• Homepage
  • >
  • News
  • >
  • คิง เพาเวอร์ รุกธุรกิจท่องเที่ยวเต็มสูบ ปี 2566 ชู คิง เพาเวอร์ มหานคร เป็นไฮไลท์แลนด์มาร์กเดสติเนชั่นใจกลางกรุงเทพฯ

คิง เพาเวอร์ รุกธุรกิจท่องเที่ยวเต็มสูบ ปี 2566 ชู คิง เพาเวอร์ มหานคร เป็นไฮไลท์แลนด์มาร์กเดสติเนชั่นใจกลางกรุงเทพฯ

 ธุรกิจท่องเที่ยวกลุ่ม คิง เพาเวอร์ ชู คิง เพาเวอร์ มหานคร เป็นแลนด์มาร์กเดสติเนชั่นท่องเที่ยวใจกลางกรุงเทพฯ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ ชูอัตลักษณ์ความเป็น ‘มหานครกรุงเทพ’  เมืองหลวงแห่งสีสันที่ผสมผสานทุกวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว โดยเตรียมจัดงาน  KING POWER MAHANAKHON GRAND OPENING …THE MAHANAKHON OF LIVES มหานคร หนึ่งเดียวของทุกคน ในวันที่ 14 ธันวาคม นี้ สะท้อนเสน่ห์แห่งสีสันมหานครกรุงเทพฯ กระตุ้นบรรยากาศท่องเที่ยว พร้อมเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวตามยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี 2566

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวถึง คิง เพาเวอร์      มหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจท่องเที่ยวในกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ว่า “จากยุทธศาสตร์ของ คิง เพาเวอร์ ที่ต้องการให้ธุรกิจ ดิวตี้ ฟรี ซึ่งเป็น Core Business  ขยายไปยังธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง โดยการพัฒนา คิง เพาเวอร์ มหานคร ให้เป็นแลนด์มาร์กเดสติเนชั่นของกรุงเทพฯเป็นแผนงานภายใต้  Business Portfolio ที่จะช่วยพัฒนา ต่อยอดและ Synergise กับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ภายใต้การบริหารของกลุ่ม คิง เพาเวอร์  เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม    

         

ภายใต้แผนงานดังกล่าว บริษัทฯได้พัฒนา คิง เพาเวอร์ มหานคร มาอย่างต่อเนื่อง จนมีความสมบูรณ์และมีความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญ เพิ่มศักยภาพความเป็นเมืองหลวงของกรุงเทพมหานครในการรองรับนักท่องเที่ยว ด้วยปัจจัยความพร้อมของทำเลที่ตั้งในย่าน CBD  มีสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรีย์อำนวยความสะดวกในการเดินทาง เป็นหนึ่งในอาคารที่มี Observation Deck ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในประเทศ สามารถชมวิวได้ 360 องศา ทั้งวิวเมืองและโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็น Attraction ที่มีเอกลักษณ์สะท้อนภาพของกรุงเทพฯ ได้ชัดเจนในด้านกายภาพ เช่นเดียวกับเมืองสำคัญต่างๆที่เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นต้นของโลกจะต้องมีแลนด์มาร์กเป็น Attraction ระดับโลกหลายแห่ง เช่น ลอนดอนอาย ในประเทศอังกฤษ, หอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส หรือ ตึกเปโตรนาส ในประเทศมาเลเซีย เป็นต้น ซึ่ง King Power มหานครจะเติมเต็มในส่วนของแลนด์มาร์กที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมของไทย เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดชาวต่างชาติให้มาเยี่ยมเยือน ครบครันด้วยแหล่งแฮงเอ้าท์สุดฮิปและร้านอาหารระดับ World Class เช่น Mott32, Ojo Bangkok The Standard Grill Bangkok, The Parlor, Tease Room, Sky Beach

รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ระดับพรีเมียมบนอาคารมหานคร คิวบ์ ไลฟ์สไตล์มอลล์ ทั้ง มหานคร อีธเทอรี่  (MAHANAKHON EATERY), ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์ (THAI TASTE HUB MAHANAKHON CUBE) และ เดอะบิ๊กบอร์ด (THE BIG BOARD) ประกอบกับการพัฒนาให้ คิง เพาเวอร์ มหานคร เป็นศูนย์รวมของที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาส ภายใต้วัฒนธรรมที่ผสมผสาน สะท้อนอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ ทำให้มั่นใจได้ว่า คิง เพาเวอร์ มหานคร จะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์ก เดสติเนชั่น ที่มีศักยภาพในการเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและคนไทยให้มาสัมผัสเป็นแลนด์มาร์กเดสติเนชั่นสำคัญของเมืองหลวง ที่ช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศ สอดรับกับแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19

และเพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ตลอดจนเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมให้นักท่องเที่ยวที่วางแผนท่องเที่ยวในประเทศไทย ในวันที่ 14 ธันวาคม นี้ คิง เพาเวอร์ มหานคร จึงได้จัดงาน ‘KING POWER MAHANAKHON GRAND OPENING … THE MAHANAKHON OF LIVES มหานคร หนึ่งเดียวของทุกคน’ ส่งมอบ 4 ประสบการณ์ท่องเที่ยว EAT PLAY STAY SHOP ที่สะท้อนสีสัน เสน่ห์ ของกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่นักเดินทางทั่วโลก และคนไทยต้องมาเช็คอิน ประกอบด้วย แหล่งแฮงเอ้าท์สุดฮิป  ร้านอาหาร  ช้อปปิ้งกับร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ รวมถึงโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยล่าสุด คิง เพาเวอร์ จับมือกับ THE STANDARD INTERNATIONAL พัฒนาโรงแรมเดอะสแตนดาร์ด แบ็งคอก มหานคร (THE STANDARD, BANGKOK MAHANAKHON)  เข้ามาช่วยสนับสนุนให้ คิง เพาเวอร์ มหานคร เป็น ICONIC WORLD CLASS LANDMARK DESTINATION

ที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดประเทศเดือนเมษายน ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเช็คอินใน คิง เพาเวอร์  มหานคร เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจกับประสบการณ์เดินบนพื้นกระจกลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดเช็คอินที่มีความท้าทายในการมาเยี่ยมชมตึก พร้อมกับชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศไทยกับ Outdoor Observation Deck บนชั้น 78 ซึ่งเป็นจุดชมวิว 360 องศาที่ยืนได้กับความสูงเหนือพื้น 314 เมตร สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยนิยมมาเช็คอินกับจุดชมวิว พร้อมกับมารับประทานอาหารกับเพื่อนๆ ในห้องอาหาร ร้านอาหาร ภายในตึก ในขณะที่ในส่วนโรงแรม ตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา มีการจองห้องพักและเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

Previous «
Next »

Recent Posts