• Homepage
  • >
  • Take a Photo
  • >
  • ขับ Suzuki Ciaz ไปเดินเล่นถ่ายภาพชิลล์ๆ กันที่…สวนนกชัยนาท

ขับ Suzuki Ciaz ไปเดินเล่นถ่ายภาพชิลล์ๆ กันที่…สวนนกชัยนาท

    อีกหนึ่งคอลัมน์สนุกๆ ชิลล์ๆ ไปกับการท่องเที่ยวถ่ายภาพ กับคอลัมน์ Take a Photo ครั้งนี้จะพานั่งรถยนต์ซูซูกิ เซียส ขับเล่นเพลินๆ ด้วยระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก และสถานที่ท่องเที่ยวที่เราสองคนจะพาไปเดินเล่นถ่ายรูปในครั้งนี้ก็คือ “สวนนกชัยนาท” นั่นเอง

    ทริปนี้เราเลือกที่จะไปเริ่มต้นการเดินทางกันที่จังหวัดชัยนาทก่อนหนึ่งวัน โดยการไปหาที่พักกันใกล้ๆ กับสวนนก ถ้านับระยะทางจากกรุงเทพฯ จนถึงที่จังหวัดชัยนาทก็ประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางก็เกือบๆ สามชั่วโมงได้

    การนอนพักค้างคืนที่ชัยนาท เราสองคนเลือกที่จะพักในสถานที่แบบโฮมสเตย์เล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับสวนนก เหตุเพราะว่าเราจะได้ไม่ต้องเร่งรีบที่จะตื่นนอนกันมากนัก และที่โฮมใสเตย์ที่ชัยนาทนั้นราคาก็ไม่แพงมากนัก ตื่นเช้ามาอย่างดีก็แวะนั่งจิบกาแฟสดรสชาติที่ชื่นชอบ ทำร่างกายให้สดชื่นและพร้อมที่จะมีความสุขและสนุกสนานไปกับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ด้วย

       

    จากที่พักแบบโฮมสเตย์ เราขับรถยนต์ Suzuki Ciaz เดินทางไปเพื่อเติมความสดชื่นด้วยกาแฟสดกันที่ “ร้านกาแฟทวดพัน” ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก ร้านนี้ถือเป็นร้านกาแฟสดที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชัยนาทกันเลยทีเดียว เราสองคนก็เลยไม่พลาดที่จะไปนั่งจิบกาแฟและทำการเช็คอินกันซะด้วยเลย

       

    สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เราได้รถยนต์อย่าง Suzuki Ciaz เป็นยานพาหนะคู่การเดินทาง เป็นรถยนต์ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ K12B 4 สูบ 16 วาวล์ เป็นรถอีโคคาร์ที่มาพร้อมด้วยตัวถังลดแรงเสียทานของอากาศ ทำให้รถซูซูกิ เซียส มีน้ำหนักเบา ทำให้มีสมรรถนะในด้านการขับขีที่ดีเยี่ยม รูปลักษณ์ภายนอกและภายในดูโฉบเฉี่ยว ที่นั่งโดยสารกว้างขวาง ทำให้นั่งกันอย่างสบายไม่อึดอัดผู้โดยสารด้านหน้าข้างคนขับ สามารถนั่งเหยียดขาได้อย่างสะดวกสบาย ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถมีขนาดกว้างขวาง สามารถที่จะนำกระเป๋าและสัมภาระอื่นใส่เข้าได้กันอย่างจุใจเลยทีเดียว และซูซูกิ เซียส ยังติดตั้งมาพร้อมกับ Apple Car Play ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อฟังเพลง หรือสั่งงานผ่านระบบนี้ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

       

    ระยะทางจากร้านกาแฟทวดพันไปยังสวนนกชัยนาทก็ถือว่าไม่ไกลมาก เพียงแค่ 15 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีเท่านั้นเอง ขับออกจากร้านกาแฟไปทางด้านซ้ายแล้วก็ไปเลี้ยวกลับรถ หลังจากนั้นก็ขับมุ่งหน้าตรงไปยังสวนนกชัยนาท

    ขับข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตรงไปอีกนิดเดียวก็ถึง ถนนหนทางของที่นี่ถือว่าโอเคมากๆ ขับกันสบายๆ ที่ความเร็วประมาณ 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมงเพลินๆ ไม่นานรถยนต์ซูซูกิเซียสก็เลี้ยวขึ้นไปทางด้านขวามือก่อนที่จะไปจอดสนิทนิ่งอยู่ที่บริเวณใกล้ๆ กับทางด้านหน้าของสถานที่จำหน่ายบัตรเข้าชม

