• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • ทดลองขับ “MG5 Turbo” ไปเดินเล่นชิลล์ๆ ชมดอกตะเบบูญ่า

ทดลองขับ “MG5 Turbo” ไปเดินเล่นชิลล์ๆ ชมดอกตะเบบูญ่า

 

    เวลาสิบโมงกว่าของวันที่ท้องฟ้าครึ้มๆ ไม่ค่อยเป็นใจนัก การเดินทางด้วยยานพาหนะอย่าง MG5 Turbo ก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายของการเดินทางอยู่ที่ถนนหมายเลข 3502 อ.สามชุก- อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เป็นถนนสายที่สวยที่สุดก็ว่าได้ เพราะมีดอกไม้สีเหลืองที่มีชื่อว่า “ดอกตะเบบูญ่า”  ปลูกอยู่สองข้างทาง การเดินทางก็ไม่ก็ไม่จะยุ่งยากอะไรมากนักสำหรับนักเดินทางอย่างพวกเรา


       

    สำหรับรถ MG5 Turbo คันที่เราได้มาขับทดสอบ มองดูจากรูปทรงภายนอกปราดเปรียว ดีไซน์สวยหรู บวกกับสีแดงสดใส มันจึงทำให้เจ้า MG5 Turbo คันนี้ เวลาวิ่งอยู่บนถนน โดดเด่นเป็นสง่าเอามากๆ ยิ่งในยามที่ต้องแสงดวงอาทิตย์ด้วยแล้ว สีมันเข้าตาดีจริงๆ

    จากกรุงเทพมหานคร เราขับรถ MG5 Turbo มุ่งหน้าสู่ถนนสายดอกไม้ด้วยระยะทางเกือบๆ 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมงครึ่งก็ถึง ในการเดินทางไปคั้งนี้เราอาศัย Google Map เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นก็ขอไม่พูดถึงรายละเอียของเส้นทางระหว่างการเดินทางไปก็แล้วกัน เอาเป็นว่าใครที่จะเดินทางไปเที่ยวถนนสายนี้ ก็จิ้มพิกัดจาก Google Map ได้เลย

    สำหรับรถ MG5 Turbo มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1,500 ซีซี รองรับการเติมม้ำมัน E85 เป็นรถเทอร์โบ 129 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที มีเกียร์อัตโนมัติทั้งหมด 6 จังหวะ และนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดู่เดด่นเป็นสง่าแล้ว ในส่วนของภายในก็โอ่อ่าด้วยเช่นกัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างจะครบถ้วน ที่นั่งด้านหลังของเบาะด้านหลังกว้างขวาง นั่งแล้วสบายไม่อึดอัด

       

    ระหว่างการเดินทางสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ เสียงเพลงที่เปิดมาจากเครื่องเสียงที่ติดตั้งมากับตัวรถ จอหน้าปัทม์ชัดเจน ดูเข้าใจง่าย ที่สำคัญเป็นเมนูภาษาไทยด้วย ในส่วนของหน้าปัทม์เข็มไมล์ก็ดูง่ายและชัดเจนดี ในระหว่างที่รถวิ่งอยู่บนถนนด้วยความเร็วระหว่าง 80-100 กม./ชม. เจ้า MG5 Turbo ก็วิ่งได้นุ่มนวลดีไม่มีอาการแกว่งให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

       

    จนกระทั่งขับไปจนใกล้จะเข้าสู่ถนนหมายเลข 3502 หันไปมองที่หน้าปัทม์ เกย์น้ำมันบ่งบอกว่าเราจะต้องเลี้ยวเข้าปั๊มเพื่อเติมน้ำมันกันแล้ว มองไปข้างหน้าก็เห็นปั๊มน้ำมันพอดี เราก็เลยเลี้ยวรถเข้าไปเพื่อเติมน้ำมัน

    สำหรับน้ำมันที่เติมเจ้า MG5 Turbo รถคันนี้ใช้น้ำมัน E85 ก็ถือว่าเป็นน้ำมันที่มีอยู่แทบทุกปั๊มเลยก็ว่าได้ เติมน้ำมันเสร็จก็เลยไปแวะนั่งแวะจิบกาแฟร้อนๆ ที่อเมซอนกันซะหน่อย สดชื่นกับกาแฟเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถนนหมายเลข 3502 ด้วยเวลาเกือบเที่ยงวัน

       

    รถแล่นออกมาจากปั๊มน้ำมันพร้อมกับขับมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายทันที หันไปมองพิกัดที่ Google Maps  ระยะทางทีเหลือก็คงอีกไม่มากเท่าไหร่ ระหว่างการเดินทาง เสียงเพลงก็ยังคงบรรเลงเพลงขับกล่อมอยู่ตอดระยะเวลา กล้องติดรถยนต์ที่อยู่หน้ารถก็ทำหน้าหน้าที่บันทึกเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน จนกระทั่งเสียงจาก Google Maps บอกให้เราเลี้ยวเข้าสู่ถนนหมายเลข 3502 ด้วยเวลาบ่ายสองโมงกว่าๆ

       

    รถชะลอความเร็วอย่างช้าๆ ในขณะที่อยู่บนถนนสายดอกไม้ รถก็แล่นไป เราก็มองหาดอกเหลืองๆ ของต้นตะเบบูญ่าไป ฟ้าที่ครึ้มๆ เมื่อก่อนหน้านั้น เวลานี้มันได้ทิ้งเม็ดฝนโปรยปรายลงมาแบบบางๆ พอให้เราได้สดชื่นกัน ขับรถไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ฝ่าเม็ดฝนเม็ดเล็กๆ เพื่อมองหาต้นที่ต้องการ จนกระทั่งไปเจออยู่ต้นหนึ่งที่ออกดอกเหลืองไปทั่วทั้งต้น ด้านล่างก็มีดอกที่ร่วงหล่นอยู่เต็มพื้น แต่ว่ามีคู่หนุ่มสาวกำลังสนุกสนานไปกับการถ่ายรูป เราเลยตัดสินใจไปหาต้นอื่นกันดีกว่า ขึ้นรถได้ก็ขับตรงต่อไปเรื่อยๆ ตามถนนหมายเลข 3502 มองดูสองข้างของถนน จะมีต้นตะเบบูญ่าปลูกอยู่เต็มสองข้างทางตลอดแนว โดยมีระยะทางทั้งหมดประมาณ 30 กิโลเมตร

       

    สำหรับที่มาของดอกตะเบบูญ่านั้น ทุกๆ ปีจะเริ่มออกดอกเบ่งบานกันในช่วงของปลายเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนมีนาคม ผู้ที่สัญจรขับรถผ่านจะต้องจอดรถเพื่อถ่ายรูปกัน ต้นตะเบบูญ่านี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์หรือแลนด์มาร์คของจังหวัดสุพรรณเลย็ว่าได้ ต้นตะเบบูญ่า เป็นต้นไม้ที่นำสายพันธุ์มาจากประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้นไม้สายพันธุ์เดียวกับต้นชมพูพันทิพย์ ต้นตะเบบูญ่ามีอีกชื่อหนึ่งคือ เหลืองปรีดียาธร ชื่อนี้ตั้งตาม ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เมื่อสมัยก่อนที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  โดยที่คุณวิชัย อภัยสุวรรณ เจ้าของคอลัมน์ “ต้นไม้ใบหญ้า” ของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ได้นำต้นไม้พันธุ์ ตาเบบูย่าเข้ามาจากประเทศเม็กซิโก และก็มาขอยืมชื่อจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ไปใช้ เลยมีทีมาว่า ดอกเหลืองปรีดียาธร แต่โดยทั่วไปคนก็ยังคงเรียกชื่อเดิมว่า “ดอกตะเบบูญ่า”

       

    เราขับรถอย่างช้าๆ เพื่อมองหาต้นที่มีดอกเหลืองๆ ของตะเบบูญ่า จนกระทั่งไปเจออยู่ต้นหนึ่งที่ออกดอกอยู่เต็มต้น เรากลับรถเพื่อวนไปยังฝั่งตรงข้ามทันที รถแล่นอย่างช้าๆ เข้าไปจอดยังบริเวณใต้ต้นของมัน ดอกเหลืองๆ ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นช่างสวยงามเหลือเกิน แต่รถคันของเราก็ไม่ได้แล่นเข้าไปทับดอกของมัน จอดรถพร้อมกับดับเครื่องยนต์ เปิดประตูแล้วก้าวออกมาจากรถพร้อมๆ กัน เดินอ้อมไปทางด้าท้ายรถเพื่อไปนำเอาจักรยานพับได้ลงมาขี่เล่นกัน

       

   ในส่วนด้านท้ายของรถ MG5 Turbo มีเนื้อที่กว้างขวางมาก สามารถที่จะเอากระเป๋าเดินทางหรือแม้กระทั่งจักรยานพับได้ใส่เข้าไปได้อย่างสบาย จึงเหมาะสำหรับการขนย้ายและบรรทุกสิ่งของไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก

    นำรถจักรยานออกมาพร้อมกับทำการประกอบให้เป็นรูปร่างที่สมบูรณ์ จากนั้นก็ขี่เล่นไปตามริมถนนที่ซึ่งขณะนี้ก็มีดอกเหลืองๆ ของต้นตะเบบูญ่าที่ร่วงหล่นลงมาอยู่บนริมถนนอย่างสวยงาม มาถึงสถานที่สวยๆ งามแบบนี้ การถ่ายภาพเพื่อบันทึกเรื่องราวจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นที่สุด มองไปยังฝั่งตรงข้ามก็เห็นต้นที่กำลังออกดอกอยู่เช่นกัน เราสองคนจอดจักรยานเอาไว้แล้วก็พากันเดินข้ามไปฝั่งตรงข้าม หันกลับมามองก็เห็นรถ MG5 Turbo จอดนิ่งอยู่ใต้ต้นตะเบบูญ่าที่ออกดอกเหลืองๆ สวยงาม สีอดงของรถมันช่างตัดกับดอกสีเหลืองของตะเบบูญ่าได้อย่างสวยงามจริงๆ

       

    ฝนเม็ดเล็กๆ ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่ประปราย สงสัยกลัวว่าพวกเราจะร้อนมั้ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราหยุดการถ่ายภาพและเดินชิลล์ๆ เพื่อชื่นชมดอกไม้ที่ว่าเลยแม้แต่น้อย อุปสรรคเล็กๆ แบบนี้ถือว่าเล็กน้อยมากๆ

    เดินชื่นชมและบันทึกภาพท่ามกลางสายฝน ถ่ายมุมโน้นที มุมนั้นที บางครังก็เดินไปบันทึกภาพกับรถ MG5 Turbo บ้าง เพราะสีแดงของรถมันช่างโดดเด่นเอามากๆ เวลาที่บันทึกออกมา ภาพที่ได้สีมันช่างตัดกันกับดอกสีเหลืองของตะเบบูญ่าได้สวยงามมากๆ

       

    ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเอาความชื้นของสายฝนเข้ามาประทะกับใบหน้า แดดอ่อนๆ สาดส่องเล็ดลอดผ่านต้นไม้ตกลงมาบนพื้น เวลานี้ก็ปาไปเกือบๆ จะห้าโมงเย็นเห็นจะได้ เสพความสุขและบันทึกภาพกันจนเป็นที่พอใจ การเดินทางออกจากถนนสายดอกไม้หมายเลข 3502 ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ยังคงทิ้งความสวยงามของดอกไม้สีเหลืองสดใสเอาไว้ข้างหลัง เก็บภาพบันทึกเอาไว้ในความทรงจำติดตัวเรากลับไป สีเหลืองๆ ยังเป็นภาพติดตาอยู่ตลอดช่วงของการเดินทางกลับบ้าน

       

    สำหรับยานพาหนะคู่การเดินทางในครั้งนี้ เราได้รถยนต์ MG5 Turbo ที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่เพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,500 ซีซี ถือว่าเพียงพอกับการที่จะขับไปท่องเที่ยวยังที่ไกลๆ อย่างต่างจังหวัดได้ ภายนอกและภายในหรูหรา โอ่อ่า อุปกรณ์ที่ติดมากับตัวรถถือว่าเพียบพร้อมครบครัน มีจอมอนิเตอร์ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วมาให้ที่คอนโซลกลาง มีกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะแบบแปรผันตามการหมุนพวงมาลัย และระบบ inkaNet ที่ใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชั่น

       

    นอกจากนั้นยังมี App ให้โหลดฟรีทั้งระบบแอนดรอยด์และระบบ iOS พร้อมระบบนำทางหรือ Nevigator มาให้อีกด้วย ถือว่าเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์นด้านการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์จริงๆ และด้วยราคาเจ็ดแสนนิดๆ สำหรับรุ่นนี้ ก็ถือว่าไม่แพงเลยจริงๆ สำหรับสิ่งที่ได้รับ อย่าเพิ่งเชื่อผมจนกว่าว่าจะได้ลองสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

    ขอขอบคุณ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์ MG5 Turbo ในการถ่ายทำคอลัมน์ Travel Trip  .
.
.


พิกัด : ถนนสายดอกไม้ หมายเลข 3502

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *