• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • ขับ Mitsubishi Tritan Plus พาไปชมทุ่งนางพญาเมืองเลน

ขับ Mitsubishi Tritan Plus พาไปชมทุ่งนางพญาเมืองเลน

    รถมิตซูบิชิไทรทันพลัสเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เข้าไปจอดนิ่งอยู่ปากทางเข้าทุ่งนางพญาเมืองเลน กระจกรถทางด้านซ้ายเคลื่อนลงก่อนที่ผมจะเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ “ต้องเสียค่าบัตรคนละเท่าไหร่ครับ คือว่าพวกเราเป็นสื่อมวลชน อยากจะเข้าไปถ่ายทำเพื่อลงเว็บไซต์ครับ”

 เจ้าหน้าที่หันตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร “ถ้าเป็นสือมวลชนก็เข้าฟรีครับ แต่ต้องเข้าไปแลกบัตรทางด้านในก่อน” หลังจากนั้นรถมิตซูไทรทันก็เคลื่อนที่มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่สำหรับแลกบัตรก่อนที่จะขับรถย้อนกลับมาทางเดิม

  

   เวลา 10.25 น. พวกเราทั้งหมดก็ได้เวลาที่จะตะลุยเยี่ยมชมความงามของธรรมชาติแห่งทุ่งนางพญาเมืองเลน เส้นทางที่รถเคลื่อนผ่าน ถนนจะเป็นดินลูกรังสีแดง บางช่วงจะเป็นหลุมเป็นบ่อบ้างอันเนื่องมาจากการกัดเซาะของน้ำฝน 

    ทุ่งนางพญาเมืองเลน เป็นทุ่งหญ้าที่โอบล้อมไปด้วยป่าสนสองใบ สลับกับป่าดิบแล้งและป้าเต็งรัง ตามกิ่งสนจะพบกล้วยไม้ที่หาชมได้ยากคือ เอื้องชะนี เอื้องมัน ในยามเช้าๆ ของช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีหมอกให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมความงาม ทุ่งนางพญาเมืองเลนตั้งอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหนองแม่นาประมาณ 14 กิโลเมตร

  

    “มองไปทางด้านซ้ายสิ สวยงามมาก” หนึ่งในสมาชิกร่วมทริปเอ่ยขึ้นมา ผมหันไปตามเสียงนั้นทันที “อืม จริงด้วย” เสียงชัตเตอร์ถูกกดเพื่อบันทึกภาพครั้งแล้วครั้งเล่า ภาพที่เห็นผ่านกล้องจะมองเห็นเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยหญ้าที่เขียวขจีเหมือนผืนพรม ส่วนทางด้านขวามือจะแลดูเป็นสีดำแซมด้วยสีเขียวของยอดหญ้าอ่อนๆ อันเนื่องมาจากการเผาไหม้ของไฟป่า

    เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นก่อนที่จะขับเคลื่อนขึ้นไปยังเนินที่สูงชันเล็กน้อย ผมเหลือบไปเห็นป้ายที่บอกเส้นทาง “เดี๋ยวจอดตรงนี้ก่อนนะ จะถ่ายป้ายคู่กับท้ายรถ” ผมหันไปบอกคนขับก่อนที่ผมจะลงไปบันทึกภาพตามที่บอก ระหว่างทางที่รถเคลื่อนผ่านนั้น สองข้างทางจะมีดอกโคลเคลงตัวผู้ชูช่อดอกสีม่วงปริแย้มให้กับผู้ที่มาเยี่ยมเยือนได้เชยชมอยู่เป็นระยะๆ “นี่ถ้าเป็นรถเก๋งไม่สามารถแน่ๆ เลย ดีนะที่เราได้มิตซูไทรทันพลัส เหมาะจริงๆ” ผมหันไปบอกกับสมาชิกร่วมทริปก่อนที่ทั้งหมดจะหันมาพยักหน้าตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

  

    เสียงเพลงที่เปิดจากสมาร์ทโฟนที่เสียบผ่านสายยูเอสบีเข้าเครื่องเสียงของตัวรถดังขึ้นมา สลับกับเสียงเจื้อยแจ้วของนกที่ได้ยินอยู่ระหว่างที่รถขับเคลื่อนไปยังจุดหมาย เบื้องหน้ามีแนวของผืนป่าปกคลุม มองเห็นก็เพียงแค่เส้นทางเดินรถที่เป็นดินแดง ส่วนทางด้านซ้ายจะมีจุดชมวิวให้แวะชื่นชมความงามและถ่ายรูปกัน “เดี๋ยวจอดตรงนี้แหละ จะถ่ายรูปซักหน่อย” ผมหันไปบอกคนขับก่อนที่รถจะจอดนิ่ง เสียงของชัตเตอร์ถูกกดครั้งแล้ว ครั้งเล่าจนพอใจ หลังจากนั้นรถก็เคลื่อนตัวผ่านเนินแนวป่าที่ลาดชัน ขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้ นั่นก็คือ “ทุ่งนางพญาเมืองเลน”

  

    ดอกโคลงเคลงตัวผู้ยังชูช่อแย้มกลีบดอกสีม่วงให้ได้เชยชมอยู่ตลอดเวลา แสงที่สาดลอดผ่านกิ่งก้านต้นสนเป็นพุ่งเป็นลำตกกระทบกับพื้นล่าง เสียงสัตว์ป่าส่งเสียงดังไปทั่วในขณะที่รถแล่นผ่าน พอพ้นโค้งแนวของต้นสนมาได้ซักพักก็จะเจอกับศูนย์พิทักษ์ป่าที่อยู่ทางด้านขวามือ ตั้งเรียงรายไปตามแนวถนน รถยังคงโยกตัวไปมาตามสภาพของถนนที่ไม่ค่อยจะราบเรียบดีนัก แต่ด้วยสมรรถนะของมิตซูบิชิไทรทันพลัส อุปสรรคที่ขวางกั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดี พอขับพ้นแนวป่าก็จะเจอกับทุ่งหญ้าแห้งๆ สีเหลืองอ่อนทั้งซ้ายและขวา และมีต้นสนต้นเล็กๆ ที่ชูใบสีเขียวอยู่ระหว่างสองข้างทางเป็นช่วงๆ

    “โน่นไง เจอแล้วป้ายทุ่งนางพญาเมืองเลน” หนึ่งในสมาชิกที่ร่วมเดินทางตะโกนบอกเบาๆ ในขณะที่ผมก็มองเห็นเช่นเดียวกัน รถแล่นผ่านแนวต้นสนที่อยู่ปากทางเข้าอย่างช้าๆ จนกระทั่งเลี้ยวเข้าไปจอดสงบนิ่งอยู่ทางด้านหน้าของป้าย ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมใบด้วยใบสนที่ร่วงหล่นลงมา แลดูคล้ายผืนพรมที่ถักทอ ผมไม่รอช้า รีบก้าวลงจากรถเพื่อบันทึกภาพทันที โดยเลือกที่จะถ่ายเป็นภาพมุมต่ำของรถให้คู่กับป้าย ผมล้มตัวลงนอนแนบกับพื้นดินที่มีใบสนปูรองรับอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของภาพ ผมหยิบเอาลูกสนที่หล่นมาวางทำเป็นโฟร์กราวด์ เสียงของชัตเตอร์ถูกกดขึ้นติดๆ กันจนพอใจก่อนที่ผมจะใช้มือซ้ายยันกายให้ลุกขึ้นหนีห่างจากพื้นดินด้านล่าง หลังจากนั้นการถ่ายภาพในมุมมองต่าง ๆ ของบริเวณนั้น ก็ถูกบันทึกขึ้นเป็นจำนวนหลายสิบภาพ เหล่าสมาชิกร่วมทริป ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปชื่นชมธรรมชาติโดยส่วนตัวเช่นเดียวกัน 

  

    “กลับกันได้แล้วไป” จอยหันมาบอกกับทุกคนในขณะที่ผมเพิ่งจะบันทึกภาพของดอกโคลงเคลงตัวผู้ที่อยู่บริเวณนั้น “เคร เคร“ ผมตอบกลับไปทันที แสงของดวงอาทิตย์คลื่อนคล้อยผ่านแนวต้นสนไปทางทิศตะวันตก รถมิตซูไทรทันพลัสเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ออกจากบริเวณ ลัดเลาะไปตามแนวสุมทุมพุ่มไม้ก่อนที่จะโผล่ออกมาทางด้านนอกที่เป็นทุ่งโล่ง “ข้างหน้าโน้น หยุดแวะถ่ายต้นสนขางทางด้วยนะ” ผมหันไปบอกก่อนที่คนขับจะหันตอบกลับมาด้วยการพยักหน้า หลังจากที่รถจอดนิ่งอยู่กับที่ ปุ่มชัตเตอร์ของกล้องถูกกดอีกครั้งด้วยเสียงที่ดัง “แชะ แชะ” ผมหันกลับไปมอง ก็เห็นสมาชิกในรถยกมือถือสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นมาถ่ายภาพต้นสนเช่นเดียวกัน

  

    แสงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนคล้อยพร้อมกับลดปริมาณแสงที่เจิดจ้าลง นี่ก็บ่ายสามโมงกว่าๆ แล้ว ท้องฟ้าเริ่มมีเมฆสีเทาปกคลุมไปทั่วบริเวณ ลมเย็นๆ ปลิวพัดมาปะทะกับผิวกายให้ได้กลิ่นของใบไม้ใบหญ้า “ฝนจะตกแล้ว” ผมหันไปบอกสมาชิกร่วมทริปก่อนที่คนขับจะเร่งเครื่องยนต์ให้ทิ้งห่างจากบริเวณนั้นอย่างช้าๆ พร้อมกับเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อย เม็ดฝนเล็กๆ เริ่มทิ้งเม็ดลงมาใส่กระจกหน้ารถเม็ดแล้ว เม็ดเล่า ความชุ่มชื้นเริ่มคลืบคลานเข้ามาแทนที่ความแห้งแล้ง เป็นความโชคดีสำหรับการเดินทางมาเที่ยวในทริปนี้ของพวกเราจริงๆ  

    ด้วยสมรรถนะของมิตซูบิชิไทรทันพลัส 178 แรงม้าที่ได้พาพวกเรามาลุยยังทุ่งนางพญาเมืองเลน บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง และพร้อมจะลุยในสภาพป่าเขาลำเนาไพรได้ทุกเวลา ไม่ว่าถนนจะเป็นลูกรังที่เป็นหลุม เป็นบ่อ หรือแม้กระทั่งขับขึ้นลงทางลาดชัน รวมไปถึงมีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ติดมากับตัวรถให้ได้ใช้สอย จึงมั่นใจได้ว่ามิตซูบิชิไทรทันพลัส สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้รถได้เป็นอย่างดี 
Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts