• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • คาราวานอีสานอินเลิฟ (ISAN IN LOVE) ปี 5 (2565) กระตุ้นและส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวพิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน วันที่ 15-24 กันยายน 2565 (10 วัน 9 คืน) 

คาราวานอีสานอินเลิฟ (ISAN IN LOVE) ปี 5 (2565) กระตุ้นและส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวพิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน วันที่ 15-24 กันยายน 2565 (10 วัน 9 คืน) 

เที่ยวทริปพิชิตครบ 20 จังหวัดหลงรักแผ่นดินถิ่นอีสาน : เลยชัยภูมินครราชสีมาบุรีรัมย์มหาสารคามร้อยเอ็ดกาฬสินธุ์ขอนแก่นหนองบัวลำภูอุดรธานีหนองคายบึงกาฬสกลนครนครพนมมุกดาหารอำนาจเจริญอุบลราชธานียโสธรศรีสะเกษสุรินทร์ แถมโปรแกรมพิเศษ :- ขับรถวันเดียวเที่ยว 2 ประเทศ (แบบไปเช้าเย็นกลับ) สุรินทร์ (ประเทศไทย) – นครวัด : นครธม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (ราชอาณาจักรกัมพูชา)

วันแรกของทริป [15 กันยายน 65] เปิดงาน "คาราวาน ISAN in Love "

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) โดยภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) จัดกิจกรรมคาราวานรถยนต์กระตุ้นและส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ครั้งที่ 5 ภายใต้ชื่องาน คาราวานอีสานอินเลิฟ (ISAN IN LOVE) ปี 5 กระตุ้นและส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวพิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน ในวันที่ 15-24 กันยายน 2565 (10 วัน 9 คืน) 

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. เป็นสะบัดธงปล่อยขบวนรถ "คาราวานอีสานอินเลิฟ"
นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท.

เพื่อเป็นกิจกรรมช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) หลังจากสถานการณ์ COVID เพื่อเปิดโฉมการตลาดท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ 20 จังหวัดภาคอีสาน พร้อมเปิดเกมส์การตลาดท่องเที่ยวเชิงรุก มิติใหม่ส่งเสริมการขายธุรกิจท่องเที่ยว Online และ Onsite ในรูปแบบคาราวานรถยนต์ แบบท่องเที่ยววิถีใหม่ เชื่อมโยงเครือข่ายสร้างความสัมพันธ์การตลาดการท่องเที่ยวภาคอีสาน ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นำไปสู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสร้างความเชื่อมั่นความเข้มแข็งยั่งยืนกับการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรองในภาคอีสานต่อไป

วันเปิดงาน "คาราวานอีสานอินเลิฟ"

โดยปีนี้ มีพันธมิตรการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากส่วนกลางและ 20 จังหวัดภาคอีสาน รวมทั้งสื่อมวลชนร่วมคณะคาราวานฯ เดินทาง Onsite ประมาณ 150 ท่าน และมีผู้ติดตามทาง Online อีกไม่ต่ำกว่า 1,000 ท่าน

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวว่า ปีนี้คาราวานท่องเที่ยวรถยนต์พิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน (เดิม) ปรับรูปแบบกิจกรรมปีที่ 5 เป็นการเสิร์ฟเมนูท่องเที่ยวให้คณะเดินทางนำร่อง 

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท.
ถ่ายภาพหมู่วันเปิดงาน "คาราวาน อีสาน อินเลิฟ"

ได้สัมผัสประสบการณ์แหล่งท่องเที่ยวบริการใหม่ๆ และการเสิร์ฟประสบการณ์ท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ๆ เน้นเรื่องสุขภาพอนามัยบนมาตรฐานการเดินทางท่องเที่ยว เป็นรูปแบบคาราวานรถยนต์เที่ยวอีสานอินเลิฟตอนหลงรักแผ่นดินถิ่นอีสาน

รวมถึงสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางส่วนภูมิภาค และ ททท.ทั้ง 8 สำนักงานในภาคอีสานร่วมการเดินทางซึ่งจะทำให้ทุกคนได้มีเวลาและได้รู้จักกันแลกเปลี่ยนแนวคิดกันทั้ง Online และ Onsite ร่วมคิดวางแผนจัดกิจกรรมการตลาดท่องเที่ยวนำร่องสนับสนุนการท่องเที่ยวภาคอีสานไปสู่ปี 2566 ต่อไป ตามแนวทางแผนการตลาดท่องเที่ยว ททท.ภาคอีสาน

เพื่อจับมือเจาะตลาดท่องเที่ยวภาคอีสานร่วมกัน เพราะ ททท. มองว่ากิจกรรมนี้เป็นเรื่อง Networking เป็นการสร้างเครือข่าย ร่วมเดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ครบ 20 จังหวัดภาคอีสาน โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ๆเน้นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน สินค้าบริการท่องเที่ยว ตามมาตรฐาน SHA ยกระดับงานบริการในภาคอีสานให้มีมาตราฐานสูงขึ้น

คาราวานรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เกิดพลังการมีส่วนร่วมในการทำงาน และที่สำคัญ ในทุกคืนก่อนนอน ยังได้พบปะผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บริหารระดับสูงในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางแผนการตลาดของทั้ง 8 สำนักงานภาคอีสานในปี 2566 ต่อไป

และตอกย้ำแบรนด์ “ISAN IN LOVE” กับหลงรักแผ่นดินถิ่นอีสานเปิดโฉมใหม่ เที่ยวอีสาน 3 ธรรม (วัฒนธรรม : ธรรมชาติ : ธรรมะ) กับ อีสานมุมมองใหม่ นำเสนอ 20 จุดขายใหม่ปี 2566 เป็นคลิปและทริปรายจังหวัดในภาคอีสานที่มีความต่างกัน และมีจุดขายที่ไม่เหมือนกัน  ซึ่งได้ตกผลึกแล้วว่า ภาคอีสานจะมีทิศทางการตลาดอย่างไรบ้าง

โดยอาศัยการทยอยเปิดโฉมสินค้าการท่องเที่ยวทุกๆ วัน ใน Theme การเดินทางคาราวานรถยนต์ในครั้งนี้ ในแต่ละวัน นำเข้าสู่ Theme สินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวอีสานในการเดินทางคาราวานรถยนต์ในครั้งนี้ กับ การตลาดท่องเที่ยวสมัยใหม่  & ISAN ONLINE ทำให้เกิดการทำงานต่อยอดท่องเที่ยวภาคอีสานในอนาคตไปสู่เที่ยวอีสาน สะดวก สบาย ปลอดภัยได้มาตรฐาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่าน Online สื่อสารผ่านพันธมิตรเครือข่ายสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ลดขั้นตอนในการทำงาน

และที่สำคัญที่สุด คาราวานปีที่ 5  ได้เปิดตัวออกสตาร์ทจุดขายใหม่ๆ รายจังหวัด กับแนวคิดอีสานเขียวเที่ยวหน้าฝน ใน Theme คาราวานอีสานอินเลิฟ (ISAN IN LOVE) ปี 5 อีสานพร้อมเที่ยวแถมยังสามารถเที่ยวอีสานเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ต่อไปอีกด้วย

————————————————————————– 

 

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. นั่งรถอีแต๊ก เดินทางไปชม "ภูป่าเปาะ ภูเขาฟูจิเมืองเลย"

วันแรกของทริป [15 กันยายน 65] นั่งรถอีแต๊ก เดินทางไปชม “ภูป่าเปาะ ภูเขาฟูจิเมืองเลย”

ภูป่าเปาะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่น่าสนใจในจังหวัดเลย ตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย หมู่ที่ 3 ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น สบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสูดอากาศสดชื่นเต็มปอด ในวันที่ต้องการพักผ่อน ภูป่าเปาะ 

ถ่ายภาพหมูร่วมกัน
ถ่ายภาพกับ ผอ.สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท.
ภูป่าเปาะ "ภูเขาฟูจิเมืองเลย"

จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถมองเห็น ทัศนียภาพ ภูเขาเมืองเลยได้เกือบทั้งหมด อาทิ ภูหลวง ภูหอ ภูกระดึง ภูยอง ภูผาขวาง ภูค้อ ภูกระแต สวนหินผางาม ภูผาม่าน เป็นต้น อีกทั้งยังมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกภาพบรรยากาศสุดประทับใจ 

ในช่วงฤดูหนาวก็จะเห็นทะเลหมอกไปรอบๆ จึงได้ชื่อว่าพาโนราม่า 360 องศาเมืองเลยและจุดสำคัญของภูป่าเปาะ ก็คือเป็นจุดชมวิว ภูหอ ภูเขายอดตัดที่มีรูปร่างคล้ายภูเขาไฟฟูจิ จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” นั่นเอง

 ภูป่าเปาะ เปิดบริการรถอีแต๊ก เวลา 05.00 – 18.00 . (นักท่องเที่ยวสามารถอยู่ชมความงดงามบนยอดภูได้ถึง 19.00 .) และในช่วงไฮท์ซีซั่น จะสามารถขึ้นไปบนยอดภูได้ตั้งแต่เวลา 03.00 . เพื่อรอชมความงดงามของทะเลหมอก หรือติดต่อสอบถามกับทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่ เบอร์โทร 081-471 8406 (ลุงโก)

————————————————————————–

วันที่สองของทริป [16 กันยายน 65] นั่งเรือไปชิม “ส้มโอแดงภูคิ้ง” ที่ บ้านบุ่งสิบสี่

บ้านบุ่งสิบสี่ ถือเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับต้นน้ำ จึงมีความอุดมสมบูรณ์มาก วิถีชีวิตของชาวบ้านแถบนี้ส่วนใหญ่จะทำการเกษตรที่ได้ผลดีเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะส้มโอซึ่งถือเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกมากที่สุดของชาวบ้านบุ่งสิบสี่ อย่างส้มโอแดงภูคิ้ง จะมีเนื้อสีแดง และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จะออกหวานอมเปรี้ยว 

นอกจากจะทานแบบเนื้อของส้มโอแล้ว ชาวบ้านยังได้นำส้มโอแดงภูคิ้ง มาทำเป็นเมนูน้ำปั่น ที่มีรสชาติกลมกล่อม หอมชื่นใจ เป็นเครื่องดื่มเอาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้

บ้านบุ่งสิบสี่ ถือเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวโอท็อป มีส้มโอมากว่า 25 สายพันธุ์ เป็นส้มโอแดง 14 สายพันธุ์ ชุมชนจึงเรียกส้มโอรวมๆ กันว่า ส้มโอแดงภูคิ้ง และนอกจากส้มโอแดงภูคิ้งแล้ว ก็ยังมีพันธุ์ขาวใหญ่ ทับทิมสยาม และปัตตาเวีย ให้เลือกชิมกันอีกด้วย

————————————————————————–

พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา

วันสามของทริป [17 กันยายน 65] พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา

คาราวานอีสานอินเลิฟปี 5 นำโดย คุณสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ททท.ภูมิภาคภาคอีสาน พาเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้โครงกระดูกอายุ 3,000 ปี โดยมี คุณครูจรัญ์ จอมกลาง วิทยาการพิพิธภัณฑ์ฯ ต้อนรับและบรรยายถึงภาพรวมประวัติศาสตร์  และมีมัคคุเทศน์น้อย อาสาสมัครจากโรงเรียนบ้านธารปราสาท เป็นผู้พาชมหลุมขุดพบโบราณวัตถุและโครงกระดูก ทั้งหมดจำนวน 3 หลุม 

นอกจากนั้นยังได้อุดหนุนด้วยการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเสื่อกก เช่น รองเท้า กระเป๋า เสื่อ จากกลุ่มจักสาน รวมถึงเครื่องประดับ สร้อยดินเผา  หรือแม็กเน็ต ดินเผารูปโครงกระดูกแหล่งโบราณวัตถุ สัญลักษณ์บ้านปราสาทที่สอดแทรกบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสาตร์ผ่านคิวอาร์โค้ด

นอกจากนี้ ภายในอาคารห้องนิทรรศการ ยังบอกเรื่องราวของชุมชนบ้านปราสาทให้เห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้น

โบราณคดีบ้านปราสาท หมู่ 17 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา 30420. โทรศัพท์: 0-4436-7075

————————————————————————– 

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

วันที่สามของทริป [17 กันยายน 65] อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย (ปราสาทหินพิมาย) ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิมาย ประกอบด้วยโบราณสถานสมัยขอมที่ใหญ่โตและงดงามอลังการนั่นคือปราสาทหินพิมาย แหล่งโบราณคดีที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ บนพื้นที่ 115 ไร่ วางแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 565 เมตร ยาว 1,030 เมตร 

ชื่อพิมาย น่าจะมาจากคำว่าวิมายหรือวิมายปุระ ที่ปรากฏในจารึกภาษาเขมรบนแผ่นหินตรงกรอบประตูระเบียงคดด้านหน้าของปราสาทหินพิมาย และยังปรากฏชื่อในจารึกอื่นอีกหลายแห่ง อาจจะเป็นคำที่ใช้เรียกรูปเคารพหรือศาสนาสถาน

สิ่งที่เป็นลักษณะพิเศษของ ปราสาทหินพิมาย คือ ปราสาทหินแห่งนี้สร้างหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทหินอื่นที่มักหันหน้าไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่า เพื่อให้หันรับกับเส้นทางที่ตัดมาจาก เมืองยโศธรปุระ เมืองหลวงของอาณาจักรเขมรตัดเข้าสู่เมืองพิมาย

สำหรับค่าเข้าชม คนไทย 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.30 จนถึงเวลา 17.00 .

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0 4421 3666, 0 4421 3030 หรือเข้าเว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/nakhonratch

————————————————————————– 

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

วันที่สามของทริป [17 กันยายน 65] พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เป็นที่สำหรับจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดแต่งบูรณะปราสาทพิมาย ร่วมกับโบราณวัตถุที่ได้จากการ เก็บรวบรวมจากจังหวัดต่างๆ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

..๒๕๓๒ กรมศิลปากร  เสนอของบประมาณโครงการน้ำพระทัยจากในหลวง หรือโครงการอีสานเขียว เพื่อดำเนินการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ให้ถูกต้องตามหลักพิพิธภัณฑสถานวิทยา  

โดยการจัดสร้างอาคารจัดแสดง สำนักงานและห้องประชุม และได้รับงบประมาณต่อเนื่องมาจนกระทั่ง ดำเนินการจัดแสดงนิทรรศการถาวรแล้วเสร็จ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อย่างเป็นทางการ เมื่อ วันที่ ๔ สิงหาคม พ..๒๕๓๖

ปัจจุบัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี โดยเก็บรวบรวมหลักฐานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับรากฐานและพัฒนาการของวัฒนธรรมอีสานในอดีตที่เจริญรุ่งเรืองในพื้นที่อีสานตอนล่างแถบลุ่มแม่น้ำมูลแม่น้ำชี ในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ และบุรีรัมย์  ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปี มาแล้วจนถึงสมัยปัจจุบัน  

————————————————————————– 

"ศาลา อโรคยา เฮิร์บส์" เพ ลา เพลิน บูทีค รีสอร์ท จ.บุรีรัมย์

วันที่สามของทริป [17 กันยายน 65] “ศาลา อโรคยา เฮิร์บส์” เพ ลา เพลิน บูทีค รีสอร์ท จ.บุรีรัมย์

เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัด มีอุทยานดอกไม้เมืองหนาวที่มีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ภายในมีทั้งอุทยานดอกไม้สวย งาม,ต้นไม้หลายหลายสายพันธุ์ สถานที่จัดสัมมนา, แหล่งทัศนศึกษาสำหรับเยาวชน กิจกรรม Adventure, ขับรถ ATV, ฟาร์มเลี้ยงแกะ อีกทั้งยังที่พักที่เป็นรีสอร์ทที่น่าพักอีกด้วย

เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ ถือเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่มาเติมเต็มให้จังหวัดบุรีรัมย์ มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ที่นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาจะต้องมาแวะเยี่ยมชมและเก็บภาพเป็นที่ระลึกกัน

ภายในมีทั้งอุทยานดอกไม้สวย งาม,ต้นไม้หลายหลายสายพันธุ์ สถานที่จัดสัมมนา, แหล่งทัศนศึกษาสำหรับเยาวชน กิจกรรม Adven ture, ขับรถ ATV,ฟาร์มเลี้ยงแกะ และยังมีรีสอร์ทที่น่าพักอีกด้วย ท่านใดมีโอกาสมาเมืองบุรีรัมยณ์ก็ลองแวะเข้าไปสัมผัสกัน

————————————————————————– 

สนามฟุตบอล ช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์

วันที่สามของทริป [17 กันยายน 65] แวะช้อปปิ้ง ที่  สนามฟุตบอล ช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์

สนามฟุตบอลช้างอารีนา (Chang Arena) เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุต บอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือทีมปราสาทสายฟ้า อีกทั้งยังเป็นสนามฟุตบอลมาตรฐานฟีฟ่า สามารถจุผู้ชมได้มากที่สุดถึง 32,600 ที่นั่ง โดยตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กและไฟเบอร์ ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยเป็นเงินสนับสนุนภายใต้สัญญาการกำหนดชื่อจาก ไอโม บาย และบางส่วนของนายเนวิน ชิดชอบ จัดเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนามและผ่านมาตร ฐานระดับโลกจากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ, มาตรฐานสนามกีฬาระดับเอจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย และสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน และยังได้บัน ทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน  

สนามฟุตบอลใช้หญ้าแพตพารัมย์ อิมพอร์ตจากออสเตรเลียซึ่งมีความนุ่มเป็นพิเศษช่วยเซฟนักกีฬาเมื่อล้มลงไป นอกจากนี้ใต้ผืนหญ้ายังฝังลักกี้ไฟเบอร์แซนซึ่งเป็นวัสดุใยสังเคราะห์ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยระบายน้ำไม่ให้เกิดน้ำขังบนสนาม สามารถระบายน้ำอย่างรวดเร็วภายใน 15 นาที ไม่ว่าฝนจะตกหนักขนาดไหนและยังทนทานต่อการใช้งาน  สนามนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยชั้นที่ 1 เป็นสำนักงานห้องแถลงข่าว ห้องสื่อมวลชน ร้านขายสินค้าที่ระลึก ห้องนักกีฬา ทีมเหย้าเยือน ห้องพัก ผู้ตัดสิน ห้องปฐมพยาบาล และห้องประชุม ชั้นที่ 2 จะเป็นห้องจัดเลี้ยงใหญ่จำนวน 400 ที่ นั่ง ชั้นที่ 3 เป็น ห้องวีไอพี 6 ห้อง และห้อง จัดเลี้ยง 1 ห้อง และชั้นที่ 4 มี ห้องวีไอพีจำนวน 15 ห้อง

สนามแห่งนี้ยังมีการติดตั้งไฟส่องสว่างของฟิลิปส์อย่างมาตรฐาน จะมีความสว่างของไฟอยู่ที่ 1,500 ลักซ์ โดยในส่วนอัฒจรรย์ฝั่งกองเชียร์นั้นมีเก้าอี้ที่นั่งเชียร์เป็นสีน้ำเงินเกือบหมด แต่จะใช้เก้าอี้สีขาวตรงที่มีคำว่า ธันเดอร์คาสเซิล     

เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในสนามทุกวัน ยกเว้นวันที่มีการแข่งขันโดยจะเปิดให้เขาชมเป็นรอบ รอบละ 30 นาที เริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9.30 . ถึงเวลา 16.00 . และปิดให้เข้าชมช่วงพักเที่ยง เวลา 12.00 . ถึงเวลา 13.00 .

————————————————————————– 

ศุนย์บริการสุขภาพ "โอฬาร นวดไทย"

วันที่สามของทริป [17 กันยายน 65] แวะเยี่ยมชมศุนย์บริการสุขภาพ “โอฬาร นวดไทย”

มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ถ้าเสียสมดุลย์จะทำให้ป่วย การนวดเป็นการปรับสมดุลย์ร่างกายโดยวิถีธรรมชาติ ผลจากการนวดทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดและลมแรงกดทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นคลายตัว เพื่อปรับสมดุลย์ร่างกายให้สมบูรณ์   

โอฬารนวดไทย โดย อาจารย์โอฬาร ชูเกียรติสกุล ได้เปิดบริการนวดไทย สปาไทย และสอนนวดไทย ได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงานเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาไทย กับการดูแลสุขภาพ ประสบการณ์มากกว่า 35 ปี เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพ คือ การนวดปรับสมดุลร่างกาย เป็นอัตลักษณ์ของสถานประกอบการโอฬารนวดไทย เข้ามาสัมผัสบรรยากาศที่อบ อุ่นในทุกๆ ด้านหนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใคร 

ในอนาคตทาง “โอฬารนวดไทย” กำลังค้นคว้าทำยาตามศาสตร์หมอพื้นบ้าน นำเอากัญชามารักษาสมดุลของร่างกายต่อไป

