• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • ขับ Ford Ranger พาไปชมภาพเขียนที่… “โรงเรียนธรรมชาติ บ้านริมน้ำ”

ขับ Ford Ranger พาไปชมภาพเขียนที่… “โรงเรียนธรรมชาติ บ้านริมน้ำ”

หลังจากปล่อยเรื่องท่องเที่ยวที่สุ่มปลายักษ์จังหวัดสุพรรณบุรีกันไปแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาที่หาเรื่องเที่ยวกันอีกสิครับ อ้าว! ก็ทำเว็บไซต์ท่องเที่ยว ก็ต้องเที่ยวสิครับ เข้าเส้นเข้าสายเลือดกันไปแล้ว ว่ามั้ย? แล้วจะไปที่ไหนกันดีหละ แล้วยานพาหนะจะใช้รถประเภทไหน ยี่ห้ออะไร ก็ต้องยกให้คันนี้เลย Ford Ranger รุ่น Limited ตอบโจทย์ได้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งใกล้และไกล เจ้า Ford Ranger ก็เอาอยู่ ว่ามั้ย? ทริปนี้เราสองคนเลยเลือกที่จะไปเที่ยวใกล้ๆ แค่จังหวัดนครปฐม จะพาไปเดินดูงานศิลปะภาพเขียนของเป้ สีน้ำตามต่อไปเรื่อยๆ นะครับ

เมื่อเอ่ยถึงเป้ สีน้ำหลายๆ คนอาจจะไม่เคยรู้จัก หรือเคยได้ยินชื่อ แต่ก็มีอีกจำนวนมากที่รู้จักรวมถึงตัวผมเอง เพราะเป้ สีน้ำ เป็นทั้งนักเขียน คนเขียนภาพ นักร้อง นักกวี และนักแต่งเพลง โดยเพลงที่สร้างชื่อให้กับเป้สีน้ำก็ต้องเพลงนี่เลยฝากรักเดี๋ยวลองยกตัวอย่างสักท่อนนึงนะ หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังกันบ้าง

ส า ย น้ำ น้ำ ไ ห ล ร่ อ ง โ ร ย 
ส า ย ล ม ล ม โ ช ย โ บ ย ลิ่ ว 
ส า ย ฝ น ฝ น ห ล่ น ล้ ม ป ลิ ว
ป ลิ ว ก ร ะ จ า ย เ ปี ย ก ก า ย เ ปี ย ก ใ จ

เอาเป็นว่าเกริ่นๆ พอเป็นกระสัยก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวพาไปเจอตัวเป็นๆ ของเป้สีน้ำ ก็อาจจะร้องอ๋อหรือไม่รู้จักก็เป็นได้ 5555+

จากกรุงเทพฯ เดินทางไปโรงเรียนธรรมชาติบ้านริมน้ำ จังหวัดนครปฐม ระยะทางก็ไม่ไกลมาก Google Maps ก็เพียงแค่หกสิบกว่ากิโลเมตรเอง ขับรถเพลินๆ ก็ถึงแบบสบายๆ ชิลล์ๆ แบบนี้ก็มีเสียงเพลงขับกล่อมระหว่างการเดินทางสิครับ นี่เลย เครื่องเล่นพกพาแบบอนาล็อก ซาวด์เบ้าท์ Sony WM-2 นั่งรถไปก็ฟังเพลงจากม้วนเทปคาสเซ็ทกันไป เพลินดีแท้ อ๋อ! ลืมบอกไปว่าเจ้า Sony WM-2 สามารถที่จะเสียบหูฟังได้สองชุดนะครับ เพลินสิครับงานนี้ ทั้งคนขับแะคนนั่ง ยาวไปคร้าบบบบบ

เดินทางสบายๆ กันในครั้งนี้ เราได้ยานพาหนะที่ตอบโจทย์อย่างเจ้า Ford Ranger รุ่น Lomited ก็ไม่ต้องพูดมาก ในเรื่องสมรรถนะก็ต้องว่าสุดๆ และเต็มเปี่ยมจริงๆ ยิ่งเป็นการเดินทางใกล้ๆ ถนนหนทางดีๆ ด้วยแล้ว เจ้า Ford Ranger สามารถที่จะพาเราเดินทางไปถึงจุดหมายได้อย่างสบายๆ

การเดินทางท่องเที่ยว สิ่งที่ขาดไม่ได้และถือเป็นสิ่งสำคัญก็คงจะหนีไม่พ้นกาแฟงั้นก็แวะสิครับรออะไร ระยะทางก็น่าจะประมาณกึ่งหนึ่งหรือครึ่งทางได้ ไดรเวอร์ก็ขับรถคันเท่ๆ เลี้ยวเข้าไปภายในปั๊มน้ำมันของพีทีที่อยู่ทางด้านซ้าย ภาพถ่ายมุมกว้างๆ ที่เห็นจากทางด้านท้ายกระบะของ Ford Ranger Limited คันนี้มองดูแล้วเท่อย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

เลี้ยวผ่านเลยหัวจ่ายน้ำมันไปทางด้านในสุดตรงบริเวณหน้าร้านกาแฟพันธ์ุรไทย ที่เราเลือกกาแฟพันธุ์ไทยก็เพราะเดี๋ยวนี้เขาปรับปรุ่งร้านกาแฟให้น่านั่ง อีกอย่างรสชาติของกาแฟก็โอเค อาจจะไม่เข้มข้นมากนัก อ๋อ! ลืมบอกไปว่าเรามีบัตร Max Card ด้วยสิ เวลาซื้อกาแฟก็ได้ส่วนลด แถมยังได้แต้มเอาไปใช้ได้อีกด้วย หรือถ้าใครเอาแก้วไปใส่กาแฟ ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยยังลดราคาให้อีกด้วย เฮ้ย! ดีงาม

ออกจากร้านกาแฟประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ ยังคงเหลือระยะทางอีกไกลพอสควร เราสองคนก็คุยกันว่า ถ้าอย่างนั้นก็ขับรถยาวๆ ไปจนถึงเป้าหมายกันเลยดีกว่า จริงๆ การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง บอกตามตรงเลยว่าผมเองต้องพึ่ง Google Maps เพราะมันสะดวกและค่อนข้างแม่นยำ ก่อนจะถึงทางเลี้ยวเข้าไปยังจุดหมาย เราก็ได้ยินเสียงเตือนจาก Google Maps ว่าอีกสองร้อยเมตรเลี้ยวขวาแสงแดดในช่วงเวลาบ่ายๆ นี้มันช่างร้อนแรงเสียเหลือเกิน แต่ก็เป็นการดีสำหรับการถ่ายภาพจริงๆ 

ที่บริเวณปากทางเข้าของโรงเรียนธรรมชาติบ้านริมน้ำเราก็จะเจอกับป้ายบางระกำพื้นเป็นสีขาว กรอบเป็นสีแดงเด่นชัด แต่ด้านหลังก็จะเป็นป้ายของ โรงเรียนธรรมชาติบ้านริมน้ำเป็นป้ายขนาดเล็กกว่าของป้ายบางระกำแต่ก็พอสังเกตุเห็นได้เด่นชัด พอขับรถเลี้ยวเข้าไป ฝั่งซ้ายมือก็จะเจอกับทุ่งนาข้าวออกรวงสีเหลืองทองเต็มไปทั่วทั้งผืน ผมอดไม่ได้ที่จะยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพ นี่ถ้าไม่เกรงใจเจ้าของนาข้าว เราสองคนก็คงไปยืนตรงกลางและได้ภาพสวยๆ เป็นแน่แท้ทีเดียวเชียว

ขับเจ้า Ford Ranger คันเท่เลยผ่านนาข้าวเข้าไปยังด้านใน จนกระทั่งถึงเขตแนวต้นไม้ที่เป็นอาณาเขตของโรงเรียนธรรมชาติบ้านริมน้ำขับขึ้นเนินดินเพื่อข้ามเขตเข้าไปยังบริเวณด้านในสวนซึ่งมีต้นไม้ปกคลุมไปทั่วทางเดิน  มันช่างสดชื่นแลดูเป็นธรรมชาติสมกับชื่อจริงๆ มุมสวยๆ บรรยากาศดีๆ แบบนี้ เราสองคนคงไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปแน่ๆ ก็ต้องสร้างภาพสิครับรออะไร 5555+

บริเวณนี้เราสองคนได้ใช้เวลาสร้างภาพกับรถไปหลายสิบภาพ เฮฮาปาร์ตี้และส่งเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งได้ยินเสียงสุนัขของเป้สีน้ำส่งเสียงเห่าดังระงมไปทั่ว ไม่นานนักก็มีคนสวนเดินตรงมาหาเราสองคน ก็เลยบอกเรื่องราวว่าเรานั้นมาทำอะไรกันที่นี่ หลังจากเข้าใจกันดีแล้วผมก็เลยใช้ให้แกเป็นตากล้องเสียด้วยเลย ลุงพลาดแล้วววว 5555+

รถกระบะ Ford Ranger เคลื่อนผ่านประตูรั้วที่เป็นไม้ไผ่ทะลุเข้าไปยังบริเวณด้านในเพื่อหาที่จอด เลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาผ่าเล้าเป็ดทะลุผ่านตัวบ้านไปทางด้านซ้าย จนกระทั่งไปจอดสงบนิ่งอยู่ทางบริเวณด้านหลังที่เป็นซุ้มไม้ไผ่บริเวณทางเข้าด้านหลัง

ก้าวลงจากรถปิดประตูพร้อมล็อคกุญแจ หลังจากนั้นเราสองคนก็เดินผ่านทะลุเข้าไปยังด่นซ้ายที่เป็นห้องจัดแสดงงาน ที่ผนังจะมีคำคมหรือบทกวีจากศิลปินแห่งชาติเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์เขียเอาไว้ว่ามาอยู่แม้ชั่วยาม ก็งามนักมีค่านักคำมันช่างมีความหมายและเหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้เสียเหลือเกิน

สร้างภาพตรงจุดนี้หลายสิบภาพก่อนที่จะเดินผ่านซุ้มไม้ไผ่ทะลุเข้าไปยังอีกฝั่ง คือเอาจริงๆ เราสองคนยังไม่เจอกับเจ้าของสถานที่เลย อ้าว! แล้วเป้สีน้ำไปอยู่ส่วนไหนกันหละนี่ มองเลยออกไปไกลๆ จนถึงแนวต้นไผ่ มองเห็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งที่แต่งกายแบบชาวสวน กำลังสาละวนอยู่กับการปรับพื้นดิน พอเข้าไปใกล้ๆ และรู้ว่าเราสองคนเป็นใคร ต่างคนต่างก็ดีใจและทักทายกันอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

คือจริงๆ เราสองคนมาที่นี่บ่อยครั้งมากๆ จนสนิทสนมกับเป้สีน้ำเลยก็ว่าได้ ทักทายกันเสร็จก็นั่งที่แคร่ไม้ไผ่ที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำ ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบและเรื่องราวต่างๆ นาๆ สักพักเป้สีน้ำก็พาเราสองคนเดินชมรอบๆ บริเวณพร้อมทั้งปรึกษาหารือเรื่องการขยายและปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ ใช้เวลาพักใหญ่ๆ ก็เลยพากันเดินกลับไปยังสถานที่แสดงงานศิลปะของเป้สีน้ำ อากาศในเวลานี้ก็ไม่ร้อนจนเกินไปนัก ประจวบเหมาะกับการที่ได้สายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านกลิ่นอายของใบไม้ มันช่างสดชื่นจริงๆ

เราสองคนเดินกลับไปยังห้องที่จัดแสดงงานศิลปะ และก่อนที่จะเข้าไปเพื่อเสพงานศิลปะก็ขอแวะเสพคาเฟอีนเป็นอเมริกาโน่ร้อนๆ สักแก้วก่อน ที่นี่นอกจากจะเป็นที่แสดงงานและสอนวาดรูปให้กับบุคคลทั่วไปแล้ว เป้สีน้ำยังเปิดร้านกาแฟสดพร้อมอาหารและเครื่องดื่มไว้คอยบริการอีกด้วย รสชาติจะถูคอคนกาแฟอย่างเราๆ หรือเปล่า ก็ต้องขอแวะไปชิมสักหน่อย

ร้านกาแฟของเป้มีชื่อว่า Pe’ Cafe’ Coffee Art & Music ก็ตั้งชื่อตรงและสอดคล้องกันดี เพราะที่นี่เป็นทั้งที่จัดแสดงงาน สอนวาดรูป ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมไปถึงการจัดแสดงและเล่นดนตรีไปในตัว ตัวผมเองก็ยังเคยแบกกีตาร์ตัวโปรดไปเล่นแจมกับเป้สีน้ำมาแล้วด้วย

ร้านกาแฟจะอยู่ทางด้านขวามือของสถานที่จัดแสดงงานศิลปะ ตั้งอยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีสะพานที่มุงหลังคาทอดยาวยื่นออกไปในแม่น้ำ เอาไว้ให้ลูกค้าอย่างเราๆ ไปนั่งชมวิวทิวทัศน์หรือนั่งรับลงมเย็นๆ ฟังเสียงคลื่นที่เกิดจากเรือที่แล่นผ่านไปมา สำหรับบาเรสต้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป้สีน้ำเองนี่แหละ ทำหน้าที่ทุกอย่างกันเลย เสร็จจากการดูและสวน เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ หรือพาวัวไปแทะเล็มกินหญ้าแล้ว เป้เองก็กลับมาทำหน้าที่เป็นบาเรสต้า คอยชงกาแฟสดคอยเสิร์ฟให้กับลูกค้าอีกด้วย เล่นทำเอาเรางงเป็นไก่ตาแตกเลยทีเดียว ยอมจริงๆ ทำได้ทุกอย่าง

เราสองคนยืนรอที่จะได้ลองลิ้มชิมรสชาติของกาแฟอยู่ตรงหน้าเค้าวน์เตอร์ และก่อนที่จะชงกาแฟเป้ก็ยื่นมือไปหยิบผ้าผืนโปรดสีฟ้าๆ เอามาโพกหัวแปลงร่างก่อน พอโพกหัวเสร็จเท่านั้นแหละองค์บาเรสต้าลงเลย เฮ้ย! มันขลังมากๆ เปลี่ยนบุคคลิกไปเลย รสชาติดีแน่ๆ เลยกาแฟแก้วนี้ ขอบอก

ในขณะที่เป้ก็ทำหน้าที่บาเรสต้าอยู่ เราสองคนก็พูดคุยสนทนาในเรื่องต่างๆ รวมไปถึงไถ่ถามภึงเมล็ดกาแฟว่าไ้มาจากที่ไหน เป้หันมาบอกในขณะมือก็หยิบแก้วกาแฟยื่นไปวางใต้เครื่องชง บอกว่าพี่ชายซื้อมาฝากจากทางภาคเหนือ แหม! ก็แน่ละสิครับกาแฟทางภาคเหนือขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติและคุณภาพอยู่แล้ว

น้ำกาแฟที่ไหลออกมาจากเครื่องชงสีเข้มๆ ได้ลมอ่อนๆ พัดโชยเอากลิ่นอโรม่ามาสัมผัสกับปลายจมูก พาลทำให้หอมอบอวลไปทั่ว เอ! แล้วนี่ถ้าสูดจนกลิ่นมันหมดแล้ว เวลาดื่มเข้าไปรสชาติมันจะจืดมั้ยหว่า? โอ้! ไม่นะ กลิ่นและรสชาติของกาแฟมันก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ก่อนที่จะไปเดินชมงานศิลปะ พลันก็นึกขึ้นได้ว่าได้หยิบม้วนเทปที่เป้ร้องติดมือมาด้วย เป็นอัลบั้มแรกๆ ที่เป้ทำมันขึ้นมา มีเพลงฮิตๆ อย่างเพลงฝากรักอยู่ในอัลบั้มด้วย รออะไรหละครับ ก็ศิลปินยืนอยู่ตรงเบื้องหน้าแล้ว ผมก็เลยหยิบม้วนเทปชุดที่ว่าเอาออกมาให้เป้สีน้ำได้เซ็น ภูมิใจกันไปเลยงาน เพลงเพราะขึ้นจากเดิมเป็นแน่แท้ จริงจริ๊งงงงง

จิบกาแฟสดและยืนพูดคุยกันได้สักพักใหญ่ๆ เราสามคนก็พากันเดินไปยังห้องจัดแสดงงานของเป้ที่อยู่ทางด้านใน แหงนมองขึ้นไปบนต้นไม้ทางด้านขวามือ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรังของนกกระจาบห้อยเต็มไปหมด มีทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังสร้าง มันมีจำนวนเยอะมากๆ เยอะจนทำให้เราสองคนงุนงงและแปลกใจเอามากๆ แสดงว่าที่นี่อุดมสมบูรณ์และปลอดภัยมากๆ นกกระจาบถึงได้พากันอพยพมาอยู่และสร้างรวงรังกันได้มากมายถึงขนาดนี้ สมาร์ทโฟนในมือถูกยกขึ้นเพื่อบันทึกภาพทันที

เป้สีน้ำเดินนำหน้าเราสองคนเข้าไปยังบริเวณด้านใน พื้นด้านในห้องจัดแสดงงานสะอาดสะอ้านเอามากๆ จนทำให้เราคิดจะถอดรองเท้า เป้หันมาเห็นและบอกว่าไม่ต้องถอด ไอ้เราก็เกรงใจคนทำความสะอาดจริงๆ แต่เมื่อเจ้าภาพบอกแบบนั้นก็ไม่ขัดข้องสิครับ 5555+

บริเวณด้านในเป็นกว้างๆ แบ่งออกเป็นสี่ส่วนแบบคร่าวๆ ตรงกลางจะเป็นห้องโล่งๆ กว้างขวาง ระหว่างตรงกล่างจะทำเป็นชั้นวางขนาดสูงกว่าตัวคนยืน ถูกคลุมและขึงด้วยผ้าขาวสะอาด ที่ผืนผ้าจะเขียนด้วยลายมือของเป้สีน้ำเอง เป็นลายมือที่เป็นเอกลักษณ์แบบฟรีแฮนด์ เขียนว่าในสำนึกของจิตกร ความงามคือ เหตุแห่งการอุทิศตนด้านล่างก็เป็นลายเซนของเป้สีน้ำ เป็นคำที่เขียนง่ายๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความหมายที่ชัดเจนและสมบูรณ์อยู่ในตัว

พอเข้าไปในห้องที่จัดแสดงงานผมเองก็เลยขอให้เป้สีน้ำไปยืนใกล้ๆ กับผลงานเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เราสองคนก็ต้องด้วยสิ พลาดได้ไง  เดินชมงานไปเรื่อยๆ ทีละชิ้น ทีละชิ้น เป้สีน้ำก็อธิบายเกี่ยวกับงานของตัวเองไปด้วย รูปส่วนมากจะเป็นการระบายด้วยสีน้ำเสียส่วนใหญ่เป็นการวาดสีน้ำเทคนิคแบบแห้งทับแห้ง ซึ่งจะแตกต่างกับสีน้ำแบบเปียทับเปียก คือจริงๆแล้วมันก็เป็นเทคนิคของศิลปินแต่ละคน แต่สำหรับเป้สีน้ำเองก็เคยทำงานในลักษณะแบบนั้นมาก่อนแล้ว ซึ่งตอนนี้งานของเป้เองก็ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่เทคนิคแบบที่ว่านี้

ถ่ายภาพเป้สีน้ำเสร็จ เป้เองก็ขอตัวออกไปทำธุระด้านนอกต่อ คงปล่อยให้เราสองคนได้เดินชมงานศิลปะกันต่อ งานทุกๆ ชิ้นถูแขวนอยู่บนผนัง มีชื่องานและวันที่ที่เขียนกำกับเอาไว้ทุกชิ้นงาน เดินชมงานเพลินๆ บางครั้งก็เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในผลงานเหมือนกัน มันได้อารมณ์ร่วมเหมือนว่าเราอยู่ในป่าด้วยเลย บางครั้ง บางภาพ ยังแอบมโนถึงกลิ่นอายของใบไม้ใบหญ้าและเสียงของสายน้ำไปด้วย นี่แหละ คือการเสพงานศิลปะอย่างแท้จริง ศิลปินเองได้รังสรรผลงานและถ่ายทอดจินตนาการออกมาให้คนภายนอกได้รับรู้และสัมผัสไปด้วย การเสพงานศิลปะมันจึงทำให้เราอิ่มใจจิตใจคล้ายๆ กับอิ่มทิพย์ยังไงยังงั้น

เราใช้เวลาเดินชื่นชมผลงานศิลปะของเป้สีน้ำร่วมๆ ชั่วโมง ในช่วงเวลาที่มีสายลมอ่อนๆ แดดอุ่นๆ การที่จะออกไปยืนรับลมเย็นๆ และฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง มันสร้างอารมณ์ให้อิ่มเองดีจริงๆ ยืนมองออกไปกลางแมน้ำ มองเห็นเรือลำใหญ่ที่บรรทุกนักท่องเที่ยวแล่นผ่าน เมือ่มองเห็นพวกเราต่างก็โบกไม้โบกมือทักทายกันอย่างมีความสุข ผมเดินถอยกลับมาแล้วหย่อนตัวลงที่ม้านั่ง หยิบเครื่องเล่นซาวด์เบ้าท์ Walkman ตัวโปรดขึ้นมาพร้อมกดปุ่มเพลย์ นั่งฟังเพลงโปรดที่ชื่นชอบจากม้วนเทปอนาล็อก ในเวลานี้มันช่างเพลิดเพลินดีจริงๆ อารมณ์ฟินๆ แบบนี้แทบจะไม่อยากกลับบ้าน อยากจะสิงสถิตย์อยู่ต่อที่นี่กันอีกสักหนึ่งคืนกันเลยเชียวหละ

การเดินทางในครั้งก็ต้องขอขอบคุณ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จํากัด  ที่เอื้อเฟื้อรถกระบะ Ford Ranger Limited รถที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งไกลและใกล้ ปลอดภัยและมั่นใจทุกๆ ครั้งไป

Previous «
Next »