม้ไผ่ที่ทำเป็นซี่เล็กๆ ขนาดหนึ่งนิ้วสานต่อกันเป็นผืน ดูแล้วก็แข็งแรงดี เดินวนดูรอบๆ บริเวณแล้วก็ก้าวขึ้นบันไดเพื่อที่จะไปชมวิวด้านบน ก็ยังคิดไม่ออกว่าด้านบนมันจะมีลักษณะอย่างไร ก็ได้แต่มโนหรือคิดเอาเอง

สุ่มปลายักษ์จะมีทั้งหมด 8 ชั้น เพราะฉะนั้นการขึ้นบันไดเพื่อขึ้นยังด้านบนสุดจะต้องเพิ่มความระมัดระวังดีที่วันที่ไปเที่ยวฝนไม่ตกการเดินหรือไต่ไม้ไผ่กลมๆจึงค่อนข้างโอเคนี่ถ้าเกิดฝนตกด้วยแล้วเป็นได้ลื่นและอันตรายแน่ๆ

สุ่มจับปลา” เป็นเครื่องมือหาปลาชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในเครื่องจับสัตว์น้ำประเภท “ลอบ” และ “ไซ” ทำขึ้นจากไม้ไผ่ที่สานให้เป็นรูปร่าง ด้านบนทำเป็นช่องสำหรับเอามือล้วงเข้าไปเพื่อหยิบปลา ส่วนด้านล่างจะเปิดกว้างกว้างด้านบน เวลาหาปลาก็จะเดินไปเรื่อยๆ ถ้าเจอปลาก็ใช้สุ่มกดครอบลงไปแล้วก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบปลาขึ้นมา

สำหรับสุ่มปลายักษ์ก็เกิดจากชาวบ้านร่วมมือร่วมแรงกันทำขึ้นมา เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของผู้คนทั่วไป โดยเอาสัญลักษณ์ที่เป็นวิถีของชาวบ้านที่ใช้ในการดำรงชีพหาปูหาปลา แต่ทำให้มีขนาดใหญ่ โดยใช้ไม้ไผ่ประกอบเป็นสุ่มทั้งหมดประมาณ 5,000 ชิ้น มีทั้งหมด 8 ชั้นด้วยกัน ในแต่ละชั้นก็จะมีบันไดสำหรับให้นักท่องเที่ยวไต่ขึ้นไปยังชั้นจนถึงด้านบนสุด และที่ด้านบนเมื่อขึ้นไปแล้วจะกลายเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุด โดยมีมุมมองทั้งหมดถึง 360 องศา 

ไหล่ข้างหนึ่งก็สะพายกล้องที่ติดเลนส์เทเล่ที่หนักเอาเรื่อง ในขณะที่มือด้านซ้ายก็ต้องเอื้อมไปยึดขับกับไม้ไผ่เพื่อดึงตัวขึ้นไป อืม! ลำบากนะแต่ก็สนุกดี เมื่อขึ้นไปแล้วก็จะเจอกับพื้นกว้างๆ เหมือนชั้นแรก ดูจากลักษณะของพื้นก็แข็งแรงดี ผมเดินดูและถ่ายรูปรอบๆ บริเวณได้หนึ่งรอบก็ขึ้นไปยังชั้นสอง หันกลับไปมองยังสะบัวทางด้านล่างขวามือ ยัคงมีนักท่องเที่ยวเดินชมดอกบัวและถ่ายรูปเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน

จากชั้นสองก็ไต่บันไดขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านชั้นที่สาม ชั้นที่สี่ จนถึงชั้นที่เจ็ด เอาละสิคราวนี้ เงยหน้าแหงนทองขึ้นไปยังด้านบน มองเห็นบันไดที่สูงชันกว่าชั้นอื่นๆ มองเห็นช่องเล็กๆ ที่เราจะมุดโผล่ขึ้นไปยังด้านบนสุดค่อนข้างเล็ก การก้าวขึ้นบันได้ก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าเดิม ไหนจะกล้องถ่ายรูป ไหนจะน้ำหนักตัว ไหนแขนข้างซ้ายจะไม่ปกติเพราะใส่น็อตอยู่ด้วย สุดท้ายเหตุการณ์ก็ผ่านไปด้วยดี เฮ้อ! รอดตัวไปเรา และระหว่างที่ขึ้นไปยังบริเวณชั้นบนสุด มีนักท่องเที่ยวสามคนร่วมเดินทางมาด้วย เป็นเด็กๆ สองคนและผู้ใหญ่หนึ่งคน ดีเลย (นึกอยู่ในใจ) ครั้งนี้ผมได้นายแบบแล้ว 5555+ 

พอลอดช่องโผล่ขึ้นไปยังบริเวณด้านบนสุด ลุกยืนพร้อมกับจับกล้องให้เข้าที่ ยืนขึ้นและมองรอบๆ บริเวณ โอ้ว! มันช่างสวยงามและสดชื่นจริงๆ ความรู้สึกอิสระอย่างบอกไม่ถูก  ด้วยขนาดของพื้นที่ด้านบนที่กว้างพอประมาณ มันทำให้เราได้เดินวนดูรอบๆ แบบมุมมอง 360 องศา ด้านบนนี้จะทำเป็นปากของสุ่มปลายักษ์ มีขอบสูงที่ทำด้วยไม้ไผ่กั้นอยู่รอบๆ เป็นวงกลม สภาพโดยรวมแข็งแรงดีมาก ผมเดินมาหยุดอยู่ที่ริมๆ บริเวณที่เรียกว่าปากของสุ่มปลายักษ์ ก้มมองลงไปยังบริเวณด้านล่างรู้สึกเสียวเล็กน้อย ทางด้านซ้ายมือที่เป็นลำคลอง จะมองเห็นเรือที่บริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนตัวผ่านไปทางด้านขวามืออย่างช้าๆ ตรงบริเวณริมคลองฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นร้านกาแฟ ไกลๆ ออกไปทางด้านขวามือจะมองเห็นวัดและสะพานไม้ 100 ปี

สำหรับทางด้านซ้ายมือสุด จะเจอกับลำคลองที่ยาวคดเคี้ยวดูคล้ายๆ กับงูเหมือนกันนะ ติดกันทางด้านซ้ายมือจะมีนาข้าวที่กำลังเขียวขจีที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้ สายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านในยามที่พระอาทิตย์ใกล้อัสดง บวกกับความเขียวชะอุ่มของนาข้าว มันช่างสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ อะไรมันจะอิสระและมีความสุขเยี่ยงนี้นะ (บอกกับตัวเองในใจ)

คราวนี้หันมามองวิวด้านตรงกลางและทางขวามือกันบ้าง ที่บริเวณตรงกลางถ้าหันหน้าไปทางวัด จะมองเห็นทางเดินที่สองข้างทางมีร้านขายของจากชาวบ้าน มองเห็นแนวของหลังคาเป็นสันคล้ายๆ หลังของงู บริเวณติดกับริมคลองเราจะมองเห็นร้านค้าที่สร้างยื่นออกไป ติดกันก็จะมีแปลงผักบุ้งสีเขียวเป็นแนวยาวที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้กินและเอาไว้เพื่อขาย หันไปทางด้านขวามือถัดจากร้านค้าจะมีสระหรือบึงบัวขนาดใหญ่ ดอกบัวกำลังออกดอกชูช่อสีชมพูหวานๆ ให้เราได้ชื่นชม มองเห็นนักท่องเที่ยวหลายคนกำลังสนุกและเพลิดเพลินอยู่กับการถ่ายรูปกัน อากาศในตอนนี้กำลังสบายๆ ถึงแม้จะมีแสงแดดแต่ก็อ่อนเรี่ยวแรงลงแล้ว บวกกับสายลมที่กำลังทำหน้าที่พัดโบกให้เราได้คลายร้อน