————————————————————————– 

พระธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม

วันที่สี่ของทริป [18 กันยายน 65] ทำบุญห่มผ้าพระธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม

พระธาตุนาดูน ตั้งอยู่ที่ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นเพื่อสิริมงคลแก่ภูมิภาค เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเรียกขานว่าเป็นพุทธมณฑลแห่งอีสาน 

รอบองค์พระธาตุมีบริเวณกว้างขวาง จัดแต่งเป็นสวนรุกชาติ ปลูกต้นไม้ในพุทธประวัติ นับเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาคู่บ้านคู่เมืองของชาวมหาสารคาม

ในอดีตกาล สันนิษฐานได้ว่ามีความเจริญรุ่งเรืองมา 2 ยุค คือ ยุคทวรวดี ระหว่าง พ..1000-2000 ตามพุทธประวัติเล่าว่า ที่ไหนมีพระธาตุ ที่นั่นก็จะมีเทวดาจำนวนมาก

————————————————————————– 

คณะคาราวาน Isan in Love ถ่ายภาพหมู่ด้านหน้าหอโหวด 101

วันที่สี่ของทริป [18 กันยายน 65] เยี่ยมชมหอโหวด 101

“หอโหวด 101” เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองร้อยเอ็ด เป็นหอคอยชมเมืองความสูง 101 เมตร ตามชื่อของจังหวัด เทียบเท่าความสูงของตึก 35 ชั้น โดดเด่นตระหง่านกลางเมืองในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด หน้าบึงพลาญชัย การก่อสร้างได้รับแรงบันดาลใจจากรูปร่างของ “โหวด” เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำจังหวัดร้อยเอ็ด และถูกนำมาออกแบบเป็นรูปทรงของอาคาร

จึงกล่าวได้ว่า “หอโหวด 101” เป็นหอคอยรูปทรงเครื่องดนตรีท้องถิ่นที่ไม่ซ้ำที่ใดในโลก ภายในหอคอย่ทีสูงตระหง่านแบ่งพื้นที่ใช้สอยจริง จำนวน 12 ชั้น เช่น ชั้นบนสุด คือ ชั้น 35 เป็นหอพระซึ่ง ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธมิ่งเมืองมงคลพระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ด, Sky Walk ชั้น 34 เป็นหอชมทัศนียภาพ

————————————————————————–

ถ่ายภาพหมู่หน้าองค์พระธาตุยาคู จ.กาฬสินธุ์

วันที่สี่ของทริป [18 กันยายน 65] ไหว้องค์พระธาตุยาคู จ.กาฬสินธุ์

พระธาตุยาคู (องค์พระธาตุเก่าแก่) เป็นศาสนสถานและโบราณสถานสำคัญในอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีการค้นพบหลักฐานว่าพื้นที่นี้ในอดีตมีชื่อว่า “เมืองฟ้าแดดสงยาง” เป็นแหล่งค้นพบโบราณสถานและโบราณวัตถุสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน 

บริเวณพระธาตุยาคูชาวบ้านขุดค้นพบโบราณวัตถุต่างหลายอย่าง เช่น ใบเสมา ภาชนะเครื่องใช้ดินเผา กำไล แหวน กระดูกสัตว์ ลูกปัดแก้ว และเครื่องประดับชนิดต่าง ๆ และพระพิมพ์ดินเผาวางเรียงซ้อนทับกันจำนวนหลายร้อยองค์

พระธาตุองค์นี้ เดิมสร้างขึ้นสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 ก่อนจะเสื่อมโทรมลง กระทั่งได้รับการบูรณะต่อเติมใหม่ในสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ ส่วนยุคปัจจุบันกรมศิลปากรเข้ามาบูรณะให้มีสภาพอย่างปัจจุบันแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2522 พร้อมดูแลอย่างดีเรื่อยมา โดยทุกปีจะมีเทศกาล บูชาพระธาตุ ระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม เพื่อเป็นการขอฝนและความร่มเย็น

————————————————————————–

สถานีรถไฟขอนแก่น

วันที่สี่ของทริป [18 กันยายน 65] แวะสถานีรถไฟขอนแก่น

สถานีรถไฟขอนแก่น (Khon Kaen Railway Station) เป็นสถานีรถไฟหลักประจำจังหวัดขอนแก่นในสังกัดการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อสำคัญของโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ประจำภาคอีสาน และ เป็นสถานีรถไฟยกระดับชั้น 1 ของทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (ชุมทางถนนจิระ–หนองคาย) อยู่ระหว่างสถานีรถไฟท่าพระ และสถานีรถไฟสำราญ ห่างจากสถานีรถไฟกรุงเทพเป็นระยะทาง 449.75 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ถนนดรุณสำราญ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ใช้สัญญาณแบบประแจกลไฟฟ้า ชนิดบังคับสัมพันธ์ด้วยคอมพิวเตอร์และสัญญาณไฟสีสามท่า

สถานีรถไฟขอนแก่น เป็น สถานีรถไฟยกระดับแห่งแรกของภาคอีสาน และ เป็นสถานีรถไฟขนาดใหญ่พิเศษแห่งแรกของภาคอีสานเช่นกัน อีกทั้งพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟขอนแก่นเป็นพื้นที่โดยรอบขนส่งมวลชนในแผนการพัฒนาเมืองต้นแบบหรือ TOD ประจำภูมิภาค

————————————————————————–

งานเลี้ยง คาราวาน Isan In Love 20 จังหวัดภาคอีสาน ในธีมงาน อีสานโคตรซิ่ง

วันที่สี่ของทริป [18 กันยายน 65] งานเลี้ยง คาราวาน Isan In Love 20 จังหวัดภาคอีสาน ในธีมงาน อีสานโคตรซิ่ง

โดยงานในคืนนี้ มี นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ,นายสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ททท.ภูมิภาคภาคอีสาน เป็นประธานพิธีเปิดงานคาราวาน Isan In Love 20 จังหวัดภาคอีสาน ที่ได้เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ดินแดนแผ่นดินอีสาน

ททท.กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบคาราวานท่องเที่ยวหลงรัก 20 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวพร้อมเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วโลก

นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะคาราวาน 20 จังหวัดภาคอีสาน จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้ง สำนักงาน ททท.ในภาคอีสานทั้ง 8 สำนักงาน ร่วมใจกันจัดคาราวาน  Isan In Love 20 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของภาคอีสาน และประชาสัมพันธ์แนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวปี 2566 กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 15-24 กันยายน 2565 ครอบคลุมเส้นทางท่องเที่ยว 20 จังหวัดทั่วภาคอีสาน

นายเสกสรร ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะคาราวานฯ มีกำหนดการเดินทางมายังพื้นที่รับผิดชอบของ ททท.สำนักงานขอนแก่น ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2565 โดยคณะฯได้เข้าเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้แก่ หอโหวด 101 จังหวัดร้อยเอ็ด , พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม และ พระธาตุยาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่ง ททท.สำนักงานขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมเพื่อต้อนรับคณะคาราวานฯอีสานโคตรซิ่งจังหวัดขอนแก่น ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)  หรือ CEA ( TCDC Khon Kaen )   อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ภายใต้ Theme : ขอนแก่นแบบเมือง (Urbanized Khon Kaen) โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย

1. ม่วนแบบเมือง (Fun Local)

    1.1 กิจกรรมการแสดงดนตรีแจ๊ส แนวเพลง Isan Jazz ผสมผสานกับดนตรี เนื้อร้อง และแนวเพลงที่มีกลิ่นไอของดนตรีลูกทุ่งอีสาน

    1.2 กิจกรรมการแสดง การละเล่นหุ่นกระติ๊บ ผสมผสานกับ การแสดง Shadow puppet หนังบักตื้อ (หนังเงา) เรื่องสังข์สินไซ หรือ สังข์ศิลป์ชัย จากคณะหมอลำหุ่นกระติ๊บข้าว คณะเด็กเทวดา บ้านดงน้อย อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

2. แซ่บแบบเมือง (Eat Local & Drink Local )

    2.1 นำเสนอ Food Truck นำเสนออาหารสชาติจัดจ้าน ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนอีสาน อาทิ ไก่ย่างเขาสวนกวาง เนื้อวากิวย่างรสเด็ด แจ่วฮ้อนพร้อมผักออร์แกนิค ข้าวจี่ข้าวเหนียวนุ่ม แมลงทอดหลากหลายสุดยอดแหล่งโปรตีน และไส้กรอกอีสานบันลือโลก

    2.2 นำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่นการหมักดองสุราพื้นบ้าน (สาโท) ผสมผสานกับการใช้สมุนไพรที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยปราชญ์ชุมชน (ไม่สนับสนุนให้เยาวชนหรือผู้ที่เข้าร่วมงานที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ทดลอง)

    2.3 กิจกรรม Collaboration โดยใช้เครื่องดื่มภูมิปัญญาผนวกกับการสร้างสรรค์เครื่องดื่ม Signature Drink ในงานโดย Mixologist ในจังหวัดขอนแก่น

3. โคตรซิ่งแบบเมือง (Creative Showcase)

    3.1 กิจกรรม D.I.Y. “การทำไส้กรอกอีสานและ บริการ Home delivery

ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมที่จัดเพื่อต้อนรับคณะคาราวานฯ ภายในงานจะสามารถส่งเสริมสร้างการรับรู้สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ และส่งเสริมให้เกิดเมนูพระรองเมนูอาหารอีสานที่หลายคนอาจเคยทาน แต่ไม่คุ้นชินหรือหลงลืมไปแล้ว โดยใช้อาหารอีสานเป็นจุดขาย และเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม สร้างความประทับใจในการกลับ มาเยือนอีกครั้ง

นักท่องเที่ยวสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานขอนแก่น โทร 0 4322 7714 – 5 ทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ในเวลาราชการ หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทาง  ททท.สำนักงานขอนแก่น TAT Khonkaen Fanpage

————————————————————————–

ศูนย์การเรียนรู้ขวัญตา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู

วันที่ห้าของทริป [19 กันยายน 65] เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ขวัญตา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู

หนองบัวลำภูนครแห่งผ้าขวัญตา เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องผ้า ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยงานในวันนี้มี คุณสุมามาลย์ เต๋เจ๊ เจ้าของแบรนด์ขวัญตา ให้การต้อนรับคณะและบรรยายข้อมูลและเยี่ยมชม ฐานการเรียนรู้ภายในศูนย์การเรียนรู้ขวัญตา

ซึ่งภายในมีฐานการเรียนรู้ ประกอบด้วย :-

​​​ฐานที่ 1 นิทรรศการผ้าไหมผ้าฝ้าย 

​​​ฐานที่ 2 สาธิตการทอผ้า 

​​​ฐานที่ 3 กิจกรรมมัดย้อม 

​​​ฐานที่ 1 นิทรรศการผ้าไหม
​​​ฐานที่ 2 สาธิตการทอผ้า 
​​​ฐานที่ 3 กิจกรรมมัดย้อม 

งานวันนี้ได้รับเกียรติจาก คุณศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวต้อนรับคณะคาราวาน

“ขวัญตา” เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องผ้าไทย ที่โด่งดังไปทั่วโลก บนเวทีแคทวอลค์ระดับอินเตอร์ ที่สำคัญ มีกิจกรรมการเดินแบบหนองบัวลำภูนครแห่งผ้า นำโดยนางแบบกิตติมศักดิ์  คุณศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู, คุณสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. และคุณจริยาทร  สูหู่ ผอ.ททท. สำนักงานเลย 

รวมทั้ง ผู้แทนสมาคมท่องเที่ยวส่วนกลาง, ผู้แทน ททท.สำนักงานภาคอีสาน 8 สำนักงาน และสื่อมวลชนร่วมเดินแบบครั้งประวัติศาสตร์ กับเสื้อแบรนด์ดังระดับโลกขวัญตา ที่ผ่านเวทีใหญ่มามากมายเช่น ลอนดอนแฟชั่นวีค, มิลานอิตาลี มาแล้ว ล่าสุดกำลังงานแฟชั่นงานใหญ่ บางกอกแฟชั่นวีคที่ประเทศไทย

ทั้งนี้ คุณสมชาย ชมภูน้อย ผอ. ททท.ภาคอีสาน มอบของที่ระลึกแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู และร่วมรับประทานอาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์แบบอีสาน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ้าฝ้าย สินค้าขึ้นชื่อของนครแห่งผ้า หนองบัวลำภู

————————————————————————–

องค์พญานาคสีทอง วัดภูตะเภาทอง อันซีนจังหวัดอุดรธานี

วันที่ห้าของทริป [19 กันยายน 65] กราบสักการะขอพร พญานาคสีทอง วัดภูตะเภาทอง อันซีนจังหวัดอุดรธานี

คุณสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ททท.ภาคอีสาน นำคณะคาราวานอีสานอินเลิฟ ปี 5 เอาใจสายมู นำชมอันซีนอุดรธานี  ขอพรพญานาคสีทอง โดยมีท่านเจ้าอาวาสให้ศิลให้พร และกว่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดให้ฟัง

วัดภูตะเภาทอง เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตนิกาย ที่ตั้งอยู่ใน ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

ภายในวัดมีพื้นที่กว่า 15 ไร่ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของวัดนั้นจะเป็นลานหิน มีก้อนหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตามากถึง 30 ลูก ว่ากันว่าบริเวณนี้น่าจะเคยเป็นทะเลมาก่อน แต่ต่อมายกตัวขึ้นกลายมาเป็นลานหินและพื้นดิน รวมถึงน่าจะมีกลุ่มคนผู้เลี้ยงสัตว์ หรือนายพราน ใช้บริเวณนี้เป็นเส้นทางการหากินอีกด้วย เพราะมีการพบรอยฝ่ามือคนข้างหินก้อนใหญ่รูปเรือสำเภาโบราณนั่นเอง

ในส่วนของไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดของวัดภูตะเภาทอง นั้นก็คือ ความเชื่อ ความศรัทธา และความศักดิ์สิทธิ์ที่มีกับ พญานาคราชสีทอง ที่มีชื่อ มุจลินท์ 

ซึ่งหลวงพ่อได้สร้างขึ้นตามนิมิต และ รอยฝ่ามือแดง ที่ปรากฏให้เห็นตรงหินก้อนใหญ่ แหล่งขอโชคลาภแห่งใหม่ของเมืองอุดรธานี

————————————————————————–

วัดป่าเมืองเหือง "เมืองนาคานคร” หรือ “เมืองพญานาค” จังหวัดบึงกาฬ

วันที่หกของทริป [20 กันยายน 65] วัดป่าเมืองเหือง “เมืองนาคานคร” หรือ “เมืองพญานาค” จังหวัดบึงกาฬ

วัดป่าเมืองเหืองอีกหนึ่งอันซีนแห่งจังหวัดบึงกาฬที่ถูกขนานนามเป็น นาคานครหรือเมืองพญานาค มีพระพุทธรูปหน้าทอง สวยงาม ประดิษฐานอยุ่ริมแม่น้ำโขง  อีกทั้งมีโบสถ์ลงลักปิดทองสวยงามโดดเด่นเป็นอย่างมาก 

วัดป่าเมืองเหืองมีชายแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ห่างกันเพียงแม่น้ำโขงกั้น ว่ากันว่าแม่น้ำโขงนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคราช โดยในจังหวัดบึงกาฬ มีสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพญานาคหลายแห่ง และที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่มีเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค

โดยในจังหวัดบึงกาฬ มีสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพญานาคหลายแห่ง และที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่มีเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค

“วัดศรีบุญเรืองหรือ วัดป่าเมืองเหืองเป็นวัดเล็กๆในตำบลชัยพร อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ วัดศรี บุญเรือง แห่งนี้เดิมทีมีชื่อว่าวัดเมืองเหืองตามประวัติที่ได้มีการบันทึกไว้ วัดนี้เป็นวัดโบราณถูกสร้างขึ้นเมื่อครั้งขอมเรืองอำนาจ สมัยพระเจ้าชัยวร มันที่ 8 ต่อมาราวปี พ.. 2100 วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเขตวิสุงคามสีมา” 

บริเวณรอบๆ วัด พบว่ายังพอมีซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างเดิมอยู่บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกกลบหรือฝังทับอยู่ใต้ดินในบริเวณวัดนั้นค่อนข้างร่มรื่นมีต้นอยู่เยอะ และเนื่อง จากในอดีตบริเวณวัดแห่งนี้ค่อนข้างจะรกทึบที่เต็มไปด้วยป่าและต้นไม้ ผู้คนที่จะเข้าจึงมีความยากลำบาก ซึ่งมีความแตกต่างจากปัจจุบันเป็นอย่างมาก

————————————————————————–

วัดสว่างภิรมย์ จ.สกลนคร

วันที่หกของทริป [20 กันยายน 65] แวะแหล่งทำผ้าย้อมครามของ “บ้านถ้ำเต่า” ณ วัดสว่างภิรมย์ จ.สกลนคร

คาราวานอีสานอินเลิฟ ปี 5 พิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน นำโดยคุณสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) พาคณะสัมผัสผ้าย้อมคราม ณ ชุมชนบ้านถ้ำเต่า สกลนคร

ถ้านึกถึงผ้าย้อมครามในจังหวัดสกลนครนั้น ต้องนึกถึง ผ้าย้อมครามของบ้านถ้ำเต่า โดยมี คุณกานต์ กาญจนวงศ์สกุลนายอำเภออากาศอำนวย ให้การต้อนรับ และร่วมทำกิจกรรม Workshop ผ้ามัดย้อม

หมู่บ้าน บ้านถ้ำเต่าแห่งนี้มีจุดเด่นที่เป็นแหล่งปลูกต้นคราม และผลิตน้ำครามมากที่สุดในประเทศ โดยได้ส่งออกน้ำครามให้กับหลายจังหวัดในภาคเหนือที่ผลิตเสื้อม่อฮ่อม และยังทอผ้าฝ้ายเองอีกด้วย ส่งผลให้บ้านถ้ำเต่า ขายผ้าฝ้ายย้อมครามได้ในราคาย่อมเยา และได้รับการคัดสรรเป็นสินค้าระดับ 5 ดาวของโอท็อปในจังหวัดสกลนคร 

ภายในงานมีการเปิดตลาดผ้าย้อมคราม มีการแสดงนิทรรศการผ้าย้อมคราม สาธิตการทำตั้งแต่การทำหม้อดิน การปั่นฝ้าย  การย้อม การถักทอ จนเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายหลายหลากชนิด อาทิ ผ้าซิ่น ผ้าพันคอ เสื้อผ้า ชุดสุภาพ ชุดไปรเวท ชุดแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า ฯ 

ผอ.สมชาย ชมภูน้อย ยืนพูดคุยกับชาวบ้านถึงวิธีการย้อมผ้าคราม
ต้นคราม ที่นำมาใช้ย้อมผ้า

สอบถามรายละเอียดและขอข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เพจ.ททท.สำนักงานนครพนม หรือที่สายด่วน 1672

————————————————————————–

ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน หน้าองค์พระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม

วันที่เจ็ดของทริป [21 กันยายน 65] ทำบุญห่มผ้าองค์พระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม

นายสมชาย   ชมภูน้อย  ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม และคณะคาราวานรถยนต์ ISAN in LOVE ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว 20 จังหวัดภาคอีสาน ร่วมกันถวายผ้าห่มพระธาตุพนม  อำเภอพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

พระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ปัจจุบันมี พระเทพวรมุนี เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่ปี พ.. 2549-ปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 

มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร

ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่า บึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม

————————————————————————– 

องค์พญานาคฟ้า (พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช) ที่ วัดภูมโนรมย์ มุกดาหาร

วันที่เจ็ดของทริป [21 กันยายน 65] แวะไหว้ขอพรองค์พญานาคฟ้า (พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช) ที่ วัดภูมโนรมย์ มุกดาหาร

สมชาย ชมภูน้อย ผอ. ททท. ภูมิภาคภาคอีสาน ททท. และ คุณกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ. ททท. สำนักงานนครพนม พาคณะคาราวาน ISAN in Love นำคณะขึ้นภูบูชาพระใหญ่ ขอพรองค์พญานาคฟ้า (พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช) ที่วัดภูมโนรมย์ มุกดาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอันซีนนิวซีรี่ย์ภาคอีสาน

พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช หรือ พญานาคฟ้า (สวรรค์พิภพ) เป็นประติมากรรมพญานาคที่มีขนาดใหญ่ สร้างอยู่บนเขาภูมโนรมย์ ของวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ลำตัวยาว 122 เมตร สูงประมาณ 20 เมตร ที่มีการออกแบบองค์ประกอบและสีสันเขียวอมฟ้างดงาม ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดมุกดาหาร นักท่องเที่ยวหรือ ผู้ที่ศรัทธาพญานาค ต่างก็แวะเวียนมาไหว้สักการะขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย

พระพุทธรูปปางมารวิชัย

ความเชื่อ คือ หากมาสักการะจะทำให้เจริญรุ่งเรือง ได้เลื่อนตำแหน่ง นอกจากนี้ ที่นี่ยังมี พระพุทธรูปปางมารวิชัย สีขาวองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ด้วย

————————————————————————–

วัดอำนาจเจริญ (พระเจ้าใหญ่ลือชัย) จ.อำนาจเจริญ

วันที่เจ็ดของทริป [21 กันยายน 65] แวะขอพร 5 อำนาจ และชมความงดงาม ที่ วัดอำนาจเจริญ (พระเจ้าใหญ่ลือชัย) จ.อำนาจเจริญ

คุณสมชาย  ชมภูน้อย ผอ.ภูมิภาคภาคอีสาน ททท. นำคาราวานอีสานอินเลิฟ ปี 5 กราบขอพรพระเจ้าใหญ่ลือชัย วัดอำนาจเจริญ ต.อำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ 

คุณทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีถวายเครื่องบูชา โดยมี พระครูสิริสีลวัตร รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวถึงความเป็นมาวัดอำนาจ ซึ่งสมัยก่อนเคยเป็นเมืองหน้าด่านของอุบลราชธานี เมื่อมีศึกสงครามชาวบ้านจะมาขอพรให้ได้ชัยชนะ เรียกว่าเป็นวัดคู่เมืองด้านตะวันออก

นอกจากพระอุโบสถที่ประดิษฐานพระประธาน พระเจ้าใหญ่ลือชัย ที่นับถือแล้ว ภายในวัดยังมี ถ้ำสิรินาค ที่เจ้าอาวาสใช้เป็นที่นั่งวิปัสสนา และเปิดให้เป็นที่ท่องเที่ยว ด้านหน้ามีน้ำตกที่หลวงพ่อสูบน้ำเสียขึ้นมาเพื่อเพิ่มออกซิเจนและปล่อยลงแม่น้ำเพื่อให้ปลาอยู่รอด และหลวงพ่อท่านยังได้มอบเหรียญที่ระลึกให้คณะเพื่อเป็นสิริมงคล

ท่านทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าฯ กล่าวว่า จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นจังหวัดเล็กๆแต่อบอุ่นด้วยใจ ใครที่มาจังหวัดอำนาจเจริญ จะได้รับพรให้รุ่งเรืองจากพลัง 5 อำนาจ คือ วัดอำนาจ บ้านอำนาจ ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ และจังหวัดอำนาจเจริญ 

วันเสาร์วันอาทิตย์ หลวงพ่อเปิดตลาดให้ชาวบ้านได้นำสินค้ามาขาย รวมถึงให้มีกิจกรรมตักบาตรในยามเช้า ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการท่องเที่ยวอีกด้วย

ที่นี่ มีเมนูอาหารเด็ดๆ ขึ้นชื่อแนะนำ อย่างเช่น ส้มตำสมุนไพร, เนื้อสำราญ รวมไปถึงสินค้าผลิตภัณฑ์ผ้าลายขอสลับเอื้อ ซึ่งเป็นลายผ้าประจำจังหวัด รวมถึงหัตถกรรมเสื่อกก ที่พร้อมจำหน่ายเป็นของฝากให้กับนักม่องเที่ยวหรือแขกผู้มาเยือนอีกด้วย

————————————————————————–

ธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก บ้านชีทวน จ.อุบลราชธานี

วันที่เจ็ดของทริป [21 กันยายน 65] สัมผัสเสน่ห์ขัวน้อยบ้านชีทวน และชมความงามของธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก ณ จ.อุบลราชธานี

คุณสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำคณะคาราวานรถยนต์ ISAN in LOVE ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว 20 จังหวัดภาคอีสาน ที่เยือนชุมชนบ้านชีทวนจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี คุณจำปี ประสานทอง ผู้ใหญ่บ้านชีทวน ให้การต้อนรับด้วยการฟ้อนกลองตุ้ม ชมธรรมมาสสิงห์เทินบุษบกที่สวยงามในสไตล์ผสมผสานวัฒนธรรมจีน เวียดนาม โดดเด่นด้วยสีสันคลาสสิกและประติมากรรมนูนต่ำชื้นล้ำค่าเก่าแก่ของบ้านชีทวน

หลังจากนั้นก็ได้พาคณะไปเดินชมสะพานขัวน้อย บ้านชี้ทวน ซึ่งเป็นที่ทอดยาวผ่านทุ่งนาสีเขียว โดยมีความยาวกว่า 400 เมตร สร้างด้วยงบประมาณ 256,631 บาท (เงินบริจาค) ขังน้อยบ้านชีทวน เป็นสะพานที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาอย่างสวยงาม ในยามสิ้นแสงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็น

————————————————————————–

วัดหอก่อง อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร

วันที่แปดของทริป [22 กันยายน 65] “ข้าวตอกมาลัย” อีกหนึ่งเดียวในโลก ณ วัดหอก่อง อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร

คาราวาน ISAN IN LOVE ปี 5 พิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน นำโดย นายสมชาย  ชมภูน้อย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) นำคณะคาราวานเยี่ยมชมข้าวตอกมาลัยอีกหนึ่งเดียวในโลก ณ วัดหอก่อง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร

ดอกไม้ทิพย์แห่งสรวงสวรรค์  เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า ในงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ที่เป็นอัตตลักษณ์ของชุมชนลุ่มน้ำชี  แห่งบ้านฟ้าหยาด แล้วจัดขบวนแห่ไปถวายเพื่อเป็นพุทธบูชาเนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสาน ที่สืบทอดต่อเนื่องกันมา เฉพาะที่ชุมชนบ้านฟ้าหยาดแห่งนี้เท่านั้น

มาลัยข้าวตอก เกิดภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ได้เห็นถึงความสำคัญของข้าว จึงได้เอาเมล็ดข้าวเปลือกมาคั่ว เรียกว่า ข้าวตอก แล้วนำมาร้อยเรียงประดิษฐ์ตกแต่งเป็นมาลัยที่สวยงาม โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำพวงมาลัยข้าวตอกไปถวายพระเป็นพุทธบูชาก่อนวันเข้าพรรษา

ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก จะจัดขึ้นในช่วงก่อนวันมาฆบูชา 1 วัน สถานที่จัดงานคือบ้านฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ซึ่งหลังจากมีการแห่มาลัยข้าวตอกเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะนำไปถวาย ณ วัดหอก่อง ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาชมความงดงาม      

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เพจ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานีโทร.045 243 770  หรือสายด่วน 1672

————————————————————————–

โบสถ์เรือสุพรรณหงส์กลางน้ำ ณ วัดสุพรรณหงษ์ จ.ศรีสะเกษ

วันที่แปดของทริป [22 กันยายน 65] โบสถ์เรือสุพรรณหงส์กลางน้ำ ณ วัดสุพรรณหงษ์ จ.ศรีสะเกษ

คาราวาน ISAN IN LOVE ปี 5 พิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน นำโดย นายสมชาย  ชมภูน้อย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ได้นำคณะคาราวาน มาแวะเที่ยวชุมชนวัดสุพรรณหงส์ จ.ศรีษะเกษ

วัดสุพรรณหงส์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหว้าน อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตร ในการมาครั้งนี้ ได้มีชาวบ้านในชุมชนมาฟ้อนรำต้อนรับคณะของคาราวาน  อีกทั้งยังจัดชุดธูปเทียนถวายพระซึ่งมีหอมและกระเทียม เป็นองค์ประกอบที่ถูกจัดอย่างสวยงาม เพื่อให้คณะได้นพไปไหว้สักการะ พระพุทธรูปในโบสถ์เรือสุพรรณหงส์กลางน้ำ

ไฮไลท์ที่โดดเด่ด ก็คือ พระอุโบสถที่ก่อสร้างบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ที่ลอยอยู่กลางน้ำอย่างสวยงาม มีทางเดินเป็นบันไดพญานาค ที่ทอดยาวไปถึงตัวพระอุโบสถ์ตั้งอยู่กลางน้ำ มีหลังคาทรงจัตุรมุข 3 ชั้น ภายในมีพระประธานอยู่ตรงกลางและมีพระบรมสารีริกธาตุ ให้เราได้ทำการกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต

นอกจากนี้ ด้านข้างวัดยังมีตลาดโบราณที่ชาวบ้านในชุมชน ได้นำสิ่งของมาวางขายในราคาย่อมเยา มีทั้งเสื้อผ้าพื้นเมือง ข้าวจี่ ผักพื้นบ้าน หอม กระเทียม ของดีศรีษะเกษ ให้ขาช้อปได้เลือกซื้อและเลือกชิมกันอย่างเพลิดเพลิน 

อีกทั้งยังมีจุดเช็คอินสำหรับพวกที่ชื่นชอบให้ได้สร้างภาพ เพราะที่นี่มีมุมถ่ายรูปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวไปตามคันนาข้างวัดที่สวยงาม โดยที่ด้านข้างๆ สะพานจะมีแปลงต้นข้าวสีเขียวๆ ผืนใหญ่ มองแล้วสวยงาม และสร้างความสดชื่นได้ดีทีเดียว     

ที่นี่ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่เช็คอินที่ชาวคณะคาราวานรถยนต์ ISAN in LOVE ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว 20 จังหวัดภาคอีสาน ได้แวะเวียนมาสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนแห่งนี้ ด้วยการดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์

————————————————————————–

Elephant World (โลกของช้าง) แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสุรินทร์

วันที่แปดของทริป [22 กันยายน 65] Elephant World (โลกของช้าง) แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสุรินทร์

คาราวาน ISAN IN LOVE ปี 5 พิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน นำโดย นายสมชาย  ชมภูน้อย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) พาคณะคาราวานแวะมาสัมผัสและเปิดประสบการณ์อันประทับใจของช้าง ด้วยการนั่งชมการแสดงของช้างที่หลากหลายความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น การปาลูกโป่ง, วาดรูป และเต้นฮูลาฮูป ฯลฯ

สำหรับภาพเขียนรูปดอกไม้ที่ช้างวาดนั้น ได้ถูกประมูลไปด้วยราคา 500 บาท เป็นรูปดอกไม้ที่ช้างวาดได้สวยงาม ถ้าไม่มาเห็นกับตาก็งคงไม่เชื่อเลยว่าเป็นช้างวาด สุดยอดจริงๆ

โครงการโลกของช้าง (Elephant World) ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสุรินทร์ UNSEEN New Series ตั้งอยู่ ณ บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

สุรินทร์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หรืออีสานใต้ มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงช้าง การทอผ้าไหม ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ มีผู้คนหลายเผ่าพันธุ์และภาษา อาทิ เขมร กูย และลาว มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 11 และมีพื้นที่กว้างเป็นอันดับที่ 24 ของประเทศไทย

หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง.สุรินทร์ เป็นสถานที่ดำเนินงานตามโครง การนำช้างคืนถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนให้กลับมาอยู่ถิ่นฐานบ้านเกิดอย่างมีความสุข โดยจัด การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ การแสดงของช้าง พิพิธภัณฑ์ช้าง และการแสดงช้างเล่นน้ำ เป็นต้น

การแสดงช้างแสนรู้ เปิดการแสดงทุกวัน วันละ 2  รอบ คือ เวลา 10.00 . และเวลา 14.00 . ไม่เว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในแต่ละรอบจะมีการแสดงความสามารถของช้างในศูนย์ฯ อาทิ ช้างเต้นรำ ช้างวาดรูป ช้างปาลูกโป่ง และช้างเตะฟุตบอล เป็นต้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เพจ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร  044 514447 หรือสายด่วน 1672  

————————————————————————–

นครวัด (Angkor Wat)ประเทศกัมพูชา

วันที่เก้าของทริป [ 23 กันยายน 65] เดินทางกว่า 170 กิโลเมตร ด้วยเวลา 3 ชั่วโมง พิชิตนครวัด ประเทศกัมพูชา

คาราวาน ISAN IN LOVE ปี 5 พิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน นำโดยนายสมชาย  ชมภูน้อย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) พาคณะคาราวานเดินทางข้ามฝั่งที่ด่านช่องจอม ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมง ด้วยระยะทาง 170 กิโลเมตร ไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่อลังการของ นครวัด (Angkor Wat-អង្គរវត្ត) ประเทศกัมพูชา หนึ่งในดินแดนมหัศจรรย์ของโลก

นครวัด (Angkor Wat) เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 

โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

การเดินชม นครวัด (Angkor Wat-អង្គរវត្ត) นั้น เป็นการใช้เวลาเป็นอย่างมาก แต่จุดไฮไลท์ก็คงอยู่ที่ปราสาทนครวัด ซึ่งอยู่ด้านในสุด ต้องเดินข้ามสะพานแล้วก็เดินลัดเลาะชมกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดสร้างภาพ ถือเป็นการพักขาไปในตัว พอไปถึงจุดหมายที่ปราสาทนครวัด อาการเหนื่อยล้าหายไปเลย ภาพที่อยู่ตรงเบื้องหน้ามันช่างยิ่งใหญ่อลังการเอามากๆ

ถึงแม้จะเป็นการเดินทางที่ใช้เวลานาน 3 ชั่วโมง กับระยะทางอีก 170 กิโลเมตร ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการที่ได้มาเห็นตาของเราเอง สุดๆ บอกเลย

และแล้วก็จบเที่ยวทริปพิชิตครบ 20 จังหวัด และอีกหนึ่งโปรแกรมพิเศษ กับการนั่งรถวันเดียวเที่ยว 2 ประเทศ แบบไปเช้าเย็นกลับ จากฝั่ง จ.สุรินทร์ (ประเทศไทย) ข้ามฝั่งไปเที่ยวนครวัด (ประเทศกัมพูชา) 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

——————————————————————–——

Previous «
Next »