       

    อากาศในวันนี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝนดูแปลกๆ การมาท่องเที่ยวถ่ายภาพในวันนี้สงสัยต้องเจอกับอุปสรรคกันบ้าง คิดเอาเองให้มันเครียดเล่น 5555+ แต่เราได้กล้องมิเรอเลสในยุคปัจจุบันที่สามารถตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพในสภาวะที่แสงน้อยๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างอื่นก็เลยไม่ต้องกังวลมากนัก น่านปะไร และก่อนจะเข้าไปชมยังบริเวณด้านในของสวนนก นักท่องเที่ยวรวมทั้งเราสองคนก็จะต้องทำการซื้อบัตรผ่านประตูกันก่อน อัตราค่าเช้าชม สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ถ้าเป็นชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ก็จะได้นำเงินไปทะนุบำรุงสวนนกให้ดีๆ ว่างั้นเถอะ ซื้อบัตรเสร็จก็เดินเข้าช่องประตูทางด้านซ้ายมือ โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนคอยบริการอยู่ก่อนแล้ว พอผ่านเข้าไปเสร็จก็จะเจอกับบริเวณกว้างๆ ตรงจุดนี้ก็จะเริ่มเห็นนกกันบ้างแล้ว นกรูปปั้นนะครับ อ้าว! ซะงั้น 5555+

       

    กล้องมิเรอเลสถูกน้ำขึ้นมาเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายภาพในวันนี้ ก็คาดการณ์ว่าจะมีนกให้เราสองคนได้ถ่ายเยอะแน่ๆ (อันนี้คาดการณ์เอาเองว่าจะเยอะ) การถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยสำหรับกล้องมิเรอเลสถือว่าสบายๆ มันสามารถปรับค่าความไวแสงได้มากถึง 1,600 เลยทีเดียว เลนส์ที่เตรียมไปก็ค่อนข้างจะครบ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ซูม เลนส์ฟิกซ์ขนาด 90 มม. หน้ากล้อง 1.8 และสำหรับเลนส์ตัวที่ติดกล้องตลอดเวลาก็เป็นขนาด 12-50 มม. ก็เป็นทั้งเลน์ไวน์ เลนส์ซูม และเลนส์มาโครอยู่ในตัวเดียวกัน

              

    เราสองคนหยุดสร้างภาพที่บริเวณสวนหย่อมด้านหน้ากันนานพอสมควร เพราะบริเวณนี้มีจุดเด่นใหนักท่องเที่ยวได้ทำการถ่ายภาพอยู่กลายมุมมากมาย ถ่ายภาพทั้งกล้องมิเรอเลสและมือถือสมาร์ทโฟนไปด้วยพร้อมๆ กัน ถ่ายภาพเสร็จก็ทำการอัพเรื่องราวลงเฟสบุ้คเพื่อทำการเช็คอินในทันที

       

    จากบริเวณนี้ เราสองคนก็เดินเลี้ยวไปทางด้านซ้ายที่เป็นถนน มองเลยไปตรงกลางระหว่างทั้งซ้ายและขวาจะเป็นสระน้ำที่มีขนาดใหญ่ ฝั่งของอีกด้านจะทำเป็นเกาะเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินข้ามไปเที่ยวชมและถ่ายภาพกัน ที่ตรงนี้ถือเป็นไฮไลท์ของสวนนกกันเลยทีเดียว เพราะมีรุปปั้นที่มีขนาดใหญ่ของพญานกอินทรีย์ยืนตั้งตระหง่านอยู่ ด้านใต้ตัวนกจะมีป้ายที่เขียนว่า “ที่นี่…สวนนกชัยนาท”

       

    เดินไปทางด้านอีกหน่อยก็จะเจอกับป้ายบอกตารางบริการรถไฟฟ้า ซึ่งเอาไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวให้ได้นั่งชมบริเวณรอบๆ ของสวนนก ใครต้องการที่จะหยุดจุดไหนก็สามารถลงไปได้เลย หรือว่าใครที่ต้องการเดินชมด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ ก็สามารถทำได้โดยที่ไม่มีใครเขาว่า เอ! เขานั้นคือใครหว่า 5555+

       

    เข้ามาก็ตั้งนานแล้วก็ยังไม่เห็นมีนกจริงๆ ให้ถ่ายภาพกันเลย จะเจอก็แต่รูปปั้นที่เป็นปูน เอ๊ะ! ยังไงหว่า หันหน้ามองตากันไปมาพร้อมกับอาการงุนงง แต่ก็ยังใจชื้นว่าคงจะมีอยู่ข้างใน อันนี้คาดการณ์อีกนั่นแหละ ไม่เจอนกก็ไม่เป็นไร เราถ่ายภาพอย่างอื่นก็ได้ อ้าว! ก็คอลัมน์ท่องเที่ยวถ่ายภาพไง เจอมุมไหนสวยๆ ก็ต้องสร้างภาพกันไว้ ว่ามั้ย?

       

    บรรยากาศในวันนี้มันดูเงียบๆ พิกล นักท่องเที่ยวที่มองเห็นรอบๆ มีจำนวนบางตาเหลือเกิน มันดูเหงาๆ ยังไงชอบกล แต่ก็ดีไปอย่างที่ เวลาถ่ายรูปจะได้สะดวกสบายและไม่ต้องกลัวว่า จะมีใครแอบติดไปกับภาพ่ายของเราด้วย เราเดินลงไปที่สะพานที่ยื่นออกไปทางด้านล่าง ที่ตรงนี้จะมีมุมให้อาหารปลา นักท่องเที่ยวสามารถที่จะซื้ออาหารมาเพื่อโปรยลงไปให้ปลาได้กินกันด้วย ขนาดยังไม่ให้อาหารมันยังมาเบียดเสียดกัยเยอะเลย เอ! นี่มันสวนนกหรือว่าบ่อปลาหว่า (แกล้งอุทานเบาๆ )

       

    เวลา 16.04 น. เราได้เจอกับนกยูงหนึ่งตัวพร้อมกับทำการบันทึกภาพเข้าให้ นึกว่าจะไม่ได้เจอนกซะแล้วเรา หลังจากนั้นก็พากันเดินต่อไปเรื่อยตามทางเดินที่อ้อมสระน้ำ เดินไปเจอตรงไหนสวยๆ เหมาะๆ ก็ทำการหยุดถ่ายภาพกัน จากนกยูงตัวแรกที่เจอก็ยังไม่เห็นว่ามีนกชนิดอื่นให้เราได้ถ่ายภาพกันเลย ความรู้สึกแปลกๆ เงียบๆ เหงาๆ มันแผ่กระจายไปรอบๆ ตัวเราสองคนอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกเหมื่อว่าที่แห่งนี้มันดูร้างๆ ยังไงไม่รู้ ไม่เหมือนกับเมื่อสมัยสามสิบปีที่แล้ว ที่ตอนนั้นสวนนกมีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ เวลาขับรถผ่านเข้าเขตจังหวัดชัยนาท ตามเกาะกลางหรือตรงบริเวณสี่แยก จะมีรูปปั้นหรือหุ่นฟางของนกชนิดต่างๆ ตั้งประดับตกแต่งอยู่ ดูแล้วบ่งบอกความเป็นจังหวัดชัยนาทได้อย่างชัดเจน แต่เดี๋ยวนี้ เวลาผ่านไปก็สามสิบปีเหมือนกัน ภาพเหล่านั้นมันเลือน้อยและเบาบางใความรู้สึกซะเหลือเกิน เอาน่า! ไหนๆ ก็มาแล้ว ลองเดินเข้าไปชมให้ทั่วๆ กันหน่อยก็แล้วกันว่า จะมีนกอะไรให้เราดูและถ่ายภาพกันบ้าง

       

    เราสองคนเดินอ้อมลัดเลาะไปตามทางเดินขวามือ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงบริเวณตอไม้แห้งๆ ผมมองเห็นสัตว์ที่มีชื่อว่า “อีกัวน่า” ตอนแรกก็นึกว่าเป็นรูปปั้น ที่ไหนได้ในขณะที่จะกดชัตเตอร์ก็เห็นว่ามันเริ่มขยับตัว อ้าว! เฮ้ย นี่มันมีชีวิตนี่หว่า ผมก็เลยหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปมันซะเลย 5555+

       

    จากจุดที่ถ่ายรูปอีกัวน่าเราสองคนก็เดินตรงต่อไปอีกนิด บริเวณตรงนี้จะสะพานที่เชื่อมไปยังเกาะที่มีรูปปั้นนกอินทรีย์ เราหยุดถ่ายภาพกันสองสามภาพก็พากันเดินต่อไปยังประตูทางที่จะเข้าไปชมนก เราเดินเข้าไปด้านในทันที นักท่องเที่ยวตรงบริเวณนี้มีอยู่สองสามคนเห็นจะได้

       

    เราเดินแหวกม่านประตูที่ทำด้วยโซ่พลาสติกเพื่อเข้าไปด้านใน บรรยากาศโดยรวมดูเงียบๆ ชื้นๆ หันมองดูรอบๆ บริเวณแล้วก็เงยหน้าขึ้นไปด้านบน ที่นี่จะมีต้นไม้ต้นใหญ่ๆ ปกคลุมอยู่โดยรอบ บริเวณทั้งหมดจะถูกคลุมไปด้วยตาข่ายสำหรับกั้นให้นกอยู่ด้านใน เดินไปอีกนิดก็เจอเลย นกยูงอีกนั่นแหละ เอ! สวนนกนี้มีแต่นกยูงหรืออย่างไร 5555+

       

    เมื่อเดินเข้าไปตามทางเดินได้สักพัก เจอเลย! อีกัวน่า มันนอนอยู่กับพื้นริมทางเดิน ผมเดินเข้าไปว่าจะถ่ายรูป พอมันเห็นเราสองคนเท่านั้นแหละ มันรีบวิ่งขึ้นไปบนต้นไม้ที่อยู่ริมสระน้ำทันที คราวนี้ก็เลยได้ใช้เลนส์ซูมในการบันทึกภาพเลย นึกว่าจะหนีพ้นมือช่างภาพอย่างเราไปได้เหรอ 5555+

       

    เดินไปตามทางเดินไปเรื่อยๆ ด้านซ้ายก็จะเป็นพื้นดิน มีนกยูงเดินเลาะเล็มหอาหารกินอย่างใจเย็น ส่วนทางด้านขวามือก็จะเป็นสระน้ำ มองไปไกลๆ ก็จะเจอกับฝูงนกกระสายืนจับกลุ่มกันเป็นหมู่คณะ แหงนไปด้านบนที่มีตาข่ายขึงอยู่ จะมองเห็นกระยางสีขาวเกาะอยู่บนกิ่งไม้ บางตัวก็บินไปมาอย่างสนุกสนาน อืม! อิสระกันดีนะ แต่ไฉนจึงมีนกจำนวนน้อยเสียเหลือเกิน

       

    บรรยากาศในขณะนี้มันดูเงียบๆ เหงาๆ อย่างบอกไม่ถูก นักท่องเที่ยวก็ไม่มีเลย เราสองคนหันมามองตากันพร้อมกับบอกกันว่าให้เดินไปจนสุดทางนั่นแหละ จะได้รู้ว่ามันจะยังมีนกให้เราได้ถ่ายรูปอีกหรือเปล่า พอเดินไปได้สักพักก็จะเป็นทางตันที่ไม่มีเส้นทางให้เดินไปต่อ เราสองคนเลยเดินกลับออกมาทางเดิม

    “ก้าบ ก้าบ” อ้าวเฮ้ย! ที่นี่มันสวนนกไม่ใช่เหรอ ทำไม่ถึงมีเจ้าเป็ดน้อยมาร้องก้าบๆ อยู่ที่นี่หละ เราหันหน้ามามองกันอย่างงุนงงพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ ตลกหละ สวนนกชัยนาทเดี๋ยวนี้มีสัตว์อื่นที่ไม่ใช่นกเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยเสียแล้ว อืม! เราจะได้รู้ไว้

       

    เราสองคนใช้เวลาอยู่ในสวนนี้ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ คราวนี้ก็ได้เวลาเดินออกไปทางด้านนอกเพื่อไปชมบริเวณอื่นๆ กันต่อ เดินมาเกือบจะถึงทางออกก็มองเห็นนกอีกหนึ่งตัวเดินหาอาหารกิน เป็นนกอะไรก็ไม่รู้ขนสีแดงเลือดหมู มันหันมองเรา เราก็มองดูมัน ต่างคนก็ต่างมองกันไปมา ผมยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพเจ้านกตัวนี้อยู่สองสามภาพแล้วก็เดินผ่านออกไปทางด้านนอก

       

    จากประตูเราสองคนเดินไปทางซ้ายตามทางเดิน ทางหัวมุมจะมีสนามเด็กเล่นอยู่ เดินไปอีกนิดก็จะเจอกับสะพานที่เชื่อมไปยังเกาะเล็กๆ ที่มีรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมองค์สีขาวประดิษฐานอยู่ เราไม่เดินข้ามไปเพราะว่าเวลาเหลือน้อย การหยุดเพื่อบันทึกภาพกับสะพานจึงเป็นสิ่งที่เราถนัดที่สุด แหม! ก็มาทำคอลัมน์ท่องเที่ยวถ่ายภาพนี่ครับ ว่ามั้ย?

       

    แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเล็ดลอดกิ่งไม้เป็นลำแสงสวยงาม ลมเย็นๆ พักมาประทะสร้างความชุ่มชื้นอยู่เป็นครั้งคราว เราเดินอ้อมไปทางด้านขวามือจนมาบรรจบกันกับจุดเริ่มต้น มอง่านต้นไม้ออกไปยังเกาะกลางน้ำ เห็นรูปปั้นของนกอินทรีย์ยืนตระหง่านเหมือนว่าดำลังจะบอกว่าให้เราอยู่เที่ยวต่ออีกหน่อย ว่าไปนั่น ที่ตรงหัวมุมจะมีตู้โทรศัพท์สีแดงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ สร้างภาพสิครับรออะไร ที่ตรงนี้เราก็เลยถืออกาสบันทึกภาพเพื่อเป็นที่ระลึกกันอีกสองสามภาพ สบายใจไป 5555+

       

    และก่อนที่จะเดินออกไปจากสวนนก เราก็เลยใช้เวลาบันทึกภาพกันที่สวนหย่อมที่มีรูปปั้นนกกันอีกหลายภาพกันเลยทีเดียว ก็ประมาณว่านกจริงนั้นมีจำนวนน้อย ถ้าอย่างนั้นเราก็ถ่ายภาพกับนกรูปปั้นก็แล้ว รู้สึกว่ามันจะมีจำนวนมากเสียเหลือเกิน 5555+

    แดดเริ่มอ่อนตัวลงเรื่อยๆ ขณะนี้ก็เป็นเวลาประมาณเกือบๆ ห้าโมงเย็น เดินผ่านประตูที่เป็นทางออกก็จะไปเจอกับร้านขายของที่ระลึกมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถที่จะซื้อเป็นของที่ระลึกหรือซื้อไปฝากคนทางบ้านแม้กระทั่งเพื่อฝูงได้เลย มีทั้งของที่ทำเป็นรูปนกนาๆ ชนิด และของอื่นๆ ปะปนผสมกันอยู่มากมายให้ได้เลือก ครั้งนี้เราสองคนก็ไม่ได้ซื้ออะไรติดตัวกลับไปด้วย อืม! ก็ของที่บ้านมันมีเยอะนหาที่วางไม่ได้แล้ว ประมาณนั้น

       

    ทริปท่องเที่ยวถ่ายภาพในวันนี้ก็ถือเป็นอันจบอย่างสมบูรณ์แบบงงๆ งวยๆ กับคำว่า “สวนนกชัยนาท” สวนนกที่เดี๋ยวนี้ไม่มีนกให้เราได้ดูเหมือนสมัยเมื่อสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เป็นไร แค่ครั้งหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวถ่ายรูป ได้รู้ ได้เห็น ได้เก็บความทรงจำดีๆ เอาไว้ก็เพียงพอ จะคาดหวังอไรมากไม่ได้อยู่แล้ว บางสิ่งบางอย่างมันอาจจะไม่สมบูรณ์ในสายตาหรือมุมมองของเรา แต่มันอาจจะถูกใจใครหลายๆ คนก็เป็นได้ ว่ามั้ย?

    สำหรับการเดินทางในทริปนี้ เราได้ยานพาหนะคู่การเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอย่าง Suzuki Ciaz ถึงแม้จะเป็นรถอีโคคาร์ที่มีเครื่องยนต์ไม่สูงมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นเอนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ในด้านของการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปลักษณ์และพื้นที่ที่โอ่อ่ากว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ให้มาอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะพื้นที่ด้านท้ายของรถ เราจึงสามารถที่จะนำกระเป๋าเดินทางหรือแม้แต่จักรยานพับได้ ก็สามารถที่จะนำทันใส่ไปเที่ยวได้กับเราได้อย่างสบายๆ

    ขอขอบคุณ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์ Suzuki Ciaz ในการถ่ายทำคอลัมน์ท่องเที่ยวถ่ายภาพในครั้งนี้

 

พิกัด : สวนนกชัยนาท

 

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *