• Homepage
  • >
  • Reviews
  • >
  • “ข้าวมนต์” มนต์เสน่ห์ของอาหารจานโปรด ในสไตล์ฟิวชั่น

“ข้าวมนต์” มนต์เสน่ห์ของอาหารจานโปรด ในสไตล์ฟิวชั่น

ถ้าจะเอ่ยถึงอาหารไทยแล้ว ผมว่าพวกเราคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่การที่จะเลือกหาร้านอาหารที่ตอบโจทย์ในเรื่องของรสชาติและหน้าตา ก็คงจะต้องเลือกและคัดสรรกันหน่อย จะไปเชื่อามรีวิวเลยก็ไม่ได้ ก็ต้องฟังจากคนรู้จักหรือเพื่อนๆ ที่เคยไปรับประทานกันมาก็พอจะเชื่อได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ เราเองก็ต้องไปลิ้มลองและสัมผัสเองเท่านั้น และในครั้งนี้เราก็เลยเดินทางไปสัมผัสและลิ้มลองกันด้วยตัวของพวกเราเอง ร้านที่เราจะพูดถึงก็คือร้านข้าวมนต์

ข้าวมนต์ตั้งอยู่ที่ซอยอ่อนนุช 41 ถนนอ่อนนุชนี่เอง ร้านอยู่ภายในตัวอาคารที่ดูโดดเด่นและอยู่ติดกับถนนอ่อนนุช บริเวณหน้าร้านมีที่จอดรถสะดวกสบาย ร้านจะอยู่บริเวณทางด้านขวามือ หน้าร้านก็จะมีป้ายชื่อร้านข้าวมนต์ที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ด้านล่างของป้ายก็จะมีรูปโฆษณาเมนูอาหารของทางร้าน

ผลักประตูเดินเข้าไปก็จะเจอในส่วนของครัวซึ่งจะอยู่บริเวณชั้นล่าง เดินไปด้านในสุดก็จะเจอกับลิฟท์ ซึ่งเราก็จะต้องขึ้นไปยังบริเวณชั้นที่ 3 ของร้าน พอขึ้นไปถึงชั้นสามและเปิดประตูลิฟท์ออกไปก็จะเจอกับห้องกว้างๆ ที่สร้างและตกแต่งเอาไว้รองรับลูกค้า บริเวณผนังโดยรอบจะถูกตกแต่งไปด้วยภาพเขียนสวยงาม บริเวณประตูทางด้านขวามือจะมีกรอบรูปโลโก้ของร้านที่เป็นภาษาอังกฤษ K-KHAOMON ภายในห้องจะตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา

พวกเราไปถึงช่วงบ่ายๆ ก็ได้เวลาของ Afternoon Tea พอดี ทางร้านก็ยกมาเสิร์ฟกันแบบอลังการงานสร้างจริงๆ ภายในชุดก็จะชุดประกอบไปด้วย  ชาถวายตัวบางคนอาจรู้จักในนามว่าชาภุมรินทร์ถวิลหา’ ‘ชาตัวหอม  ที่มีบันทึกลงในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา หรือเรียกสั้นๆ ว่าหม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ (พระนามเดิม)  เป็นพระมเหสีของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5  ท่านดำรงตำแหน่งพระอรรคชายาเธอ มีหน้าที่ควบคุมดูแลห้องพระเครื่องต้นของเสวยคาวหวาน ดูแลเครื่องบรรณาการต่าง ๆ  ท่านได้คิดค้นทำสูตรชาถวายตัวให้สำหรับนางในของวัง ก่อนที่จะถวายตัว โดยท่านเชื่อว่าเมื่อดื่มเข้าไปแล้ว ชาตัวนี้ขับเหงื่อออกมา เหงื่อแรกจะขับของเสีย เหงื่อที่สองจะเป็นกลิ่นหอมของดอกไม้  ประกอบไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด ทั้ง ขลู่ ใบบัวบก จำปี ลีลาวดี และดอกกระดังงา หรือจะเลือกเป็นชาดอกไม้ ที่เราคัดสรรอย่างดี    เสิร์ฟพร้อมกับของว่างและขนมหวานไทย 9 สิ่งมงคล  ประกอบไปด้วย สโคน  3  รสชาติ    เสิร์ฟพร้อมกับแยมสตอว์เบอรี่โฮมเมด, คลับแซนด์วิช, ถุงทองกรอบ, เค้กมะตูม หนึบหนับกับเนื้อมะตูม หอมกลิ่นมะตูมเข้มข้น, เค้กหม้อแกงเผือก, ผกากรองไส้หวานและผกากรองไส้เค็ม เข้มข้นตัดรสเค็มหวานขนมเปี๊ยะสดดอกกุหลาบ และขนมกล้วยมะพร้าวอ่อน

ทั้งชาและขนมที่จัดมาให้รสชาติดีทีเดียว นั่งจิบชาไปก็หยิบขนมแต่ละอย่างมารับประทานไปด้วย บรรยากาศในช่วงบ่ายๆ แบบนี้ ฟินกันเลยทีเดียว

เสร็จจากชุด Afternoon Tea คราวนี้ก็มาถึงเวลาลิ้มลองรสชาติของอาหารกัน เพราะวันนี้ตั้งใจมาลิ้มลองรสชาติของอาหารกัน

ข้าวตังหน้าตั้ง
ปีกไก่ทอด

เมนูที่ยกมาเสิร์ฟก็มีหลายรายการ อันดับแรกก็เสิร์ฟเมนูทานเล่น นั่นก็คือ “ข้าวตังหน้าตั้ง” ตัวเนื้อของข้าวตังกรอบ เคี้ยวง่าย น้ำราดก็รสชาติดี กินกันเป็นคำกันเลยทีเดียว ตามมาติดๆ ด้วยเมนู “ปีกไก่ทอด” รสชาติเค็มนิดๆ กำลังดี กรอบ นุ่มในตัว เมนูนี้ก็กินกันแบบเพลินๆ แป๊บเดียวก็หมดจาน 

ส้มตำไทยไข่เคียง

อีกหนึ่งเมนูรสชาติโดนๆ แซ่บๆ ก็ต้องนี่เลย “ส้มตำไข่เคียง” เมนูนี้เด็ดจริง รสชาติมาครบ ทั้ง เปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ดกำลังดี เส้นมะละกรอบๆ ภายในจานยังมาพร้อมกับเส้นขนมจีนและโรยด้วยกระเทียมเจียว เคียงข้างไปด้วยไข่ยางมะตูมผ่าครึ่งซีก น่ากินมากกกก

เนื้อนอกย่างจิ้มแจ่ว

ถัดไปก็จะต้องนี่เลย “เนื้อย่างนอกจิ้มแจ่ว” จานนี้ย่างกันมาแบบ มีเดียม แรร์ เนื้อตรงกลางสีแดงเชียว เนื้อเคี้ยวง่าย นุ่ม ไม่เหนียว เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสชาติเข้มข้นกำลังดี มีเผ็ดนิดๆ เปรี้ยวน้ำมะขามเปียก เมนูรสชาติก็โดนอีกเช่นเคย 

ผัดไทยกรอบ

กำลังดื่มด่ำไปกับเนื้อนอกย่างจิ้มแจ่วได้ไม่นาน พนักงานก็ยกเมนู “ผัดไทยกรอบ” มาเสิร์ฟ ตอนที่เห็นครั้งแรกแทบไม่เชื่อเลยว่าจะเป็นหน้าตาของผัดไทย ดีไซน์มาซะสวยงาม หน้าตาเหมือนเกี๊ยวทอดประมาณนั้น ทำเป็นแท่งๆ แป้งด้านนอกบางและกรอบ ด้านในของตัวผัดไทยก็จะมีวุ้นเส้นเป็นส่วนผสม รสชาติดีทีเดียว เวลารับประทานต้องนำไปคลุกๆ กับน้ำราดที่อยู่บนจาน อยากได้เข้มข้นก็คลุกกันเยอะหน่อย หรือใครจะเพิ่มเปรี้ยวก็มีมะนาวมาให้ โอ๊ย! โดนอีกหนึ่งเมนู

เฟตตูชินี่คั่วกะปิ

อีกหนึ่งเมนูที่เราไม่ค่อยสันทัดเท่าไหร่ ก็นี่เลย “เฟตตูชินี่คั่วกะปิ” เป็นอาหารสไตล์ฝรั่งที่ถูกจัดวางมาในรูปแบบฟิวชั่นสวยงาม หน้าตาดูดีทีเดียว รสชาติก็ต้องบอกว่าทำมาได้ถูกจริตกับคนไทยเอามากๆ รสชาติเข้มข้นดีทีเดียว ได้รับรู้ถึงกลิ่นของกะปิบางๆ  โอเคเลย

จริงๆ ทางร้านข้าวมนต์มีเมนูอาหารเยอะมากๆ เท่าที่ยกมาให้พวกเราลิ้มลองกันก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แค่นี้ท้องก็จะรับกันไม่ไหวแล้ว ไหนจะตามด้วยเครื่องดื่มรสชาติดีๆ กันอีก อิ่มแปล้กันเลยมื้อนี้

“ข้าวมนต์” เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 . ถึงเวลา 20:00 . ไปไม่ถูกปักหมุดไปที่นี่เลย : https://maps.google.com/?cid=13361690898785600802&entry=gps หรือจะโทรไปสอบถามรายละเอียดและจองโต๊ะนั่งกันได้ที่ เบอร์โทร 092-331-3222

Previous «
Next »