• Homepage
  • >
  • Trevel Trip
  • >
  • ขับมาสด้าพาไปเที่ยวถ่ายรูปที่จุดชมวิว “เนินนางพญา” จันทบุรี

ขับมาสด้าพาไปเที่ยวถ่ายรูปที่จุดชมวิว “เนินนางพญา” จันทบุรี

>>> ทิ้งช่วงไปได้สักพักใหญ่ๆ กับการขับรถตระเวนเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ การเดินทางก็อีกนันแหละ ยานพาหนะก็ถือว่าเป็นสำคัญอันดับแรกเลย ครั้งนี้เราได้รถคู่การเดินทางท่องเที่ยว เป็นรถยนต์ All New Mazda3 ที่ก็เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน เป็นรถยนต์ขนาดกลางที่ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป นั่งกันแบบสบายๆ และครั้งนี้ก็จะพาไปนั่งกินเย็นตาโฟกั้งขึ้นชื่อของจังหวัดจัยทบุรี หลังจากนั้นก็จะพาไปนั่งชิลล์ๆ จิบกาแฟชมบรรยากาศของนาเกลือขาวๆ แล้วก็ไปจบทริปกับการชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่เนินนางพญา” .จันทบุรี 

ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดจันทบุรี ประมาณ 250 กิโลเมตร คำนวณเวลาในการเดินทางก็อยู่ที่สามชั่วโมงกว่าๆ เฮ้ย! ไม่ไกลเลยสำหรับเราสองคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว ลุยโลด

ทริปเที่ยวเนินนางพญาในครั้งนี้ เราได้ยานพาหนะคู่การเดินทาง เป็นรถยนต์ Mazda3 คันสีแดงสดสวยกันเลยหละ สีนี้ชอบมาก ถือเเป็นสีเอกลักษณ์ชองทางค่ายนี้เลยก็ว่าได้ จากกรุงเทพฯ ก็ขับยิงกันยาวมุ่งหน้าสู่จังหวัดจัยทบุรีกันเลยทีเดียว จะมีแวะพักบ้างก็เข้าห้องน้ำและซื้อกาแฟสดกินระหว่างการเดินทางกัน แหม! ขาดได้อย่างไรคาเฟอีน 5555+”

สำหรับ Mazda3 เป็นรถซีดานขนาดกำลังดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป เป็นรถเอนกประสงค์ที่มีการใช้งานอย่างครอบคลุม เป็นรถกึ่งๆ สปอร์ต การออกแบบทั้งภายนอกและภายในทำออกมาได้หรูหราโฉบเฉี่ยวเอามากๆ ด้านท้ายของรถมีที่สำหรับเก็บกระเป๋าสัมภาระได้เยอะทีเดียวๆ

เราสองคนเดินทางถึงจังหวัดจันทบุรีก็บ่ายแก่ๆ โดยได้จองที่พักสำหรับนอนค้างคืนกันที่โรงแรมฮ็อปอิน ซึ่งถือเป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์สำหรับนักเดินทางอย่างเราๆ ก็เพราะราคาที่ไม่สูงมาก มีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น ระบบรักษาความปลอดภัยก็พร้อม ถึงแม้ว่าห้องนอนจะเล็กไปบ้าง แต่ก็ไม่อึดอัด เอ! หรือว่าเราสองคนชินก็ไม่รู้สินะ 5555+

จอดรถเอาไว้ที่ด้านหน้าโรงแรมที่พัก เราสองคนเดินลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปทำการเช็คอินด้านในโรงแรม เราจะพักกันที่นี่กันสองคืนแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบกลับ เพราะยังอยากอยู่เที่ยวกันต่อ เอาให้คุ้ม 5555+ การเดินทางไปเก็บแสงที่เนินนางพญาก็มืดค่ำแล้ว จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก็กระไรอยู่ มันเหนื่อยนะจ๊ะตัวเอง

ในขณะที่นอนพักเพื่อเอาแรงสำหรับการเดินทางไปเที่ยวที่เนินนางพญา เราสองคนก็แพลนโปรแกรมกันแบบคร่าวๆ ก็คือ ตอนสายๆ ขับรถไปกินอาหารขึ้นชื่อของจันทบุรีนั่นก็คือเย็นตาโฟกั้งอันนี้นักท่องเที่ยวสายกินไม่ควรที่จะพลาดนะ หลังจากนั้นก็เดินทางกันต่อ โดยไปแวะไปนั่งชิลล์ๆ จิบกาแฟสดและสร้างภาพกันที่เลเกลือคาเฟ่และพอแดดร่มลมตกก็เดินทางไปเก็บแสงและเก็บภาพบรรยากาศกันที่เนินนางพญาก็หมดวันพอดี

รุ่งเช้าของอีกวันหลังจากได้นอนพักผ่อนเอาแรงกันจนอิ่ม วันนี้เราก็จะได้ออกเดินทางไปเที่ยวตามโปรแกรมที่ได้วางกันเอาไว้ อันดับแรกก็ต้องไปหาของอร่อยๆ กินรองท้องเอาแรงกันก่อน หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อเข้า Google Maps โดยปักหมุดไปที่ร้านเจ๊เพ็ญ เย็นตาโฟ วัดไผ่ล้อมระยะทางก็ไม่ไกลจากที่พักมากนัก ประมาณสองกิโลเมตรกว่าๆ ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 7 นาทีเอง

เดินทางถึงวัดไผ่ล้อมเวลาบ่ายโมงกว่าๆ ก็พอดีหละกับการรับประทานอาหารมื้อเที่ยง มื้อนี้เลยขอจัดอาหารขึ้นชื่อของเมืองจันทบุรีกันเสียเลย

จอดรถเสร็จก็เดินตรงปรี่ไปยังร้านเจ๊เพ๊ญทันที ซึ่งเป็นร้านที่เห็นเด่นชัดมาก จริงๆ ก็คงจะมีอยู่ร้านเดียวแหละนะ 5555+ ใครมาเที่ยที่นี่แล้ว ถ้านึกถึงเย็นตาโฟกั้ง ก็ต้องร้านนี้เลยเจ๊เพ็ญก็เพราะเป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดมานานกว่า 30 ปี งั้นเราก็จะได้พิสูจน์กันหละว่า อร่อยสมชื่อหรือเปล่า?

เลือกโต๊ะนั่งเสร็จก็หยิบเมนูมาสั่งอาหารกัน มื้อนี้ก็มีเย็นตาโฟกั้งสองชาม ตามไปด้วยเต้าหู้ทอดและหอยจ๊อ แล้วก็ตามด้วยน้ำเปล่า เท่านี้แหละ ใช้เวลาไม่นานมากทางร้านก็ยกเอาเย็นตาโฟกั้งและเมนู่ที่สั่งมาส่งที่โต๊ะ มองดูจากหน้าตาคือดีงาม ถ่ายรูปก่อนสิครับรออะไร 5555+

จัดเตรียมเครื่องปรุงใส่เข้าไปเพื่อปรุงแต่งรสชาติให้ได้ดั่งที่เราต้องการ มองเห็นกั้งตัวเขื่องๆ ขนาดของกั้งไม่ถึงกับใหญ่มากนัก วางอยู่ในชามสองตัว ข้างๆ กันก็จะมีก้ามปูเรียงอยู่ด้วย อืม! ก็โอเคนะ ปรุงเสร็จก็ลิ้มลองรสชาติความสดของเนื้อกั้ง ก็ถือว่าสดอยู่นะ ส่วนของเมนูที่เหลือที่เป็นหอยจ๊อและเต้าหู้ทอด ก็ถือว่าใช้ได้ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมายนัก ใช้เวลาในการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงประมาณครึ่งชั่วโมงก็พร้อมออกเดินทางกันต่อด้วย Mazda3 ยานพาหนะคู่การเดินทางในทริปนี้

มื้อเที่ยงกันแล้วยังไงต่อดีหละ กาแฟสิครับ เป็นไปตามสูตร 5555+ งั้นเราไปหาร้านกาแฟที่ไหนกันดีหละที่ดีๆ และบรรยากาศโดนๆ นี่เลยเลเกลือคาเฟ่ซึ่งเมื่อเข้าไปดูในกูเกิ้ลแล้วก็ถือว่าบรรยากาศและการตกแต่งใช้ได้เลย อยู่ติดกับนาเกลืออีกด้วย เค็มดี ชอบๆ อ้าว! ซะงั้นเรา 5555+

จากวัดไผ่ล้อมเพื่อไปยังร้านกาแฟ เมื่อดูพิกัดจาก Google Maps ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 30 นาทีเอง จิ้บๆ บอกเลย ก็พอดีอาหารย่อยก็ต่อด้วยกาแฟเสียเลย ในช่วงแรกจากวัดไผ่ล้อม ผู้ขับก็เป็นคุณผู้หยิงขับไปก่อน รถยนต์คันสีแดงขับผ่านเมืองจันทบุรีมุ่งหน้าตรงไปยังร้านกาแฟ การจราจรในวันนี้ถือว่าไม่ติดขัดอะไร เดินทางกันแบบสบายๆ ถนนหนทางที่มุ่งไปสู่ร้านกาแฟค่อนข้างดี วันนี้ท้องฟ้าโปร่ง สดใสดีมาก ชอบเลย

ขับไปได้สักพักใหญ่ๆ ประมาณครึ่งทาง ตัวผมเองก็ขอเป็นผู้ขับบ้าง แหม! เจ้า Mazda3 มันน่าขับเสียยิ่งกระไร ว่ามั้ย? พอได้สัมผัสในขณะที่อยู่หลังพวงมาลัยของ Mazda3 ก็ต้องบอกเลยว่า มันเป็นรถที่ขับง่าย ตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี พวงมาลัยกระชับ ทัศนวิสัยและมุมมองค่อนข้างชัดเจน ช่วงล่างเกาะถนนดี การเร่งแซงถือว่าทำได้ดี ไม่อืดอาด เฮ้ย! ชอบหวะแก

พิกัดบอกว่าร้านกาแฟอยู่ทางด้านซ้ายติดถนน เวลาประมาณบ่ายสองโมงแก่ๆ มองเห็นร้านอยู่ไม่ไกลนัก พอใกล้ๆ จะถึงก็ชะลอความเร็วม หักพวงมาลัยแล้วเลี้ยวเข้าไปยังด้านซ้ายเพื่อทำการจอดรถ แสงแดดในช่วงเวลานี้มันช่างดุดันเสียเหลือเกิน ร้อนสิครับพี่ ปัดโถ่

รูปรถยนต์ Mazda3 คันสีแดงตัดกับฉากหลังที่เป็นร้านกาแฟสีขาว และได้ท้องฟ้าเป็นแบ็คกราวนด์ งดงามจนเราสองคนต้องอดไม่ได้ที่จะไปยืนสร้างภาพคู่กับรถ ไม่ได้สิครับ เที่ยวก็ต้องเที่ยว ภาพก็ต้องได้ ว่ามั้ย?

อุณหภูมิ 36 องศาในช่วงบ่ายสองโมงกว่าๆ ถามว่าร้อนมั้ย? ก็ตอบว่าร้อนสิครับ แต่ก็มีลพัดมาบางๆ ให้ได้สัมผัสและคลายร้อนได้บ้าง ขยับรถเข้าไปจอดให้เข้าที่เข้าทาง เสร็จแล้วก็พากันเดินเข้าไปยังบริเวณภายในร้านกาแฟเลเกลือคาเฟ่

ร้านเลเกลือคาเฟ่เป็นร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นานมากนัก แต่ด้วยจุดขายและสไตล์การตกแต่งของร้าน บวกกับรสชาติชองเครื่องดื่มและบรรยากาศที่แตกต่าง จึงกลายเป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนไปนั่งชิลล์ๆ ถ่ายรูปกัน ที่นี่มีมุมให้ได้ถ่ายรูปกันหลายมุมทีเดียว อีกทั้งยังมีมุมนั่งเล่นอยู่ทางบริเวณด้านที่เป็นระเบียงติดกับนาเกลือ มีเปลตาข่ายให้ลงไปนั่งๆ นอนๆ กอดเจ้าตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เล่นกันแบบเพลินๆ

เข้าไปถึงก็สั่งเมนูโปรดที่เป็น อเมริกาโน่เย็นไม่หวานสองแก้ว ดื่มให้สะใจและคุ้มกับการเดินทางไกลๆ กันหน่อย รสชาติของกาแฟก็ถือว่าโอเคเลย เข้ม หอม แต่ไม่ไหม้ ชอบเลย ได้กาแฟกันคนละแก้วแล้วก็เดินออกไปด้านนอกเพื่อสร้างภาพกับบรรยากาศ ที่เวลานี้อากาศมันช่างร้อนเสียเหลือเกิน แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับคนที่ชื่นชอบการสร้างภาพร้อนก็ทนเอา เหนื่อยก็อายเขาอ้าว! ยาวเลยเรา 5555+

ใช้เวลาอยู่ที่ร้านกาแฟเลเกลือคาเฟ่ประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็ออกเดินทางกันไปต่อ โดยมีจุดหมายปลายทางของทริปนี้อยู่ที่เนินนางพญา” เพื่อไปเดินเล่นเก็บแสงสุดท้ายของวันกัน ระยะทางจากร้านกาแฟไปยังเนินนางพญา ประมาณ 15.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 20 นาทีเอง อืม! ก็ไม่ไกลนะ ขับรถเพลินๆ ก็ถึงแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาเปลี่ยนคนขับ ส่วนผมก็เป็นคนนั่งและเป็นคนดูเส้นทาง งานถนัดอยู่แล้วววว

เส้นทางที่จะเดินทางไปถือว่าสะดวกมากๆ ถนนหนทางดีทีเดียว ถึงแม้ว่าบางช่วงจะเป็นแค่สองเลนก็ตาม เหลือบสายตาออกไปมองท้องฟ้า เวลานี้ก็ยังคงฟ้าโปร่งเหมือนเช่นเคย เหมาะกับการสร้างภาพดีแท้ งั้นก็รีบเลย แหม! รีบยังไวก็ไม่ประมาทนะครับ ความเร็วที่ใช้ก็อยู่ที่ไม่เกิน 120 กิโล/ชั่วโมงเท่านั่นเอง

ทางขวา ทางขวาผมรีบบอกคนขับให้เลี้ยวไปทางด้านขวามือ เพราะในพิกัดบอกว่าเ้นทางที่จะไปยังเนินนางพญา ให้ขับไปทางถนนด้านขวามือ คนขับเมื่อได้ยินผมบอกก็ทำตาม บังคับพวงมาลัยขับเคลื่อเจ้า Mazda3 ไปตามเส้นทางด้านฝั่งขวางมือ เพราะทางนี้จะเป็นถนนที่เรียบชายฝั่งทะเล เป็นถนนที่สวยงามมากจริงๆ เดี๋ยวไปถึงแล้วต้องเลือกมุมเหมาะๆ สวยๆ กดชัตเตอร์สร้างภาพถนนสวยๆ ในช่วงทไวไลท์กันหน่อย

พอขับไปยังถนนที่เรียบชายฝั่งทะเล เฮ้ย! วิวดีงาม สวยมาก บรรยากาศก็ดี ถ้าเปิดกระจกจะได้ยินเสียงคลื่นทะเลเบาๆ อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะมีบางช่วงที่กำลังทำถนน แต่ลักษณะเส้นถนนที่คดโค้งไปมา มันช่างสวยงามเพลิดเพลินเจริญตาดีแท้

ขับรถเพลินๆ เลาะชายฝั่งไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วต่ำๆ ที่ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราะความที่ต้องการอยากเสพภาพบรรยากาศริมชายฝั่ง ไม่รีบ ไม่รีบ เวลาเก็บแสงสุดท้ายยังมีเหลือเฟือที่จะให้ไปเดินเล่นชิลล์ๆ บนเนินนางพญา รถเคลื่อนตัวจนไปสุดทางที่เป็นเนิน เหยียบคันเร่งเพิ่มความแรงเพื่อส่งตัวให้รถเคลื่อนที่ไปยังสุดทางที่บนเนิน พอพ้นก็เคลื่อนตัวเข้าไปจอดทางฝั่งซ้ายมื่อที่ติดกับทางขึ้นไปยังร้านค้า

ลมร้อยเริ่มเบาบางลงไป ลมเย็นๆ บนยอดเนินพัดผ่านมาทักทายให้ได้คลายร้อน เราสองคนพากันเดินข้ามถนนไปยังฝั่งที่จะขึ้นไปยังเนินนางพญา ทางด้านซ้ายมือจะมีป้ายขนาดใหญ่ ที่เขียนว่าจุดชมวิวเนินนางพญาปรับปรุงภูมิทัศน์ โดย กรมทางหลวงชนบท ก็ไปยืนข้างๆ ป้ายเพื่อทำการสร้างภาพกัน 2-3 ภาพเพื่อเป็นที่ระลึก

วันนี้นักท่องเที่ยงบางตามาก คิดอยู่ในใจว่า ดีเหมือนกันที่เราจะได้ถ่ายรูปกันแบบที่ไม่ตองมีใครมากวน ขาตั้งกล้องถูกนำมาใช้งานเพื่อทำการถ่ายภาพคู่ แหม! ก็มาสองคนนี่ครับ 5555+

สำหรับเนินนางพญาเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องมาแวะชมพระอาทิตย์ตกดินในยามสิ้นแสงสุดท้าย และที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ จุดชมวิวที่เป็นถนนทางด้านขวามือ ถนนเลียบชายฝั่งทะเลที่คดโค้งไปมาสวยงาม นักท่องเที่ยวหรือช่างภาพ ทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ก็จะรอคอยเวลาในช่วงทไงไลท์เพื่อทำการบันทึกภาพกัน นำภาพไปขายบ้าง ไปเก็บชื่นชเป็นที่ระลึกกันบ้าง ก็แล้วแต่

เนินนางพญาตั้งอยู่ริมถนนเฉลิมบูรพาชลทิต บริเวณหาดคุ้งวิมาน .จันทบุรี ที่นี่จึงเป็นจุดชมวิวยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยว ภายในบริเวณมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถ ร้านอาหาร ต่างๆ ถ้ามองจากจุดที่อยู่บนเนิน จะมองเห็นถนนเป็นรูปตัวเอสเรียบชายฝั่งทะเล มีเลนสำหรับจักรยานตลอดแนวถนน และเมื่อมองออกไปทางขวามือจะมองเห็นแหลมของหาดคุ้งวิมานที่ยื่นออกไปในทะเล รวมไปถึงเกาะเล็กเกาะน้อยต่างๆ อยู่ไกลลิบๆ

สร้างภาพอยูด้านล่างไม่นาน เราสองคนก็พากันเดินขึ้นไปทางขวามือที่เป็นบันได ก็หยุดสร้างภาพกันเป็นระยะๆ ตลอดช่วงของบันได มองไปทางด้านซ้ายมือจะเห็นทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา คลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นทอดๆ สีฟ้าเข้มๆ ของน้ำทะเลดูแล้วสดชื่นดี บันไดที่นี่จะกว้างมากและเตี้ยๆ มันทำให้เวลาเดินขึ้นไปบนเนินนั้นง่ายและไม่เหนื่อย เดินไปประมาณสิบเมตรก็จะเจอกับลานกว้างๆ ในส่วนของเนินนางพญาบริเวณนี้จะมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมเพื่อสร้างร่มเงาให้นั่งหลบแดด บริเวณขอบด้านข้างจะทำเป็นที่นั่งไปในตัว ในยามที่เกิดอากรเมื่อยล้าก็สามารถที่จะลงไปนั่งได้อีกด้วย

นักท่องเที่ยวเริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว แต่เราสองคนก็สามารถที่จพะไปเดินหามุมถ่ายรูปกันได้ โดยเฉพาะจุดชมวิวที่เป็นไฮไลท์ฝั่งขวามือที่เป็นถนนรูปตัวเอส ไม่พลาดสิครับ ก็เดินทางมาเพื่อมุมนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว

จากมุมของถนนรูปตัวเอส ริมรั้วทางถัดไปทางซ้ายมือ มองเห็นกุญแจเกาะอยู่มากมาย เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงกับร้องว้าวเลย สนิมเกาะเกรอะกรังไปทั่วกุญแจ ก็ยังแอบสงสัยอยู่ว่าใครเป็นคนริเริ่ม เท่าที่อ่านในกูเกิ้ลสำหรับที่มาที่ไปก็พอทราบได้ว่า คู่หนุ่มสาวที่รักกันนำเอามาคล้อง เพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่า หรือสัญลักษณ์ของความเหนียวแน่นในเรื่องความรัก อะไรประมาณนั้น

จากมุมที่เป็นกุญแจ ก็พากันเดินไปทางด้านซ้ายมือที่เป็นส่วนของยอดเนิน มุมนี้จะมองเห็นทะเลทั้งซ้ายและขวาแบบ 180 องศา เป็นมุมที่นักท่องเที่ยวส่วนมากต้องมายืนบันทึกภาพกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเราสองคน น่านปะไร 5555+

สร้างภาพกันจนเป็นพอใจก็เดินกลับไปนังที่ขอบของบันได นั่งรอชมพระอาทิตย์ตกและบันทึกภาพในช่วงทไวไลท์ของถนนรูปตัวเอส เวลาที่ต้องรอก็ร่วมๆ ชั่วโมง สายลมอ่อนๆ จากทะเลพัดมาเป็นระยะๆ เสียงใบไม้สั่นไหวในยามที่ต้องลมสลับกับเสียงของคลื่นทะเล มันทำให้อารมณ์ของการรอคอยผ่อนคลายไปได้เหมือนกัน ก็เราสองคนมาเพื่อสิ่งนี้ ก็ต้องใจเย็นรอสิครับ เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ งามๆ เวลานี่แหละ ถือเป็นไฮไลท์ของจุดชมวิวเนินนางพญากันเลยเชียวแหละ

มองกลับลงไปที่บริเวณทางขึ้น นักท่องเที่ยวบางส่วนเริ่มพากันทะยอยขึ้นมาด้านบน เอาละสิ คนชักเริ่มเยอะ แอบคิดอยู่ในใจว่าจะถ่ายภาพที่วาดฝันเอาไว้ได้หรือเปล่า ต้องได้สิ บอกตังเองด้วยความมั่นใจ 5555+

ท้องฟ้าสีส้มๆ อมเหลืองเริ่มทาบทาท้องทะเลในฝั่งตะวันตก อากาศเย็นๆ เริ่มคลืบคลานเข้ามาปกคลุม เราชวนกันลุกไปบันทึกภาพกันอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศในยามเย็น แสงสีเหลืองอมส้มและชมพูปกคลุมไปทั่วบริเวณ ภาพที่ได้จากการบันทึกดูสวยงาม เสียงกดชัตเตอร์จากกล้องดิจิตอลและสมาร์ทโฟนดังขึ้นเป็นระยะๆ นักท่องเที่ยวเริ่มพากันออกไปยืนอยู่ติดขอบรั้วทางฝั่งที่พระอาทิตย์ตก ต่างก็จองมุมถ่ายภาพของตัวเอง ผมก็เช่นเดียวกัน มายืนปักหลักอยู่ก่อนใครเพื่อนเลย มองออกไปไกลๆ ที่พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ท้องทะเล ดวงอาทิตย์กลมๆ เล็กๆ ที่ในเวลานี้ได้อ่อนแรงแสงเจิดจ้าไปแล้ว เราเลยสามารถเพ่งมองและทำการบันทึกภาพกันอย่างง่ายดายและปลอดภัย

กดชัตเตอร์ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจนลาลับไปแล้ว คราวนี้ก็หยิบขาตั้งที่ติดกล้องยกไปทางด้านขวามือ เพื่อทำการบันทึกภาพของถนนที่เป็นรูปตัวเอส มุมนี้แหละที่รอคอย นำเอาขาตั้งพร้อมกล้องไปวางที่มุมในตำแหน่งที่ต้องการ ปรับมุมมองของกล้องเพื่อให้ได้องค์ประกอบ ปรับค่าต่างๆ ให้เข้ากับการบันทึกภาพในช่วงแสงทไวไลท์ 

กดชัตเตอร์ทดสอบเป็นระยะๆ เวลาในช่วงนี้มันเคลื่อนตัวได้เร็วเอามากๆ ไม่นานแสงไปที่ส่องสว่างริมถนนก็เริ่มเปิด วันนี้ท้องฟ้าขมุกขมัวไม่เป็นใจเอาเสียเลย ภาพที่ได้เลยไม่สวยงามดั่งวาดฝันเอาไว้ แต่ก็ยังดีที่ได้มาบันทึกเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้

ผู้คนเริ่มพากันทะยอยเดินทางกลับ เราสองคนพากันเดินลงมายังเบื้องล่างเหมือนกัน ผมเดินแยกตัวออกไปทางซ้ายมือเพื่อที่จะบันทึกภาพที่เรียว่ารอยแสงคือภาพเส้นแสงไฟของรถที่วิ่งนั่นแหละ เดินไปไกลสัก 150 เมตรได้ วางขาตั้งพร้อมกล้อง ตั้งค่าในโหมดที่ใช้บันทึกภาพแบบรอยแสง 

กดชัตเตอร์เพื่อสร้างภาพได้ประมาณ 4-5 ภาพ แสงสีก็เริ่มมัวๆ มืดๆ ก็เลยได้เวลาเดินทางกลับไปยังรถ ซึ่งคนขับสตาร์ทรถรออยู่แล้ว ทำการเก็บอุปกรณ์และกล้องเข้าที่เข้าทาง เปิดประตูเข้าไปนั่งรับเอาแอร์เย็นๆ จาก Mazda3 วันนี้ก็ถือเป็นอันสิ้นสุดทริปการท่องเที่ยว จุดชมวิวเนินนางพญาแต่เพียงเท่านี้

ขอขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์ Mazda3 สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้

พิกัด Google Maps :-

Previous «
Next »

Recent Posts