ที่บริเวณด้านบนของสุ่มปลายักษ์นี้ การถ่ายภาพเพื่อบันทึกความสวยงามและความทรงจำจึงเป็นเรื่องที่ควรกระทำ ภาพแล้วภาพเล่าถูกบันทึกด้วยกล้องตัวโปรด จนกระทั่งคิดว่าได้เวลาอิ่มเอมกับรสชสติและความสวยงามของธรรมชาติแล้ว การกลับไปยังเบื้องล่างก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน ดีนะที่ร่างกายและแข้งขายังใช้งานได้ดีอยู่ มิฉะนั้นก็คงหมดสิทธิ์ที่จะขึ้นมาชมความสวยงามยังด้านบนนี้ได้ มันช่างคุ้มค่ากับการลงทุนและลงแรงจริงๆ หายเหนื่อเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ยืนสูดอากาศอันบริสุทธิ์ ยังเสียดายแทนคนที่ไม่ได้ขึ้นมา หรือใครหลายๆ คนที่คิดเอาเองว่าคงไม่สวยหรอก อย่าขึ้นไปเลย ลำบาก นั่นคือการคิดผิดอย่างมหันต์ แต่สำหรับผมแล้ว ต้องบอกได้คำเดียวเลยว่าคุ่มค่าจริงๆ

ขากลับที่เดินลงไปนี่ก็สบายหน่อย อ๊ะ! อ๊ะ แต่ก็อย่าชะล่าใจไป เพราะยิ่งต้องระมัดระวังเหมือนกันนะ การลงบันไดไปยังบริเวณด้านล่างต้องใช้วิธีเดินถอยลงไปทีละก้าวอย่างช้าๆ แต่มันไม่ต้องแบกน้ำหนักกันมากนัก ไม่ต้องโหนตัวเท่าไหร่ ขากลับก็ใช้เวลาเร็วกว่าขาขึ้น ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ลงไปถึงยังบริเวณชั้นล่างสุด นักท่องเที่ยวเริ่มบางตากันบ้างแล้ว อาจจะเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้ใกล้จะถึงเวลาปิด พ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มพากันเก็บข้าวเก็บของเพื่อที่จะกลับบ้านเช่นเดียวกันกับนักท่องเที่ยว ใช้เวลาเดินทางกลับไปยังบริเวณที่รถจอดไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้นเอง การเดินทางมาเที่ยวในครั้งนี้นี้ก็เป็นอันสิ้นสุดลงไปด้วยดี

สำหรับทริปท่องเที่ยวสุ่มปลายักษ์นี้ เราได้ยานพาหนะที่ตอบโจทย์รอบด้าน เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่สามารถใช้งานกันอย่างครอบคลุม มาพร้อมด้วยอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกแบบตรบๆ ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง มีช่องเก็บของจำนวนมากให้เลือกใช้กันอย่างสะใจ สะดวกสบายด้วยช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า DC 12 โวลท์ที่มีมาให้มากถึง 3 จุด ในเรื่องเครื่องเสียงสามารถควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงได้ด้วย ที่ชอบมากที่สุดสำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงจากเครื่องเล่นที่มีแจ็คขนาด 3.5 รถยนต์คันนี้ก็มีมาให้ การเดินทางในครั้งนี้ ผู้เขียนเองก็เลยเพลิดเพลินไปกับการต่อฟังเพลงจากเครื่องเล่นเทปที่เป็นซาว์เบ้าท์ ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้ก็มีรถยนต์ไม่กี่ยี่ห้อที่ยังคงให้ความสำคัญกับแจ็คขนาด 3.5 ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการฟังเพลงได้เป็นอย่างดี อันนี้ชอบมากจริงๆ 

ขอขอบคุณ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์ Mitsubishi All New Xpander สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวสุ่มปลายักษ์ในครั้งนี้

Previous «
Next »