• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • ขับ Nissan Note พาไปชม…“ฝูงนกค้างคาวร้อยล้าน” ที่โพธาราม

ขับ Nissan Note พาไปชม…“ฝูงนกค้างคาวร้อยล้าน” ที่โพธาราม

   อำเภอโพธาราม จ.ราชบุรี เป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุเทพมหานครมากนัก โดยมีระยะทางเพียง 120 กว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางก็แค่เพียงสามสิบกว่านาทีเท่านั้นเอง ถือเป็นจังหวัดที่มีความเป็นมาเกี่ยวกับวัฒนธรรมอันยาวนาน รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวก็มีอยู่มากมาย และเมื่อเอ่ยชื่อ “ฝูงค้าวคาวร้อยล้าน” ก็ต้องที่นี่เลย วัดเขาช่องพราน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และที่นี่ จึงเป็นเป้าหมายในการเดินทางท่องเที่ยวสำหรับทริปนี้ของพวกเรา

    สำหรับในเรื่องของการเดินทาง ยานพาหนะถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะนำพาพวกเราเดินทางไปสู่จุดหมาย ครั้งนี้เราได้ยานพาหนะอย่าง Nissan Note เป็นเพื่อคู่การเดินทางที่จะพาพวกเราไปในทุกๆ ที่ที่เราอยากจะไป

    Nissn Note มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,198 ซีซี 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ที่ให้แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ช่วยลดแรงเสียดแทน น้ำหนักเบา อัตรเร่งดีและแรงบิดสูงสุดในขณะที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญ ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยการปล่อยปริมาณไอเสียไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร เทียบเท่ามาตรฐานการปล่อยมลพิษ EURO4

       

    ช่วงสายๆ ของอีกวันหลังจากที่นอนพักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่มกันที่ “กระท่องสาธุ” ซึ่งเป็นที่พักที่อยู่ด้านหลังของ “ร้านดูนม” ร้านนี้ถือเป็นร้านที่มีชื่อของโพธารามเลยทีเดียว พวกเราก็เลยใช้บริการกันทั้งกลางคืนและกลางวันกันอย่างเต็มอิ่ม อร่อยแนะนำเลยครับร้านนี้ บรรยากาศแนววินเทจเรโทรแบบย้อนยุควันวาน หลังคาทรงสูงให้ความร่มเย็นในยามที่เรานั่งพักเอนกายจิบเครื่องดื่มจากทางร้าน

       

    หลังจากนั่งดื่มด่ำกับเครื่องดื่มเย็นๆ ที่เสิร์ฟมาคู่กับขนมวัฟเฟิ่ลจนอิ่มสบายท้องกันเรียบร้อยแล้ว การเดินทางไปยังจุดหมายในวันนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น พวกเราพากันเดินไปขึ้นรถยนต์ Nissan Note คันสีดำที่จอดรอพวกเราอยู่บริเวณหน้าร้าน มองเห็นล้อแม็กซ์ กระจก และขอบของสเกิร์ตที่เป็นสีส้ม ดูแล้วมันช่างสะดุดตาในความโฉบเฉี่ยวซะเหลือเกิน มันช่วยเพิ่มดีกรีสำหรับการเดินทางไปเที่ยวในวันนี้ของพวกเราได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ

       

    ด้วยรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายในที่กว้างขวาง มาพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น ผมหยิบแฟลชไดรว์ที่มีเพลงอยู่ก่อนแล้ว นำมันไปเสียบเข้ากับช่อง USB ที่อยู่ภายในช่องเก็บของทางด้านหน้าข้างซ้ายของคนนั่ง หลังจากนั้นไม่นาน เสียงเพลงก็ได้ทำหน้าที่ขับกล่อมระหว่างการเดินทาง ขับมุ่งหน้าตรงไปยังวัดเขาช่องพรานในทันที

       

    จากร้านดูนม เราขับเจ้า Nissan Note มาได้ซักพักก็จะเจอกับทางรถไฟ หลังจากนั้นก็ขับมุ่งหน้าออกสู่ถนนใหญ่อีกที หันไปดูเวลาที่สมาร์ทโฟนก็เกือบจะเที่ยงวัน บรรดาสมาชิกหันมามองหน้ากัน หิวสิครับเวลานี้ ถ้าอย่างนั้นก่อนที่จะไปชมฝูงนกค้างคาวร้อยล้าน พวกเราแวะจัดอาหารในมื้อเที่ยงกันก่อนซะดีมั้ย เอ! แล้วจะไปแวะรับประทานกันที่ไหนดีหละ ก็เลยนึกได้ว่าที่โพธาราม มีสถานที่เก๋ ฮิปๆ ให้ไปแวะรับประทานอาหารและจิบกาแฟชิลล์ๆ กันก่อน และที่นี่ก็คือ ร้าน Secret Space ดินแดนแห่งความลับ เอ! จะมีความลับอย่างไรเดี๋ยวได้รู้กัน

       

    จากร้านดูนมไปยังร้าน Secret Space ระยะทางเพียงแค่ 11 กิโลเมตรเท่านนั้นเอง ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงยีสิบนาทีก็ถึง ระหว่างการเดินทางก็ได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงที่เปิดขับก่อมอยู่ตลอดเวลา ต้องบออกว่า Nissan Note คันนี้ เบาะนุ่มนั่งสบายเอามากๆ ที่นั่งด้านหลังก็กว้างขวาง ไม่อึดอัด มีที่พักแขนตรงกลางเบาะให้อีกด้วย ในส่วนของที่เก็บของด้านท้ายตัวรถก็กว้างขวางเอามากๆ สามารถที่จะบรรจุกระเป๋าสัมภาระหรือจักรยานได้อีกด้วย

       

    พวกเราเดินทางไปถึงร้าน Secret Space ประมาณเที่ยงกว่าเกือบๆ บ่ายโมง จอดรถเสร็จก็ขอสร้างภาพกับเจ้า Nissan Note กันบ้าง ก็รถมันเท่ดีนี่ครับ พวกเราจอดรุกันข้างป้ายของ Secret Space ที่เป็นแผ่นป้ายไวนิลที่ขึงติดอยู่กับกำแพงของเขาวงกต เฮ้ย! เขาวงกตอะไร ไหนบอกซิ

    ที่นี่มีความลับอะไร ความลับของที่นี่ก็คือ พื้นที่ 500 ไร่ของที่นี่ เป็นแหล่งผลิตไม้ใบรายใหญ่ของประเทศ จึงเป็นแหล่งนัดพบของคนที่ชื่นชอบต้นไม้ประเภทนี้ ทางเจ้าของจึงเกิดแนวความคิดที่จะทำเป็น Secret Space ขึ้นมา โดยรวมของ 3 สิ่งเอาไว้ด้วยกัน ก็มี ซุปเปอร์มาร์เก็ตต้นไม้ คาเฟ่ และอันสุดท้ายคือ แหล่งเรียนรู้

       

    จุดเด่นของที่นี่คือ ทางเข้าที่เป็นเขาวงกต โดยมีเป็นกำแพงที่กั้นเป็นชั้นสลับกันไปมา มีประตูเข้าออกสลับกันทำให้งงเล่นๆ อีกด้วย ที่ตัวกำแพงจะปลูกต้นไม้ตีนตุ๊กแกเกาะเป็นสีเขียวเต็มไปหมด ครั้งแรกเวลาเดินเขาไปก็เล่นทำเอาพวกเราหลงๆ และงงๆ ไปเหมือนกัน แต่ก็สนุกดี ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยทีเดียว

       

       

    จากกำแพงเขาวงกตเมื่อเดินเข้าไปทางด้านใน ที่ตรงบริเวณนี้จำทำเป็นคาเฟ่ มีบริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มเอาไว้สำหรับบริการลูกค้า รอบๆ บริเวณก็จะทำเป็นที่นั่งแยกเป็นส่วนๆ ในหลายๆ ส่วน ใครอยากจะนั่งตรงไหนก็เลือกเอาแล้วแต่ใจตรงการ มื้อเที่ยงนี้พวกเราเลยจัดกันไปหลายเมนูกันเลยทีเดียว ก็ทำพวกเราอิ่มแปล้ไปตามๆ กันจนเกือบจะง่วงนอนเข้าให้ 5555+

    เวลาเกือบบ่ายสี่โมงเย็นในขณะที่แดดเริ่มอ่อนกำลังลง การดินทางต่อไปยังจุดหมายที่วัดเขาช่องพรานจึงได้เริ่มต้นอีกครั้ง แอร์ฉ่ำๆ พร้อมกับเสียงเพลงที่เปิดขับกล่อมในขณะที่ท้องตึงๆ หนังตาหย่อนๆ มันทำให้เคลิ้มหลับได้เหมือนกัน จากร้าน Secret Space มุ่งหน้าไปยังวัดเขาช่องพราน ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 26 นาก็ถึง การสัญจรในวันนี้ถือว่าสะดวกเอามากๆ เพราะเป็นวันธรรมดา การขับขี่ก็เลยสามารถทำความเร็วได้อย่างเต็มในบางช่วง บางเวลา

       

    รถยนต์ Nissan Note มาพร้อมกับกล้องมองหลังและด้านบน โดยมีกล้องรอบคันทั้งหมดสี่ตัวด้วยกัน เราจึงสามารถที่จะเดินหน้า ถอยหลังและจอดได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พร้อมกันนนั้นยังมาพร้อมกับระบบการเตือนวัตถุที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ กับตัวรถ ที่ส่งสัญญาณมาจากกล้องทั้งสี่ตัว และในขณะที่เราขับออกนอกเส้นทางที่ความเร็ว 70 กิโลเมตร ตัวรถจะส่งสัญญาณเตือนขึ้นมาทันที ถือเป็นข้อดีและเป็นประโยชน์ที่สำคัญสำหรับการขับขี่

    และในขณะที่เราขับไปใกล้ๆ กับรถยนต์คันด้านหน้า สัญญาณจากกล้องตัวหน้าก็จะเตือนขึ้นมาที่หน้าปัทม์เพื่อให้คนขับได้ทำการเบรคชะลอเพื่อความปลอดภัย นอกจากนั้นก็ยังมีระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัจฉริยะ ที่ทำงานร่วมกับระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า โดยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วด้วยกล้องด้านหน้า หลังจากนั้นตัวรถก็จะช่วยชะลอความเร็วและหยุดรถในทันที ถือว่าไฮเทคเอามากๆ ในยุคปัจจุบัน

       

    ขับพลินๆ ไม่นานก็พาเจ้า Nissan Note เลี้ยวเข้าไปในวัดเขาช่องพรานเมื่อเวลา 16.40 น. มองเห็นหลังคาของโบสถ์สีส้มโดดเด่นอยู่ไกลๆ รถชะลอความเร็วแล้วค่อยๆ คืบคลานเข้าไปจอดยังบริเวณด้านหน้าของรูปปั้นนกค้างคาว ผมคว้ากล้องพร้อมกับติดเลนส์เทเลออกมายืนรออยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะกดชัตเตอร์ เวลานี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการสร้างภาพรถรอไปก่อน เพราะเจ้านกค้างคาวที่มีจำนวนล้านๆ ตัว มันจะพากันบินออกจากถ้ำไปหาอาหารกินกันก็ตอนหกโมงเย็น เวลาที่เหลืออยู่เกือบๆ สองชั่วโมง พวกเราก็เลยถือโอกาสสร้างภาพกันไปก่อน ถ่ายรูปรถและคนจนเป็นที่พอใจเวลาก็ยังคงเหลืออยู่อีก มาถึงวัดแล้ว สิ่งที่เราตระหนักอยู่เสมอๆ นั่นก็คือ การได้ทำบุญ ไม่รอช้าและปล่อยเวลาให้มันผ่านไปอย่างไร้ค่า ก็เลยแวะเข้าไปภายในบริเวณศาลาเพื่อทำบุญกัน

       

    ทำบุญจนหน้าตาอิ่มบุญกันถ้วนหน้าก็เดินออกมารออยู่ตรงบริเวณลานกว้างๆ ที่เป็นสนามหญ้า มองเห็นรถยนต์และรถกระบะเลี้ยวเข้ามาจอดอยู่ใกล้ๆ กับคันของพวกเรา พวกเขาก็คงจะมาเฝ้ารอชมนกค้างคาวเช่นเดียวกับเราเหมือนกัน

    ”หนูเป็นคนแถวนี้ยังไม่รู้เลยว่านกค้างคาวมันจะบินออกมากันกี่โมง” เสียงผู้หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมๆ เอ่ยพูดกับพวกเรา
”ผมเข้าไปหาหลวงพ่อมาครับ ท่านบอกมาว่าพวกมันจะออกมาตอนเวลาหกโมงตรงของทุกวัน” ผมหันกลับไปบอกกับผู้หญิงคนเดิมทันที

       

    พวกเราใช้เวลาในระหว่างที่รอชมนกค้างคาวเดินชมรอบๆ บริเวณวัด ถ่ายภาพบ้าง ขึ้นไปไหว้พระภายในโบสถ์และทำบุญกัน บริเวณด้านบนของเสาไฟของที่งัดนี้จะปั้นเป็นรูปนกค้างคาวแยู่แทบทุกต้น ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทางที่จะตรงไปยังโบสถ์ที่อยู่ติดกับหลังเขา สายลมเย็นๆ เริ่มพัดผ่านเข้าแทนที่ไอร้อน เวลานี้ก็ใกล้ๆ จะหกโมงเย็นอย่างที่หลวงพ่อท่านบอกมา พวกเราทำการจัดวางตำแหน่งในการถ่ายภาพรถเอาไว้ ภาพในหัวมันสวยงามแน่ๆ ถ้าเป็นดั่งที่เราวาดเอาไว้ เพราะฉากด้านหลังจะต้องเป็นภาพของฝูงนกค้างคาวเป็นล้านๆ ตัว ที่บินตามกันเป็นหมู่คณะเป็นเส้นโค้งฉวัดเฉวียนโค้งไปมา คงสวยงามน่าดู

       

    “เฮ่ย! พวกมันออกมาแล้ว” เสียงใครคนใดคนหนึ่งตระโกนดังลั่นไปทั่วบริเวณวัด หันไปดูเวลาที่สมาร์ทโฟนมันหกโมงตรงเป๊ะอย่างที่หลวงพ่อท่านบอกจริงๆ อะไรจะปานนั้น เมื่อมองไปที่บริเวณปากถ้ำ จะเห็นฝูงนกค้างคาวนับล้านๆ ตัว พากันบินกรูออกมาอย่างเนืองแน่นไปหมด บินฉวัดเฉวียนโค้งไปมาตามจ่าฝูงที่เป็นผู้นำ แต่ไฉนมันไม่บินในตำแหน่งที่พวกเราได้วางเอาไว้หละ ผมตั้งท่าจะคอยกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพฝูงนกค้างคาว

       

    ผมตั้งท่ารอแล้ว รอเล่า รอนานจนคิดว่าวันนี้มันคงไม่มาบินในแบบที่เราต้องการแน่ๆ ไม่รอช้าให้เสียเวลา ผมยกกล้องพร้อมกับขาตั้งเดินไปในตำแหน่งที่พวกมันบินไปทางด้านซ้านของตัวโบสถ์ เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อบันทึกภาพ เปลี่ยนทั้งเลนส์ไวด์และเลนส์ซูมเพื่อบันทึกภาพในแต่ละมุมมอง บางภาพก็ใช้เลนส์ที่มีความยาวซูมเข้าไปใกล้ๆ กับฝูงนกค้างคาว จำนวนภาพที่บันทึกถือว่าเยอะเอามากๆ ก็บันทึกเอาไว้ก่อนค่อยมาคัดและดูกันทีหลัง

       

    ในขณะที่พวกนกค้างคาวบินตามกันไปเป็นกลุ่มนับล้านๆ ตัว เสียงร้องของพวกมันดังขึ้นเป็นระยะๆ ผู้คนที่รอชมพวกมันอยู่ ต่างก็หยิบกล้องขึ้นมาบันทึก ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเอาไว้ดูกัน ผมตามบันทึกภาพของฝูงนกค้างคาวไปทางด้านที่อยู่ทางด้านซ้ายของโบสถ์ ก็เลยปักหลักเพื่อบันทึกภาพอยู่ที่นั่นซะเลย มองผ่านช่องมองภาพออกไปไกลๆ บางฝูงก็เหมือนว่าจะลังเลอยู่เหมือนกัน พวกมันคงบินวนไปวนมาอยู่ทางด้านหลังของวัดเหนือแม่น้ำ ก็ประมาณว่ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าวันนี้จะไปที่ไหนกันดี ซะงั้น

        

    ใช้เวลาชมฝูงนกค้างคาวและบันทึกภาพจนวินาทีสุดท้ายก็น่าจะร่วมๆ สองชั่วโมง จนจำนวนกค้างคาวเริ่มเบาบางลงไปทุกขณะ การบันทึกภาพเจ้านกค้างค้าวก็ได้สิ้นสุดลงในเวลาประมาณหนึ่งทุ่มเห็นจะได้ เวลาที่เหลือในช่วงแสงทไวไลท์ที่ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน แสงแบบนี้ก็เลยอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพโบสถ์ของวัดเขาช่องพรานซะด้วยเลย

    จนกระทั่งเวลาทุ่มกว่าๆ พวกเราก็ได้เวลาเดินทางออกจากวัดเขาช่องพราน ขับรถยนต์ Nissan Note มุ่งหน้ากลับไปยังที่พักที่กระท่อมสาธุ ถือเป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในทริปนี้อย่างสมบูรณ์แบบและเต็มอิ่ม อิ่มเอิบไปกับบุญที่ได้ทำ และอิ่มเอิบไปการการชื่นชมฝูงนกค้างคาวจำนวนนับล้านๆ ตัว ที่บินออกมาจากถ้ำเพื่อออกไปหากินในเวลากลางคืน และพวกมันก็จะบินกลับมาในช่วงก่อนฟ้าสางของอีกวัน ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี

    ภายในบริเวณวัดเขาช่องพรานยังมีสถานที่เที่ยวอีก ไม่ว่าจะเป็นถ้ำพระนอนที่ลึก 120 เมตร มีพระพุทธไสยาสน์อยู่ 1 องค์ ขนาดความยาวประมาณ 8 เมตร สูงประมาณ 1 เมตร และมีพระพุทธรูปต่างๆ อีกประมาณ 200 องค์ ประดิษฐานอยู่ภายในบริเวณถ้อีกด้วย และถ้าอยากที่จะไปยืนชมวิวที่สวยงามของจังหวัดราชบุรี การเดินขึ้นบันได 499 ขั้น ใครที่ต้องการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกายตัวเองก็ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด แต่สำหรับผมเองขอบาย 5555+

    สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปเที่ยวและแวะชมฝูงนกค้างคาวที่วันเขาช่องพราน เดี๋ยวผู้เขียนจะปักหมุดให้ท้ายคอลัมน์จาก Google Maps เพียงแค่จิ้มเพื่อนำทางด้วยนิ้วแค่นั้นเอง การนำทางด้วย Google Maps มันก็จะพาไปยังสถานที่ว่านี้ได้อย่างง่ายดาย
.
.
.

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *