• Homepage
  • >
  • Special Scoops
  • >
  • ทดลองนั่ง All-New Mazda CX 8 เส้นทาง : เชียงราย – เชียงใหม่

ทดลองนั่ง All-New Mazda CX 8 เส้นทาง : เชียงราย – เชียงใหม่

อีกครั้งกับการเดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมกับทางค่ายรถยนต์มาสด้า ประเทศไทย เป็นกิจกรรมที่ทางค่ายรถยนต์ต้องพานักข่าวทั้งสายรถยนต์และสายไลฟ์สไตล์ ไปเข้าร่วมการทดสอบรถยนต์ All-New Mazda CX-8 เพื่อที่จะได้มาบอกกล่าวเล่าขานให้รับรู้ถึงสมรรถนะของรถยนต์รุ่นนี้กันโดยเฉพาะ และครั้งนี้ก็ได้เดินทางไปทำกิจกรรมทดสอบกันไกลถึงจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่กันเลยทีเดียว จะได้รู้กันหละว่าเจ้ารถยนต์ All-New Mazda CX-8 คันนี้ ตอบโจทย์กันอย่างไรบ้าง เดี๋ยวได้รู้กัน ตามไปเรื่อยๆ ครับ

วันแรกของการเดินทาง

เช้าของวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562 พวกเราที่อยู่ในกรุ๊ป B ก็ได้ไปรวมตัวกันยังจุดนัดพบที่ร้านอาหารเอสแอนด์พี สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ นักข่าวที่เข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ต่างก็คุ้นเคยกันอยู่แล้วทั้งนั้น หลังจากนั้นก็พากันขึ้นเครื่องบินเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย ใช้เวลาในการเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสนามบินเชียงราย

ลงจากเครื่องที่สนามบินเชียงรายก็เดินออกไปรับกระเป๋าเดินทาง หลังจากนั้นก็เดินตรงไปยังรถบัสโคชคันใหญ่ที่ทางทีมงานมาสด้าจัดเตรียมเอาไว้ก่อนที่จะเดินทางมุ่งหน้าสู่ที่พักที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท ใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีก็ถึง ลงจากรถพร้อมกับลากกระเป๋าเพื่อทำการเช็คอินรับกุญแจห้อง รับเสื้อที่ทางมาสด้าแจกให้ใส่ในวันทดสอบของอีกวัน 

 
 

เวลาประมาณห้าโมงเย็นก็ได้ไปรวมตัวกันในห้องเพื่อรับฟังรายละเอียดและสมรรถนะของรถยนต์ All-New Mazda CX-8 รวมไปถึงหมายกำหนดการของกิจกรรมในครั้งนี้ บรรยากาศภายในห้องอบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ ส่วนมากก็คุ้นเคยกันอยู่แล้วด้วย

เวลาร่วมๆ ชั่วโมงก็ได้เวลาดินเนอร์เพื่อรับประทานอาหารในมื้อค่ำกัน โดยทางมาสด้าได้จัดโต๊ะรับประทานอาหารในรูปแบบ Wine Pairing with Dinnder Course ชนิดที่ว่าหรูหราโดนใจนักข่าวอย่างพวกเราแบบประทับใจกันสุดๆ เลยก็ว่าได้ อาหารและเครื่องดื่มจัดมาเสิร์ฟกันอย่างเต็มพิกัด รับประทานอาหารไปก็เสพดนตรีที่บรรเลงกันแบบเล่นสดๆ เพลิดเพลินเจริญใจกันไปเลยงานนี้

รุ่งเช้าวันใหม่ของการเริ่มทดลองนั่ง All-New Mazda CX-8

อากาศในยามเช้าที่เชียงรายในยามนี้ก็เริ่มที่จะเย็นลงแล้ว หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมทดสอบ All-New Mazda CX-8 ก่อนที่จะออกเดินทางก็ไปรวมตัวถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน คันของพวกเราได้เป็นรถหมายเลข 4 จากรถทั้งหมด 10 คันที่ทำการทดสอบ ได้เป็นรถคันสีขาวเครื่องยนต์ดีเซล รุ่น XDL เครื่องยนต์ขนาด 2.2 สมาชิกร่วมเดินทางก็มีกันทั้งหมดสี่คนจากสื่อหลายสำนัก เริ่มจากคนแรกก็คือพิชัย(แว่น) จากเว็บไซต์ Drivetripper คนที่สองสมชายจากหนังสือพิมพ์ Auto Preview และผมผู้เขียนจากเว็บไซต์ joinalifethailand.com และคนสุดท้ายเป็นผู้หญิงคือคุณจอย(ณัฐนันท์) จากเพจ Foto Info

ในการเดินทางช่วงแรกของการทดสอบ คนขับคนที่หนึ่งซึ่งก็คือแว่น(พิชัย) จาก Drive Tripper เป็นคนขับ โดยมีจุดหมายที่จะต้องไปแวะนั่นก็ก็คือ ไร่หอมแผ่นดิน จ.เชียงราย โดยมีระยะทางของการขับทดสอบจากโรงแรมไปถึงจุดหมายก็ประมาณ 76 กิโลเมตรได้ เมื่อพร้อมแล้วขบวนรถทั้งหมดก็ได้พากันทะยอยเคลื่อนตัวออกจากโรงแรม ในแต่ละคันก็เพียบพร้อมไปด้วยเสบียงที่เป็นขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่ม เดินทางไปก็หยิบขนมขึ้นมากินเพลินๆ ตลอดช่วงของการเดินทางกันได้เลย น่านปะไร อิ่มเอมตลอดช่วงของการเดินทาง 

สำหรับ All-New Mazda CX-8 เป็นรถที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานและตอบโจทย์จริงๆ คันไม่ใหญ่มากและเล็กมากจนเกินไป เป็นการผสมผสานระหว่าง Mazda CX-5 และ Mazda CX-9 เพื่อให้เกิดความลงตัวในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสูงและความยาวของตัวรถเอง เวลาจะก้าวขึ้นและก้าวลงสามารถทำได้สะดวกสะบาย รวมไปถึงทัศนวิสัยในเรื่องของมุมมองในการขับขี่

ในช่วงแรกของการทดสอบที่มีแว่น(พิชัย)เป็นคนขับ เราสัมผัสและรับรู้ถึงสมรรถนะของ Mazda CX-8 ได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการยึดเกาะถนนทั้งทางตรงและในช่วงเข้าโค้ง การยึดเกาะถนนทำได้ดี ตัวรถไม่มีอาการสั่นไหวและเกิดอาการโคลงแต่อย่างใด การเก็บเสียงทำได้ดีเอามากๆ อันนี้ต้องยอมรับว่าทางมาสด้าทำออกมากได้ดีเหนือคู่แข่งจริงๆ  เอ! พูดต่อดีมั้ยะ 5555+ ก็ประมาณว่าให้ความสำคัญและใส่ใจเอามากๆ

ในระหว่างที่ขับๆ กันไป พวกเรากก็สร้างภาพกันไปอย่างสนุกสนาน แว่นขับทดสอบได้สะใจสมกับที่เป็นนักขับทดสอบจริงๆ บางช่วงก็อัดและทดลองกันแบบสะใจ ผมถึงกับบอกว่าชอบๆ เอาอีก เอาอีกในขณะที่แว่นเองก็บอกว่าไหวกันหรือเปล่า จะอ๊วกกันมั้ยครับ ประมาณว่าเป็นห่วงคนที่นั่งร่วมไปด้วย พวกเราก็บอกว่าโอเค ไม่มีปัญหา ทนได้สบายๆ และในช่วงเวลาประมาณเก้าโมงกว่าๆ ก็เดินทางถึงไร่หอมแผ่นดิน ซึ่งเป็นจุดแวะพักในช่วงแรกของการขับทดสอบ All-New Mazda CX-8

หลังจากดับเครื่องยนต์เสร็จก็พาเดินเข้าไปภายในร้านกาแฟ ในขณะที่ทางทีมงานของมาสด้าก็ได้จัดเตรียมเครื่องดื่มเอาไว้ให้อยู่ก่อนแล้ว ของผมก็นี่เลย “อเมริกาโน่เย็นหวานน้อย” ส่วนของคนอื่นผมไม่รู้ 5555+ รับเครื่องดื่มเสร็จก็เดินไปหามุมเพื่อสร้างภาพกัน ในขณะที่คันอื่นๆ ก็พากันทะยอยเดินทางกันเข้ามาเรื่อยๆ จนครบ เจอกันต่างก็ทักทายและถ่ายรูปกัน มุมโน้นที มุมนี้ที เพลินเพลินกันไป

สำหรับสถานที่แห่งนี้ถือว่าออกแบบตกแต่งได้โอเคมากๆ ด้านล่างข้างหลังยังร้านมีแปลงองุ่น ซึ่งในขณะนี้กำลังออกลูกสีเชียวสดๆ กันเต็มไปหมด ถ่ายรูปกันไปเป็ฯจำนวนหลายสิบรูป มีจับและสัมผัสผลองุ่นกันด้วยเพื่อความสมจริงๆ 5555+ ในขณะที่กำลังจะเดินกลับขึ้นไปยังด้านบน สายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายที่เขียนว่าห้ามจับผลองุ่นอ้าว! ซะงั้นกรู ผมไม่ได้เจตนา ก็มันมองไม่เห็นจริง จริ๊ง 5555+

จากร้านกาแฟไร่หอมแผ่นดินก็เดินทางต่อไปยังจุดแวะพักที่สอง นั่นก็คือ “ร้านอาหารจีนยูนนาน” เพื่อร่วมรับประทานอาหารของมื้อเที่ยง ช่วงนี้คนขับก็ยังเป็นแว่น(พิชัย) จากเว็บไซต์ Drivetripper เหมือนเช่นเคย ก็แว่นขับดีไง งั้นก็ทำหน้าที่เป็นไดรเวอร์ต่อไปนะแว่น 5555+ จากไร่หอมแผ่นดินไปยังร้านอาหารระยะทางประมาณ 62 กิโลเมตรเท่านั้นเอง แว่นบอกจิ้บๆ ครับ อากาศช่วงเดือนพฤศจิกายนกำลังสบายๆ เพราะเข้าหน้าหนาวแล้ว แหม! มาสด้าก็ช่างสรรหาช่วงเวลาทดสอบรถได้ดีจริงๆ ชอบ ชอบ

เส้นทางที่มุ่งหน้าสู้ร้านอาหารจีนยูนนานก็ถือว่าดีเอามากๆ บางช่วงก็มีคดเคี้ยวบ้าง วิ่งสวนเลนกันบ้าง แต่สำหรับ All-New Mazda CX-8 ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด ก็ด้วยที่เป็นรถที่มีสมรรถนะเพียบพร้อมและเต็มเปี่ยมในหลายๆ ด้านอยู่แล้ว จึงสอบผ่านได้อย่างสบายๆ

ในเรื่องของความเย็นที่ได้จากแอร์คอนดิชั่นของ All-New Mazda CX-8 ก็ต้องว่าเย็นสะใจจริงๆ มีบ่างช่วงที่คนนั่งเบาะหลังหันมาบอกว่าทำไม่มันไม่เย็น ไอ้ผมก็สงสัย เพราะด้านหน้าที่เรานั่งก็เย็นฉ่ำเสียยิ่งกว่ากระไร จนเราต้องเอามือไปปรับอยู่บ่อยๆ ที่ไหนได้ ทางด้านหลังปรับไปทางเครื่องหมายสีแดงซึ่งเป็นเป็นฮีตเตอร์  อ้าวซะงั้น ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงพวกเราก็พาเดินทางถึงร้านอาหารจีนยูนนาน ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเวลาก็ 11.00 พอดิบพอดี หิวสิครับเวลานี้

เดินทางไปถึงก็มีทีมงานคอยต้อนรับอยู่แล้ว เดินไปทักทายกับเพื่อนสื่อคนอื่นๆ ในเรื่องของสมรรถนะกันบ้าง เรื่องอื่นๆ ที่ได้ทำการทดสอบกันบ้าง ต่างก็พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้สัมผัสกันมา สำหรับคันของพวกเรา ด้านท้ายที่เป็นที่นั่งแถวสามไม่สามารถที่จะปรับเป็นปกติได้ เพราะมีกระเป๋าสัมภาระหลายใบที่จะต้องใส่ไม่เฉพาะเราสี่คนเท่านั้น ยังมีกระเป๋าของเพื่อนสื่อคนอื่นเอามาฝากอีก ก็เลยหมดเสิทธิ์ที่จะนั่งทดสอบเบาะที่นั่งแถวสาม แต่ก็ไม่เป็นไร ลองนั่งของคันอื่นที่ว่างๆ ก็ได้ พอเปิดประตูด้านหลังเพื่อที่จะก้าวเข้าไปนั่ง เราต้องดึงก้านปรับเบาะแถวสองเพื่อเลื่อนไปด้านหน้า

หลังจากนั้นก็ก้าวเข้าไปยังเบาะแถวที่สาม ก็ก้าวขึ้นไปได้อย่างง่ายดายและสะดวก เข้าไปแล้วรู้สึกได้ว่านั่งสบาย ไม่อึดอัดหรือติดขัดอะไร เราสามารถที่จะหย่อนและวางขาได้ง่ายๆ ถ้ารู้สึกคับแคบ เราก็สามารถที่จะเลื่อนเบาะของแถวสองไปด้านหน้าได้อีกเล็กน้อย อืม! นั่งสบายและตอบโจทย์จริงๆ ถือว่าทางมาสด้าเป็นเจ้าแรกที่คิดทำเบาะแถวสามมาให้ใช้งานได้แบบว่าใช้งานได้จริงๆ ผมสงสัยก็เลยถามเพื่อนสื่อจากค่ายอื่นว่านั่งระยะทางไกลๆ โอเคหรือเปล่า? เขาบอกว่าโอเคมากๆ เลย สบายๆ แต่ถ้าคนตัวใหญ่มากๆ ก็อาจจะเป็นปัญหาบ้าง แต่ถ้าคนตัวเล็กๆ หรือเด็กๆ สบายเลย

สำหรับมื้อกลางวันที่ร้านอหารจีนยูนนานนี้ ทางมาสด้าจัดมาให้ชนิดที่ว่าอิ่มกันสุดๆ เลยจริงๆ แวะที่ไหนก็กินที่นั้น ประมาณนี้ ก็ต้องยอมรับเลยว่า เดี๋ยวนี้ทางค่ายรถยนต์ที่จัดกิจกรรมการทดสอบ ก็เริ่มหันมาทดสอบกันในรูปแบบไลฟ์สไตล์ หรือขับทดสอบแบบผู้ใช้งานจริงๆ ขับจริง บอกจริงๆ ทำให้ให้คนอ่านหรือลูกค้าที่จะซื้อรถ จะได้รับรู้เรื่องราวของการขับทดสอบและใช้งานจากตัวรถยนต์จริงๆ

เวลาประมาณเที่ยงๆ ก็พากันออกเดินทางไปยังจุดแวะพักที่สาม นั่นก็คือ “ร้านโกหลัก”  คราวนี้ก็ได้เวลาเปลี่ยนคนขับ ครั้งนี้เป็นคิวของสมชายจากหนังสือพิมพ์ Auto Preview ในส่วนของผมก็ทำหน้าที่สร้างภาพและทดลองนั่ง เพื่อที่จะได้สัมผัสกับสมรรถนะของ All-New Mazda CX-8 เหมื่อนเช่นเคย

เวลาประมาณเที่ยงๆ ก็พากันออกเดินทางไปยังจุดแวะพักที่สาม คราวนี้ก็ได้เวลาเปลี่ยนคนขับ ครั้งนี้เป็นคิวของสมชายจากหนังสือพิมพ์ Auto Preview ในส่วนของผมก็ทำหน้าที่สร้างภาพและทดลองนั่งเพื่อที่จะได้สัมผัสกับสมรรถนะของเจ้า Mazda CX-8 เหมื่อนเช่นเคย

จากร้านอาหารจีนยูนนานเพื่อเดินทางไปยังร้านโกหลัก ระยะทาง 77 กิโลเมตร สมชายทำหน้าที่เป็นคนขับในเส้นทางนี้ สไตล์การขับของสมชายแตกต่างจากแว่นอย่างสิ้นเชิง ไม่เร่งและไม่รีบมาก ชิลล์ๆ ไปเรื่อยๆ แซงได้ก็แซง แซงไม่ได้ก็ค่อยว่ากัน ประมารว่าขับทดสอบแบบการใช้ชีวิตจริงๆ ในสไตล์ที่เรียบง่าย ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง แบบนี้ก็ปลอดภัยดีนะผมว่า ซึ่งในการใช้ชีวิตจริงก็ประมาณนี้ ถ้าเกินจากนี้มันก็เสียวนะ 5555+ เส้นทางก็อีกนั่นแหละ มีทั้งคดเคี้ยวบ้าง ทางตรงบ้าง บางช่วงที่คดเคี้ยวก็เป็นขดๆ เหมือนกับลำใส้ อันนี้มโนเอาครับ 5555+ ดีนะที่เป็นสมชายขับ ถ้าเป็นแว่นขับหละก็ ผมว่ามีคลื่นเหียนอาเจียนเป็นแน่แท้ อันนี้แหย่เล่นนะ 5555+

ในช่วงระหว่างเดินทางก็มีสร้างภาพกันตลอดเวลา ขับๆ ไปก็เหลืออยู่แต่เราคันเดียว คันอื่นๆ ไม่รู้ไปถึวไหนกันแล้ว ก็ประมาณว่าต่างคนต่างไป แบบฟรีรัน ก็ตั้งพิกัดจาก Google Maps ไปยังจุดหมายเท่านั้นเอง ก็แล้วว่าใครจะถึงก่อนถึงหลังว่างั้น ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาทีก็ถึงร้านโกหลัก ที่นี่เราก็แวะพักผ่อนเพื่อกินขนมและเครื่องดื่มกันพอหายเหนื่อย

ในช่วงเที่ยงๆ แบบนี้ ร้อนสิครับ ก็พระอาทิตย์ตรงหัวกันซะขนาดนี้ ร้อนสิรออะไร แต่พอได้เครื่องดื่มเย็นๆ จากทางทีมงานมาสด้า ความร้อนก็มลายหายไปสิ้น วิเศษจริงๆ 5555+

สำหรับร้านโกหลัก เป็นร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่นโกหลักร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่นที่ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นร้านกาแฟที่จำลองบรรยากาศของอาคารและการจัดสวนสไตล์ญี่ปุ่นเอาไว้ ที่นี่ยังแบ่งเป็นหลายโซนลดหลั่นกันไป ชั้นล่างจะเป็นน้ำตกและลำธารจำลอง ทางด้านขวามือใกล้ๆ กับน้ำตกก็จะมีซุ้มประตูเสาโทริอิสีแดงตั้งตระหง่านมองเห็นเด่นชัด ที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างก็คือ ที่นี่จะมีสวนอินทผาลัมจำนวนมาก จึงมีเมนูเด็ดของร้านและถือเป็น Signature นั่นก็คือน้ำอินทผาลัม เอาไว้คอยบริการให้กับลูกค้าได้ลิ้มชิมชิมรสชาติกันด้วย ผมลองชิมแล้วก็ต้องว่ารสชาติดีจริงๆ มีรสเปรี้ยวอมหวาน อร่อยเลยหละ ไม่เชื่อก็ลองหาโอกาสไปแวะลองชิมกันได้นะครับ แต่ก็ไกลอยู่นะ 5555+

จากร้านโกหลักก็พากันออกเดินทางกันต่อไปยังร้านกาแฟเชียงดาว เรสโต คือก็ประมาณว่า ทริปนี้ก็แวะพักแวะกินกันตลอดการเดินทางกันเลยทีเดียว 5555+ ระยะทางจากร้านโกหลักไปยังร้านกาแฟเชียงดาว  เรสโต ประมาณ 27 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ไม้นี้สมชายก็เอาอยู่ ก็ขับดี ขับนิ่มๆ นวลๆ ผมชอบนะ อันนี้บอกตรงๆ ระหว่างการเดินทางก็ทดลองระบบเสียงสักหน่อย ก็เลยเอาสมาร์ทโฟนต่อสายเข้ากับจุดเชื่อมต่อที่เป็น Apple Car Play ก็เลยได้ฟังเพลงกันแบบเพลินๆ ระหว่างที่เดินทางไปยังร้านกาแฟเชียงดาว เรสโต

ในเรื่องของระบบเสียง ก็ต้องยอมรับเลยว่าทางมาสด้าตั้งใจทำและใส่ใจเอามากๆ ไม่ใช้ว่าทำมาแค่แบบฉาบฉวย  เราสามารถที่จะรับฟังเสียงเพลงกันได้อย่างทั่วถึงภายในห้องโดยสาร ด้วยระบบเสียงที่โอบล้อมทุกจุด ที่สำคัญไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากทางด้านนอกของตัวรถเลยแม้แต่นิดเดียว จึงทำให้เราได้เสพเสียงเพลงและเสียงดนตรีกันได้อย่างเต็มรูปแบบกันเลยทีเดียว เฮ้ย! ดีงาม

เวลาเกือบบ่ายสองโมงก็เดินทางถึงร้านกาแฟเชียงดาว เรสโต้ เวลาในช่วงนี้ก็ร้อนหละครับ แหม! แดดเปรี้ยงซะขนาดนี้ไม่ร้อนก็เกินไปหละ  จอดรถยนต์พร้อมทั้งดับเครื่อยนต์เสร็จก็รีบเดินเข้าไปยังภายในบริเวณด้านในร้าน เครื่องดื่มที่พวกเราได้ทำการสั่งเอาไว้ล่วงหน้าก็พร้อมเสิร์ฟทันที ของผมก็หนีไม่พ้นเมนูเดิมก็คือกาแฟอเมริกาโน่เย็นหวานน้อยมากๆๆๆๆ กาแฟทั้งวันเลยเรา 5555+ สำหรับร้านนี้มีมุมถ่ายรูปน้อยมาก ภาพที่ได้ก็มีแค่จำนวนจำกัดเท่านั้นเอง ใช้เวลาอยู่ที่ร้านประมาณ 20 นาทีก็ได้เวลาออกเดินทางกันต่อ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายของการทดสอบอยู่ที่โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท และก็ถือเป็นช่วงสุดท้าย หรือช่วงที่ 4 ของการทดสอบ All-New Mazda CX-8 ในครั้งนี้

เวลาบ่ายสองกว่าๆ ขบวนรถทั้งหมดก็พากันทะยอยออกเดินทาง ขับมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ในรูปแบบฟรีรัน โดยอาศัยปักหมุดจาก Google Maps ก็ต่างคนต่างไปว่างั้น ในการขับทดสอบช่วงสุดท้ายนี้ก็ได้คุณจอย(ณัฐนันท์) จากทางโฟโต้อินโฟ สไตล์การขับก็คล้ายๆ กับสมชายจากหนังสือพิมพ์ Auto Preview อาจจะหวือหวาขึ้นมานิดนึง ความเร็วที่ทำก็ไม่เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไปเรื่อยๆ แซงได้ก็แซง แซงไม่ได้ก็ไม่เสี่ยง ก็ขับทดสอบในรูปแบบของการใช้งานในชีวิตประจำวันว่างั้น

เส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าค่อนข้างดี อาจจะมีบางช่วงที่ถนนขรุขระบ้าง แต่ช่วงล่างของ All-New Mazda CX-8 ถือว่าทำได้ดี นั่งนิ่มๆ สบายๆ ไม่รู้สึกถึงอาการกระแทกกระทั้นอะไร เบาะนั่งออกแบบมารองรับกับสรีระของร่างกายในส่วนของแผ่นหลังได้โอเคมาก นั่งนานๆ ในระยะทางเป็นร้อยๆ กิโลเมตร ก็ไม่ได้รู้สึกถึงอาการเมื่อยล้าแต่อย่างใด ขับไปถึงช่วงระหว่างครึ่งทางใกล้ๆ จะเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ ทาง Google Maps มีทางให้เลือกสองทางให้ไปยังจุดหมาย เส้นทางขวามือก็ต้องขับผ่านคูเมือง ซึ่งในช่วงเวลานี้การจราจรติดขัดแน่ๆ พวกเราจึงเลือกไปอีกเส้นทางหนึ่ง สุดท้ายก็ถึงที่หมายในระยะเวลาที่พอๆ กัน ซะงั้น? เวลาประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ พวกเราก็เดินทางถึงโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ด้วยระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร ถือเป็นการสิ้นสุดกับกิจกรรมทดสอบ All-New Mazda CX-8 ในครั้งนี้โดยสวัสดิภาพ

กิจกรรมในครั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้โอกาสทางเว็บไซต์ joinalifethailand.com ได้เข้าร่วมทดสอบและสัมผัสกับรถยนต์ All-New Mazda CX-8 ในครั้งนี้

Previous «
Next »