Friday, April 19, 2024
spot_img
HomeTravelขับรถขึ้นอีสาน พาไปเที่ยว...“โลกของช้าง” กับยานพาหนะคู่การเดินทาง Volvo XC60

ขับรถขึ้นอีสาน พาไปเที่ยว…“โลกของช้าง” กับยานพาหนะคู่การเดินทาง Volvo XC60

ห่างหายกันไปสักพักใหญ่ๆ กับการเขียนคอลัมน์ท่องเที่ยว ก็สืบเนื่องมาจากเหตุการ์โควิด-19 นี่แหละ ก็เลยทำให้ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนกันเลย และหลังจากเหตุการณ์เริ่มเบาบางลงมาบ้าง ทางทีมงานก็ได้เริ่มออกท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อที่จะนำเรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ มานำเสนอลงในเว็บไซต์

ครั้งนี้ก็เลยมาคิดกันว่าพวกเราน่าจะเดินทางขึ้นภาคอีสานกันบ้าง ถึงแม้ว่าอากาศมันจะร้อน แต่ภาคอีสานก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเยอะแยะมากมาย เมื่อตกลงกันได้ก็เลยตัดสินใจเลือที่จะเดินทางไปเที่ยวและถ่ายทำกันที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ Elephant World Advrnture [โลกของช้าง] ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างก็เดินทางไปเที่ยวกัน และในครั้งนี้เราได้รถยนต์ Volvo XC60 Recharge Plug-in Hybrid เป็นเพื่อนคู่การเดินทาง

เปิดเฟรมแรกของการเดินทางด้วยมื้อเที่ยงกันเลย ที่ร้าน Burger King ก็เอาแบบง่ายๆ ก็อาศัยกินกันในรถนี่แหละสะดวกดี ก่อนเดินเข้าไปภายในร้านเพื่อสั่งอาหารก็ขอสำรวจตัวรถสักหน่อย รูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ผมว่า Volvo XC60 ทำออกมาดีสมบูรณ์แบบ สวยงาม หรูหรา วอลโว่ทำออกมาได้แตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปมากจากรุ่นเดิมๆ รุ่นนี้เป็น SUV ขนาดกลางๆ คันไม่ใหญ่และก็ไม่เล็ก ถ้าไม่บอกว่า Volvo XC60 เป็นรถ SUV และเป็นรถ 4 Wheels  ด้วยแล้ว ใครเห็นก็คงไม่เชื่อทั้งนั้นแหละ แต่ยุคนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ว่ามั้ย?

สั่งอาหารที่ร้าน Burger King เสร็จก็ขึ้นรถและพร้อมจะออกเดินทางไปยังเป้าหมาย ปลายทางของทริปนี้ก็โน่นเลย จังหวัดสุรินทร์ ระยทางก็ประมาณ 4 ร้อยกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางก็หกชั่วโมงกว่าๆ แต่ทริปนี้มีชื่อว่า “เที่ยวข้ามจังหวัด” เราสองคนก็คงจะแวะไปเรื่อยๆ ระหว่างเส้นทางก็จะต้องผ่านหลายจังหวัด หลักๆ ก็มี สระบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ แล้วก็ไปจบทริปกันที่จังหวัดสุรินทร์ โดยในครั้งนี้เราจะไปเที่ยวสร้างภาพกันที่ Elephant World Adventure [โลกของช้าง] ซึ่งตอนนี้ก็มีการปรับปรุงและเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะเลย จะสวยแค่ไหนตามเราสองคนไปเรื่อยๆ นะครับ

Volvo XC60 Recharge T8 Plug-in Hybrid AWD เป็นเครื่องยนต์เบนซิน Drive E 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 1,969 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 82.0 x 93.2 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.3 : 1 พ่วง Turbocharged และ Supercharged กำลังสูงสุด 320 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 2,200 – 5,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 87  แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิด 240 นิวตันเมตร

ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ก็จะได้พละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 640 นิวตันเมตร จับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Geartronic พร้อมระบบ Plug-in Hybrid แบตเตอรี่ Lithium-ion 11.6 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเครื่องยนต์ – ล้อหลังขับเคลื่อนด้วย Electric Rear Axel Drive รองรับน้ำมันสูงสุด E10 และนี่คือรายละเอียแบบรวมๆ ของเจ้า Volvo XC60

ขึ้นรถเสร็จก็สำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่ใช้งานกันก่อนเลย ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์จะวางอยู่ตรงกลาง ลักษณะเหมือนวอลลุ่มวิทยุ ใช้บิดไปทางด้านขวาเล็กน้อยเพื่อทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ เวลาดับเครื่องก็บิดไปทางด้านขวาหนึ่งครั้งเบาๆ เหมือนตอนสตาร์ทเครื่อง จอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ใช้งานง่าย ทัชลื่น ปุ่มปรับการทำงานส่วนมากจะอยู่ที่หน้าจอทั้งหมด ก็ถือว่าสะดวกสบายจริงๆ ในการใช้งาน

การเดินทางเราก็ต้องอาศัย Google Maps ซึ่งโดยปกติทั่วไปก็จะต้องต่อสาย USB เข้ากับเครื่องเพื่อเชื่อต่อกับระบบ Apple Car Play หรือ Android Auto แต่ และก็แต่ เจ้า Volvo XC60 คันนี้ไม่สะดวกขึ้นไปอีก เพราะติดตั้งเจ้า Google Maps ในตัว การทำงานก็มีสองแบบ จะใช้พิมพ์เอา หรือใช้เสียงสั่งงานก็ได้ เราก็เลยทดสอบเสียเลย ด้วยการบอกด้วยเสียงให้ตั้งไปที่เป้าหมาย พูดเสร็จชื่อของสถานที่ก็จะปรากฏอยู่บนหน้าจอก็เป็นอันเสร็นสิ้น แะที่สำคัญและถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับคนขับก็คือ แผนที่หรือพิกัดจาก Google Maps ก็จะไปปรากฏอยู่บนหน้าปัทม์ด้านหน้าคนขับอีกด้วย เวลาดูเส้นทางก็จะสะดวกและปลอดภัย ไม่ต้องละสายตาเหลือบไปมองหน้าจอมอนิเตอร์ที่อยู่ทางซ้ายมือตรงกลาง อันนี้ชอบมาก

เดินทางมาได้สักพัก อารมณือยากคาเฟอีนก็บังเกิด แหม! การเดินทางท่องเที่ยว กาแฟก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดกันไม่ได้จริงๆ แวะสิครับรอะไร ปั๊มน้ำมันพีทีนี่เลย เราสองคนมีบัตรแดงที่ใช้สิทธิ์ลดครึ่งราคาเสียด้วย ดีงาม เมื่ออารมณ์เกิดก็เลี้ยวรถเข้าไปภายในปั๊มน้ำมัน เมนูโปรดของเราสอคนก็ต้องนี้เลย อเมริกาโน่เย็นไม่หวาน และกาแฟส้ม ได้กาแฟเสร็จก็เดินมาขึ้นรถก็พร้อมออกเดินทางกันต่อ ระหว่างการเดินทางเสียงเพลงก็ขาดไม่ได้เช่นกัน การเชื่อมต่อบลูทูธนั้นทำได้ง่ายดายและรวดเร็วดีมาก เสียงที่ได้ฟังจากเครื่องเสียงของตัวรถถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและเป็นที่น่าพอใจ รายละเอียค่อนข้างครบ เสียงกลางแหลมและเบสกำลังดี มันช่วยขับกล่อมและช่วยเสริมสร้างบรรยากาศระหว่างการเดินทางได้ดี่ทีเดียว

เวลาประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ เราสองคนเดินทางผ่านสระบุรี ขับผ่านเขื่อนลำตะคองก็หกโมงเย็น บางช่วงของการเดินทางก็มีเม็ดฝนโปรยปรายลงมา สร้างความชุ่มฉ่ำได้ดีพอสมควร ผ่านเขื่อนลำตะคองยาวไปยังจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างทางก็มีแวะปั๊มเพื่อเข้าห้องน้ำและซื้อกาแฟ คราวนี้ก็เป็นปั๊มน้ำมัน ปตท.

สั่งกาแฟเสร็จฝนก็เทลงมาหนักเลย เราสองคนก็เลยติดอยู่ที่ร้านกาแฟเกือบๆ ครึ่งชั่วโมง รอจนกระทั่งฝนซาเม็ดก็ออกเดินทางกันต่อ เวลาก็ใกล้ค่ำเข้าไปทุกที เป้าหมายในค่ำคืนนี้ก็คงต้องหาที่พักค้างคืนกันก่อน โดยตั้งพิกัดไปยังโรงแรมฮอป อิน บุรีรัมย์ 

เดินทางถึงที่พัก ฮอป อิน บุรีรัมย์ เวลาสามทุ่มกว่าๆ หิวก็หิว เลี้ยวรถเข้าไปยังที่พักพร้อมกับเดินทเข้าไปทำการเช็คอินเสร็จ เราสองคนก็เดินออกมาหาอาหารกินกันที่บริเวณด้านข้างที่พัก ซึ่งก็ได้เวลาที่ร้านค้าทำการเปิดบริการกันพอดี มื้อนี้อยากกินรสแซ่บๆ เผ็ด ของผมก็เลยสั่งเมนูผัดกะเพราเครื่องในไก่ ตามมาด้วย กุ้งแช่น้ำปลา ยำหมูยอ ไข่เจียวกุ้ง และอีกหนึ่งเมนูจำชื่อไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ คือ อร่อยและแซ่บมากๆ บอกเลย กินอาหารกันเสร็จก็เดินกลับไปยังโรงแรมเพื่อนอนพักผ่อนเอาแรง พรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางกันต่อ เหตุที่เราสองคนมักเลือกโรงแรมฮอป อินน์ ก็เพราะที่นี่จะสะดวก สะอาด ปลอกภัย และได้มาตรฐาน อีกอย่าง ราคายังไม่แพงอีกด้วยสิ หกถึงเจ็ดร้อยบาทต่อคืนเอง ดีงามมาก บอกเลย

ตื่นขึ้นมาในเวลารุ่งเช้าของอีกวัน ที่ ฮอป อินน์ บุรีรัมย์ คืนนี้เราก็คงต้องพักที่จังหวัดนี้อีกหนึ่งคืนก่อนที่จะเดินทางไปยังจังหวัดสุรินทร์ เพราะเรามีงานที่ในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก็ถือเป็นการดีเลย จะได้นำรถ Volvo XC60 ไปถ่ายคู่กับป้ายของสนามช้างเสียด้วยเลย ดีงามเข้าไปอี๊กกก

เช้าของอีกวันหลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จ การเดินทางก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายของเราสองคน และของทริปนี้ก็คือ จังหวัดสุรินทร์ นั่นก็คือ Elephant World Adventure [โลกของช้าง] ระยะทางจากบุรีรัมย์ไปยังจุดมายก็ประมาณเกือบ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมงกว่าๆ โดยขับไปตามถนนหมายเลข 219

ระหว่างการเดินทาง เราก็ได้เสียงเพลงจากเครื่องเสียงของ XC60 ขับกล่อม สร้างความเพลิดเพลินให้กับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี การต่อบลูทูธเข้ากับตัวรถนีชั้นทำได้อย่างง่ายดาย ให้รายรายละเอียดครบทุกย่านความถี่ ทั้งเสียงต่ำ กลาง และแหลม ในขณะที่เราทำการจอดรถและดับเครื่องยนต์ การฟังเพลงก็ถูกตัดไปด้วยแบบอัตโนมัติ แต่เมื่อเวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ บลูทูธก็จะทำการเชื่อมต่อให้เราฟังเพลงได้อย่างอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องมาเสียเวลาเชื่อมต่อหใหม่อีกครั้ง อันนี้ถือเป็นความสะดวก สบาย ทันใจคนฟังเพลงจริงๆ

Volvo XC60 เป็นรถ Suv ที่มีซันรูฟติดตั้งมาให้ด้วย การเปิดปิดนั้นทำได้ง่ายดายสะดวกสุดๆ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัส รูดไป รูดมา ก็สามารถที่จะเปิดปิดซันรูฟได้ ถ้าเราจะให้หยุดก็เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มตรงกลาง หรือถ้าจะให้กระจกของซันรูฟเปิดแง้มเพื่อรับลมหรือให้อากาศถ่ายเท ก็เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วกดไปที่ด้านขวามือแค่นั้นเอง  เราสองคนเดินทางถึงสถานที่ Elephant World Adventure [โลกของช้าง] เวลาเกือบๆ สี่โมงเย็น ก็แวะสร้างภาพที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าก่อนเลย 

บริเวณทางเข้าจะทำเป็นกำแพงที่ก่อสร้างด้วยอิฐแดงทั้งสองข้าง โครงสร้างค่อนข้างแข็งแรงเอามากๆ กำแพงทางซ้ายมือ ด้านบนจะมีชื่อของสถานที่ที่เป็นภาษาไทย คือ โลกของช้าง จ.สุรินทร์ ส่วนกำแพงทางด้านขวามือก็จะเป็นภาษาอังกฤษ คือ Surin Elephant World ใช้เวลาสร้างภาพกับประตูทางเข้าอยู่สักพักใหญๆ เราสองคนก็ขับรถเข้าไปยังบริเวณด้านในที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ บริเวณนี้จะมีร้านขายของ และก็มีซุ้ม “หมู่บ้านช้างคชศึกษา” ซึ่งป้ายก็ดูเก่าๆ อาจจะเป็เพราะกาลเวลาและอากาศที่ร้อน จึงทำให้ป้ายนั้นเก่าเร็วกว่าที่คิด

เราสองคนคิดกันว่า พรุ่งนี้ค่อยเดินทางเข้าไปเที่ยวยังบริเวณ Elephant World Adventure [โลกของช้าง] ดีกว่า เพราะนี่ก็เกือบจะเย็นเข้าไปแล้ว การเข้าไปเที่ยวเดินชมยังบริเวณด้านในคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ไหนจะถ่ายรูป ไหนจะเดินชม และใช้โดรนบินถ่ายภาพมุมสูง เวลาสั้นๆ คงจะเก็บเรื่องราวได้ไม่หมดเป็นแน่แท้ ถ้าอย่างนั้นก็เดินทางเข้าที่พักกันก่อนเลย ซึ่งที่พักที่เราสองคนะพักในคืนนี้ก็อยู่ไม่ไกลมากนักจาก Elephant World Adventure [โลกของช้าง] ระยะทางแค่ 1 กิโลเมตรกว่าๆ ก่อนที่จะเข้าที่พักก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวกันก่อนเลย

ขับรถจากร้านก๋วยเตี๋ยวก็ตรงไปยังที่พักที่อยู่ใกล้ๆ ที่นี่มีชื่อว่า ดุงไฮ โฮมสเตย์ ที่พักสร้างโอเคเลย รูปแบบเป็นเรือนไทยที่ทำด้วยไม้ สร้างเป็นหลังๆ มีที่จอดรถอยู่ด้านในที่พัก ดูปลอดภัยดี สุานที่ดูโอ่อ่า สะอาดสะอ้านดี ราคาก็ไม่แพงมาก มันจึงเหมาะมากกับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ที่ต้องการที่พักที่อยู่ไม่ไกลจาก Elephant World Adventure [โลกของช้าง] 

การมาพักที่นี่ หลายๆ คนอาจจะกังวลในเรื่องของอาหารการกิน แต่บอกเลยว่าที่นี่มีร้านขายอาหารเหมือนกัน ตกค่ำเราสองคนก็ขับรถออกจากที่พักที่ ดุงไฮ โฮมสเตย์ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนก็จะไปเจอกับหมู่บ้าน ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก กลางคืนก็มีร้านขายบะหมีเกี๊ยวให้เราได้จัดกันแบบอิ่มๆ ได้เช่นกัน อิ่มแล้วก็เดินทางกลับที่พักเพื่อนอนพักผ่อนเอาแรง รอให้รุ่งเช้าของอีกวันค่อยเดินทางไปเที่ยวกันแบบเต็มๆ อิ่ม ที่ Elephant World Adventure [โลกของช้าง]

อากาศในช่วงสายๆ ของอีกวันมันช่างร้อนเอาเรื่อง แต่ในเมื่อตั้งใจมาเที่ยวกันแล้ว อุปสรรคแค่นี้ถื่อว่าเรื่องจิ๊บๆ เราสองคนเดินทางออกจากที่พักถึง Elephant World Adventure [โลกของช้าง] เวลาประมาณ 10 โมงเช้า แดดเปรี้ยงกันเลยทีเดียว ดีที่บางเวลามีเมฆมาบดบังดวงอาทิตย์กันบ้าง ขับรถเข้าไปยังบริเวณด้านในของสถานที่ ก็เลือกไปจอดตรงบริเวณด้านหน้าของปิรามิดกันเลย เพราะมุมนี้แหละที่เราจะใช้โดรนบินถ่ายภาพมุมสูงเพื่อให้ได้ภาพสวยๆ

