• Homepage
  • >
  • News
  • >
  • ธนชาตประกันภัย รับรางวัล Prime Minister Road Safety Awards 2565 ตอกย้ำความมุ่งมั่นโครงการ “พลังชุมชนสร้างถนนปลอดภัย”

ธนชาตประกันภัย รับรางวัล Prime Minister Road Safety Awards 2565 ตอกย้ำความมุ่งมั่นโครงการ “พลังชุมชนสร้างถนนปลอดภัย”

ธนชาตประกันภัย ได้รับคัดเลือกเป็นองค์กรเอกชนที่มีผลงานดีเด่น ด้านความปลอดภัยทางถนน Prime Minister Road Safety Award ประจำปี 2565 งานสัมมนาวิชาการความปลอดภัยทางถนนระดับชาติ ครั้งที่ 15ตอกย้ำความสำเร็จซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนที่ต่อเนื่องของโครงการ “พลังชุมชนสร้างถนนปลอดภัย” พร้อมขอบคุณทุกชุมชนและเครือข่าย ร่วมสร้างกลไกจัดการความเสี่ยงอุบัติเหตุบนถนนสายรองได้ตั้งแต่ต้นทาง จนทำให้ปลายทางกว่า 30 ชุมชน สถิติอุบัติเหตุลดลงกลายเป็นศูนย์  

นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัล “องค์กรเอกชนที่มีผลงานดีเด่น ด้านความปลอดภัยทางถนน (Prime Minister Road Safety Award)” ประจำปี 2565 จากโครงการ “พลังชุมชนสร้างถนนปลอดภัย” โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยบนท้องถนน ครั้งที่ 15 ทศวรรษใหม่ วิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัยต้องมาก่อน” ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ภาคีเครือข่ายการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

              นายพีระพัฒน์ กล่าวว่า ธนชาตประกันภัยในฐานะผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยรถยนต์รายใหญ่ ยึดนโยบายความสำเร็จของธุรกิจที่ต้องเดินไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งโครงการ “พลังชุมชนสร้างถนนปลอดภัย” ดำเนินการต่อเนื่องมาจากโครงการ “รวมพลังชุมชน สร้างถนนปลอดภัย” หรือ Safer On The Road มุ่งแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทางของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ปลายทางได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด โดยการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการลดปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตามถนนในหมู่บ้านและในชุมชน ผลักดันให้ชุมชนเป็นกลไกหลักในการลดจุดเสี่ยงบนถนน ผ่านกระบวนการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ว่า อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางใกล้ๆ บนถนนสายสั้นๆ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ถูกมองข้ามเรื่องความปลอดภัย และต้องเลิกที่จะเพิกเฉยกับวิถีการใช้ถนนแบบเดิมๆ ที่เป็นภัยร้ายใกล้ตัว

              “ความสำเร็จในวันนี้ เราต้องขอขอบคุณความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเครือข่ายและทุกชุมชนทั่วประเทศ  โดยตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ที่ได้รับเครื่องมือและอุปกรณ์ลดความเสี่ยงที่เป็นประโยชน์ด้านสาธารณะจราจร ทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองลดลง รวมแล้ว 31 พื้นที่ และจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุของแต่ละพื้นที่ เช่น เทศบาลตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่, อบต.บ้านหนุน อำเภอสอง จังหวัดแพร่, อบต.สะเนียน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน, อบต.ศรีภูมิ ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์, เทศบาลตำบลนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์, อบต.บ้านยาง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันพบว่าการเกิดอุบัติเหตุบนถนนของชุมชนเหล่านี้ลดลงกลายเป็นศูนย์ หลังจากที่ได้รับการปรับปรุงจุดเสี่ยง จากที่ก่อนหน้านี้ในพื้นที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความปลอดภัยทางถนนของทุกชุมชนนั้นเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน หากมีกลไกกระบวนการดำเนินการที่ชัดเจน มีการแก้ไขจุดเสี่ยงให้เหมาะสมกับสถานการณ์  ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารจัดการของแต่ละชุมชนเอง” นายพีระพัฒน์ กล่าว  

ทั้งนี้ โครงการพลังชุมชนสร้างถนนปลอดภัย ดำเนินการภายใต้แนวคิดหลักที่ต้องการสร้างมาตรฐานพฤติกรรมทางสังคมใหม่ มุ่งส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนที่คนในชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมมือกันทำได้ โดยเริ่มจากการให้ชุมชนสามารถวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ได้อย่างรอบด้านและคิดเสนอวิธีแก้ปัญหาได้เอง ทั้งความเสี่ยงด้านกายภาพหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยบนท้องถนน และความเสี่ยงจากพฤติกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่เกิดจากการวิถีชีวิตของคนในชุมชน ความเคยชินต่างๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยการสร้างแหล่งความรู้ และสร้างกระบวนการคิดเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาและวิธีการลดอุบัติเหตุบนถนนอย่างยั่งยืน ด้วย 7 ขั้นตอนสำคัญของโครงการฯ ที่ช่วยให้ชุมชนเรียนรู้ เข้าใจและสามารถสะท้อนปัญหารวมถึงวิธีการแก้ไข ผ่านเว็บไซต์ “พลังชุมชนสร้างถนนปลอดภัย” โดยธนชาตประกันภัย สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานแก้ไขจุดเสี่ยง ชุมชนละ 200,000 บาท เข้าทำงานกับชุมชนดำเนินการติดตั้งป้ายจราจร ป้ายเตือนภัย ป้ายจำกัดความเร็ว ทาสีตีเส้นแบ่งเล่นจราจรให้ชัดเจน ทำทางม้าลายให้กับแหล่งชุมชนต่างๆ ทั้งวัด โรงเรียน สถานที่ราชการ รวมถึงการจัดอบรมสร้างความตระหนักรู้ในการใช้รถใช้ถนน เรียนรู้กฎหมายจราจร เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมทางสังคมของคนในทุกชุมชน อีกทั้งโครงการฯ ยังได้ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถทำงานร่วมกับภาครัฐและเครือข่าย เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาจุดเสี่ยงอุบัติเหตุของหมู่บ้านให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลภายใต้แผนทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนอีกด้วย…/

Previous «
Next »