โครงการโลกของช้าง “Elephant World” เกิดจากความร่วมมือของรัฐบาลจัดสรรงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ร่วมกับ งบส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ รวม 455 ล้านบาท เนรมิตรความยิ่งใหญ่บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 2,700 ไร่ ด้วยความตั้งใจจะให้เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะจัดแสดงเรื่องราวของช้าง เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลทางวิชาการของช้าง และผลักดันให้โลกของช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างแบบครบวงจร รวมทั้งจะมีช้างอยู่ที่นี่มากที่สุดในโลกด้วย

สำหรับในเรื่องการออกแบบสิ่งก่อสร้างนั้น โครงการโลกของช้าง ได้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุญเสริม เปรมธาดา อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามารับหน้าที่ออกแบบโครงการ โดยใช้เวลากว่า 5 ปีกว่าจะสำเร็จลุล่วง ภายในแบ่งออกเป็น 8 ส่วน ซึ่งล้วนแต่เป็นโครงสร้างแปลกตาอลังการสมกับงานช้างทั้งสิ้น มีทั้งซุ้มประตูทางเข้า สนามแสดงช้าง สระช้างเล่นน้ำ หอชมช้าง โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ และการท่องไพร ที่มีทั้งแบบท่องไพรปกติ และท่องไพรแบบแอดเวนเจอร์ เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างแบบครบวงจรที่สุดในโลกก็ว่าได้

โครงการโลกของช้าง อยู่ใกล้เคียงกับศูนย์คชศึกษาหมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ที่ปกติจะมีการแสดงช้างทุกวัน รอบเช้า 10.00 น. และรอบบ่าย 14.00 น. ซึ่งนอกจากการแสดงช้างแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตคนเลี้ยงช้างได้ในทุกๆ วัน

ในครั้งนี้เราเลือกที่จะเที่ยวในส่วนของปิรามิด หรืออาคารพิพิธภัณฑ์ นั่นเอง เพราะเป็นสถานที่ที่เราจะถ่ายรูปกันออกมาสวยและแปลกตาดี ก่อนที่จะเข้าไปเดินชมยังบริเวณด้านในของปิรามิด เราสองคนก็แวะไปชมช้างเตะบอลกันก่อน ก็สนุกดี ช้างแต่ละเชือกแสนรู้และน่ารักเอามากๆ พอเตะลูกบอลเข้าโกได้ก็แสดงความดีใจด้วยท่าทาง ดูแล้วสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว

เสร็จจากดูช้างเตะบอลก็ได้เวลาที่จะไปเดินชมบริเวณภายในปิรามิด หรืออาคารพิพิธภัณฑ์ เวลาในช่วงนี้ก็ถือว่าร้อนเอาเรื่อง อุณหภูมิอยู่ที่ 44 องศา โอ้ว! พระเจ้า มันร้อนมากนะ แต่ก็เอาหละ ก็มาแล้วนี่ ร้อนก็ทนเอา เพื่ภาพที่สวยงาม ว่างั้น?

โครงสร้างของอาคารพิพิธภัณฑ์ หรือปิรามิด จะสร้างเป็นห้องๆ เป็นแบบเขาวงกต มีทางเข้าสี่ด้าน สร้างด้วยอิฐแดงเสียส่วนใหญ่ การเดินชมก็ต้องอาศัยความจำ มิฉะนั้นแล้วอาจมีหลง ถ้ามองจากภาพมุมสูงก็จะเป็นห้องๆ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา บริเวณภายในก็จะมีห้องสำหรับแสดงงาน ซึ่งในตอนนี้มีการแสดงภาพถ่ายของสถานที่ในมุมมองต่างๆ จากช่างภาพที่หลากหลาย แต่ละมุมมองก็ถ่ายทอดออกมาได้สวยงาม

เดินไปก็สร้างภาพกันไปเรื่อยๆ ร้อนก็ทนเอา บางครั้งก็เพลินจนลืมเรื่องอากาศร้อนไปเลย เดินไปจนถึงจุดตรงกลางของอาคารพิพิธภัณฑ์ ตรงนี้จะทำเป็นรูปช้าง มีบันไดให้คนขึ้นไปเพื่อที่จะได้ไปนั่งบนหลังช้างได้อย่างสะดวก

เดินไปตามห้องต่างๆ ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ตรงไปบ้าง เดินไปจนครบทุกทางออก แล้วก็เดินย้อนกลับเข้ามาด้านใน สร้างภาพท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ด้วยอุณหภูมิที่สูงถึง 44 องศา จนกระทั่งคิดว่าสมควรแก่เวลาก็พากันเดินออกไปอีกด้านทางซ้ายมือ แล้วก็พากันเดินลัดเลาะและอ้อมไปยังบริเวณทางด้านหน้าทางเข้าที่เราจอดรถ

หลังจากนั้นก็ขับรถเคลื่อนตัวไปทางด้านซ้ายมือทางในในสุด ที่ตรงนี้ก็จะเป็นในส่วนของ Elephant World Adventure ซึ่งจุดเด่นบริเวณนี้ก็จะเป็น “หอชมวิว “ ซึ่งจะสร้างด้วยอิฐแดงทั้งหมด รูปแบบจะเป็นช่องๆ มองเห็นด้านใน เป็นที่สำหรับให้คนเดินขึ้นไปยังด้านบนสุด 

เมื่อขึ้นไปอยู่ด้านบนสุด เราก็สามารถที่จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา การเดินขึ้นไปด้านบนนั้น ถ้าใครที่กลัวความสูง หรือ ขาแข้งไม่ดี ก็คงจะได้แต่ยืนมองและสร้างภาพกันอยู่ที่บริเวณด้านล่างก็น่าจะเพียงพอแล้ว และที่บริเวณใกล้ๆ กับ “หอชมวิว” ก็จะมี อาคารพิพิธภัณฑ์โรงช้าง ลานวัฒนธรรม ศาลปะกำ และองค์พระพิฆเนศวร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางด้านนอก เราสองคนก็เลยถือโอกาสจอดรถเพื่อลงไปกราบไหว้สักการะองค์ท่านเสียด้วยเลย

จากองค์พระพิฆเนศวร์ก็ขับรถย้อนออกไปทางเดิมที่หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ (ปิรามิด) วันนี้ถึงแม้อากาศจะร้อนมาก แต่บางเวลาก็มีเมฆมาช่วยบดบังดวงอาทิตย์ให้ไม่ร้อนมาก ก็ถือว่าโอเคสำหรับการมาท่องเที่ยวในครั้งนี้ คราวนี้ก็ได้เวลาเดินทางกลับ ขับรถผ่าออกมาทางด้านประตูางเข้า ขับผ่านร้านค้าที่าวบ้านมาตั้งร้านขายของ ก็เลยหยุดรถอุดหนุนชาวบ้านกันสักหน่อย ได้เป็นข้าวหลามติดไม้ติดมือกลับไปกินระหว่างการเดินทางกันอีกด้วย

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ เราได้ยานพาหนะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่ครบถ้วน เป็นรถ SUV ขนาดกลางที่ตอบโจทย์ในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนทางเรียบและขรุขระ ด้วยความที่เป็นรถ SUV  ที่ขับเคลื่นแบบ 4 Whells All Time ด้วยแล้ว การขับไปยังถนนที่ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ Volvo XC60 ก็สามารถที่จะปรับรูปแบบในการขับเคลื่อนให้เข้ากับทุกสภาพถนนได้เป็นอย่างดีและสะดวกง่ายดาย โดยที่เราไม่ต้องไปปรับอะไรเพิ่มเติม เพราะรถจะวิเคราะสภาพของถนนและปรับการทำงานให้กับสภาพของถนนที่เราขับผ่านเองโดยอัตโนมัติ ถือเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมและเข้ากับยุคสมัยได้เป็นอย่างดี 

การเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ ภายใต้ชื่อ “เที่ยวข้ามจังหวัด-ค่ำไหนนอนนั่น” เราไม่หยุดอยู่ที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ด้วยสมรรถนะของ Volvo XC60 ที่เปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วน จึงทำให้เราขับรถเดินทางท่องเที่ยวไปในหลายๆ จังหวัดได้อย่างสนุกสนาน ถึงแม้ว่ารูปร่างภายนอกอาจจะดูเรียบหรูแบบผู้ดี ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะขับแบบลุยๆ ได้ แต่ผิดถนัด เพราะ Volvo XC60 คันนี้ มันได้ทำลายความคิดเก่าๆ ไปอย่างสิ้นเชิง

ขอขอบคุณ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์ Volvo XC60 Recharge Plug-in Hybrid  รถที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและตอบโจทย์กันแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวในทุกสภาพถนน สุดมากๆ บอกเลย

RELATED ARTICLES
spot_img
spot_img
spot_img

Most Popular